Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 123 : ทักษะแกะสลักลับ
หมอผีมีอาการกระตุกอย่างกะทันหันบนใบหน้าของเขา ราวกับว่า
ไม่อยากจะเชื่อคำพูดของฉาวซวน แต่ ตัดสินจากการแสดงออก
ของฉาวซวนดูเหมือนว่าเขาไม่ได้โกหก
“เดี๋ยวก่อนนั้น!”
หมอผีหันกลับไปและหยิบผลึกเพลิงออกมาและส่งให้ฉาวซวน”
แสดงให้ข้าเห็น”
ฉาวซวนไม่ได้พูดอะไรอีกและเริ่มดูดซับมันทันทีหลังจากที่เขา
หยิบผลึกเพลิง
แม้ว่าคนอื่น ๆ ไม่สามารถมองเห็นฉาวซวนดูดซับพลังงานจาก
ผลึกเพลิง แต่หมอผีก็สามารถมองเห็นได้ มันไม่ชัดเจน แต่เส้นใย
พลังงานเป็นของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์!
นี้เป็นไปได้ยังไง?!
หมอผีสับสนงุนงง
เหตุผลที่ฉาวซวนแบ่งปันประสบการณ์นี้กับหมอผี คือการที่เขา
ต้องการหาคำตอบสำหรับข้อสงสัยของเขา เขาไม่รู้เรื่องที่เกี่ยวกับ
พลังลึกลับในร่างกายของเขา แต่ดูเหมือนว่าหมอผีก็ไม่รู้เช่นกัน
เห็นว่าหมอผีตกลงไปในห้วงความคิดอีกครั้ง ฉาวซวนวางผลึก
เพลิงไว้ที่โต๊ะหินข้างหน้า หมอผี
การเคลื่อนไหวของฉาวซวนเรียกสติของหมอผีกลับสู่ความเป็น
จริง เขามองไปที่ผลึกเพลิงที่มีขนาดเท่าไข่นกกะทา และหันไปหา
ฉาวซวนอีกครั้ง เขากำลังมองหาร่องรอยของความไม่เต็มใจ,ฝืน
ทำ,ไม่พอใจหรือโลภ อย่าลืมว่า ความดีความชอบส่วนใหญ่เป็น
ของฉาวซวนในเรื่องนี้ ถ้าเขาได้รับรางวัลตามผลงานของพวกเขา
ฉาวซวนควรเป็นคนที่ควรได้รับรางวัลมากที่สุด แต่ฉาวซวนไม่ได้
อะไรมากนัก
แต่หมอผีสังเกตเห็นว่าดวงตาของฉาวซวนค่อนข้างนิ่งสงบและไม่
มีความรู้สึกไม่เต็มใจหรือความโลภในใจ เขาไม่เคยมีความไม่
พอใจใดที่ต้องแบ่งผลึกพลิง
จิตใจเช่นนี้ช่างสง่างามยิ่งนัก!
แม้แต่หมอผีก็สัมผัสได้ อาซวนกำลังเสียสละเพื่อประโยชน์ของชน
เผ่า!
“เจ้าอาจใช้ผลึกเพลิงนี้” หมอผีกล่าว
“ไม่จำเป็น.” เห็นความผิดปกติบางอย่างบนใบหน้าของหมอผี
ฉาวซวนกล่าวว่า “หรือเราสามารถเปลี่ยนมันให้มีขนาดเล็กได้ มัน
ใหญ่เกินไป และมันจะสูญหายจริงๆ ถ้าข้าทำมันสูญหาย. ”
ผลึกเพลิงที่มีขนาดเท่าเม็ดข้าวจะสามารถใช้ได้นานหลายวัน และ
ไม่จำเป็นต้องมีชิ้นใหญ่เช่นนี้ นอกจากนี้ เขาจะไม่ใช้มันในขณะที่
เขาอยู่ในชนเผ่า เฉพาะระหว่างภารกิจการล่าสัตว์เท่านั้นที่จะถูก
นำมาใช้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีชิ้นใหญ่เช่นนี้
หมอผีรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้จิตวิญญาณที่สง่างามที่ไม่เคยมีความ
ทะเยอทะยานส่วนตัว และพยายามทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของชน
เผ่า คิดถึงเรื่องนี้ หมอผีบอกวิธีที่ดีกว่า “เจ้าควรนำมันไป”
“ไดฮะ ถ้าอย่างนั้น.” ฉาวซวนนำผลึกเพลิงขนาดไข่นกกระทา
กลับไป และกล่าวว่า “ในความเป็นจริง ผลึกเพลิงไม่ได้ส่งผล
กระทบกับข้ามากนัก ข้าไม่สามารถพัฒนาพลังของข้าแม้ว่าข้าจะ
ดูดซับมัน”
หมอผี: “… ”
ฉาวซวนไม่ได้โกหก เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากผลึกเพลิงไม่
มีผลเท่าที่คนอื่น ๆ ได้รับ นักรบคนอื่น ๆ ทั้งหมดจะได้รับการ
ปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่พวกเขาดูดซับพลังงานจากผลึก
เพลิง แต่ ผลึกเพลิงไม่ได้ส่งผลต่อฉาวซวนอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและยกระดับจิตวิญญาณ
ฉาวซวนได้ดูดกลืนพลังงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของชิ้นส่วนเล็ก ๆ
ของผลึกเพลิงที่เขาทดสอบมา คราวนี้ เขาทำอีกครั้ง ดูดซับ
พลังงานจำนวนมากเมื่อเขายืนอยู่ข้างหลุมไฟกับนักรบคนอื่น ๆ
ในความเป็นจริง เขาได้ดูดซึมพลังงานมากขึ้นกว่าคนอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ลวดลายสัญลักษณ์บนแขนของเขาไม่ได้ขยาย
ออกไป
เมื่อหมอผีจากไป ฉาวซวนก็มีม้วนหนังสัตว์อีกสองสามชิ้นอยู่ใน
มือ ชุดบันทึกของหมอผี พวกมันว่างเปล่า
หลังจากได้ยินเรื่องผลึกเพลิ หมอผีได้มอบชุดบันทึกกับฉาวซวน
ซึ่งเป็นภาพวาดของอดีตหมอผี ในหมู่พวกมัน มีเรื่องเกี่ยวกับสุนัข
ล่าเนื้อในนี้
หมอผีเป็นแบบนั้น เขาจะเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมและช่วยเจ้าตราบ
เท่าที่เจ้าแสดงให้เขาเห็นว่าเจ้ามีคุณค่า เขาจะทำทุกอย่างที่ดีต่อ
เผ่า
ถ้าก่อนหน้านี้ หมอผีอาจจะไม่เผยให้ฉาวซวนเห็นชุดบันทึก
โบราณเพราะเป็นความลับของเผ่าที่ซ่อนอยู่ในนั้น นอกจากนี้
หมอจะไม่เปิดเผยความลับก่อนจะถึงเวลาเหมาะสม แต่ตอนนี้
หมอผีเปลี่ยนความคิดของเขา
ชุดบันทึกโบราณทั้งหมดที่วาดโดยบรรพบุรุษถูกเก็บไว้โดยหมอผี
มันเป็นเวลากว่าพันปีแล้ว และมีความเสียหายบางส่วน เจ้า
สามารถอ่านชุดบันทึกนั้นได้ที่สถานที่ของหมอผีเท่านั้น และไม่มี
ใครสามารถนำออกไปได้
ประการแรก ฉาวซวนอ่านชุดบันทึกโบราณทั้งหมดเหล่านี้อย่าง
คร่าวๆ จากนั้น เขาก็เลือกหนึ่งในนั้นที่เกี่ยวกับสุนัขล่าเนื้อและเริ่ม
อ่านพวกมันอย่างใส่ใจ ทีละภาพๆ
เมื่อเขากลับมาที่บ้านในบริเวณตีนเขา เขาขังตัวเองอยู่ในห้องและ
เริ่มทำสำเนาสิ่งที่เขาเห็นในชุดบันทึกโบราณด้วยปากกาของเขา
หลังจากนั้น เมื่อตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ในถ้าเด็กกำพร้า เขาได้เห็น
ภาพบนผนังในห้องหิน ซึ่งแสดงให้เห็นนักรบล่าสัตว์กับสุนัขล่า
เนื้อ แต่เขาไม่ได้มีภาพที่ชัดเจนในเวลานั้น อย่าลิมว่า มันเป็นโลก
ใหม่เอี่ยมสำหรับเขาและสิ่งที่ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติอาจมี
ความลับที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ซ่อนอยู่ภายใน
หลังจากอ่านชุดบันทึกโบราณเหล่านั้น ฉาวซวนได้รู้ว่าบรรพบุรุษ
มีความต้องการที่ต่างออกไปและข้อกำหนดต่างๆ สำหรับสุนัขล่า
เนื้อพันธุ์ต่างๆ
ตามภาพในชุดบันทึกโบราณ บรรพบุรุษของพวกเขาจะเลือกกลุ่ม
ลูกสุนัขที่แข็งแรงและมีกำลังมากเมื่อลูกสุนัขล่าเนื้อยังเล็กมาก
พวกเขาจะฝึกฝนพวกมันอย่างเคร่งครัดและในระหว่างนั้นบางตัว
อาจไม่รอด ตัวที่มีชีวิตรอดผ่านการฝึกฝนดังกล่าวจะเข้าสู่รอบที่
สองของการคัดเลือก
มีสุนัขล่าเนื้อสองชนิดที่บรรพบุรุษเลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นสุนัขล่าเนื้อปกติ
และสุนัขล่าเนื้อติดตาม สุนัขสายพันธุ์ปกติเป็นสัตว์ที่ได้รับการ
ฝึกฝนมาแล้ว พวกมันจะเข้าร่วมภารกิจการล่าสัตว์หรือเข้าร่วมใน
ภารกิจตรวจตราเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม ไม่มีสักตัวที่ได้รับการ
ยอมรับอย่างแท้จริงจากชนเผ่า เพราะพวกมันไม่เคยได้รับพลังที่
แท้จริง
แต่ สุนัขล่าเนื้อติดตามที่เดินทางไปด้วยกันนั้นไม่เหมือนกัน สุนัข
ทุกตัวได้รับการคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยความสามารถที่
แข็งแกร่งและจงรักภักดีเป็นอย่างมาก พวกมันได้รับการยอมรับ
จากผู้คนทั้งเผ่า และจะถูกแกะสลักด้วยสัญลักษณ์ของชนเผ่าจาก
หมอผี หลังจากนั้น พวกมันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชนเผ่าที่
สามารถยืนข้างหลุมไฟระหว่างพิธีกรรมและได้รับพลังอำนาจจาก
เปลวไฟเช่นเดียวกับทุกคน ดังนั้น พวกมันจะแข็งแรงกว่าสุนัขล่า
เนื้อปกติ
อย่างไรก็ตาม การแกะสลักดังกล่าวไม่ได้สืบทอดจากบรรพบุรุษ
ลูกหลานของสุนัขต้องได้รับการฝึกฝนและรับการคัดเลือกเช่นสุนัข
ตัวอื่น ๆ ตามปกติ พวกมันจะได้รับการยอมรับหลังจากการฝึกฝน
และการคัดเลือกตามมาตรฐานเดียวกันเท่านั้น แต่พูดโดยทั่วไป
แล้ว ลูกหลานของสุนัขพันธุ์ดังกล่าวมักเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน
สำหรับทักษะลับของการแกะสลัก … เพียงหมอผีของชนเผ่าที่
สามารถทำเช่นนั้น เพราะมันต้องใช้พลังแห่งการสืบทอด
หมอผีได้บอกกับฉาวซวน เมื่อเขากำลังอ่านชุดบันทึกโบราณว่าถ้า
ฉาวซวนต้องการจะทดลอง เขาจะหาชุดบันทึกโบราณทั้งหมดที่
เกี่ยวข้อง คิดสิว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ซีซาร์ได้ปฏิบัติตาม
ข้อกำหนดทั้งหมดที่จะแกะสลัก
ทักษะลับการแกะสลักมีความซับซ้อนมาก และไม่สามารถเข้าใจ
ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ
เป็นสิ่งที่หมอผีบอกเมื่อฉาวซวนออกไป
ในความเป็นจริง ฉาวซวนเข้าใจความหมายของหมอผีทั้งหมด
เขาไม่ต้องการให้ฉาวซวนวิ่งเข้ามา ถ้าเขาพยายามแกะสลักโดย
ปราศจากความเข้าใจและการควบคุมทักษะได้เต็มร้อย ทักษะนี้
ไม่เพียงแต่จะเป็นการแกะสลักที่ล้มเหลว ซีซาร์ก็อาจจะตายได้
มันได้รับการกล่าวในชุดบันทึกของหมอผีว่ามีอัตราความสำเร็จใน
การทำแกะสลัก เพียงครึ่งหนึ่งของสุนัขล่าเนื้อที่จะอยู่รอด
ความเสี่ยงไม่สามารถละเลยได้
แม้แต่หมอผีก็ไม่เคยลองใช้ทักษะลับแกะสลัก อย่าลืม ทุกคนไม่มี
สัตว์ในเผ่าที่หมอผีสามารถทดสอบได้
ฉาวซวนจำเป็นต้องคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำ เขาจะ
เป็นผู้ตัดสินใจเลือกและตัดสินใจ ซึ่งหมายความว่าหมอผีจะไม่
เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมาก แน่นอนว่าฉาวซวนจะไม่ผลีผลาม
กระทำการใดๆ ก่อนอื่น เขาจะเข้าใจและทำให้เชี่ยวชาญในทุก
ขั้นตอน
เมื่อมองไปที่ซีซาร์กำลังอ้าปากหาวอยู่ข้างๆ เท้าเขา ฉาวซวนถอน
หายใจเข้าลึก ๆ ซีซาร์เป็นเพียงสัตว์ป่าและยังคงห่างไกลจากการ
เป็นสัตว์ป่าที่ดุร้าย ในป่ามันไม่สามารถแข่งขันกับหมาป่าจ่าฝูง
ซึ่งถูกกำหนดโดยธรรมชาติไม่ใช่ตัวของซีซาร์เอง อาจจะใช้
เวลานานสำหรับมันที่จะเปลี่ยนจากสัตว์ธรรมดาเป็นสัตว์ป่าที่ดุ
ร้าย เช่นเดียวกับค้างคาวเหล่านั้นในถ้า สัตว์ป่าที่ดุร้ายทุกตัว
กลายเป็นหนึ่งเดียวเมื่อมันก้าวข้ามซากศพของสัตว์ตัวอื่น ๆ นับ
พันตัว
ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นสัตว์ทั่วไปจะไม่สามารถอยู่ได้นานใน
ป่า แม้แต่คนในชนเผ่าก็ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อพัฒนาตนเอง
ไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ พวกเขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อ
ปรับปรุงและปีนขึ้นไปบนปิรามิดของธรรมชาติ ในแต่ละขั้นตอน
พวกมันทิ้งร่างไว้หลายพันตัว
“ดี ขั้นแรก ข้าจะก้าวเดินอย่างทารก.” ฉาวซวนกระซิบกับตัวเอง
ขณะที่เขาจ้องมองไปที่หมาป่าหาวอย่างขี้เกียจตอนนี้
ทุกวัน ฉาวซวนจะอ่านชุดบันทึกโบราณในสถานที่ของหมอผี และ
จากนั้นคัดลอกภาพเหล่านั้นลงบนหนังสัตว์ผืนใหม่ของเขา เขา
ทำงานกับพวกมันด้วยความเข้มงวดเต็มที่ และหมุนเวียนพลังแห่ง
การสืบทอดของเขาเช่นการฝึกฝน
หมอผียังรักษาคำมั่นสัญญาไว้ และพบว่าชุดบันทึกนี้เกี่ยวกับการ
แกะสลักและสุนัขล่าเนื้อทั้งหมด
นอกเหนือจากเมื่อเขาออกไปในภารกิจล่าสัตว์ ฉาวซวนจะยังคง
ทำสำเนาของเขาในขณะที่เขาอยู่ในเผ่า
ในห้องของฉาวซวน มีม้วนหนังสัตว์กว่าสิบม้วนที่เขาทำเสร็จ นั่น
คือการทำงานอย่างหนักของเขาในทุกวันนี้
ขณะที่ฉาวซวนกำลังคัดลอกชุดบันทึกโบราณเหล่านั้น หลายคน
ในเผ่าก็มาหาเขา
เนื่องจากคนในเผ่าเริ่มคิดถึงการเลี้ยงหมาป่าของตนเอง บางคน
จากทีมล่าสัตว์จะมาปรึกษาฉาวซวนหลังจากจบภารกิจล่าสัตว์
ตัวอย่างเช่น ม่อเอ๋อร์มาที่นี่เพื่อพูดคุยกับฉาวซวน
เขาต้องการถามเกี่ยวกับวิธีการฝึกและเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากทุกคน
ไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงสัตว์ที่บ้าน มันดูเหมือนง่าย แต่
จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ หลายคนไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ และพวกเขา
ก็จะกินเนื้อสัตว์หากสัตว์เลี้ยงของพวกเขาตาย
ฉาวซวนมองไปที่ลูกสิงโตที่ม่อเอ๋อร์ถือในมือและเลิกคิ้วขึ้น
“สิงโตถ้า?”
นั่นเป็นสิ่งที่หายากมาก สิงโตถ้านั้นดุร้ายมากและป่าเถื่อน สิงโต
ถ้าส่วนใหญ่จะเติบโตเป็นสัตว์ที่ดุร้าย แม้แต่ฝูงหมาป่าก็ไม่กล้าที่
จะทำอะไรกับพวกมัน แต่ เขาไม่รู้ว่าลูกสิงโตจะเป็นอย่างไร
ตามที่ม่อเออร์เล่ามา พวกเขาพบฝูงของหมีถ้าต่อสู้กับสิงโตถ้า
และสิงโตถ้าพ่ายแพ้ ลูกสิงโตทุกตัวถูกกัดจนตายเกือบทุกตัว
ยกเว้นเจ้าตัวน้อยนี้ ม่อเอ๋อร์นำมันกลับมา เขาต้องการที่จะเลี้ยง
ไว้สำหรับตัวเอง
ฉาวซวนแท้จริงแล้วไม่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงสิงโตถ้าที่บ้าน
ตั้งแต่เริ่มแรก เขาเลี้ยงซีซาร์ไว้เหมือนสุนัข แต่ถึงอย่างงั้น ซีซาร์
ยังคงมีด้านป่าเถื่อนอยู่ สิ่งที่โชคดีคือ ในท้ายที่สุด ซีซาร์สามารถ
ควบคุมสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมันได้ สำหรับสิงโตถ้า
ของม่อเอ๋อร์… ทั้งหมดที่ฉาวซวนสามารถทำได้คือการแบ่งปัน
พื้นฐานบางอย่างและสิ่งที่ทำไม่ได้กับเขา ต่อมา มันจะสมบูรณ์
ขึ้นม่อเอ๋อร์
เราต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่หากเจ้าต้องการเลี้ยง
สัตว์ป่าที่ดุร้ายและไม่ปล่อยให้พวกมันขาดการควบคุม หากมี
สถานการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นคนในเผ่าจะล้มมันลงก่อน
แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเลี้ยงสัตว์ หลาย ๆ คนก็อยากลอง
ไม่เพียงแต่ม่อเอ๋อร์ นักรบอีกหลายคนก็ได้นำลูกหมาป่ากลับมา
ระหว่างภารกิจล่าสัตว์ ต่อๆ มา พวกเขาก็นำสัตว์อื่น ๆ กลับมาอีก
เช่นกัน
นักรบบางคนรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เลี้ยงสัตว์ในตอนแรก แต่ต่อมา
ในที่สุดสัตว์เลี้ยงของพวกเขาก็กลายเป็นเนื้อสัตว์และจบลงใน
ท้องของพวกเขา แต่ นักรบบางส่วนที่ยังคงมุ่งมั่นเพื่อเป้าหมาย
เดิมของพวกเขา ในระหว่างนั้น ส่วนใหญ่เป็นนักรบหนุ่ม เช่น ม่อ
เอ๋อร์
ในช่วงฤดูหนาว ฉาวซวนแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบิน
ของนกเช่นชาช่า ในช่วงเริ่มต้นของปีใหม่นี้ เขาทำให้ซีซาร์มี
ความก้าวหน้าและได้รับการยอมรับจากทุกคนในเผ่า ด้วยการทำ
เช่นนั้น เขาได้ทำให้นักรบหนุ่มในเผ่าหาหนทางใหม่ในการทำสิ่ง
ต่างๆ
ตอนนี้ ฉาวซวนเป็นคนแรกและคนเดียวที่เลี้ยงสัตว์ไว้และได้รับ
การยอมรับจากหมอผี ดังนั้นทุกครั้งที่มีคนนำอะไรบางอย่าง
กลับมา พวกเขาก็จะมาหาฉาวซวนและคุยกันเรื่องนี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมา เมื่อคนอื่น ๆ กำลังจดจ่ออยู่กับหมาป่า
,เสือ,เสือดาวและสิงโต เด็กหนุ่มคนนั้นกลับนำลูกหมูป่ากลับมา!
เป็นที่เข้าใจได้โดยสิ้นเชิงว่านักรบในเผ่าบูชาสัตว์กินเนื้อดุร้าย แต่
กับหมูป่า …
อย่างสัตย์จริง นี่มันไม่ได้เป็นหมูป่าจริงๆ … มันเหมือนกับลูกหมูที่
ยังไม่อดนม!