Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 330: อัสการ์ อัสการ์ และอัสการ์
เหตุการณ์กลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง กัลลาร์ดมองทั้งศัตรู ชวาร์ซและชารูนาที่ดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยสายตาไร้อารมณ์ สองคนหลังเป็นทั้งลูกศิษย์และคนที่ใกล้เคียงกับคำว่าครอบครัวที่สุดหลังจากที่กัลลาร์ดเสียครอบครัวที่แท้จริงไป เขาเองยังประหลาดใจเลยที่ตนเองไม่รู้สึกอะไรสักนิดหากทั้งสองจะถูกทำลายลงไปด้วยในวินาทีนี้
“ได้โปรด… ขอแค่ชารูนาก็ยังดี ปล่อยเธอไปเถอะครับ”
“ชวาร์ซ” เด็กสาวมองหน้าคนที่เป็นยิ่งกว่าพี่ชายของเธอ ชวาร์ซพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อรับความเสียหายแทน มันทำให้หน้ากากของเขาแตกออก
สิ่งที่อยู่ภายใต้หน้ากากไม่ได้เหนือความคาดหมายนัก ทุกคนในที่แห่งนี้คุ้นเสียงของเขาตั้งแต่แรก เขามีใบหน้าที่คุ้นเคย นั่นคืออัสการ์จากโลกที่ล่มสลายนั่นเอง
“นี่ตกลงมีผมอยู่กี่คนกันแน่เนี่ย” เสียงมาจากซากของบันไดสู่ชั้นล่างที่พังถล่มไปแล้ว ใครคนหนึ่งกำลังพยายามดันหินที่ขวางทางเพื่อกลับขึ้นมา เขาคืออัสการ์จากทรูซีนที่ร่วงลงไปก่อนหน้านี้
“ไม่เคยรู้สึกเบื่อขี้หน้าตัวเองเท่านี้มาก่อนเลย” อัสการ์จากอัลเทอร์เนตซีนมาพร้อมกับดาบที่หักไปแล้ว
เป็นภาพที่แม้แต่กัลลาร์ดก็ไม่เคยคิดจะได้พบ อัสการ์สามคนจากสามโลกต่างพยายามฝืนการทำลายล้างด้วยไดเมนชันดิสทอร์ชันของตน ต่างคนต่างค่อย ๆ ขยับมาทีละก้าวด้วยจิตมุ่งร้าย
“แม้แต่เจ้าด้วยสินะชวาร์ซ”
“ศัตรูจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ผมไม่ปล่อยให้ท่านทำให้ชารูนาตายไปด้วยหรอก” ชวาร์ซตะโกน
“ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คุณคือจุดเริ่มต้นของทั้งหมดสินะครับ” อัสการ์ทรูซีนขยับเข้ามาใกล้เร็วกว่าที่คิด เขาใช้เวทมนตร์หลายบทเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวในสภาพที่มิติบิดผัน
“แกคือศัตรูขององค์กร ศัตรูของมนุษย์ทุกคน ต่อให้ดาบเล่มนี้จะหักไปแล้ว แต่มันตัดหัวแกได้แน่นอน” คนสุดท้ายที่ใช้แรงต้านดันขึ้นมาข้างหน้าคืออัสการ์จากอัลเทอร์เนตซีน
“ชวาร์ซหนีไปซะ ถ้าเป็นเจ้าต้องหนีไปได้แน่ ไม่ต้องห่วงข้าหรอก อย่าต่อต้านท่านกัลลาร์ด” ชารูนาร้องขอทั้งน้ำตา
“อัสการ์! อย่าเข้าไป” ฟรองเซย์ที่สติใกล้หมดใช้เรี่ยวแรงที่เหลือตะโกนบอกเพื่อน อัสการ์หันมายิ้มให้เล็กน้อยก่อนที่จะกลับไปเดินฝ่าพายุมิติต่อ
“รุ่นพี่ ระวังตัวนะคะ” ลอเรนซ์ก็ตะโกนบอกอัสการ์ผู้เป็นรุ่นพี่ของเธอเช่นกัน แต่ว่าเสียงของเธอไปไม่ถึงอีกฝ่าย
กัลลาร์ดไม่ได้เห็นทั้งสามอยู่ในสายตา เขาแสดงพลังอีกอย่างของไดเมนชันดีสทอร์ชันให้ทุกคนเห็น ในห้วงมิติบิดเบี้ยวนี้ การที่ผู้มีพลังเกี่ยวกับมิติอย่างเอ็กซิคิวชันเนอร์จะเปิดช่องทางหนีของตัวเองมันเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับตัวกัลลาร์ดเองที่เป็นผู้ควบคุมช่องว่างที่บิดผัน การเปิดประตูขึ้นมามันง่ายราวกับพลิกผ่ามือ
ประตูทั้งสามถูกเปิดออกในระยะกระชั้น อัสการ์สามคนจากสามโลกไม่มีโอกาสตั้งตัวเลยสักนิด พวกเขาถูกดูดเข้าไปในประตูเหล่านั้น
ฟรองเซย์ ลอเรนซ์ และชารูนาร้องห้ามจนสุดเสียง สภาพของแต่ละคนอย่าว่าแต่จะหยุดกัลลาร์ดเลย แค่เอาตัวเองให้รอดก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้ว พวกเธอจึงได้แต่มองประตูปิดลงไปพร้อมกับที่กัลลาร์ดหยุดการใช้ไม้ตายของเขา
อัสการ์จากทรูซีนพบว่าบรรยากาศรอบตัวของเขาเปลี่ยนไป ดูเหมือนเขาจะสลบไปไม่นานนัก เมื่อตั้งสติได้เขาก็เริ่มสำรวจรอบตัวเอง สถานที่แห่งนี้มันไม่ใช่ซากที่พังทลายของวิหารแห่งกาลเวลาหรือว่าเมืองใดเมืองหนึ่งของกิงคารอน รอบกายของเขาเต็มไปด้วยต้นไม้และพืชพรรณหน้าตาประหลาด ที่นี่คือป่าและเป็นป่าที่เขาไม่รู้จัก
“นี่เราถูกพัดกระเด็นมาที่ไหนกันเนี่ย” อัสการ์พึมพำกับตัวเอง
…ปลอดภัยดีใช่ไหม…
“หา อะไรเนี่ยเสียงในหัวเรอะ”
…นี่ข้าเองชวาร์ซ เวลาไม่มีแล้วอย่าเพิ่งถามอะไรมาก เจ้ายังอยากช่วยทุกคนจากท่านกัลลาร์ดใช่ไหม…
“อยากสิ ฟรองเซย์ เวโรนิกา นอกจากนั้นก็ยังมีคนที่ยังไม่ตายอีกตั้งหลายคน เจ้ามีวิธีพาข้ากลับไปใช่ไหม”
…ไม่มีหรอก นอกจากเจ้าจะยอมตาย…
“หาาา”
…ตั้งใจฟังให้ดี ตอนนี้ทั้งข้า เจ้า และอัสการ์อีกคนต่างหลุดกระจายไปคนละมิติ ข้ากับอัสการ์อีกคนมีพลังในการเปิดมิติแต่พวกเราถูกพลังของท่านกัลลาร์ดขัดขวางไว้ กว่าที่จะเปิดมิติกลับไปได้พรรคพวกของเราคงถูกสังหารจนหมดแล้ว…
“จะใช้วิธีอะไรก็รีบบอกมาเถอะ”
…ท่านกัลลาร์ดแข็งแกร่งขนาดนี้เพราะว่าท่านเคยสังหารตัวเองในมิติอื่น ถ้าพวกเราจะกลับไปสู้พวกเราก็ต้องใช้วิธีเดียวกัน ถ้าเราสามคนรวมเป็นหนึ่งล่ะก็…
“เจ้ากำลังจะบอกว่าให้ข้า… ยอมตายงั้นเหรอ”
…มันไม่มีวิธีอื่นแล้ว…
“แล้วอัสการ์อีกคนล่ะ เขาเห็นด้วยกับวิธีนี้เหรอ”
…เขาเป็นคนเสนอวิธีนี้เอง รายนั้นมองว่าท่านกัลลาร์ดเป็นภัยใหญ่หลวง ต่อให้ต้องสละชีวิตก็ต้องหยุดเขาให้ได้ ที่สำคัญมันไม่ใช่การสละชีพอย่างที่เจ้าเข้าใจหรอกนะ พวกเราสามคนจะกลายเป็นคน ๆ เดียวกัน หนึ่งร่าง แต่มีสามวิญญาณ สามประสบการณ์ที่หลอมรวมกันต่างหาก…
“ขอเวลาข้าตัดสินใจอีกหน่อยได้ไหม”
สิ่งที่อัสการ์หวาดกลัวที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ความตาย เขาคิดว่าการกลายเป็นใครอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่ตนเองนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าหลายเท่า เขามีเรื่องที่อยากทำอีกมากมาย มีสิ่งที่อยากพูดอยากบอกกับฟรองเซย์อีกมากแต่ไม่เคยมีความกล้าพูดออกไป เขากลัวว่าการรวมร่างจะทำให้ความรู้สึกเหล่านี้หมดไปด้วย
…เจ้าต้องตัดสินใจแล้ว…
“บอกวิธีมา”
ซากวิหารแห่งกาลเวลา ประเทศกิงคารอน
“แกนี่มันโง่รึเปล่า วางแผนซะมากมาย หลอกให้กิงคารอนรวบรวมพลังให้กับหนังสือ หลอกเอ็กซิคิวชันเนอร์และคนในโลกนี้ให้มาสู้จนล้มตายไปนับพันนับหมื่น แต่พอได้หนังสือที่สมบูรณ์มาแล้ว แทนที่จะรีบหนีไป กลับมาเสียเวลากับพวกเราอยู่ตรงนี้” ดิแอสแขวะใส่
“จริงอย่างที่แกพูดนั่นแหละ… ดูเหมือนว่าข้าจะเล่นสนุกเลยเถิดเกินไปหน่อย” กัลลาร์ดยอมรับแต่โดยดี เขาเหลือบมองกลุ่มที่เพิ่งมาถึง ทั้งที่อยากเลี่ยงการปะทะกับคนเหล่านี้แต่ดูเหมือนจะสายไปแล้ว
“หืมมม หน้าหมอนี่คุ้น ๆ แฮะ” เรย์ที่เพิ่งมาถึงคือคนแรกที่พูดถึงกัลลาร์ด
“อดีตหัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์ของกิงคารอนไงล่ะ” จีดัสเพ่งมองใบหน้าของกัลลาร์ดอย่างสนใจ ชายผู้นี้ดูหนุ่มยิ่งกว่าช่วงราวยี่สิบปีก่อนในยุคของเรย์ แต่จีดัสแน่ใจว่าชี้ตัวถูก เขาจำใบหน้าได้อย่างแม่นยำ
“ดีวาน ฮาจา เวเน” โซนาตาเรียกชื่อเหล่านั้น ทั้งสามพยักหน้าอย่างรู้งาน หน้าที่ของพวกเขาคือช่วยเหลือคนเจ็บและคนตายที่มีมากมายนับไม่ถ้วน
กัลลาร์ดไม่ได้พยายามขัดขวางการช่วยเหลือ เขาปล่อยให้กลุ่มอะบีสช่วยคนตามใจชอบ โซนาตาไม่ได้ช่วยแค่ไลริค โซลิเน ลูเมนและวาโลที่เป็นคนของตัวเอง เขายังช่วยฟรองเซย์ เวโรนิกา และเผื่อแผ่ไปแม้แต่พวกฟอร์ชาโดเวอร์
“ช่วยคนโดยไม่เลือกเลยนะ ไม่ได้สนใจเลยว่าใครควรจะรอดหรือควรจะตายตามประวัติศาสตร์ โอ้… จริงสิประวัติศาสตร์ในยุคนี้ถูกบันทึกไว้แค่เล็กน้อย คงไม่รู้แหละนะว่าควรช่วยหรือไม่ควรช่วยใคร”
“ไม่ต้องช่วยหาข้อแก้ตัวให้ก็ได้ ตามที่ว่าแหละ ฉันไม่สนใจประวัติศาสตร์เฮงซวยอะไรพวกนั้นหรอก”
“ทั้งที่ฉลาดขนาดสร้างของอย่างเครื่องข้ามเวลาขึ้นมาได้ ทำไมถึงไม่เข้าใจเรื่องง่าย ๆ เลยนะ เพราะคนแบบแกนี่แหละโลกมันถึงยุ่งเหยิง ถ้าไม่มีแกซะฟอร์ชาโดเวอร์ก็จะไม่เกิดขึ้น”
“ก็คงงั้นแหละ แต่มันก็จะทำให้กัลลาร์ด อมาเรียสไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ”
กัลลาร์ดเลิกคิ้วขึ้น “นี่แกรู้ถึงไหนกัน”
“ไม่มากหรอก” โซนาตาแสยะยิ้ม “เรารู้ว่าเรื่องที่โลกนี้กำลังจะพังเพราะราลูโซลเป็นเรื่องแหกตา เลยสืบต่อจากตรงนั้น ทำให้มั่นใจว่ามีใครบางคนชักใยอยู่เบื้องหลังโครงการโครนิเคิลออฟซีน มีใครบางคนต้องการเสี้ยมให้สองโลกต้องทำสงครามกันและหาประโยชน์จากคนตายจำนวนมากมามอบพลังให้กับหนังสือ”
“โฮ่” กัลลาร์ดรู้สึกประหลาดใจที่อีกฝ่ายรู้มากกว่าที่เขาคิด
“ก็เลยตั้งใจชิงหนังสือตัดหน้าน่ะแหละ”
“เสียใจด้วยนะที่ผิดแผน”
“เฟรย์การ์ดยังไงก็โผล่มาแน่นอน พวกนั้นไม่ปล่อยโอกาสดีที่จะเล่นงานพวกเราให้หลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา และเพราะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ ตัวการใหญ่แบบแกเลยกล้าโผล่หัวออกมาไม่ใช่เหรอ”
“ถึงกลุ่มอะบีสทั้งกลุ่มอยู่ตรงนี้ ข้าก็มีวิธีชิงหนังสือไปได้”
“แล้วถ้ารวมพวกเราเข้าไปด้วยล่ะ” ดิแอสที่เกือบตายไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมด้วยพลังรักษาของดีวาน
“เจ้าส่งอัสการ์ไปที่ไหน” ฟรองเซย์ลุกขึ้นมาได้แล้วเช่นกัน ถัดจากเธอคือลอเรนซ์ที่เรี่ยวแรงกลับมากำลังชี้ปืนไปที่กัลลาร์ดทันที
“แกบังอาจทำกับรุ่นพี่” ลอเรนซ์แผดเสียงอย่างเกรี้ยวกราด
“ทุกคนน่าจะเห็นผ่านไซคิกเน็ตเวิร์กแล้ว คงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าเจ้านี่มีพลังอะไรบ้าง”
โซนาตาพยักหน้าให้ไลริค มันคือเหตุผลที่เขาไม่ได้พาสมาชิกทั้งหมดมาที่นี่แต่เลือกมาเฉพาะคนที่มีหน้าที่เท่านั้น
“โซลิเนฝากพาวาโล ลูเมน ออกไปก่อนได้ไหม พวกอลินากับคนที่เหลือรออยู่ที่ยานแล้ว”
“เอ๋ เดี๋ยวสิ พวกเราก็สู้ได้นะ” วาโลเจ็บใจที่ก่อนหน้านั้นเขาถูกเล่นงานจนหมอบจึงแทบยังไม่ได้สู้กับกัลลาร์ดสักนิด
“เฟรย์การ์ดล่าถอยไป แต่อาจกลับมาได้ทุกเมื่อ ฝากทางนั้นด้วย”
เจอโซนาตายกเหตุผลแบบนั้นมา สองพี่น้องจึงได้แต่รับปาก
“ฉันจะกลับไปช่วยทางนั้น แต่อย่างน้อยให้ไลริคอยู่ช่วยทางนี้เถอะค่ะ”
โซนาตายิ้มตอบโซลิเน “ตั้งใจแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ”
ฝ่ายของกัลลาร์ดมีแค่เขาและชารูนา แต่เขาก็ไม่รู้ว่ายังควรนับชารูนาอยู่ในกำลังรบฝ่ายตัวเองหรือไม่หลังจากที่เขาเกือบจะฆ่าเธอไปรอบหนึ่ง
ฟรองเซย์ เวโรนิกาและสมาชิกของกิลด์ชั้นนำอีกหลายคนที่ได้กลุ่มอะบีสชุบชีวิตกลับมา ส่วนใหญ่พวกเขาหลาย ๆ คนไม่เข้าใจสถานการณ์จึงไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะร่วมสู้กับใครด้านไหน
“แล้วจะอธิบายทีหลัง” ฟรองเซย์บอกกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอขอให้พวกเขาถอยออกไปรอดูการต่อสู้ในระยะที่ปลอดภัย ส่วนใหญ่เข้าใจและถอยไปโดยไม่ได้ถามอะไรมาก แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย
“เจ้านั่นก็เป็นศัตรูงั้นเหรอ” รองหัวหน้ากิลด์ชื่อดังชี้ไปทางกัลลาร์ด
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกเอ็กซิคิวชันเนอร์ หน้าที่ของพวกเราคือหยุดมันไม่ใช่เหรอ”
มีคำถามอีกมากที่ฟรองเซย์เบื่อหน่ายที่จะตอบ
“ไม่ต้องสู้แล้ว” เซเรนิตีก้าวเข้ามาช่วยฟรองเซอธิบาย