Abyss of Time ห้วงลึกแห่งกาลเวลา - บทที่ 426: ปะทะเทวรูปยักษ์
หลังจากนั้นทุกอย่างก็เงียบงัน เป็นบรรยากาศตึงเครียดระหว่างแม่และลูกสาวคนโตที่อึมครึมยิ่งกว่าท้องฟ้าที่กำลังแปรปรวนอยู่ในตอนนี้
ในทางตรงกันข้ามสงครามด้านล่างยุติลงแล้ว กองทัพของโคเลทมีกำลังรบเหลือแค่จิบริล ไอสลินน์ ดันเตกับตัวละครจากโดจินชิไม่เกินสิบคน ส่วนกลุ่มอะบีสที่เคยตกอยู่ใต้อำนาจของเอเวอลินก็เหลืออยู่ราวสองเท่าของฝ่ายโคเลท
“จบแล้วเหรอ” ไอสลินน์เห็นคนที่เหลือเอาแต่จ้องขึ้นไปบนท้องฟ้า
“เพิ่งจะเริ่มต่างหากล่ะครับ” เซเลนอสตอบ เขาเองก็เหมือนกับคนอื่นที่ละสายตาของศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ได้
“จนกว่าจะเอาชนะคุณแม่ได้ ศึกนี้ไม่จบแน่”
เป้าหมายของความโกรธแน่นอนว่าไม่ได้ลงแค่ที่โคเลทหรือพวกพ้องของเธอ เอเวอลินไม่มีทางให้อภัยคนที่กล้าทรยศตน ออราแห่งความโกรธของเธอแผ่ขยายออกไปจนปกคลุมทั้งผืนฟ้า
“เฮ้ย เอากันแบบนี้เลยเรอะ”
โซนาตา ซีวีและโคเลทรีบถอยออกมาจากตรงนั้น เป็นสถานการณ์ที่ยากบรรยายด้วยคำพูดให้เข้าใจ หากจะบอกว่าร่างของเอเวอลินขยายใหญ่ขึ้นก็คงไม่ผิดจากที่เห็น หรือจะบอกว่าออราจำนวนมหาศาลของเธอกำลังก่อรูปโดยใช้ร่างเดิมของเธอเป็นแกนก็คงไม่ผิดนัก
บางสิ่งที่ผิดสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิงกำลังถือกำเนิดขึ้น!
จิบริล ไอสลินน์ ดันเต และเหล่าสมาชิกอะบีสต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น การขยายร่างด้วยความเร็วอย่างบ้าคลั่งทำให้ตึกรามบ้านช่องที่เหลืออยู่แหลกพินาศไม่เหลือชิ้นดี เหล่าทหารที่คอยดูท่าทีและทิ้งระยะอยู่ไกลโขก็ไม่สามารถพ้นจากหายนะนี้ บางส่วนที่โชคร้ายก็ถึงกับถูกเศษซากตึกระฟ้าล้มใส่
“อย่าหยุดวิ่งค่ะ” โซลิเนซอยเท้าวิ่งสุดชีวิต เธออุ้มเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ติดมาด้วย
“เหวอออ” หนุ่มโชคร้ายคนหนึ่งพบว่าเศษอาคารชิ้นเท่าบ้านกำลังปลิวมาทางตน ขนาดของมันใหญ่จนเขาคิดไม่ออกมาควรจะหลบไปทางไหน
“ธีตา” ไลริคมาถึงก่อน เขาใช้ชาโดว์รูปร่างหุ่นไล่กาช่วยหนุ่มผู้โชคร้ายไว้ได้พอดี พลังของธีตาทำให้พลังทางกายภาพไร้ผล มันจึงหยุดพลังทำลายของเศษอาคารชิ้นโตได้อย่างชะงัด
ทุกคนพยายามยับยั้งความเสียหายอย่างสุดความสามารถ แต่ระดับของหายนะครั้งนี้รุนแรงเทียบเท่ากับวิกฤติจากการที่เทพปีศาจปรากฏตัวขึ้นในเมือง ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามช่วยคนขนาดไหน ยอดรวมของผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ในตอนที่ไม่มีเศษซากอาคารปลิวว่อนไปทั่ว หลายคนแหงนมองขึ้นฟ้าโดยมีความหวังเล็ก ๆ ว่าวันสิ้นโลกกำลังจบลง แต่ความสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิมก็กลับมาเมื่อเห็นร่างมหึมาที่ลอยอยู่บนฟ้า
คล้ายกับเทวรูปยักษ์ที่สูงยิ่งกว่าอาคารที่สูงที่สุดในโลก ออราสีทองให้ความรู้สึกทั้งสูงส่งและน่ายำเกรง มือข้างหนึ่งถือหนังสือในขณะที่มืออีกข้างมีดาบยักษ์ ปีกที่เหมือนกับหนังสือเล่มโตที่เคยอยู่ข้างหลังของเอเวอลินหายไปและถูกแทนที่ด้วยวงแหวนยักษ์ที่ประดับไปด้วยหนังสืออีกที
“เทพแห่งหนังสือ คราวนี้ของแท้” ลูนาร์ตีหน้าเครียด
“คงเปลี่ยนความโกรธทั้งหมดให้กลายเป็นพลังน่ะครับ” เซเลนอสลองคาดเดาดู
“แค่กลุ่มอะบีสย้ายข้าง ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยนี่นา” ไอสลินน์พูดขึ้นลอย ๆ
“ไม่โกรธได้ยังไงครับ” คนที่เดินเข้ามาทำให้ไอสลินน์ จิบริลและดันเตตกใจเล็กน้อย เขาคือจีดัสนั่นเอง
“คุณรู้อะไรเหรอคะ”
“ตอนที่โคเลทกระตุ้นกฎแห่งความจริงเพื่อให้ทุกคนได้สติ มันทำให้คุณสมบัติของร้อยวิญญาณของเธอและจิบริลตื่นขึ้นมาด้วย ผลคือตอนนี้ชะตาของลูกสาวทั้งสองคนได้ถูกผูกเข้ากับโซนาตาแล้ว แล้วแบบนี้คนที่เป็นแม่จะไม่โกรธได้ยังไงล่ะ” จีดัสอธิบายราวกับเขาคือจีดัสคนที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังทั้งหมด
“…” จิบริลไม่รู้จะตอบอย่างไร จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าร้อยวิญญาณคืออะไรกันแน่ และชะตากรรมที่คุณแม่พยายามเพื่อให้ได้มามันคุ้มค่าจริงเหรอ
ศึกสุดท้ายเริ่มขึ้นเมื่อรูปปั้นยักษ์เคลื่อนไหว หนังสือเล่มโตถูกเปิดออก สารพัดการโจมตีที่หลุดขอบเขตแห่งสำนึกถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง บ้างก็เป็นเปลวเพลิงที่เย็นจนทำให้เยือกแข็งเพียงเฉียดเข้าใกล้ บ้างก็เป็นความมืดที่ทำให้เจ็บแสบและชาราวกับถูกไฟฟ้าไหลผ่าน บ้างก็กลายเป็นตัวประหลาดที่มองไม่ออกว่าเป็นฟอลซิไฟเออร์หรือเป็นเพียงเวทมนตร์บทหนึ่ง (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ความสับสนอลหม่านทำให้การรับมือยากยิ่งขึ้นนับสิบเท่า โดยเฉพาะพวกที่ใช้สมองต่อสู้ก็ยิ่งถูกการโจมตีที่ไร้ตรรกะเล่นงานหนักกว่าใครเพื่อน
เซกันหญิงและคู่ของเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องจิบริลไว้ นานาชิถูกกลุ่มก้อนความมืดแทรกซึมเข้าไปในร่างและระเบิดจากภายใน เจเวนีฟถูกเวทมนตร์สายฟ้าที่กลายสภาพเป็นของแข็งตัดจนขาดครึ่ง
เรย์และฟรองเซย์ตัดสินใจว่าจะตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ คนหนึ่งกลายร่างเป็นมังกรสายฟ้า อีกคนกลายเป็นมังกรน้ำแข็ง พวกเขาทะยานรวดเดียวก็ไปจนถึงใบหน้าของรูปปั้นยักษ์
“อ๊ากกกก”
“ไม่!! เรย์!” แอนทิสตากรีดร้องจนสลบไป เธอเห็นเรย์ในร่างมังกรสายฟ้าถูกแสงจากดวงตารูปปั้นอาบร่าง จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นแค่เศษเนื้อ
ไอสลินน์คว้าตัวแอนทิสตาไว้ได้ก่อนที่เธอจะล้มลง เธอมองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจความเสียหายซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ได้เฉพาะเจาะจงเล่นงานพวกเธอและกลุ่มอะบีสเท่านั้นแต่ยังตั้งใจกวาดล้างชาวเมืองทั้งหมดไปด้วย
“อย่าร้อนรน พวกเรายังมีโอกาสชนะอยู่” จูเดสปาโผล่ออกมาจากมุมมืด
“มีแผนอะไรเหรอ” เอ็ดวานถามเขา
“ตั้งแต่ได้ร่างนั้นมาเจ้านั่นก็แทบไม่ขยับไปไหนเลย ถ้าไม่เสี่ยงโจมตีส่วนอกที่ตัวจริงอยู่แต่ไปเสี่ยงทำลายส่วนอื่นแทน บางทีเราอาจจะทำให้มันเสียหายและอ่อนกำลังได้”
“ก็ดูเข้าทีนะ อย่างน้อยก็ดีกว่าตั้งรับไปเรื่อย ๆ แบบนี้”
“ต้องเข้าไปพร้อมกันทุกคนถึงจะมีโอกาส”
“พวกเราก็จะช่วยด้วย”
เอ็ดวานคือคนแรกที่พุ่งออกไป สาเหตุที่เขาบ้าบิ่นขนาดนี้ ไม่ได้เกิดจากการเห็นคุณค่าชีวิตของตนเองต่ำ แต่คนที่ได้ฉายาว่าวีรบุรุษอย่างเขาหวาดกลัวว่าจะปกป้องคนอื่นไม่สำเร็จมากกว่าหวาดกลัวความตายของตนเอง
ที่พุ่งตามมาติด ๆ คือร่างรวมของวาโลและลูเมน เด็กทั้งสองใช้วิชาลับรวมร่างเพื่อก่อให้เกิดยอดนักรบที่มีพร้อมทั้งพลังมหาศาลและความเร็วเหนือมนุษย์ เด็กทั้งสองต้องการแก้แค้นให้กับนานาชิที่ตายไปก่อนหน้านี้ ในสายตาของเด็กทั้งคู่ นินจาผู้ลึกลับอย่างนานาชิคือชายที่ใกล้เคียงกับคำว่าครอบครัวมากที่สุด
ถัดมาคือลามินาและลามอนต์ คู่พี่น้องจากคนละมิติคู่นี้สร้างผลงานอยู่เบื้องหลังศึกนี้มากมาย คนสองคนจากคนละมิติแต่ต่างก็ฝึกปรือมาในวิถีดาบของมาดารัสจนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของยุคตน พวกเขาสามารถเข้าขากันได้อย่างดีเยี่ยมด้วยสายสัมพันธ์ของสองพี่น้อง
ทั้งสี่หลบการโจมตีประหลาดของเทวรูปยักษ์ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนสามารถเข้าถึงระยะโจมตี เอ็ดวานประสานเวทเข้ากับดาบที่ยืดหดได้ดังใจ เขาฟันออกไปด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี สองพี่น้องมาดารัสคนหนึ่งใช้เวทอัญเชิญเรียกดาบคู่มากระหน่ำแทงด้วยความเร็วสูง
ร่างรวมของวาโลและลูเมน ทั้งที่ออกตัวก่อนใครอีกหลายคน แต่การโจมตีของคู่นี้เพิ่งมาถึง เขาไปหยุดอยู่ใกล้ ๆ กับร่างของเทวรูปยักษ์พร้อมกับรวบรวมพลังไว้ที่กำปั้น การโจมตีที่ประสานทั้งเวท จิตต่อสู้ พลังกายและความเร็วระเบิดออกมาในชั่วพริบตา
มันไม่ควรจะมีวัตถุใดในโลกหล้านี้ที่สร้างความเสียหายให้กับเทวรูปยักษ์ได้ แม้แต่เอเวอลินก็คงไม่คาดคิดว่าการโจมตีนำร่องของกลุ่มอะบีสจะทำให้เทวรูปเกิดรอยร้าว
“โหมเข้าไปอย่าเพิ่งหยุด” จูเดสปาออกคำสั่งซ้ำ
มีหลายคนไม่พอใจที่จูเดสปาเอาแต่ออกคำสั่งแต่ตนเองไม่ลงมือทำอะไรเลย แต่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้การมาทะเลาะกันเองมันยิ่งเข้าทางศัตรู คนที่เหลือเคลื่อนไหวโดยความเชื่อที่ว่าการโจมตีคือการป้องกันที่ดีที่สุด
ฟรีโอนิเอลใช้เวทแรงดึงดูดดึงเทวรูปยักษ์ที่ลอยสูงที่กดต่ำลงมา พร้อมกันนั้นเขาก็ใช้แรงดึงดูดพลิกผันพยายามทำลายเทวรูปจากภายใน โรมิเอลใช้พลังของบรอลกลืนการโจมตีของเอเวอลินหลายต่อหลายครั้งจนเริ่มชินและได้รับความเสียหายน้อยลง ฮาจาใช้มหาเวทชุบชีวิตผู้คนจำนวนมากซึ่งรวมไปถึงเรย์ที่ถูกฆ่าไปก่อนหน้านั้นและคนมีฝีมือจากโลกโดจินชิที่ร่างกายยังไม่สลายไปจนหมด เซเลนอสใช้การตรึงเงาเล่นงานอสูรกึ่งเวทที่เอเวอลินสร้างขึ้น ทุกคนต่างลงมือทำอะไรบางอย่างที่มีแต่ตนเองเท่านั้นจะสามารถทำได้
โซลิเนกลับมาแล้วหลังจากที่เธอช่วยกวาดต้อนผู้คนออกไปได้ส่วนหนึ่ง ทั้งที่เหนื่อยจนแทบขาดใจแต่น้ำเสียงของเธอกลับทรงพลังจนเหลือเชื่อ เสียงของเธอกังวานก้อง เอาชนะเสียงของหายนะและเสียงกรีดร้องของผู้คนโดยแทบไม่ต้องพึ่งพาพลังพิเศษของตนหรือพลังไซคิกเน็ตเวิร์กของฟิลิเซีย ด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังนี่เอง เหล่าผู้คนที่สูญสิ้นเรี่ยวแรงไปก่อนหน้านี้จึงยืนหยัดกลับมาได้อีกครั้ง
สถานการณ์เริ่มพลิกผันทีละนิด เทวรูปยักษ์ได้รับความเสียหายและไม่สามารถโจมตีต่อเนื่องได้เหมือนเดิม พวกกลุ่มที่บินสู้อยู่ด้านบนไม่ปล่อยให้โอกาสดีนี้หลุดลอยไป พวกเขาเลิกเอาแต่หลบการโจมตีแต่หันมาตอบโต้เต็มกำลัง