ย้อนเวลาก่อนวันสิ้นโลก พร้อมมิติส่วนตัว - ตอนที่ 29 ไปเยี่ยมญาติและไปบ้านลุงรอง
“สังเกตไหมว่าช่วงนี้ในบ้านเรามียุงมากขึ้น?” พ่อเซียวถามขณะ คัดเลือกผัก
“อาจเพราะเรามีแปลงผักและเล้าไก่ที่บ้าน ก็เลยดึงดูดพวกแมลง มาน่ะ” ผู้เป็นยายตอบอย่างไม่คิดมาก
พ่อเซียวส่ายหน้า “ไม่ ผมรู้สึกได้ชัดเจนเลยว่าบ้านเรามียุงเยอะ ขึ้น เมื่อกี้ไปรดน ้าผักมาก็เจอว่าในที่ตักน ้ามียุงนอนตายกันเต็มไป หมด แถมยังตัวใหญ่กว่ายุงปกติ วางไข่กันอยู่เยอะเลย”
“เป็นยุงพิษค่ะ” เซียวหมิงเยวี่ยบอกเสียงเรียบ
มันเป็นยุงพันธุ์พิเศษหลังวันสิ้นโลก ตัวใหญ่กว่ายุงธรรมดา บาง ตัวสามารถใหญ่ได้เท่าฝ่ามือผู้หญิง กัดเจ็บมาก ทิ้งแผลบวมเป่งที่ทั้ง เจ็บทั้งคัน อาการไม่ทุเลาลงไปครึ่งเดือน
พวกมันอยู่กันเป็นฝูง ขยายพันธุ์ได้ว่องไวมาก หากไม่จัดการ ภายในสองวัน ทั้งบ้านจะกลายเป็นรังยุง พวกมันจะพากันบุกมาหา มนุษย์เพื่อทิ่มแทงเข็มพิษดูดเลือด
“พ่อ ใช้ผ้ามุ้งมาปิดช่องเปิดเข้าบ้าน พ่นยากันยุงและน ้าอบกัน ยุงตามมุมเถอะ ยุงพิษนี้กัดคนเจ็บมาก” เซียวหมิงเยวี่ยบอก
“ได้”
เมื่อพ่อลูกตกลงกันว่าจะทำ เซียวหมิงเยวี่ยก็หาผ้ามุ้งผืนใหญ่มา ปิดพื้นที่เปิดในบ้านและกำแพงด้านหลัง ไม่ให้ยุงบินเข้ามาได้
เนื่องจากมียุงอยู่ในบ้านบ้างแล้ว เซียวหมิงเยวี่ยจึงเน้นดูตาม แหล่งน ้าขัง และพบว่ามียุงวางไข่อยู่ในถังน ้า และยังมีอีกหลายตัวอยู่ ในบ่อในเล้าไก่
เธอเปลี่ยนน ้าในถังทั้งหมด ทำความสะอาดบ่อในเล้าใหม่ พ่นยา กันยุงตามมุมบ้าน ส่วนตรงกำแพงก็เทน ้าอบกันยุงเอาไว้
พ่อลูกง่วนกันทั้งบ่าย ในที่สุดบ้านก็สะอาดและไม่มียุงให้เห็นอีก
เพียงเท่านั้นก็พอทำให้เซียวหมิงเยวี่ยวางใจลงได้ เข้าใจดีว่ายุง ระลอกนี้เป็นเพียงการทดสอบขั้นเล็ก ๆ อีกไม่นานจะเกิดโรคระบาด จากยุงเหล่านี้ หลังจากนั้นพวกมันจะบินมากันแบบมืดฟ้ามัวดิน ไม่ เกรงกลัวอุณหภูมิร้อนระอุแต่อย่างใด ชนิดที่ว่าสามารถบดบัง แสงอาทิตย์ได้เลยทีเดียว
…
“หมิงเยวี่ย ภรรยาลูกพี่ลูกน้องของลูกเพิ่งจะคลอดลูก ยายเขา อยากจะไปเจอหน้าเหลนสักหน่อย เราไปเยี่ยมบ้านลุงรองกันเถอะ”
แม่เซียวประกาศข่าวว่าให้ทั้งครอบครัวไปเยี่ยมบ้านลุงรอง
ยายกับตาเคยอยู่กับครอบครัวลุงรองมาก่อน ลุงรองเป็นชาวสวน อัจฉริยะที่ปลูกมันฝรั่งในบ้านเกิด เป็นคนซื่อสัตย์และเถรตรง ภรรยา ของลุงรองเองก็เป็นคนเรียบง่าย
แต่มันก็หมายความว่าต้องไปพบครอบครัวลุงใหญ่ผู้หยิ่งทะนง อีกแล้ว
ก่อนออกเดินทาง เซียวหมิงเยวี่ยช่วยพ่อเก็บของ ยายคว้าตัวแม่ เซียวไว้ก่อนบอกว่า ภรรยาของหลานคลอดลูกทั้งที อากาศก็ร้อน มาก ให้ยืมแผงโซลาร์เซลล์ได้ไหม ถึงอย่างไรผู้ใหญ่ก็ทนร้อนกันได้ แต่เด็กทนไม่ได้ ส่วนผู้หญิงเพิ่งคลอดคงทนไม่ไหวเหมือนกัน
เธออยู่บ้านลูกสาวมานานโดยไม่เรียกร้องอะไร ตอนนี้ถือเสียว่า เธอขอ
เซียวหมิงเยวี่ยที่เดินผ่านมาได้ยินเข้าก็ยินยอม ในมิติของเธอยัง มีแผลโซลาร์เซลล์อีกมาก ให้เป็นของรับขวัญหลานก็เป็นความคิดที่
ดีเหมือนกัน
อีกทั้งครอบครัวลุงรองก็ค่อนข้างดีกับเธอ
แม่เซียวมีความสุขมาก ชื่นชมไม่หยุดปากว่าลูกสาวมองการณ์ ไกลที่ซื้อแผงโซลาร์เซลล์มาหลายอัน ทำให้เธอดูดีในสายตา ครอบครัว
“อากาศร้อนแบบนี้ คงจะเดินทางลำบากแย่ พ่อ แม่ น้องสาว น้องเขย เข้ามาก่อนสิ!”
“มาถึงที่นี่แล้ว ยังหอบอะไรมาอีกกัน”
ลุงรอง ป้าสะใภ้รอง และลูกพี่ลูกน้องมาต้อนรับหน้าประตูพร้อม รอยยิ้ม
“ไม่ร้อนเกินไปหรอก ในรถมีแอร์อยู่! พี่รอง พี่สะใภ้ ยินดีด้วยนะ ที่ได้หลานชาย ฉันในฐานะญาติผู้ใหญ่จะไม่เอาของมารับขวัญ หลานได้ยังไง” แม่เซียวพูดด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะลุงรอง ป้าสะใภ้รอง ลูกพี่ลูกน้อง มาช่วยหน่อย มีของ หลังรถเยอะเลย” เซียวหมิงเยวี่ยตะโกนบอก
“ได้สิ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
ในระหว่างนั้นเอง ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่ก็เดินออกมาจากห้อง
“ยืนทำอะไรหน้าบ้านล่ะ ทำไมไม่รีบเข้ามา ด้านนอกแดดแรง มาก!” ลุงใหญ่เอ่ย
ป้าสะใภ้ใหญ่นิ่วหน้าก่อนบอก “ชนบทนี่ร้อนกว่าในเมืองเสียอีก ด้านนอกร้อนแต่ด้านในก็ไม่ได้ดีกว่าด้านนอกมากเท่าไหร่นัก ฉัน บอกให้เมียเจ้ารองรีบไปทำอาหารไว้แล้ว ตอนนี้หิวจนแทบตายอยู่ แล้วเนี่ย”
ยายก้าวลงมาจากรถแล้วบอก
“ถ้าคิดว่าร้อนเกินไปก็เข้าไปด้านในก่อนสิ”
แต่เมื่อป้าสะใภ้ใหญ่เห็นว่ามีของในรถมากมายก็ตาลุกวาว ก่อน รีบวิ่งไปดูและเอ่ย
“แหม น้องสี่กับน้องเขยเอาของมาฝากเยอะแยะขนาดนี้เลย เหรอ?”
เซียวหมิงเยวี่ยกล่าวยิ้มแย้ม “เยอะอะไรกันคะป้าสะใภ้ใหญ่ เรา เอามาแค่ขึ้นฉ่าย ข้าวโอ๊ต กะหล ่าปลี หัวไชเท้า ฟักทอง และอื่น ๆ แล้วก็มีขาหมู ซี่โครงหมู แอปเปิลกับแก้วมังกรอย่างละ 2 ชั่ง เห็ด 1 กล่อง ไข่ 1 ตะกร้า แค่นั้นเองค่ะ ไม่ได้มีค่าอะไร ไม่ดีเท่าของป้าสะใภ้ ใหญ่กับลุงใหญ่หรอกค่ะ”
สีหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่เปลี่ยนไป เธอพูดอย่างกระอักกระอ่วนว่า
“เธอเรียกว่าไม่เยอะเหรอ ทุกวันนี้ข้าวของแพงมาก ฉันไม่เคย เห็นผักใบเขียวมานานแล้ว แล้วเนื้อนี่…”
เธอไม่ได้กินเนื้อมา 2 เดือนแล้ว กว่าจะซื้อหมูครึ่งชั่งได้นั้นไม่ ง่ายเลย ต้องเอาส่วนหนึ่งไปฝากญาติเพื่อโอ้อวดสักหน่อยแล้ว อีก ส่วนค่อยกินเองภายหลัง!
“อะแฮ่ม!”
ลุงใหญ่ส่งเสียงกระแอมขัดภรรยา เขาเอามือไพล่หลัง สายตา เหลือบมองของในรถ
“ก็แค่อาหาร อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ลุงใหญ่แทบละสายตาจากผลไม้ไปไม่ได้เลย เขากลืนน ้าลายอึกใหญ่ เกือบจะลืมไปแล้วว่าแอปเปิลรสชาติเป็น อย่างไร
เซียวหมิงเยวี่ยยกยิ้มมุมปาก ลุงใหญ่ของเธอเป็นคนปากแข็งมา แต่ไหนแต่ไรแล้ว
“ลุงใหญ่ แล้วลุงเอาอะไรมาด้วยคะ?”
สีหน้าของลุงใหญ่เลิ่กลั่ก เขาเอามาเพียงหมูครึ่งชั่ง เพราะ ต้องการโอ้อวดว่าครอบครัวมีเนื้อกิน แต่นึกไม่ถึงว่าจะเทียบกับขาหมู และซี่โครงหมูของครอบครัวน้องสี่ไม่ได้เลย
แม้ทางการจะใช้สำรองเนื้อเพื่อควบคุมราคาเนื้อ ทว่าก็ทำได้แค่ กดราคาเอาไว้ในระดับต ่าไม่ให้สูงขึ้นเท่านั้น
สำหรับคนที่ยินดีซื้อเนื้อเพื่อเอาหน้า ขาหมูกับซี่โครงหมูที่เซียว หมองเยวี่ยเอามาถือว่ามีค่ามหาศาล พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะนึกถึง ราคาเลยด้วยซ ้า
ดูเหมือนครอบครัวของน้องสี่จะรุ่งเรืองขึ้นมาก
ป้าสะใภ้รองกล่าวคลี่คลายสถานการณ์ “จะเป็นสิ่งใดก็ล้วนมา จากความหวังดี แค่น้องสี่กับน้องเขยทุ่มเงินซื้อของฝากมาให้ก็ดีใจ มากแล้ว ฉันได้ยินมาว่าราคาข้าวของในเมืองแพงกว่าในชนบท ผัก ใบเขียวกับผลไม้ราคาแพงหูฉี่ เนื้อก็แพงจนน่าตกใจ ครอบครัวเรา
ปลูกมันฝรั่งเลยมีติดบ้านไว้มาก ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหาร ดังนั้นไม่ ต้องเสียเงินทองขนาดนี้ก็ได้”
ผักที่ขายในเมืองมักเป็นพืชทนแล้ง เช่น มันเทศ มันฝรั่ง มัน หวาน แต่ผักใบเขียวต้องใช้ดินที่ความชื้นสูง ตอนนี้ปลูกได้แค่ใน โรงเรือน ต่อให้นำไปขายคนทั่วไปก็ไม่มีปัญญาซื้อ
พ่อเซียวบอก “ของพวกนี้ครอบครัวเราปลูกเอง ไข่ก็ได้มาจาก แม่ไก่บ้านเรา ส่วนเนื้อครอบครัวเราก็สำรองเอาไว้ก่อนหน้านี้ พี่รับไว้ เถอะ ที่บ้านมีเรื่องมงคลทั้งทีไม่ใช่เหรอ ชิงหว่านบอกว่าต้องเอามาให้ เยอะ ๆ เราสองครอบครัวไม่ต้องเกรงใจกัน”
แม่เซียวยิ้ม “ใช่แล้ว พี่รอง พี่สะใภ้รอง อย่าได้เกรงใจ การมี หลานเป็นเรื่องมงคล ฉันเอาอาหารมาให้หลานสะใภ้บำรุงร่างกาย เยอะแยะเลย”
ลุงรองกับป้าสะใภ้รองซาบซึ้งใจ ตอนนี้ลูกสะใภ้จะได้ลาภปาก แล้ว