ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 22 พี่หยางถูกจับได้คาหนังคาเขา
คล้ายกับโลกหมุนอย่างแรง พี่หยางตกใจกลัวจนตกลงจาก บันไดกระแทกพื้นนอนแน่นิ่งราวกับคนตาย
“ถ้ากล้าเข้ามา แกโดนแทงเป็นรูพรุนแน่!”
ชายคนนั้นหยิบมีดพับออกมาจากกระเป๋ากางเกงและแทงตรงไป ทางพ่อเซียว เห็นแบบนั้นดวงตาของพ่อเซียวพลันเบิกกว้าง เขาไม่ คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีมีดพกติดตัว
ชั่วขณะก่อนที่คมมีดจะถึงตัวพ่อเซียว เซียวหมิงเยวี่ยหรี่ดวงตา อันแหลมคมและสั่งให้หินก้อนใหญ่หล่นทับเท้าของชายคนนั้น
เขาสะดุดหินล้มลงจนมีดพับกระเด็นออกจากมือ
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เซียวหมิงเยวี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก พ่อ เซียวรีบก้าวออกไปคว้าคอเสื้อชายคนร้ายไว้แน่นและปล่อยหมัดอัน หนักหน่วงใส่ ชายคนนั้นแผดเสียงคร ่าครวญด้วยความเจ็บปวดแสน สาหัสพลางร้องขอความเมตตา
“จะขโมยแผงโซลาร์เซลล์ของเราเหรอ? แล้วยังจะทุบพวกมัน ด้วยใช่ไหม? ขโมยไปสิ! แน่จริงก็ขโมยไป!”
ตอนนี้คุณพ่อเซียวโกรธมากจนลืมไปแล้วว่าตัวเองแข็งแกร่ง ขนาดไหน หลังจากชกไปไม่กี่ครั้ง ใบหน้าของชายคนนั้นก็อาบไป ด้วยเลือดพร้อมกับดั้งที่หักบิดไปอีกทาง
“นี่แกกล้าต่อยสามีฉันเหรอ? ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้นะ! เราก็แค่เดิน ผ่านบ้านพวกแก แล้วมาทำร้ายกันทำไม? ปล่อยนะ!” พี่หยางรีบวิ่ง เข้ามาทุบตีพ่อเซียวด้วยน ้าตาที่ไหลอาบหน้า
แรงทุบของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่สามารถทำให้พ่อเซียวเจ็บปวด หรือคันได้ เขาจึงโต้กลับโดยใช้หลังมือตบหน้าพี่หยาง
เลือดไหลกบปากพี่หยางในทันทีพร้อมฟันที่หลุดไปถึง 3 ซี่ เธอ นอนล้มพับอยู่บนพื้นและไม่สามารถลุกขึ้นได้ชั่วขณะ
“ปกติผมไม่ต่อยผู้หญิงหรอกนะ” พ่อเซียวจ้องมองพี่หยางอย่าง เย็นชา ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
“เดินผ่านงั้นเหรอ? กล้องวงจรปิดบันทึกภาพทุกอย่างชัดเจน บันไดก็ยังอยู่ตรงนั้น งั้นก็รอไปชดใช้กรรมในคุกได้เลย!”
พ่อเซียวชี้ไปทางกล้องวงจรปิด ซึ่งทำให้พี่หยางตกใจจนใบหน้า ซีดเซียวถนัดตา
สามีของเธอพยายามร้องขอความเมตตาอย่างน่าเวทนา
“อย่าตีผม อย่าตีผมเลยนะ ผมไม่อยากติดคุก! นางแพศยานั่น อิจฉาที่บ้านพวกคุณมีแผงโซลาร์เซลล์ หล่อนบังคับผมให้มาที่นี่
ด้วยกัน ถ้าจะตีก็ตีหล่อนคนเดียว ผมไม่เกี่ยวอะไรด้วย! คุณอย่าตีผม อีกเลยนะ แล้วไปตีนางนั่นแทน! เรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของหล่อน คนเดียว!
“แกว่ายังไงนะ? หลี่เหอ! นี่แกยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า!!!”
พี่หยางหันมองสามีด้วยความเหลือเชื่อ เห็นได้ชัดว่าเขามาด้วย เพราะต้องการแผงโซลาร์เซลล์เหมือนกัน ขนาดบันไดเขาก็ยังเป็น คนพาดมันด้วยตัวเองด้วยซ ้า
“ที่รัก สารภาพออกมาเถอะ พวกเขาแจ้งตำรวจแล้ว ทำไมไม่ มอบตัวกับตำรวจแล้วบอกว่าคุณทำคนเดียว ผมเข้าคุกไม่ได้หรอก นะ ผมต้องกลับไปดูแลเด็ก ๆ ที่บ้าน” หลี่เหอขอร้อง
“แกนี่มันหน้าไม่อาย อย่าเรียกตัวเองว่าผู้ชายอีกเลย! แกจะทำ แบบนี้กับฉันไม่ได้!”
พี่หยางทรุดตัวลงบนพื้นและเมินพ่อเซียวอย่างสมบูรณ์ เธอทุบ ตีหลี่
เหออย่างบ้าคลั่ง ไม่นานทั้งสองก็ทะเลาะกันเอง
พ่อเซียวไม่ได้ลงมือทำสิ่งใด และเพียงเฝ้ามองทั้งคู่ทะเลาะวิวาท เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เพราะเห็นได้ชัดว่านี่มันคืองานของ เขาต่างหาก
เซียวหมิงเยวี่ยไม่ได้อยู่เฉย เธอถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถืออยู่ ตลอด
เธอถ่ายติดใบหน้าของพี่หยางอย่างใกล้ชิดและโพสต์วิดีโอลงใน กลุ่มแชตชุมชน พร้อมกับเขียนเตือนทุกคนให้ระมัดระวังโจรย่องเบา ซึ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่ทุกคนในชุมชน
มีนกฮูกกลางคืนหลายตัวที่ยังคงตื่นอยู่ เมื่อเห็นหน้าของพี่หยาง บวมเป่งเหมือนหมู พวกเขาต่างก็ตกใจ
[นักรบยามค ่าคืน] : ผมเคยเจอเธอคนนี้ สัปดาห์ที่แล้วเธอไปเอา อาหารของผมที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งที่ผมเป็นคนสั่งจอง แต่เธอกลับยืน กรานว่าเป็นของตัวเอง
[ชายเขี่ยเท้าผู้ยิ่งใหญ่] : งั้นก็กรรมตามสนอง!
[บุปผาขาวดอกน้อย] : ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรทำร้ายคนอื่นนะคะ นี่
น่ากลัวเกินไปแล้ว ทำไมพวกคุณไม่ไล่พวกเขาออกไปล่ะ?
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : พ่อของฉันเป็นนักมวยอาชีพ เขามี นิสัยรักความยุติธรรม และเกลียดอาชญากรรม จึงเผลอมือหนักไป หน่อย ฉันขอโทษที่ทำให้ทุกคนกลัวนะคะ เราทุกคนอยู่ในชุมชน เดียวกัน สำหรับคนเลวแบบนี้ เราควรร่วมมือกันกำจัดออกไปจาก ชุมชน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการลักเล็กขโมยน้อยไปทั่ว หรือหากคน คนนั้นจิตใจเหี้ยมโหด พวกเขาอาจฆ่าทุกคนในบ้านและยกเค้า สิ่งของทั้งหมด!
[นักรบยามค ่าคืน] : สิ่งที่คุณพูดข้างต้นสมเหตุสมผล อากาศ ร้อนและทุกอย่างก็ราคาสูงขึ้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมเลวร้ายได้ ง่าย ทุกคนระวังตัวกันด้วยนะครับ
[บุปผาขาวดอกน้อย] : มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้ามีคน ขาดแคลนอาหารและเครื่องดื่ม ทุกคนก็แค่ช่วยกันคนละไม้ละมือ ไม่ได้หรือไง
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ถ้าโจรบุกเข้าบ้าน คุณคงจะแบ่งข้าว ให้พวกเขากินสินะ? ในเมื่อคุณใจดีมาก ทำไมคุณไม่พาพี่หยางกลับ ไปดูแลที่บ้านและใช้ไฟฟ้าในบ้านคุณล่ะ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้อง ออกมาขโมยของของคนอื่นแบบนี้
[บุปผาขาวดอกน้อย] : หยาบคายเกินไปแล้วนำ ทำไมต้องพูด ถึงขนาดนี้ด้วย? หมดคำจะพูดจริง ๆ
[จันทร์กระจ่างกลางใจ] : ถ้าไม่มีอะไรจะพูดก็แค่หุบปากไปซะ
เธอปิดโทรศัพท์หลังจากตอบข้อความในกลุ่ม พ่อเซียวได้โทร แจ้งตำรวจก่อนหน้าแล้ว และในเวลานี้ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ
เมื่อเซียวหมิงเยวี่ยมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายชัดเจน นี่ นี่มันคุณลุง ตำรวจคนนั้น!
“ดึกดื่นขนาดนี้ไม่หลับไม่นอน เกิดอะไรขึ้นหรือครับ? โทรแจ้ง ตำรวจด้วยเรื่องอะไร?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเดินเข้ามา และตามมาด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกนาย
“สวัสดีค่ะคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง”
เซียวหมิงเยวี่ยยิ้มทักทาย “นี่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจโอวหยางหรือ เปล่าคะ? สวัสดีค่ะคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจโอวหยาง”
เจ้าหน้าที่ตำรวจโอวหยางดูสับสน “คุณรู้จักผมด้วยเหรอครับ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งจำเซียวหมิงเยวี่ยได้ทันที “นี่เป็นญาติของ คนที่ใช้มีดกรีดแขนคุณครั้งก่อนไง”
เซียวหมิงเยวี่ยยักไหล่ “ไม่ใช่ญาติค่ะ แต่เป็นศัตรู”
เธอแนะนำพ่อแม่ให้รู้จักอีกฝ่าย จากนั้นพ่อและแม่เซียวก็ได้รู้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายนี้เป็นคนจัดการเรื่องลุงใหญ่
“ขอบคุณมากนะคะคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง แล้วก็ขอโทษที่ทำ ให้ต้องได้รับบาดเจ็บนะคะคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจโอวหยาง” แม่เซียว กล่าวขอโทษ
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของพวกเรา” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง กล่าว
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร! อาการบาดเจ็บของผมหายดีนานแล้ว” เจ้าหน้าที่ตำรวจโอวหยางยิ้มอย่างจริงใจ
ทันทีที่พี่หยางเห็นนายตำรวจ เธอก็เพิกเฉยที่จะทะเลาะกับสามี ต่อไป ก่อนจะวิ่งเข้ามาร้องไห้และพูดอ้อนวอน
“คุณตำรวจต้องทวงความยุติธรรมให้ฉันด้วยนะคะ! พวกเขารุม ทำร้ายฉันจนฟันหักไปถึง 3 ซี่! ฉันต้องไปโรงพยาบาลเพื่อระบุ อาการบาดเจ็บ พวกเขามีความผิดฐานเจตนาทำร้ายร่างกาย! รีบพา เจ้าพวกสัตว์นรกไปยิงเป้าลงโทษเร็ว ๆ สิคะ!”
สภาพพี่หยางค่อนข้างย ่าแย่ ใบหน้าของเธอบวมเป่งและอาบ เลือด เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งและเจ้าหน้าที่ตำรวจโอวหยางต่างก็ตก ตะลึง
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งถาม
พ่อเซียวถอนหายใจ จากนั้นอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจน พร้อมเปิดภาพวิดีโอที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดบนโทรศัพท์มือถือ
เสียงพี่หยางในวิดีโอชัดเจนมาก โดยเฉพาะประโยคที่พูดว่า
“ถ้าฉันไม่ได้ใช้ พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์ได้ใช้เหมือนกัน ฉันจะทุบมัน ทิ้งให้หมด!”
หลังจากดูวิดีโอวงจรปิด เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้งเงยหน้าขึ้นอย่าง เหลืออด
“ป้าครับ คุณเจตนาขโมยของของคนอื่น และยังต้องการทำลาย ทรัพย์สินเพียงเพราะคุณใช้ไม่เป็น ยิ่งกว่านั้นสามีของคุณเป็นฝ่าย เริ่มก่อน พวกเขาทำเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น”
พี่หยางตะคอกด้วยความโกรธ “คุณหมายความว่ายังไง! ฉัน ได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยนะ คุณไม่ทวงความยุติธรรมให้ฉัน แล้วยังไป ปกป้องคนร้ายอีก! นี่รับสินบนมาเท่าไหร่แล้วฮะ? ทุกคนเร่เข้ามาดู เร็วเข้า ตำรวจสมรู้ร่วมคิดกับคนร้าย ตำรวจเลวกำลังปกป้องอาชญา กร!”
พี่หยางย่อตัวลงพร้อมกรีดร้องเสียงดัง ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส บนใบหน้า เธอจึงดูเหมือนเหยื่อที่ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว
แต่ผู้คนในปัจจุบันไม่ได้หลงกลอุบายง่าย ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจเจิ้ง เคยเห็นคนประเภทนี้มานักต่อนัก
นายตำรวจหนุ่มตะคอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“คุณรู้ไหมว่าโทษของการใส่ร้ายตำรวจคืออะไร ผมจะพาคุณไป สถานีตำรวจด้วยกันเดี๋ยวนี้!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ พี่หยางคล้ายกับกลายเป็นเป็ดถูกรัดคอ เสียงของเธอขาดห้วงไปในทันที