Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 140 : ชั้นน ้ำแข็งบนยอดเขำ
- Home
- Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม
- ตอนที่ 140 : ชั้นน ้ำแข็งบนยอดเขำ
หลังจากอยู่สองวันที่ขอบหน้าผา ฉาวซวนเกือบจะฟื้นตัวและ
อาการบาดเจ็บที่แขนของเขาก็หายเป็นปกติ แต่ความสามารถใน
การฟื้นตัวของชาช่าต่ากว่าของฉาวซวน ทำให้ต้องใช้เวลาอีก
หลายสิบวันในการฟื้นตัวเต็มที่
สิ่งที่แปลกใจมากที่สุดของฉาวซวนคือนกอินทรียักษ์อยู่ที่นี่มานาน
กว่า 10 วัน และมันไม่มีรังอยู่ที่นี่ มันก็แค่บินผ่านไป ทุกวัน
หลังจากจับเหยื่อเพื่อเติมเต็มกระเพาะอาหาร มันยืนอยู่บนหินสูง
เพื่อพัก แทนที่จะจากไปทันที นอกจากนี้ ยังให้อาหารบางส่วนแก่
ชาช่าทุกวัน
ทุกวันนี้ ความเหน็ดเหนื่อยของชาช่าลดลงและมันกลับคืนสู่
สภาวะจิตใจที่ดี และมันก็มีอาหารเพียงพอ ดังนั้นมันจึงจดจ่ออยู่
กับการรักษาแผลอย่างอดทน
ฉาวซวนจะปีนขึ้นไปบนภูเขาเพื่อล่า แต่ไม่มีชาช่าช่วย เขามี
ปัญหาบางอย่างเพราะนกอินทรียักษ์ไม่ได้ช่วยเขาลงไปที่ภูเขา
นอกจากอาหาร ฉาวซวนยังพบสมุนไพรบางชนิดที่ใช้ทาบาดแผล
ของชาช่า เขาตั้งใจจะดูว่านกอินทรียักษ์ต้องการความช่วยเหลือ
จากเขา แต่เพียงเพื่อจะพบว่ามันอยู่ห่างจากเขาอย่างตั้งใจ ฉาว
ซวนยกเลิกความคิดนี้เสียชั่วคราว
ทันทีที่ชาช่าบินได้อีกครั้ง นกอินทรียักษ์ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ต่อ
มันจะไปกับชาช่าในทิศทางนั้น และฉาวซวนไม่รู้ว่ามันจะไล่ตาม
พวกเขาหรือเพียงแค่กลับมา ร่วมกับนกอินทรียักษ์ ชาช่าจะ
ปลอดภัยมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากชาช่าบินขึ้น มันก็กรีดร้องไปทางฉาวซวน
เพื่อบอกให้เขารีบและไล่ตามทันพวกมัน
ฉาวซวนยิ้มและตัดสินใจที่จะติดตามพวกมันเพื่อดูตำนานหุบเขา
อินทรี เขาเก็บเขี้ยวกระบี่ออก วิ่งจากที่ไกลๆ จากนั้นก็กระโดดขึ้น
ไปจับขาของชาช่า ซึ่งกำลังบินตรงมาที่เขา
นกอินทรียักษ์บนท้องฟ้าดูเหมือนจะใจร้อนมาก บินโฉบอยู่หลาย
ครั้ง ซึ่งกำลังบ่งบอกว่าให้พวกเขารีบออกเดินทาง
“ไปกันเลย!” ฉาวซวนกล่าว
ได้ยินเสียงกรีดร้อง
หลังจากที่กรีดร้องด้วยความปิติยินดี ชาช่ากางปีกของมันและ
ตามหลังนกอินทรียักษ์
คราวนี้ชาช่าจะไม่เข้าใกล้ต้นไม้ในป่า แต่รักษาระยะห่างเพื่อ
หลีกเลี่ยงการถูกโจมตีอีกครั้ง
ท่าทางการบินของนกอินทรียักษ์ดูเหมือนไม่เสถียรกว่าสิบวันก่อน
เห็นได้ชัดว่ามันลำบากมาก แต่แม้ว่าชาช่าและฉาวซวนจะบินเร็ว
มาก ชาช่าแทบจะไม่สามารถไล่ตามทันได้
ในระหว่างวัน พวกเขายังคงบินต่อไป ในตอนเย็น พวกเขาพบว่ามี
สถานที่พักผ่อน พวกเขานำเหยื่อของพวกเขาไปยังหน้าผาสูงและ
กินมันเงียบ ๆ ในบริเวณนี้ มีเทือกเขาสูงหลายแห่ง บางครั้งพวก
เขาก็พบกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่อาศัยอยู่ในภูเขาสูง โดยปกตินกอินทรี
ยักษ์ต่อสู้กับเหยื่อขณะที่ฉาวซวนและชาช่าให้กำลังใจมันใกล้ ๆ
ถ้าพวกเขาพยายามช่วย มันก็จะก่อให้เกิดปัญหากับนกอินทรีย์
ยักษ์
ทุกครั้งที่นกอินทรียักษ์ต่อสู้กับสัตว์ร้ายอื่น ๆ ฉาวซวนพบว่ามัน
ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น กรงเล็บของมัน, ปากและขนอยู่ในสภาพ
เลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อฉาวซวนพบกันครั้งแรก เฉพาะสายตาคู่นั้นของ
นกอินทรีที่ยังคงแหลมคมไม่อาจเอาชนะได้ของพวกมัน
ภายใต้การคุ้มกันของนกอินทรียักษ์ พวกเขาหลีกเลี่ยงปัญหา
มากมาย สำหรับนกที่กำลังบินไม่กล้าที่จะยั่วยุพวกเขาตามทาง
พวกเขาได้หยุดพักสามที่เป็นเวลาประมาณสามสิบวันแล้ว แต่
พวกเขายังไม่เห็นจุดหมาย
แต่ ตัดสินจากชาช่าและพฤติกรรมของนกอินทรียักษ์ ฉาวซวน
สามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในจิตใจของพวกมันได้ พวกมัน
ตื่นเต้นและมีประกายในแววตา แม้แต่นกอินทรียักษ์ที่พ่ายแพ้ด้วย
สภาพอากาศก็แสดงให้เห็นถึงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะ
ไปให้ถึงที่นั่นโดยปราศจากความล่าช้าอีกต่อไป
จุดหมายปลายทางอยู่อีกไม่ไกล
วันนี้ นกอินทรีทั้งสองรีบเดินต่อไปกับการเดินทางของพวกมันและ
ฉาวซวนก็สังเกตเห็นฉากรอบตัว ด้านหน้าของพวกเขา มีภูเขา
คล้ายมังกรทอดตัวยาว ภูเขาสูงมาก ซึ่งเตือนให้ฉาวซวนรู้ว่าภูเขา
อยู่ในตำแหน่งที่สอง นกส่วนใหญ่ถูกกีดขวางจากภูเขาสูง
เมื่อใดก็ตามที่พวกมันพบภูเขาดังกล่าวและต้องการข้ามไป พวก
มันก็จะเห็นทิวทัศน์ที่ต่างออกไป
ด้านบนสุดของภูเขาถูกกีดขวางจากก้อนเมฆ ดังนั้นพวกมันจึง
สามารถมองเห็นเพียงแผ่นดินอันกว้างใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยก้อน
เมฆที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเท่านั้น
นกอินทรียักษ์เริ่มบินสูงขึ้น ตามด้วยชาช่า
พวกมันวางแผนที่จะไปที่ภูเขา
ระหว่างทาง พวกมันปีนขึ้นภูเขาหลายครั้ง คราวนี้แม้ว่ามันยาก
มากสำหรับพวกมัน
ยิ่งบินสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งยากขึ้นมากเท่านั้น ดูเหมือนว่ามีแรง
กดดันสิ่งมีชีวิตที่พยายามบินขึ้นไป
หลังจากบินไประยะไกล ชาช่ารู้สึกเหนื่อยและทรุดตัวลงบนโขด
หิน
“ชาช่า เจ้าไปต่อและไล่ตามขึ้นไป ข้าจะหยุดอยู่ที่นี่.” ฉาวซวน
กล่าวขณะที่เขาสัมผัสกับขนบนหัวชาช่า
“เจียว ~~~!”
ชาช่าหลีกเลี่ยงมือของเขา กระพือปีกอย่างดุเดือดและขีดข่วนหิน
ใกล้ๆ เขาด้วยกรงเล็บของมัน
“ทำไมเจ้าจึงดื้อรั้นฮึ? ข้าจะรอที่นี่ … “ฉาวซวนกล่าว คิดถึงเรื่องนี้
เขาถามว่า “เจ้าจะกลับมา ใช่ไหม?”
ชาช่าร้องครางและยังคงขีดข่วนหิน
“แต่ถ้ามันใช้เวลานานเกินไป ข้าจะกลับไปด้วยตัวข้าเอง” ฉาวซวน
วางแผนที่จะอยู่ในบริเวณนี้ ซึ่งสายพันธุ์นั้นแปลกสำหรับเขา เขา
คิดว่าบางทีเขาอาจจะค้นพบสมุนไพรที่มีค่าบางอย่างจากในชุด
บันทึกโบราณ
เขาเอยู่ในเผ่ามาตลอด และมันก็น่าเบื่อสำหรับเขาที่จะไล่ตาม
เส้นทางเดิมๆ เขาสามารถคว้าโอกาสนี้ไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
นอกดินแดนนี้ เขาต้องการจะเห็นที่คนเขาเรียกกันว่าภูเขาอินทรี
แต่ชาช่ายังคงเล็กเกินไปที่จะบินสูงขึ้นพร้อมกับเขาในที่แห่งนี้
นกอินทรียักษ์ที่นำหน้าเริ่มกระตุ้นเขา
ชาช่ายังคงลังเล และกรีดร้องกับนกอินทรี
“ไล่ตามกับไป!” ฉาวซวนกล่าว มันยากมากที่จะพบหลักยึดที่แน่น
หนาที่จะเกาะไว้ให้แน่น ถ้าเจ้าสูญเสียไป เจ้าจะหาอีกได้ที่ไหน?
ขณะที่ฉาวซวนกำลังพูดกับมัน ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงลมที่พัดแรง
อยู่ข้างหลังเขา จากนั้นเขาก็หันไปและพบกรงเล็บนกอินทรีขนาด
ใหญ่กำลังมาที่เขา
ฉาวซวนไม่ได้เอาเขี้ยวกระบี่ของเขาออกมา เพราะมันไม่ได้เป็น
ภัยคุกคามต่อเขา
นกอินทรียักษ์ยืนอยู่บนพื้น มีความสูงเกือบสิบเมตร ดังนั้นเป็น
ธรรมดาที่จะมีกรงเล็บขนาดใหญ่กว่าสัตว์อย่างชาช่า มันง่ายมาก
ที่จะคว้าฉาวซวน
หลังจากยึดฉาวซวน นกอินทรียักษ์บินขึ้นทันที ชาช่าเหลือบมอง
และรีบบินไปกับพวกเขา
นกอินทรียักษ์ถูกนำมาใช้เพื่อจับเหยื่อ ดังนั้นจึงไม่ได้ลดความ
แข็งแรงของมัน ซึ่งทำให้ ฉาวซวนรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในของ
เขาถูกบีบอัดและกระดูกของเขาถูกหัก ถ้าเขาไม่ได้เป็นนักรบที่มี
ความแข็งแกร่ง แต่เป็นคนธรรมดา การจับครั้งนี้คงจะเป็นการฆ่า
เขา
แต่นกอินทรีนั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจดี ระยะเวลาที่อยู่ร่วมกันทำ
ให้นกอินทรียักษ์ไม่ออกห่างจากฉาวซวน มันพบว่าชาช่ามีปัญหา
ในการบินกับฉาวซวน ดังนั้นจึงได้ยื่นมือช่วย แต่มันไม่รู้ว่ามี
สิ่งมีชีวิตหลายชนิดที่อ่อนแอกว่าเหยื่อของมัน
แม้ว่าจะไม่มีฉาวซวน ภาระของชาช่าก็เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถ
บินได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ดูเหมือนว่ามีมือที่
มองไม่เห็นขนาดใหญ่ที่กดเขาลงด้วยแรงที่เพิ่มขึ้นเมื่อเขาลุกขึ้น
เล็กน้อย
ชาช่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกับนกอินทรียักษ์ น้าหนักของฉาวซวน
ช่างง่ายดายสำหรับนกอินทรียักษ์ แต่มันต้องต้านทานแรงกดดัน
จากด้านล่างที่สูงขึ้น
เขามองเห็นภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้าแข็ง ไม่สามารถ
มองเห็นพืชสีเขียวหรือด้านบนได้ เมื่อมองขึ้นไป พวกเขาสามารถ
มองเห็นเพียงชั้นเมฆหมอกเท่านั้น
อากาศหนาวเย็นเทลงในปอดของพวกเขา ในตอนเริ่มต้น ฉาว
ซวนสามารถยืนได้ เพราะมันเป็นความเย็นที่เหมือนฤดูหนาวใน
ชนเผ่า แต่เมื่อพวกเขายังคงสูงขึ้น ฉาวซวนพบว่าแม้แต่นักรบก็ไม่
สามารถทนต่อความหนาวเย็นเช่นนั้นได้
ม้วนหนังสัตว์ของเขาเริ่มปกคลุมด้วยน้าค้างแข็งสีขาว และจุดที่
จะเกิดน้าค้างแข็งกำลังขยายตัว
นอกเหนือไปจากเสื้อคลุมหนังสัตว์,เส้นผม,ขนนกอินทรียักษ์และ
ชาช่ายังถูกแช่แข็ง
ข้างบนมีแสงบางส่วน แต่แสงสีทองในเวลานี้ไม่สามารถทำให้รู้สึก
อบอุ่นได้
ถ้าเป็นตอนกลางคืนอาจจะเย็นกว่านี้ ดังนั้นพวกเขาต้องไปถึง
ก่อนที่มันจะมืด
ฉาวซวนหมุนเวียนพลังสัญลักษณ์ในร่างกายเพื่อให้ความอบอุ่น
ไหลเวียนในร่างกายของเขา แต่เมื่อเขาหยุดการหมุนเวียนพลัง
เขาจะรู้สึกหนาวขึ้นอีกครั้ง
เมื่อฉาวซวนรู้สึกว่าเขาถูกแช่แข็งเกือบเป็นไอติม ในที่สุดเขาก็เห็น
ยอดเขา
พอใจที่ฉาวซวนถูกแช่แข็งและหมดแรง ชาช่าเริ่มสยายปีกอย่าง
กระปรี้กระเปร่า
ใกล้
ใกล้เข้ามาอีก
พวกเขาขึ้นไปช้า ๆ แล้วข้ามหมู่เมฆรอบ ๆ ด้านบน เมื่อมองไปที่
ฉากข้างหน้าเขา รูม่านตาของฉาวซวนหดตัวเล็กน้อย
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากที่เขาขึ้นไปบนยอดเขาและลงมา เขาจะไป
ถึงอีกฟากหนึ่งของภูเขา แต่ในความเป็นจริง เมื่อพวกเขามาถึงที่
ด้านบน พวกเขาเห็นพื้นราบ
ปัง!
นกอินทรียักษ์ลงไปบนชั้นน้าแข็งที่ด้านบนสุดของภูเขา
หลังจากถูกโยนออกไป ฉาวซวนกลิ้งไปบนพื้นน้าแข็งก่อนที่เขาจะ
หยุดลง
พื้นดินปกคลุมด้วยหิมะหนา และหิมะก็แข็งเหมือนหิน
ด้านหลังคือกลุ่มเมฆหมอก เขารู้สึกว่าเขาขี่อยู่บนก้อนเมฆ และ
ก้าวเข้าสู่สรวงสวรรค์ แต่เมื่อเขามองไปที่ด้านหน้า เมฆก็ปิดกั้น
ทุกสิ่งทุกอย่าง ดังนั้นเขาจึงมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ฉาวซวนรู้สึกว่าในเมฆเหล่านี้มีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่
หลังจากที่นกอินทรียักษ์ปล่อยให้ฉาวซวนไป มันก็พักแล้วจากนั้น
ก็เคลื่อนตัวไปข้างหน้า
ชาช่ารีบตามขึ้นไปพร้อมกับทัน
หมอกค่อยๆ ซึมผ่านอากาศ ฉาวซวนเดินใกล้พวกมัน
เมื่อเขาหันกลับไป เขาก็จะเห็นเพียงแต่หมอกเท่านั้น สถานที่ที่
พวกเขาได้เข้ามาได้หายไปในหมอก,
บนพื้น มีเสาน้าแข็งที่คล้ายผลึกบางชนิดซึ่งสามารถมองเห็นได้
ทุกๆ ไม่กี่สิบเมตร
แคร๊ก!
แคร๊ก! แคร๊ก!
ฉาวซวนมองไปรอบ ๆ และได้ยินเสียงเดียวกันมาจากทุกทิศทุก
ทาง มีเสียงอยู่ใกล้ ๆ และบ้างก็ห่างไกลจากเขา
แต่ฉาวซวนไม่กล้าที่จะฟุ้งซ่าน เขาเดินตามนกอินทรียักษ์กับชาช่า
คิก~ คิก~
เสียงฝีเท้าที่มาข้างหลังพวกเขา มันเป็นเสียงฝีเท้าของนกอินทรี
ลมหนาวพัดมาจากด้านหลังทำให้ฉาวซวนสั่น
ด้วยเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา ฉาวซวนหันศีรษะไปดู สิ่งที่เขาเห็นทำ
ให้เขาอ้าปากค้าง
เพราะหมอก ฉาวซวนไม่เห็นมันชัดเจน เขาสามารถมองเห็นภาพ
ร่างสีดำขนาดใหญ่ในหมอก เมื่อเทียบกับนกอินทรียักษ์,ชาช่ามี
ขนาดเล็กเท่าเด็ก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับนกตัวใหญ่ตัวนี้ นก
อินทรียักษ์มีขนาดเล็กเท่าเด็ก
นี่เป็น … นกอินทรีภูเขายักษ์เช่นกัน?
ฉาวซวนมองไปที่เจ้าตัวใหญ่ด้วยวิสัยทัศน์พิเศษของเขา แม้ว่ามัน
จะถูกปิดกั้นด้วยหมอก แต่เขาก็มองเห็นโครงกระดูกของนกอินทรี
เขาหายใจเข้าลึก ๆ
ทันใดนั้นฉาวซวนก็รู้สึกว่าเขามีขอบฟ้าที่คับแคบ ขนาดของนก
อินทรียักษ์สามารถจินตนาการตามชื่อของมัน คนที่เคยเห็นมา
ก่อนไม่ได้เป็นชนิดทั่วไปของมัน ไม่รู้ว่ามีนกอินทรีขนาดใหญ่กว่า
นี้หรือไม่
ในหมู่เจ้าตัวใหญ่เหล่านี้ ฉาวซวนรู้สึกตึงเครียดราวกับว่าเขาตก
ลงไปในถ้าสัตว์ประหลาด
มองไปที่นกอินทรีตัวใหญ่และตัวเล็ก ๆ ด้านหน้าเขา ฉาวซวนรีบ
ติดตามพวกมัน อย่างไรก็ตาม เขาติดตามพวกมันอย่างดีใน
ขณะนี้
นกอินทรียักษ์นำชาช่าตัวเล็กออกจากดินแดนแห่งนี้ที่ล้อมรอบไป
ด้วยเมฆและหมอก เมื่อพวกเขามาถึงเสาน้าแข็งที่คล้ายผลึกบาง
ชนิดที่ยื่นออกมา นกอินทรียักษ์ก็ก้มหัวลงเพื่อกัดเสาน้าแข็ง มัน
จิกออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็ให้มันกัด มันกลืนกินแล้วจากนั้นจิกอัน
อื่นต่อไป
ชาช่ามองและจิกเสาน้าแข็งเช่นกัน
การได้ฟังเสียงดังกรอบแกรบ ฉาวซวนก็เข้าใจแล้วว่าเสียง
เหล่านั้นมาจากทุกทิศทางได้อย่างไร