ราชาซากศพ - บทที่ 689 ออกค้นหา
บทที่ 689
ออกค้นหา
อย่างไรก็ตาม ยาช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของ ชายชราหมิงใกล้จะสำเร็จแล้ว เขาจะล้มเลิกกลางคันได้อย่างไร สิ่งใด ๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเขา หลังจากไม่กี่สิบอึดใจ กรงสีดำถูกบีบให้เล็กลงจนมีขนาดเท่ากับไข่นกพิราบ
จากนั้นกลายเป็นก้อนสีดำ ๆและหลอมรวมเข้ากับร่างของชายชราหมิง หลังจากนั้นชายชราหมิงก็หันกลับมา กลายเป็นเงามืดและบินไปทางทิศหลบหนีของหลินเว่ย
“เปรี๊ยะ…!” เสียงปริแตกดังออกมาจากร่างของมังกรดำ เมื่อเวลาผ่านไปความถี่ของเสียงนี้ ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ร่างของมังกรดำเริ่มบวมเปล่งขึ้นเรื่อย ๆ และมีรอยร้าวบนร่างกายมากขึ้น เกล็ดมังกรดำยังคงแตกร้าวและร่วงหล่นไปที่พื้น
สัญญาณต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าร่างกายนี้มาถึงขีดสุด ที่พลังงานที่รุนแรงในร่างกายสามารถรับได้ และกำลังจะพังทลาย
สิ่งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ชายชราหมิงกลืนกินวิญญาณมังกรดำ เป็นเพราะว่าสูญเสียการควบคุมร่างของวิญญาณมังกรดำ ทำให้พลังงานภายในร่างมังกรดำสับสน ซึ่งทำให้เวลาระเบิดตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แม้กระทั่งตอนนี้ หากวิญญาณมังกรดำสามารถกลับเข้าร่างเพื่อควบคุมร่างตนเองอีกครั้ง มันก็ไม่สามารถระงับการระเบิดตนเองได้
หลินเว่ยซึ่งวิ่งไปข้างหน้าอย่างดุเดือด รู้สึกชัดเจนว่า ข้างหลังเขามีพลังงานที่ทรงพลังมาก เป็นเพียงร่องรอยของพลังงานที่ระเบิดออกมา แม้จะอยู่ห่างกันแสนไกล แต่ก็ยังทำให้ใจสั่น ดูเหมือนว่าถึงแม้เขาจะอยู่ห่างกันแต่หลินเว่ยน่าจะหลบหนีจากวิกฤตครั้งนี้ไปอย่างยากลำบาก บังเกิดความสิ้นหวังในหัวใจของเขา แต่หลินเว่ยไม่ยอมแพ้ ศิลปวัตถุปรากฏเบื้องหลังเขา ด้านในที่คอยปกป้องเขาคือแผ่นหินศักดิ์สิทธิ์
ในเรื่องนี้ หลินเว่ยยังคงรู้สึกว่าไม่เพียงพอ ศิลปวัตถุอื่น ๆ ต่างปรากฏขึ้นข้างหลังเขา และล้อมรอบตัวเขา แม้ว่าการป้องกันของสิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยได้น้อยมาก แต่หลินเว่ยไม่คิดมาก หากจะมีบางชิ้นที่ถูกทำลายลงไปหรือ เสียหาย
เขาจะพอใจมาก พวกมันสามารถต้านทานความเสียหายบางอย่างสำหรับเขา
หลังจากทั้งหมดนี้ ความเร็วของหลินเว่ยก็ไม่ลดลงเลย เนื่องจากยิ่งเขาอยู่ห่างมากเท่าไร โอกาสที่เขาจะรอดชีวิตก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ทันใดนั้น หลินเว่ยรู้สึกว่ามีบางอย่างเข้าสู่จิตสำนึกของตนเอง ไม่จำเป็นต้องคิดมาก จะมีใครอานอีก นอกจากชายชราหมิง
“อาจารย์! ช่วยด้วย! หากท่าไม่ช่วยข้าคงตายจริง ๆแล้วคราวนี้” หลินเว่ยรีบไปขอความช่วยเหลือจากชายชราหมิง เขารู้ว่าหากชายชราหมิงยิ่นมือช่วย แม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไร โอกาสรอดของเขาจะสูงขึ้นหลายเท่าแน่นอน
“ไม่ต้องห่วง! ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” ในขณะที่ หลินเว่ยกำลังจะแตกสลายจากการระเบิดของร่างมังกรดำ เสียงของชายชราหมิงก็ดังขึ้นจากจิตสำนึกของเขา
จากนั้น รัศมีสีดำลึกปรากฏขึ้นข้างหลังเขา และหมอกดำจำนวนมากพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาวิกฤต มันห่อหุ้มร่างกายของหลินเว่ยไว้ แม้แต่สุ่ยหนิงเยว่ที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา
แสงระยิบระยับค่อยๆ จางหายไป พื้นที่โดยรอบบริเวณล้อมรอบด้วยคริสตัลใสจากแรงระเบิดและอุณหภูมิโดยรอบยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง
เมื่อเวลาผ่านไปนาน สภาพแวดล้อมก็เงียบลง ไม่มีแม้แต่เสียงสิ่งมีชีวิตใด แม้แต่หลินเว่ยและ สุ่ยหนิงเยว่หายตัวไป พลังของการระเบิดตัวเองของร่างของมังกรดำได้ขจัดร่องรอยทั้งหมดออกไป
ในเวลาเดียวกัน เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของหลินเว่ยต่างรับรู้ได้ว่า การเชื่อมต่อระหว่างหลินเว่ยและชายชราหมิงได้หายไป
มีเหตุผลที่จะกล่าวว่า การเชื่อมโยงของพวกเขากับ หลินเว่ยเป็นความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณ ไม่ว่าไกลแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหายไปเฉย ๆ หากทว่ามันหายไป พวกเขาจะต้องรู้สึกว่าวิญญาณของตนเอง
ได้รับบาดเจ็บ
“ ข้าไม่รู้สึกถึงนายท่านเลย” คาหลูลู่พูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ข้าก็เช่นกัน”
“ข้าก็เหมือนกัน”
“……”
“ปรากฏว่าทุกคนไม่รู้สึกถึงวิญญาณของหลินเว่ยและชายชราหมิง ดูเหมือนว่าเขาอาจจะประสบอุบัติเหตุ เรารีบเรียกหญิงสาวทั้งสองคน เพื่อตามหานายท่านเถอะ” คาหลูลู่พูดอย่างกระตือรือร้น
…………
ครึ่งชั่วโมงต่อมา คาหลูลู่และคนอื่น ๆ ออกตามหาลมปราณของหลินเว่ยที่หลงเหลืออยู่ และรีบไปที่บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ หลังจากค้นหาอย่างกระจัดกระจาย พวกเขาพบหลุมขนาดใหญ่ที่มีกลิ่นของการทำลายล้าง
“มันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เป็นสุดท้ายที่นายท่านสิ้นลมหายใจ และเครื่องหมายการต่อสู้ที่ทิ้งไว้ที่นี่ยังใหม่มาก ดูเหมือนว่านายท่านจะถูกโจมตีที่นี่” จี้ชิงพูดอย่างจริงจัง
“ไอ้บ้า! มันต้องเป็นหญิงเลว สุ่ยหนิงเยว่ นางไม่ใช่คนดี” เจี่ยซานดุด่าอย่างโกรธจัด และร่างกายของเขาเตรียมโจมตีคนที่เหลือของวังหยวนสุ่ยทันที
“เจ้าสอง เจ้าจะทำอะไร?” คาหลูลู่ตกตะลึงเมื่อเห็น เจี่ยซานกำลังจะสังหารคน เขารีบหยุดอีกฝ่าย
“พี่ชาย ข้าจะไปล้างแค้นคนในวังหยวนซุ่ย จ้าววังของพวกเขากล้าตุกติกกับนายท่าน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ ข้าต้องการให้พวกเขาถูกฝังไปกับนายท่าน” เจี่ยซานถูกคาหลูลู่ขัดขวาง เขาจึงคำรามด้วยความโกรธ
“อย่าหุนหันพลันแล่น! ณ ตอนนี้ เราควรฟังคำสั่งของหญิงสาวทั้งสองคนก่อนดีกว่า” คาหลูลู่ขมวดคิ้วและแนะนำ
“พี่สาว! ท่านคิดว่าเราควรทำอย่างไร?” หลินเหยากำลังตื่นตระหนกในเวลานี้ นางทำได้แค่มอบให้จางซีเฟิงเป็นคนออกความเห็น
เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังรอคอยคำสั่งของนาง จางซีเฟิงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นางขอให้คาหลูลู่กลับไปที่ตำแหน่งเดิมและส่งกองทัพใหญ่ไป ตามหาและออกสำรวจไปรอบ ๆ หลุมขนาดใหญ่
…………
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากค้นหาแบบปูพรม จางซีเฟิงและคนอื่น ๆล้วน ไม่พบร่องรอยของหลินเว่ยเลย รวมทั้งสุ่ยหนิงเยว่ และชายชราหมิง ดูเหมือนว่าพวกเขาหายตัวไปจากโลกนี้
ไม่ว่าจางซีเฟิงและพวกเขาเกือบจะพลิกเกาะจิงเฟิงทั้งหมดแล้วก็ยังไม่พบ อย่างไรก็ตาม ทุกคนเชื่อว่าหลินเว่ยยังไม่ตาย พวกเขาเดาว่าหลินเว่ยน่าจะหลุดเข้าไปในดินแดนลับ
ดังนั้นแม้หลังจากค้นหาปีแล้วปีเล่า พวกเขาก็ยังไม่ยอมแพ้ ยิ่งไปกว่านั้น หากปราศจาก หลินเว่ยและเฟิงหลิงจู๋ พวกเขาก็จะติดอยู่ที่เกาะจิงเฟิง และไม่สามารถออกไปได้
หลายทศวรรษผ่านไป กองทหารหลายแสนนายที่ หลินเว่ยนำตัวมา ก็ได้ตั้งรกรากขึ้นที่เกาะจิงเฟิง
ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้ ดังนั้นเกาะจิงเฟิงทั้งหมดจึงรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยฝีมือของพวกเขา กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมด รวมทั้งสัตว์อสูรทั้งหมดบนเกาะได้ยอมจำนน จากนั้นทั้งเกาะจิงเฟิงจึงเริ่มปรากฏความสุขสงบ
ฐานะของมนุษย์และสัตว์อสูรได้ถูกยกระดับจนเท่าเทียมกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย นั่นคือ การค้นหาร่องรอยของหลินเว่ยยังคงดำเนินต่อไปทุกวัน และแม้กระทั่งเดินทางออกค้นหายังทะเลพายุ