Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 425: กฎแห่งความจริง
..พ่ายแพ้จนหมดรูป…
โคเลทพยายามไม่คิดแบบนั้น แต่เธอไม่สามารถปฏิเสธ ‘กฏแห่งความจริง’ ที่เอเวอลินอ้างขึ้นมาได้ ตอนนี้กองทัพของเธอเหลือแค่เพียงแค่หนึ่งในสิบของตอนแรกเท่านั้น
ฝ่ายของเอเวอลินเองก็มีจำนวนลดลงไปมาก นอกจากสมาชิกผู้บริหารกลุ่มอะบีส สมาชิกที่เหลือต่างก็ถูกจัดการไปจนหมด แม้แต่พวกที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปอย่างอีลิทไฟว์ สปีด หรือกลุ่มของมินอาเองก็ไม่รอดมาจนถึงตอนนี้
ที่เอเวอลินประหลาดใจคือฝ่ายตัวละครวายร้ายที่เธอดึงมาใช้ก็ถูกโค่นแบบเรียงตัว
แรปโซดีกับสามองครักษ์แลกชีวิตกับกลุ่มอะบีสจากอนิเมะตอนพิเศษรวมกันสี่ภาค กลุ่มนี้ถูกโหมรุมโจมตีมาตั้งแต่เริ่มสงคราม พวกเขาพลาดที่ปล่อยให้โครินาเลถูกแยกตัวออกมาก่อน ด้วยการประสานการโจมตีของอลินาจากโดจินแนวผู้ใหญ่กับไอสลินน์ โครินาเลจึงถูกเขี่ยออกจากสงครามก่อนใครเพื่อน
ริแลนท์ต้องรับมือกับเซกันถึงห้าคน หนึ่งในนั้นคือเซกันหญิงที่มีนักบวชหนุ่มฮาจาคอยสบับสนุน ส่วนเซกันที่เหลืออีกสี่ก็เป็นเซกันที่มาจากภาคพิเศษ บางคนในนั้นถูกสตูดิโอผู้ผลิตอนิเมะแต่งเติมเรื่องราวซะจนแข็งแกร่งยิ่งกว่าริแลนท์ แม้สุดท้ายริแลนท์จะเอาชนะได้แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บจนสู้ไม่ได้เหมือนเดิม
การเสียริแลนท์และโครินาเลไปคือจุดจบของกลุ่มนี้ พวกเขารบในฐานะของกองทัพของเอเวอลิน แต่นิสัยส่วนตัวแต่ดั้งเดิมไม่ได้หายไปไหน กลุ่มของแรปโซดีช่วยเหลือกันเฉพาะในกลุ่มของตนเองเท่านั้น การเสียกำลังรบที่ยิ่งใหญ่ไปจึงกลายเป็นช่องโหว่ที่ร้ายแรง
คนที่รับมือกับเลกันคือเซกันหญิงที่อ่อนล้าจากการปะทะกับริแลนท์ ดันเตพยายามเข้ามาช่วยเธอสู้อีกแรง ท่ามกลางศัตรูที่แข็งแกร่งจนผิดมนุษย์พวกโคเลทเกือบลืมไปแล้วว่าดันเตแข็งแกร่งแค่ไหน ไม่เพียงแค่ช่วยเซกันหญิงตัดหางของเลกันในร่างปีศาจสำเร็จ เขายังนำหางนั้นมาผลิตเป็นอาวุธได้ด้วย
“เยี่ยมเลย คุณดันเต” จิบริลเอ่ยปากชม ดันเตฟังแล้วสงสัยว่านั่นคือใจจริงหรือเธอแค่ประชดเหมือนทุกครั้ง
“ทำให้ศัตรูดรอปวัตถุดิบได้มันก็ดีหรอก แต่ถ้าประกอบเป็นอาวุธที่ทนทานกว่านี้ได้คงจะมีประโยชน์มากกว่านี้” ดันเตมองไปทางลูนาร์ของฝ่ายเอเวอลินด้วยความอิจฉา ไม่ว่าดันเตจะสร้างอาวุธชั้นเลิศขึ้นขนาดไหนหากต้องปะทะกับอาวุธที่ลูนาร์สร้างมันก็ต้องพบกับจุดจบเดียวกันคือ แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“ไม่เห็นจะยากเลย คุณดันเตใช้พลังทำให้วัตถุดิบออกมาก็พอ จากนั้นก็ส่งต่อไปให้คนพวกนั้นสิ” จิบริลชี้ไปทางลูนาร์ฝ่ายเดียวกันอีกกลุ่มใหญ่ที่กำลังตีอาวุธกลางสนามรบ
ดันเตเอากำปั้นทุบฝ่ามือ “เออจริง มีวิธีแบบนั้นด้วยนี่นา”
“ฝากจัดการเรื่องอาวุธด้วยค่ะ แล้วก็ไม่ต้องมาคุ้มกันหนูกับพี่แล้ว พวกเราไม่เหลือตัวละครอะไรให้ดึงมาเพิ่มอีกแล้วล่ะ”
ศัตรูที่หมายหัวจิบริลไว้คือเรย์ หลังจากที่เขากับฟรองเซย์อาละวาดในร่างมังกรจนสาแก่ใจแล้วเขาก็ย้อนกลับมาช่วยเอเวอลินสู้กับกองทัพส่วนใหญ่ที่เหลือตรงกลางสมรภูมิ
“การทำร้ายเด็กผู้หญิงเป็นเรื่องน่าปวดใจ มันคงจะดีกว่าถ้าเธอจะเป็นฝ่ายยอมแพ้เอง”
“ฉันอายุสิบเจ็ดแล้ว นายเองก็อายุมากกว่าไม่กี่ปีไม่ใช่เรอะ”
เรย์ไม่ได้ออมมือให้เหมือนคำพูด เขาสะบัดดาบใส่จิบริลโดยหมายจะเด็ดหัวอีกฝ่าย จิบริลก้มหลบได้ในระยะที่เฉี่ยวปลายผมไป ในเวลาเพียงชั่วพริบตาเธอก็คลุมร่างทั้งร่างด้วยสเปซเอกซ์พลอเรอร์
ต้องขอบคุณยาฟื้นฟูกำลังของดันเตที่ทำให้เธอยังเหลือเรี่ยวแรงขนาดนี้ จิบริลใช้ปืนไฟสร้างระยะห่างของตนกับเรย์ อีกฝ่ายพ่นสายไฟสวนใส่แต่จิบริลก็ยังกระโดดหลบไปทางนั้นทีทางนั้นที ชุดที่หนาและดูเทอะทะไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวราวลมกรด
ด้านโคเลทเธอพยายามโจมตีใส่โซนาตาและเอเวอลินที่ลอยขึ้นไปบนฟ้า เอเวอลินมีท่าโจมตีที่ส่งผลเป็นวงกว้างยิ่งกว่าไฟนอลแคแทคลิซึม ส่วนโซนาตาก็เลียนแบบท่านั้นได้เช่นกัน หากโคเลทปล่อยให้ทั้งคู่โจมตีได้ตามใจชอบกองทัพที่เหลือเพียงแค่หยิบมือของเธอคงไม่แคล้วโดนกวาดทิ้งในการโจมตีครั้งเดียว
เมืองหลวงมีตึกสูงอยู่มากมาย หลายแห่งพังทลายจากลูกหลงการต่อสู้แต่ก็ยังมีอยู่ตึกหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โคเลทฉีกตัวออกจากวงล้อมและตรงไปที่นั่น เธอใช้เวลาแค่อึดใจในการปีนตึกสูงด้วยวิธีการวิ่งไต่ขึ้นไปในแนวตั้งราวกับไม่สนใจกฎแห่งแรงดึงดูด
“อย่าไปยุ่งกับพวกเค้าจะได้ไหมคะ” ซีวีพุ่งเข้ามาขวางด้านหน้าในพริบตา เธอเร็วแสงเหมือนกับเช่นเคย
“เจ้าเองก็อย่าไปยุ่งเหมือนกัน” ซีวีอีกรายเตะเข้าใส่ซีวีตัวจริงจนกระเด็นไปหลายช่วงตัว ซีวีรายนี้ดูโตกว่า มีหูเหมือนหมาป่าและยังสวมใส่ชุดที่แตกต่างออกไป
“เกือบจะลืมไปแล้วสิ เจ้าตัวปลอมที่โซนาตาจินตนาการไว้สินะ ชื่ออะไรน้า คล้าย ๆ ชื่อคุณเอเวอลิน”
“ข้าชื่อเอเวอรี” ซีวีชุดดำตอบ
ซีวีสองคนผลัดกันยิงเลเซอร์บีมใส่อีกฝ่าย พวกเธอบินวนไปมาและพุ่งเข้าแลกหมัดอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นปะทะที่คนทั้งเมืองรู้สึกได้
“เก่งนี่นา ไม่เหมือนตัวปลอมคนอื่น”
“ข้าแตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อยน่ะสิ ถึงจะเกิดจากจินตนาการ ไม่ใช่ซีวีที่มีตัวตนอยู่จริง แต่ข้าก็เกิดจากเนื้อเรื่องหลัก ดังนั้นกฎแห่งความจริงจึงมีผลกับข้าด้วยไงล่ะ”
โคเลทไม่อยู่รอดูผลของศึกซีวีทั้งสอง เธอพุ่งขึ้นไปต่อจนถึงจุดที่ตั้งใจไว้จากนั้นก็กระโจนขึ้นไปบนฟ้าโดยมีเป้าหมายที่เอเวอลินและโซนาตา (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ได้นิสัยดื้อรั้นแบบนี้มาจากใครกันนะ รู้ทั้งรู้ว่าเปล่าประโยชน์”
เอเวอลินใช้มือเปล่าหยุดดาบของโคเลทไว้ได้ พอโคเลทจะใช้ดาบแสงในมือซ้ายฟันซ้ำ เอเวอลินก็ใช้มืออีกข้างหยุดไว้ได้เช่นกัน
“รู้ไหมว่า แม่ไม่ต้องใช้สองมือหยุดลูกด้วยซ้ำ”
“อย่ามัวแต่เล่นเลย เอเวอลิน รีบกำจัดพวกนี้แล้วออกไปข้างนอกกันเถอะ คุณอยากพบกับตัวจริงผมแล้วไม่ใช่เหรอ”
“นั่นสินะ” เอเวอลินปล่อยสองมือที่จับโคเลทไว้
ขณะที่ร่างของโคเลทกำลังร่วงลงไป เธอเห็นอีกฝ่ายยกทั้งสองมือขึ้นเหนือศีรษะ สัมผัสของพลังครั้งนี้มากมายยิ่งกว่าก่อนหน้านี้นับสิบนับร้อยเท่า เอเวอลินตั้งใจจะจบเกมนี้เสียที
ลูกพลังขนาดยักษ์ถูกรวมขึ้นด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ มันใหญ่เสียจนแทบจะคลุมท้องฟ้าเอาไว้ได้ทั้งหมด ด้วยพลังขนาดนั้น ไม่ว่าใครต่างก็ต้องหน้าถอดสี ไม่ใช่แค่กองทัพของโคเลทแต่พริบตาที่การโจมตีนั้นตกลงมาข้างล่างโลกทั้งโลกคงจะดับสูญอย่างไร้ทางต่อต้าน
…ทุกคนกำลังจะตาย เราทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ทำไม่ได้มาตั้งแต่แรกแล้ว…
…จิบริล ลินน์ คุณดันเต คุณรีดัส คุณดาเซียนา ฉันขอโทษนะคะ…
ความสิ้นหวังเรื่องหนึ่งกำลังขุดเอาความทรงจำเลวร้ายเรื่องอื่นออกมาซ้ำเติม โคเลทเห็นภาพความทรงจำแย่ ๆ ผุดออกมาเรื่องแล้วเรื่องเล่า เธอถูกเจ้านายดุด่าด้วยคำหยาบคายจากเรื่องที่เธอไม่ได้ผิด เธอถูกเพื่อนร่วมงานนินทาและกล่าวหาว่าเธอใช้เส้นสายของแม่เพื่อให้ได้งาน เธอถูกเพื่อนผู้ชายเอาไปพูดถึงในด้านไม่ดีด้วยความคึกคะนอง
…โลกนี้สกปรกและเลวร้าย… เอเวอลินเคยพูดประโยคทำนองนี้ทุกครั้งที่เห็นโคเลททำสิ่งที่ดูอ่อนต่อโลก โคเลทไม่เคยเถียง แต่เธอก็ไม่เคยเห็นด้วย
…มันอาจจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น มนุษย์อาจจะทำร้ายกันและเราก็ไม่สามารถหยุดมันได้ แต่… การรับรู้ว่ามันเป็นแบบนั้น กับยืนเฉยและปล่อยให้มันเกิดขึ้น มันเป็นคนละเรื่อง…
“ยังไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ หนู ไม่สิ พวกเราทั้งโลกนี้ยังไม่แพ้หรอกค่ะ คุณแม่” โคเลทที่กำลังร่วงลงไปตะโกนสุดเสียง
เอเวอลินไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เธอเคลื่อนมือลงต่ำเล็งไปที่พื้นเบื้องล่าง ลูกพลังขนาดยักษ์ค่อย ๆ ขยับตามทิศทางที่เธอเล็งไว้ จนกระทั่งมือของใครบางคนคว้าจับข้อมือของเธอ
“คุณ…” เอเวอลินมองเจ้าของมือนั้น
“หยุด” โซนาตาเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ท่าทางของเขาเหมือนกับคนที่กำลังเจ็บปวด
“เป็นไปไม่ได้ เด็กพวกนั้นกำลังแย่งการควบคุมไปงั้นเหรอ ไม่ใช่หรอก พวกเธอไม่มีพลังขนาดนั้น”
“ใช่ พวกเธอไม่มีพลังขนาดนั้นหรอก” โซนาตาใช้อีกมือที่ไม่ได้จับเอเวอลินกุมหัวตนเอง เขากำลังต่อสู้กับความเจ็บปวดที่แม้แต่เอเวอลินก็ไม่รู้สาเหตุ
โคเลทที่ร่วงลงไปก่อนหน้านี้ไม่ได้ตกลงกระแทกพื้นอย่างที่เอเวอลินคิด ในทางตรงกันข้ามเธอกำลังลอยกลับขึ้นมาอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของซีวี
“ซีวี” เอเวอลินพึมพำ เธอกำลังสงสัยว่าซีวีรายนี้คือตัวปลอมหรือซีวีที่เธอเรียกมากันแน่
โซนาตาลงมือในจังหวะที่เอเวอลินเผลอ เขากระตุกมือเธอขึ้นจากนั้นก็ใช้พลังแบบเดียวกันผลักลูกพลังยักษ์ที่ลอยค้างอยู่ด้านบน ลูกพลังที่ควรจะตกลงข้างล่างถูกผลักกระเด็นและเคลื่อนไปสู่ท้องฟ้าแทน
โซนาตาผละออกมาจากข้างกายของเอเวอลิน เขาเคลื่อนที่เข้าไปใกล้โคเลทและซีวีเพื่อสื่อเจตนาให้เห็นว่าตนเลือกข้างแล้ว
“ฉันไม่เข้าใจ” เอเวอลินยังคงพึมพำเหมือนสติยังไม่กลับมาครบถ้วน
“ลูกสาวของเธอช่วยทำให้พวกเราได้สติ” โซนาตาตอบ
“มันคือคำพูดที่คุณแม่พูดย้ำนักย้ำหนาไงละค่ะ กฏแห่งความจริง… หนูก็แค่ช่วยกระตุ้นเล็กน้อย ทำให้ทุกคนจำเป้าหมายที่แท้จริงได้”
“ตั้งใจจะพูดว่าถ้ากลุ่มอะบีสทุกคนเป็นตัวของตัวเอง พวกเขาจะอยู่ข้างลูกงั้นสิ”
“ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ”