Advent of the three calamities [นิยายแปล] - บทที่ 11: นิมิต [1]
“นี่คือสถานที่ที่นายจะต้องอาศัยอยู่ตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่นี่”
วันนี้เป็นวันเข้ารับตำแหน่ง นอกจากเรื่องสุนทรพจน์แล้ว พวกเรายังได้รับการแนะนำให้รู้จักกับห้องพักในหอพักด้วย
เนื่องจากสถานการณ์ของผม ผมจึงได้รับการแนะนำหอพักก่อนคนอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องแยกกับเลออน
ซึ่งถือเป็นเรื่องดี
พอนึกถึงสีหน้าของเขาเมื่อกี้ หน้าผมก็แทบจะถล่มทลาย
“นี่คือคีย์การ์ด นายต้องใช้มันเพื่อเข้าหอพัก”
ผมยืนเงียบๆ เพื่อสำรวจตัวอาคาร
อาคารรอนเดโอ ด้วยจำนวนชั้นที่มากกว่าสิบชั้น มันดูค่อนข้างโอ่อ่าทีเดียว
มันเป็นอาคารที่เหมาะสมกับผู้ครองอันดับหนึ่งจริงๆ
“นักเรียนจูเลียน?”
ในที่สุดผมก็สังเกตเห็นการ์ดสีดำที่ยื่นมาใกล้ๆ
“…..ขอบคุณ”
ดูเหมือนจะไม่มีอะไรหรูหราเป็นพิเศษ
เป็นเพียงการ์ดโลหะเรียบๆ ธรรมดาใบหนึ่ง
“ถ้านายต้องการอะไรเพิ่มเติม โปรดแจ้งให้ผมทราบได้ทันที”
“ฉันจะทำอย่างนั้น”
เมื่อผมก้าวเข้าไปในตัวอาคาร ผมเดินขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังชั้นสุดท้าย นั่นคือที่ตั้งของห้องพักของผม
การเป็นอันดับหนึ่งก็มีข้อดีของมันเหมือนกัน
“น่าจะเป็นห้องนี้แหละ”
ประตูไม้บานสูงปรากฏแก่สายตา
ผมไม่ลังเลที่จะรูดการ์ดเพื่อปลดล็อกประตูห้อง
“….ว้าว”
ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้คาดหวังเอาไว้หรอกนะ แต่…
“มันใหญ่มาก”
สถานที่นี้ช่างหรูหรา มันกว้างขวางกว่าที่ผมจะจินตนาการได้เสียอีก หน้าต่างขนาดใหญ่ประดับอยู่สุดทางด้านหนึ่ง มอบทิวทัศน์ของสวนขนาดมหึมาเบื้องล่างให้ผมได้เชยชม
โซฟาและเครื่องตกแต่งมากมายทั่วทั้งห้องช่วยเสริมให้ห้องดูสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ในสถานการณ์ปกติ ผมคงใช้เวลาสำรวจที่นี่ให้มากกว่านี้
แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ใช่คนที่มีเวลาเหลือเฟือพอจะมาเสียทิ้งไปเปล่าๆ
“เฮ้อ…”
ผมนั่งลงบนพื้น
และเริ่มการฝึกฝนต่อไป จิตใจของผมเหนื่อยล้า ร่างกายก็เช่นกัน ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักความเหนื่อยล้าออกไปและฝึกฝน
ผมเป็นคนผลักดันตัวเองมาถึงจุดนี้เอง
ผมต้องยอมรับผลจากการตัดสินใจของตัวเอง
จี๊ด——
ผมล้มเหลวในการลองครั้งแรก
“อีกครั้ง….”
แต่ผมยังไม่หมดหวัง
ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำต่อไป
ย้ำอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่ผมทำกับตัวเอง
เวทมนตร์ที่ผมกำลังฝึกฝนอยู่ในตอนนี้มีชื่อว่า หัตถ์โรคา มันเป็นเวทมนตร์ธาตุที่อยู่ในหมวดหมู่คำสาป
เนื่องจากเป็นเวทมนตร์ระดับเริ่มต้น ความยากของมันจึงไม่สูงมากนัก
จากที่เลออนบอกผม เวทมนตร์ถูกแบ่งออกเป็นห้าลำดับขั้น ได้แก่ ระดับเริ่มต้น, ระดับกลาง, ระดับสูง, ระดับเหนือชั้น และระดับสมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ทำให้เวทมนตร์แต่ละบทแตกต่างกันคือจำนวนอักขระที่บรรจุอยู่ภายใน
หัตถ์โรคา ซึ่งเป็นเวทมนตร์ระดับเริ่มต้น มีอักขระเพียงสิบสองตัวเท่านั้น
เป้าหมายของผมคือการเชื่อมต่ออักขระแต่ละตัวเข้าด้วยกันก่อนที่จะสร้างวงเวทย์ที่สมบูรณ์
ซึ่งผมยังทำไม่ได้เลย
ตราบใดที่ผมจัดการเชื่อมต่อทั้งสิบสองตัวและสร้างวงเวทย์ได้สำเร็จ เวทมนตร์ก็จะทำงาน และผมจะสามารถเรียกใช้มันได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
จุดสำคัญคือผมต้องสร้างวงเวทย์ให้สมบูรณ์ก่อนที่จะใช้งาน
จี๊ด——
แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่ราบรื่นนัก
“ล้มเหลวอีกแล้ว….”
ผมจัดการเชื่อมต่ออักขระได้สี่จากสิบสองตัว
ผมยังไม่หมดหวัง
“อีกครั้ง”
มานาไหลออกมาจากท้องของผม ราวกับกระแสน้ำอุ่น ผมค่อยๆ นำทางมันไปที่ปลายนิ้ว ซึ่งมีรูปร่างจางๆ ของวงเวทย์ปรากฏขึ้น
นั่นคือขั้นตอนแรก
ทีนี้ก็ถึงคราวของอักขระ
อักขระตัวที่หนึ่ง
อักขระตัวที่สอง…
อักขระตัวที่สาม…
อักขระตัวที่ห้า…
อักขระตัวที่ห…
“อา”
จี๊ด——
มันแตกสลายอีกครั้ง
ผมรู้สึกหงุดหงิด แต่ก็ไม่ยอมแพ้
เห็นได้ชัดว่ามีการพัฒนาเกิดขึ้น
ผมจึงทำต่อไป
“อีกนิด แค่อีกนิดเดียว…”
ราวกับผมตกอยู่ในภวังค์ จิตใจของผมทำงานอย่างหนักหน่วง และอักขระก็เชื่อมต่อกันตัวแล้วตัวเล่า
ภาพที่เห็นทิ้งความรู้สึกประหลาดไว้บนร่างกายของผม
มันทำให้ผมโหยหามากขึ้น
“ใช่แล้ว แบบนั้นแหละ…!”
ผมรู้สึกขนลุกเมื่อเห็นอักขระเริ่มเปล่งแสงตรงหน้า
หนึ่ง, สอง, สาม, สี่, ห้า, หก, เจ็ด, แปด…
ผมตื่นเต้นมากจนไม่สังเกตด้วยซ้ำว่ามีบางอย่างเปียกๆ กำลังไหลลงมาจากรูจมูก
สิ่งที่ผมคิดถึงในตอนนี้มีเพียง…
“อีกนิดเดียว….! มาเถอะ!”
อักขระพวกนั้น
“อีกแค่นิดเดียว…”
ผมสัมผัสได้
ตราบใดที่ผมยังทำต่อไป ผมจะทำมันสำเร็จ
สภาวะจิตใจของผมในตอนนี้นั้นสมบูรณ์แบบ นี่เป็นโอกาสที่ผมมั่นใจว่าตัวเองไม่สามารถทิ้งไปได้
ผมต้องลองตอนนี้เลย
“มากกว่านี้อีก…!”
ก่อนที่ความรู้สึกนี้จะหายไป…
ผมต้องทำต่อ
ในที่สุดผมก็จะสามารถเรียกใช้เวทมนตร์บทแรกได้แล้ว
ตราบใดที่ผม…
ผม…
“อุ๊ก”
เสียงประหลาดหลุดออกมาจากลำคอ และผมก็ได้ตระหนักถึงบางอย่าง
เป็นไปได้ยังไง…?
…..ผมหายใจไม่ออก
อากาศไม่ยอมเข้าสู่ร่างกายของผมเลย
“…ฮึบ”
ไม่ว่าผมจะพยายามแค่ไหน ปากก็ไม่ยอมเปิด ราวกับผมลืมไปแล้วว่าต้องทำอย่างไร แม้แต่จมูกก็ยังใช้การไม่ได้
หัวของผมรู้สึกเบาหวิวขึ้นมาทันที
โลกตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยว
ในจิตใจของผม ผมรู้เหตุผลเบื้องหลังสถานการณ์นี้ดี
ผมจ้องมองวงเวทย์ที่ทรงตัวอยู่ที่ปลายนิ้ว
มีอักขระสิบตัวแล้ว
เหลืออีกแค่สองตัว
ผมทำได้…
ใช่
“อึก…!”
ผมฝืนตัวเอง
หยด…! หยด…!
บางอย่างไหลลงมาจากรูจมูกทั้งสองข้าง
มันย้อมพื้นห้องที่ขัดเงาจนเป็นสีแดง
แต่ผมเลือกที่จะเมินเฉยต่อมัน
ผมไม่สามารถหยุดได้
สถานการณ์ของผมไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น
มันเป็นผลมาจากการกระทำของผมเอง
ผมต้องรับผิดชอบมัน
“อ้าก…!”
จิตใจของผมเริ่มโหยหาออกซิเจน
ความรู้สึกนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ผมรู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ ในอก
นิ้วเท้าของผมขยับยิกๆ
แขนซ้ายของผมก็ด้วย ราวกับเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยสัญชาตญาณ
ผมหายใจไม่ออก
จิตใจพร่ำบอกให้ผมปล่อยมืออย่างสิ้นหวัง
ปล่อยให้วงเวทย์แตกสลายไปซะ
หายใจสิ
แต่ทว่า
“อึก…!”
ผมทำไม่ได้
ไม่ใช่ตอนที่ผมมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว
ไม่…!
ยังไม่ใช่ตอนนี้!
อีก… แค่นิดเดียว!
อักขระตัวที่สิบส่องแสงขึ้นมา
ผมสัมผัสได้
ผมใกล้จะถึงจุดนั้นแล้ว
“มะ… มากกว่านี้อีก…!”
น้ำเสียงของผมแหบพร่า
แต่ผมก็อยู่ใกล้เหลือเกิน
ใกล้มากจริงๆ
อักขระตัวที่สิบเอ็ด
ใช่แล้ว….!
ผมกำลังจะ…
จี๊ด——
อา
ตุ้บ!
ร่างกายที่อ่อนเปลี้ยของผมถอดใจไปก่อน
“อุ๊ก!”
ผมรู้สึกได้ว่าหัวของตัวเองฟาดลงกับพื้น
“แฮ่ก… แฮ่ก…. แฮ่ก…”
และผมก็สูดอากาศเข้าปอดอย่างรุนแรง
ผลลัพธ์จากการกระทำของผมในที่สุดก็ตามมาทันจนได้
ผมสูญเสียการควบคุมร่างกาย
มันสั่นเทิ้มอย่างบ้าคลั่งอยู่บนพื้น
“อึก…! อึก! อึก! …อั้ก!”
ความเจ็บปวดนั้นช่างท่วมท้น
แต่ทว่า
“ไ-ไม่นะ…”
สิ่งที่ผมคิดได้มีเพียงความล้มเหลวของตัวเอง
ผมทนกับความเจ็บปวดได้
แต่ผมทนกับความล้มเหลวไม่ได้
ผมอยู่ใกล้ขนาดนั้นแล้วแท้ๆ
แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง
“ไ… ฮึบ… ไม่นะ…”
ความรู้สึกสิ้นหวังนั้นช่างท่วมท้น
มันกำลังกัดกินผม
“ไ-ไม่…! อา”
มากเสียจนในทันทีที่รู้สึกว่าควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง ผมก็พยายามอีกรอบ
แต่ทว่า
จี๊ด——
“ไ-ไม่นะ…”
อักขระสี่ตัว
เป็นไปได้ยังไง…?
“อีกครั้ง”
จี๊ด——
วงเวทย์แตกสลายอีกครั้ง
อักขระสามตัว
“อา…”
ร่างกายของผมรู้สึกอ่อนแอ
ความจริงกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง
ผมสูญเสียสภาวะจิตใจนั้นไปแล้ว
โอกาสที่จะคว้าวงเวทย์นั้นมาครองได้ในที่สุด
ผมล้มเหลวแล้ว
“หะ-ห้า”
หน้าอกของผมสั่นไหวขณะที่แขนตกลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง
ผมรู้สึกอ่อนแอ
หัวของผมเบาหวิว และโลกใบนี้ก็ดูพร่าเลือน
ทว่าเมื่อความจริงแจ่มชัดขึ้นมา…
“กึก…!”
ผมกัดฟันแน่น
อีกนิดเดียว…!
ผมเกือบจะทำได้แล้ว!
ถ้าเพียงแต่ผมทนต่อได้อีกแค่ไม่กี่วินาที!
โธ่เว้ย!
ร่างกายนี้มาพลาดท่าในเวลาสำคัญแบบนี้ได้ยังไงกัน!?
บัดซบ!
“อ้ากกกกกกก!”
ผมตะโกนออกมาสุดเสียง
ความรู้สึกหงุดหงิดที่ผมรู้สึกนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะเก็บกักเอาไว้ได้
ปัง!
ผมทุบกำปั้นลงกับพื้น
ปัง!
ผมทำมันอีกครั้ง
“บะ-บัดซบเอ๊ย….!”
ผมรู้สึกหงุดหงิดเหลือเกิน
มันอยู่ตรงนั้นแล้ว
ตรงหน้าผมแท้ๆ
ผมอยู่ใกล้มากแล้ว
ผมสัมผัสได้
แล้ว…
“ทำไม…?”
ทำไมกันล่ะ!!
ทำไมผมถึงทำไม่ได้!!!
ผมรู้สึกอยากจะตะโกนอีกครั้ง
แต่พอผมอ้าปาก…
“…”
ไม่มีเสียงอะไรหลุดออกมาเลย
นั่นคือตอนที่ผมตระหนักได้
ผมสูญเสียเสียงไปแล้ว
“แฮ่ก… แฮ่ก…”
มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงเท่านั้นที่หลุดออกมาจากปาก
ผมปิดปากลงหลังจากนั้นไม่นาน
และตั้งปณิธานกับตัวเอง
นี่ไม่ใช่จุดจบ
จนกว่าร่างกายของผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ผมจะทำให้สำเร็จ
ผมจะไม่ปล่อยให้ตัวเองตายง่ายๆ แบบนี้แน่
ผมจะไม่…
“…?”
ผมกระพริบตา
‘ที่นี่ที่ไหน?’
ผมพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของตัวเอง
เพียงแค่กระพริบตาครั้งเดียว ทัศนียภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป
‘เมื่อกี้ผมไม่ได้อยู่ในห้องหรอกเหรอ…?’
ต้นไม้ล้อมรอบผมอยู่ทุกทิศทาง ในขณะที่ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า
มันเป็นสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากห้องของผมอย่างสิ้นเชิง
‘ร่างกายของผม…!’
ราวกับผมสูญเสียการควบคุมร่างกายไป มันเคลื่อนไหวไปเองตามธรรมชาติ
ย่องไปรอบๆ ต้นไม้อย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังพยายามซ่อนตัวจากบางอย่าง สิ่งนี้ดำเนินต่อไปครู่หนึ่ง
จนกระทั่ง
“นี่นายป็นดาวดำจริงๆ เหรอ?”
น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นเข้าหู
ร่างกายของผมสั่นเทิ้ม และเท้าก็หยุดชะงักลง หัวของผมค่อยๆ หันไป และร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
เขาสวมฮู้ดสีดำและซ่อนรูปลักษณ์เอาไว้
ความรู้สึกกดดันประหลาดแผ่ออกมาจากร่างกายของเขาขณะที่เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาผม
เกิดอะไรขึ้นกันแน่…?
สถานการณ์นี้ทำให้ผมสับสน
ฉากนี้… ประสบการณ์นี้… มันช่างรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด มันทำให้ผมนึกถึงนิมิตครั้งแรกก่อนที่ผมจะมายังโลกใบนี้
หรือว่านี่จะเป็น…?
“นายอ่อนแอกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”
ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลง
ผมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“เหอะ”
ถึงจะมองไม่เห็น แต่ผมสัมผัสได้ว่าเขากำลังยิ้มอยู่ภายใต้ฮู้ดนั่น ฉากนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าขันสำหรับเขา
“…..เฮเว่นตกต่ำลงขนาดไหนกันนะ ถึงได้เลือกคนที่ไร้ความสามารถอย่างนายมา? ไม่เพียงแต่จะไม่สามารถใช้เวทมนตร์อะไรได้เลย แต่นายยังกล้าไปท้าทายทุกคนด้วยความหยิ่งยโสอันจ้อยร่อยนั่นอีก ไม่แปลกใจเลยที่จะแพ้ในการดวลครั้งแรก”
หือ?
ผมแพ้การดวลเหรอ?
ถึงผมจะไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผมมีความรู้สึกว่าร่างกายนี้… นิมิตนี้… เป็นตัวผมในอนาคต ไม่ใช่จูเลียนคนก่อน
ดังนั้น…
ข่าวที่ว่าผมแพ้การดวลจึงกระทบใจผมอย่างรุนแรงเป็นพิเศษ
‘สรุปแล้วสุดท้ายผมก็ยังแพ้อยู่ดีงั้นเหรอ…?”
ผมใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงในการตระหนักว่าผมทำตัวเกินตัวไปมากแค่ไหนตอนที่ไปท้าทายทุกคน
ไม่มีทางเลยที่ผมจะเอาชนะใครได้ด้วยทักษะที่มีอยู่ในตอนนี้
คนโง่
ไอ้โง่เอ๊ย
นั่นคือสิ่งที่ผมเป็น
ทว่า…
‘ไม่หรอก มันเป็นเพราะผมยังพยายามไม่มากพอต่างหาก’
ผมไม่เคยหยุดยั้งปณิธานของตัวเองแม้แต่วินาทีเดียว
ถ้าผมแพ้ นั่นหมายความว่าผมพยายามไม่หนักพอ
ผมยังไม่สิ้นหวังพอ
ความเจ็บปวดที่ผมเผชิญมา
มันยังไม่พอ
“อย่างไรก็ตาม…”
ความสนใจของผมหันกลับไปที่ชายสวมฮู้ด
สายตาที่ซ่อนอยู่ของเขาจ้องมองมาที่ผม และผมก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ราวกับมีมือสองข้างมากุมลำคอไว้ ผมหายใจลำบากเหลือเกิน
ความรู้สึกคุ้นเคยเข้าครอบงำร่างกายทั้งหมดของผม
…..มันคือความกลัว
“ฉันควรจะจบเรื่องนี้เสียที”
เขาเดินเข้ามาหาผมด้วยฝีเท้าที่เยือกเย็น
มาหยุดยืนห่างจากผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาของเขาจ้องประสานกับผม และผมรู้สึกได้ว่าลมหายใจหลุดลอยออกจากร่าง
“…..ยังมีคนสำคัญคนอื่นๆ ที่ฉันต้องไปจัดการอีก”
หลังจากนั้นไม่นาน โลกทั้งใบก็มืดดับไป
“ว้ากกกกกก….!”
ดวงตาของผมเบิกโพลง และร่างกายก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
เหงื่อไหลโชกไปทั่วร่างกายขณะที่ผมหอบหายใจอย่างหนักหน่วงและไม่สม่ำเสมอ
“ฉะ-ฉัน… แฮ่ก …. กลับมาแล้วเหรอ?”
ผมพยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ของตัวเอง
คำถามนับพันหลั่งไหลเข้ามาในหัว
นั่นคืออะไร? เขาเป็นใคร…? และทำไมเขาถึงฆ่าฉัน? ผมตายที่ไหน?
และในขณะที่หัวของผมปวดแปลบจากการพยายามทำความเข้าใจนิมิตนั้น บางอย่างก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า และเสียงประหลาดก็หลุดออกมาจากปากของผม
“…..อา”
นั่นก็เป็นเพราะว่า
— ●[จูเลียน ดาเคอร์ เอวีนัส]● —
เลเวล : 17 [จอมเวทระดับ 1]
ค่าประสบการณ์ : [0%—[16%]———————100%]
อาชีพ : จอมเวท
﹂ สาย : ธาตุ [คำสาป]
﹂ สาย : จิต [อารมณ์]
เวทมนตร์ :
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [อารมณ์] : ความโกรธ
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [อารมณ์] : ความเศร้า
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [อารมณ์] : ความกลัว
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [อารมณ์] : ความสุข
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [อารมณ์] : ความรังเกียจ
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [อารมณ์] : ความประหลาดใจ
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [คำสาป] : โซ่ตรวนแห่งอลาคันเทรีย
﹂ เวทมนตร์ระดับเริ่มต้น [คำสาป] : หัตถ์โรคา
ทักษะ :
[ติดตัว] – นิมิต (
— ●[จูเลียน ดาเคอร์ เอวีนัส]● —
หน้าจอประหลาดลอยอยู่ตรงหน้าผม
พร้อมกับหน้าจอขนาดเล็กอื่นๆ อีกหลายหน้าจอที่ปรากฏตามมา
?| เลเวล 1 [ความกลัว] EXP + 0.01%
?| เลเวล 1 [ความกลัว] EXP + 0.05%
?| เลเวล 1 [ความกลัว] EXP + 0.04%
?| เลเวล 1 [ความกลัว] EXP + 0.3%
?| เลเวล 1 [ความกลัว] EXP + 0.01%