Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 117 : การรวมตัวของกลุ่มล่าสัตว์ทั้งห้า
- Home
- Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม
- ตอนที่ 117 : การรวมตัวของกลุ่มล่าสัตว์ทั้งห้า
“ผลึกเพลิง?” เจียงได้แต่ส่งเสียงสั่นเครือ เขาไม่สามารถสงบได้
ในตอนนี้
เมยค่อย ๆ วางฉาวซวนลงขณะที่เขาจ้องมองไปที่ผลึกสีแดงในมือ
เมยพยายามเอื้อมมือจับผลึก แต่คิดถึงบางสิ่ง เขาก็ลังเลเล็กน้อย
ฉาวซวนลดมือของเขาและพลิกมันเพื่อให้ผลึกร่วงลง
เมยรีบคว้ามันไว้ราวกับว่าเขากลัวว่ามันจะหล่นลงบนพื้น เขาถือ
ไว้ในมือราวกับว่ากำลังถืออะไรบางอย่างที่ล้าค่า เคร่งเครียด,
ตื่นเต้นและไม่อยากจะเชื่อ เขาจมอยู่ในส่วนผสมของอารมณ์ที่
แตกต่างกัน และแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้เขา
รู้สึกอย่างไร
ด้วยผลึกในมือ เมยรู้สึกว่ามีกระแสความร้อนกระจายอยู่ใน
อากาศ อย่างไรก็ตาม กระแสลมอุ่น ๆ สามารถแผ่ขยายไปรอบ ๆ
ผลึกและไม่ขยายไปยังพื้นที่ขนาดใหญ่ราวกับว่ามันถูกคุมขัง
ผลึกทั้งหมดมีขนาดเท่าไข่นกกระทาที่มีรูปร่างไม่สม่าเสมอ มัน
ไม่ได้สะอาดบนพื้นผิว สำหรับเศษหินบางส่วนยังคงติดอยู่บนผิว
ของมัน แต่ ร่องรอยของแสงส่องลงบนผลึกสีแดงจากรอยแตกที่
เหลือ แสงไม่สว่างมากนัก แต่มันปกคลุมม่านเงาสีแดงเข้มที่
ล้อมรอบผลึกสีแดงขนาดใหญ่เท่าไข่นกกระทา
ข้างบน ใบไม้กำลังเต้นพริ้วไหวอยู่ในสายลม ซึ่งเป็นสาเหตุให้เงา
ของแสงเคลื่อนวูบไหวไปเรื่อย ๆ ดูเหมือนเงาสีแดงกำลัง
เคลื่อนไหวไปรอบๆ ผลึกสีแดงเหมือนเปลวไฟที่มีมนต์สะกด
“มันเป็นผลึกเพลิงจริงๆ ใช่ไหม?”
เจียงสั่นขณะที่เขาเข้าหาเมย เขาต้องการหยิบมันมาดูใกล้ ๆ แต่
เมยจับผลึกเอาไว้แน่น
เมื่อเห็นเมยเช่นนั้น เจียงก็เบิกตากว้าง เคราแก้มของเขากระตุก
สั่นไหว และเขาก็พูดว่า “เจ้า-จะ-ไม่-ให้-มัน-กับ-ข้า ?!” เขาพูด
อย่างช้าๆ เน้นทีละคำ
เจียงมองไปที่เมยและดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มต่อสู้ตอนนี้ถ้าเมยกัน
ไม่ให้เขาเห็นผลึก กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเมยก็กระตุกเช่นกัน
และเขาก็ไม่แน่ใจว่าควรจะแสดงออกไปแบบไหน
ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันและกัน ก่อนที่เมยจะคลายนิ้วของเขา
ออกช้าๆ มันช้ากว่าที่ฉาวซวนคลายนิ้วราวกับว่ามันเคลื่อนไหว
อย่างช้าๆ ขณะที่เขาคลายนิ้วมือทั้งหมด เขาเน้นอีกครั้งว่า “มันถูก
พบโดยนักรบในกลุ่มของเรา!”
เจียงไม่สนใจเมย “มันถูกพบโดยนักรบในกลุ่มของเรา” และเอา
ผลึกสีแดงจากมือของเมยทันที
มันไม่ให้ความรู้สึกเหมือนหินปกติ แทนที่จะรู้สึกหนาวและแข็ง
เขารู้สึกว่ามีกระแสอบอุ่น
“ผลึกเพลิง … มันเป็นผลึกเพลิง!” เจียงลังเลที่จะให้มันกลับไปเมื่อ
เขาจับมันไว้ในมือ
ผลึกเพลิงเป็นหินที่มีค่ามากสำหรับผู้คนในเผ่า มันมีพลังที่นักรบ
ทุกคนต้องการ และสามารถช่วยเพิ่มพลังของนักรบ
มีวิธีพิเศษในการดูดซับผลึกเพลิง จำเป็นต้องใส่ลงในเปลวไฟของ
หลุมไฟ บางส่วนของพลังงานจะถูกดูดซึมจากหลุมไฟ ในขณะที่
ส่วนอื่น ๆ ของพลังงานจะถูกดูดซึมจากคนที่ยืนอยู่รอบๆ หลุมไฟ
เมื่อยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา มีใครบางคนในทีมล่าสัตว์ของกุยฮีค้นพบ
ผลึกเพลิงขนาดเล็กซึ่งใหญ่กว่าปลายเล็บนิดเดียว ในเวลานั้น
นักรบรุ่นเยาว์สิบกว่าคนกลายเป็นนักรบระดับกลางเพียงชั่ว
ข้ามคืน และลวดลายสัญลักษณ์ของนักรบระดับกลางบางก็
เติบโตขึ้นอย่างมาก ถึงแม้จะไม่ได้กลายเป็นนักรบระดับสูง
ลวดลายสัญลักษณ์ของพวกเขามีเหนือข้อศอกเล็กน้อย แต่
จากนั้นพวกมันก็มาถึงข้อมือ
เป็นเวลานานแล้ว หมอผีเคยกล่าวไว้ว่าใครก็ตามที่ค้นพบผลึก
เพลิง เขาจะมีสิทธิ์เข้าถึงในการใช้มัน ไม่ว่าคนนั้นจะมาจากยอด
เขาหรือบริเวณตีนเขา ไม่มีใครอื่นที่สามารถเข้ามาแทรกแซง
พร้อมกับใช้ประโยชน์ของมัน แต่ มีกฎที่ทุกคนต้องใช้เป็นกลุ่มล่า
สัตว์ทั้งหมด กลุ่มล่าสัตว์ใดก็ตามที่พบผลึกเพลิง พวกเขาสามารถ
นำครอบครัวของพวกเขาไปใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน
นี่เป็นเรื่องที่ดึงดูดนักรบในเผ่า ไม่เพียงแต่เมยและเจียงเท่านั้น
“เจ้าเห็นมันพอหรือยัง? เอามันกลับมาได้ละ! มันถูกพบจากคนใน
กลุ่มของเรา! ”
เมยอยากจะเอามันกลับมา แต่เจียงไม่เต็มใจที่จะให้มันกลับไป
ฉาวซวนเห็นผู้นำกลุ่มล่าสัตว์ทั้งสองถกเถียงกันถึงชิ้นส่วนของหิน
เหมือนว่าไม่มีใครกำลังมองดู พวกเขาไม่กลัวที่จะดึงดูดค้างคาว
ยักษ์เหล่านั้นหรือสัตว์ที่ดุร้ายหากพวกเขาทำเสียงดังมากเกินไป?
ขณะที่ทั้งสองกำลังคว้าผลึกไว้ เจียงบอกว่า “กลุ่มของเราเข้าร่วม
ภารกิจ พวกเจ้าไม่ใช่เพียงกลุ่มเดียวในที่เกิดเหตุ! อย่าคิดที่จะฮุบ
มันทั้งหมด! ”
เมื่อเห็นผู้นำทั้งสองกลุ่มทำพฤติกรรมแบบนั้น นักรบคนอื่น ๆทั้ง
สองกลุ่มก็ได้เข้าร่วมถกเถียง บางคนไม่รู้ว่าผลึกเพลิงคืออะไร แต่
เมื่อพวกเขาได้รับการบอกกล่าวจากเพื่อนในกลุ่ม ก็เริ่มที่จะจ้อง
มองไปที่มือข้างที่คลายออกของเจียงด้วยความปรารถนาและแวว
ตาที่เป็นประกาย
นักรบในเผ่ามีการแสวงหาพลังอย่างต่อเนื่อง และพวกเขาก็เต็มใจ
ที่จะเผชิญหน้ากับความเสี่ยงหรือวิกฤตต่างๆ เพื่อรับพลังและ
ความแข็งแกร่ง
ทั้งสองฝ่ายหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ และทันใดนั้น ก็มีคนถามฉาวซวนว่า
“เจ้าพบผลึกเพลิง ที่ไหน?อาซวน?”
คำถามนี้ ผู้นำกลุ่มทั้งสองก็หยุดและมองฉาวซวน
“ในหลุมยักษ์ไง” ฉาวซวนบอก
เมยยอมแพ้ที่จะต่อสู้กับเจียงเพราะเขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เจียง
จะเอามันไปเป็นของตัวเอง หมอผีจะไม่ยอมเช่นนั้น
“ก่อนที่เจ้าจะออกมา มันเป็นผลึกเพลิงที่เจ้าขุดขึ้นมา?” เมยถาม
“ใช่ ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างอยู่ใต้เท้าและรู้สึกดี ต่อมาเมื่อเราถอย
กลับ ข้ารู้สึกไม่เต็มใจที่จะพลาดมัน ดังนั้นข้าจึงเริ่มขุด ฉาวซวน
กล่าวว่า “ข้าขอโทษ แต่ข้าจะฉลาดมากขึ้นในครั้งต่อไป”
“ไม่,ไม่,ไม่. ข้าจะหุนหันพลันแล่นมากถ้าข้าเป็นเจ้า! ” เจียงบอก
ถ้าเขารู้ว่าผลึกเพลิงอยู่ใต้ฝ่าเท้า บางทีเขาอาจจะเริ่มขุดทันที
อย่างไรก็ตาม ทุกคนไม่สามารถรู้สึกถึงผลึกเพลิงได้ อย่าลืมว่า อา
ซวนได้เรียนรู้มาจากหมอผี ทุกคนเชื่อว่าหมอผีเป็นเหตุผลที่ฉาว
ซวนสามารถหาผลึกเพลิงได้ ผู้คนมักจะเชื่อสิ่งที่เกี่ยวข้องกับหมอ
ผีโดยไม่ตั้งคำถามใด ๆ
ตอนนี้ ชาได้แต่คิดว่าทำไมอาซวนไม่ได้อยู่ในกลุ่มของเขา?
แต่พอเร็ว ๆ นี้ ผู้คนก็ตระหนักถึงสิ่งอื่น ๆ
เจียงกำลังหายใจหนัก ๆ แต่เขาพยายามจะลดเสียงของเขาและ
ถามฉาวซวนว่า “เจ้ารู้สึกถึงการมีอยู่ของผลึกเพลิงอื่นๆ หรือไม่
เมื่อเรากลับไปในหลุมยักษ์?”
“ใช่?” ฉาวซวนมองในแง่ดี
เมื่อพวกเขาวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ฉาวซวนรู้สึกถึงพวกมัน แต่เขา
ไม่มีเวลาขุด
ในตอนท้ายประโยคของฉาวซวน มันก็เงียบมากในสภาพแวดล้อม
จากนั้น ก็จะได้ยินเสียงหายใจหนัก ๆ
มีผลึกเพลิง…
มีมากกว่าหนึ่งชิ้นของผลึกเพลิง …
และพวกมันมีขนาดใหญ่มาก …
“หัวหน้า!”
“กลับไปหาผลึกเพลิงอีกครั้ง!”
“ใช่ ไปกันเลย!”
นักรบในกลุ่มเจียงทั้งหมดก็อารมณ์พุ่งสูงขึ้นและพวกเขาต้องการ
ที่จะวิ่งกลับทันที
“เดี๋ยวก่อนนะ!” รอก่อน! คิดเกี่ยวกับมันก่อน! ”
เจียงเริ่มก้าวไปรอบ ๆ คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร แม้แต่ตอน
ที่เขากำลังเดินอยู่ เขาก็ไม่ได้คลายกำปั้นออก
ฉาวซวนสังเกตเห็นว่าผู้คนในเผ่าดูเหมือนจะชอบเดินไปรอบ ๆ
เมื่อรู้สึกตื่นเต้น
ทุกครั้งที่เขาเห็นพวกเขาเดินไปมา ฉาวซวนจะคิดถึงสุนัขที่เขา
เลี้ยงในชีวิตก่อนของเขา ทุกครั้งก่อนที่มันจะเซ่อซ่า มันจะเดินไป
รอบๆ
“ถ้าข้ารู้ว่าที่นั้นมีผลึกเพลิงอยู่ในหลุม ข้ายอมตายเพื่อนำผลึก
เพลิงกลับไป แม้ว่าข้าจะต้องต่อสู้กับตัวเหล่านั้น” เจียงบอกว่า
“แต่ตอนนี้เรากลับมาแล้ว เราต้องคิดเรื่องของมันอย่างรอบคอบ”
“แน่นอน เราควรเตรียมตัวให้ถูกต้อง ไม่มีทางที่จะรีบเร่งได้ ” เมย
พูดดูดี แต่น้าเสียงของเขาก็เร่ง’รีบ พวกเขาทั้งหมดกำลังคิด
เกี่ยวกับผลึกเพลิง
“กลับไปก่อน!” เจียงกล่าว
“ตกลง! ไปกันเลย!” กลุ่มนักรบกำลังจะถือดาบหินและหอกยาว
“พวกเจ้ากำลังไปที่ไหนกัน?! ข้าหมายความว่าเราควรจะ
ย้อนกลับไปที่ถ้าแห่งแรกก่อน เจียงตะโกนขณะที่เคราของเขาสั่น
ความตื่นเต้นของผู้คนลดลง
เมื่อพวกเขาจำทนกลับมาที่ถ้าในสถานที่แรก เมยในที่สุดก็ได้รับ
ผลึกเพลิงจากเจียง เขาบอกฉาวซวนว่าเขาจะเก็บมันไว้ให้ ฉาว
ซวนไม่ได้คิดมากอะไรเลย เพราะเมยไม่มีความตั้งใจที่จะเก็บไว้
สำหรับตัวเอง นอกจากนี้ ประโยชน์ของผลึกเพลิงจะเป็น
ประโยชน์สำหรับทั้งกลุ่ม ไม่มีใครถูกทิ้งไว้
เมย,เจียงและนักรบที่มีประสบการณ์บางคนกำลังประชุมหารือ
เกี่ยวกับผลึกเพลิง ตั้งแต่ฉาวซวนเป็นคนที่พบมัน พวกเขานำฉาว
ซวนเข้าสู่การสนทนา
หลังจากประชุมในตอนกลางคืน ผู้นำกลุ่มทั้งสองคนนี้ก็หารือกัน
พวกเขาตัดสินใจที่จะเรียกกลุ่มล่าสัตว์อีก 3 กลุ่มเข้าร่วม
เมื่อฉาวซวนกล่าวว่ามีผลึกเพลิงอยู่ในหลุมยักษ์ เขาคิดว่าเขาควร
จะทำอย่างไรถ้าเจียงและ เมยต้องการที่จะกลับไปต่อสู้ด้วยตัวเอง
เขาจะหยุดพวกเขาจากการกลับไปและปฏิเสธที่จะช่วย พวกเขามี
คนน้อยเกินไปซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่แข็งแรงพอที่จะกลับไป
เอาสมบัติเหล่านั้น
หลังจากที่สงบลง ทุกคนต่างตระหนักดีว่ากลุ่มล่าสัตว์ทั้งสองกลุ่ม
สามารถพ่ายแพ้ให้กับค้างคาวยักษ์จำนวนมากได้ นับประสาอะไร
ที่มีนักรบที่ได้รับบาดเจ็บในหมู่พวกเขา ทุกคนไม่ได้อยู่ในอารมณ์
ที่ดีนัก
เมยและเจียงหยิบม้วนหนังสัตว์ และเขียนประโยคสักสองสาม
ประโยคที่พวกเขาต้องการจะถ่ายทอดให้กับกลุ่มล่าสัตว์ทั้งสาม
กลุ่มในฐานะผู้นำกลุ่มล่าสัตว์ มันจะขึ้นอยู่กับพวกเขาว่าพวกเขา
ต้องการที่จะมาหรือไม่ แต่ พวกเขาจะรีบเร่งในอึดใจเดียวตราบ
เท่าที่พวกเขาไม่ได้โง่
“ตอนนี้กลุ่มอื่น ๆ ควรจะอยู่ใกล้สถานที่แรก พวกเขาไม่น่าเดิน
ทางไกลเกินไปเราสามารถพบพวกเขาทันถ้าเรารีบไป ”
เมยและเจียงส่งนักรบไม่กี่คนไปส่งจดหมายให้กับกลุ่มล่าสัตว์ทั้ง
สามกลุ่ม
ในถ้า นักรบที่ได้รับบาดเจ็บได้จดจ่ออยู่กับการพักฟื้น ในขณะที่
คนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจะต้องล่าค้างคาวทั้งกลางวันและกลางคืน
ตลอดเวลา เมื่อพวกเขาพบค้างคาว พวกเขาฆ่ามัน!
ในอดีต พวกเขาพยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แต่ตอนนี้
เนื่องจากพวกเขารู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับผลึกเพลิง พวกเขามีทัศนคติ
ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทุกวัน มันก็เหมือนพวกเขาได้รับสาร
กระตุ้น และจะออกไปพร้อมกับดาบหินและหอกยาวเมื่อใดก็
ตามที่พวกเขามีโอกาส
ผู้นำกลุ่มอื่นทั้งสามคนได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับ
ม้วนหนังสัตว์ กลุ่มที่เร็วที่สุดมาถึงวันที่สอง และที่ช้าที่สุดมาถึงใน
วันที่สามช่วงเช้าพร้อมกับนักรบในกลุ่มล่าสัตว์ของพวกเขา
พวกเขาไม่สามารถจบเส้นทางการล่าสัตว์ของพวกเขาได้ในขณะนี้
แต่ไม่มีผู้ใดในกลุ่มไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ แม้แต่บรรพบุรุษก็จะคลาน
ออกมาจากหลุมศพเพื่อส่งเสียงว่า ‘ใช่’ ถ้าพวกเขารู้เรื่องนี้ นักรบ
ทุกคนมาที่นี่ด้วยความสมัครใจ และทุกคนก็ร้อนรนอยากจะมาดั่ง
สายฟ้าฟาด เพราะกลัวว่าการมาสาย หมายถึง ไม่สามารถตัด
ส่วนแบ่งออกจากเค้กก้อนนี้ได้
กลุ่มล่าสัตว์ทั้งหมด 5 กลุ่ม และผู้นำทั้งห้าคนได้ร่วมกันตัดสินใจ
ว่าคราวนี้ พวกเขาจะมุ่งเป้าหมายไปที่หลุมยักษ์ แต่ก่อนหน้านั้น
พวกเขาต้องคิดวิธีการจัดการที่ดี
ในขณะที่กลุ่มผู้นำทั้ง 5 คน มีวิธีการจัดการที่เหมาะสม สมาชิก
ของกลุ่มล่าสัตว์ทั้งหมด ห้ากลุ่มก็พร้อมที่จะออกไปต่อสู้ทุกวัน
ก่อนหน้านี้ เมื่อพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับทัศนียภาพที่ผิดปกติ พวก
เขาก็กังวล,วิตกและกลัว แต่ตอนนี้ ไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นที่เคยมี
อยู่ นักรบทุกคนมีเครื่องมือหินที่แหลมคมมากขึ้น และพวกเขา
กำลังคิดเกี่ยวกับการฆ่าค้างคาวมากขึ้นทุกวัน
คนที่ถูกกัดจากค้างคาวจะพักอยู่ในถ้า ระหว่างที่เขานอนหลับ เขา
จะลุกขึ้นยืน พิงตัวไปที่กำแพงและพูดพึมพำว่า “ปล่อยข้าไป …
ข้าทำได้ … ข้าสามารถสับหัวของพวกมันได้!”
เพื่อนในกลุ่มล่าสัตว์ของเขายิ้มให้คนอื่น ๆ ในถ้าอย่างน่าสังเวช
และลากเขากลับมา “เอาล่ะ เอาหละ เจ้าสามารถสับหัวของพวก
มันได้” จากนั้น ด้วยการชกอย่างแรง เขาก็ทำให้เพื่อนล้มสลบไป
และลากเขาไปที่มุมหนึ่งเพื่อให้หลับต่อไป [อืม ช่างอ่อนโยนและ
เอาใจใส่ยิ่ง 555 และแอดไม่แน่ใจว่านั่นคือการเยาะเย้ยหรือไม่]
หลังจากที่เขานั่งลงข้างๆ เพื่อน เขาก็หันไปหาทุกคนที่กำลังจ้อง
มองเขา เขากล่าวด้วยท่าทางบริสุทธิ์ไร้เดียงสา “หัวหน้าของเรา
บอกว่าเราไม่มีสมุนไพรมากพอ คนนี้โดนกัดจำเป็นที่จะต้องนอน
หลับตลอดคืน เพื่อฟื้นฟูพลังหลังจากที่กินสมุนไพร การนอนจะ
ช่วยให้เขาฟื้นตัว ”
นักรบจากกลุ่มล่าสัตว์ทั้งห้า ได้อยู่ร่วมกันในถ้าแห่งแรก มันไม่
ค่อยแออัด แต่ไม่มีใครคิดที่จะใส่ใจ ตอนนี้ ทุกคนเต็มไปด้วย
ความหวังในใจ พวกเขาหวังว่าทุกคนจะก้าวหน้าได้เร็วขึ้น
ในขณะที่เมยและผู้นำกลุ่มคนอื่น ๆ ต่างฝันถึงการกลายเป็น
นักรบระดับสูง โดยปกติ ทรัพยากรที่พวกเขามีอยู่ค่อนข้างจำกัด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับคนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในเขตตีนเขา
พวกเขามีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่กว่าสำหรับตัวเองและ
ครอบครัวของพวกเขา
สำหรับกลุ่มล่วงหน้า …
เยี่ยม กลุ่มล่วงหน้าได้ไปไกลเกินกว่าที่จะตามเจอ …