Chronicles of Primordial Wars ตำนานของสงครามแรกเริ่ม - ตอนที่ 81 : การสังหารหมู่
ฉาวซวนกระโดดขึ้นสูง เขาดีดตัวจากด้ายสีขาวเพื่อหลบหลีก
เถาวัลย์ที่พุ่งมุ่งเป้าไปที่ใบหน้าของเขา ในช่วงจังหวะกลางอากาศ
เขาดึงหัวหอกอันสุดท้ายออกมา และจับมันไว้แน่นในมือ
พร้อมกับเศษด้ายสีขาวเส้นสุดท้ายพันเข้ากับลูกดอก ฉาวซวน
กระโดดขึ้น สายถูกดึงขึงจนตึง ฉาวซวนสามารถรู้สึกได้ถึงความ
ตึงแน่นที่เกิดขึ้นผ่านตัวลูกดอก
ฉาวซวนหายใจเข้าลึก ๆ ลูกดอกปลายแหลมในมือของเขาทันใด
นั้นก็กวัดแกว่งไปมาซ้ายและขวา ก่อนที่ในที่สุดเขาก็ดึงมัน
กลับมาด้วยความแข็งแรงของเขาทั้งหมด
ฆ่า!
เอี๊ยดอ๊าด …
เสียงเหมือนด้ายเหล็กบางเลื่อยอยู่บนท่อนไม้
เวลานี้ เสียงที่ได้ยินอาจจะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ตำแหน่ง มี
หลายสิบแห่งที่มีเสียงน่าขนลุกดังกล่าวเกือบจะในเวลาเดียวกัน
และมันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าก่อน ทุกคนที่ได้ยินเสียงรู้สึกราวกับว่า
พวกเขาได้เห็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกรัดให้ค่อยๆตายไปอย่างช้าๆ
ประสาทของพวกเขาทั้งหมดแข็งทื่อ จากเสียงที่ได้ยินและการ
มองเห็นด้วยสายตา
ถัวและคีคี เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าฉาวซวนกำลังวางแผนที่จะ
ทำอะไร แต่ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้ พวกเขารู้ดีแก่ใจว่า
มันต้องการความร่วมมืออย่างเต็มที่ พวกเขาตัดสินใจที่จะร่วมมือ
กันอย่างเต็มที่ แม้ว่าในใจลึกๆ พวกเขาไม่คิดว่าฉาวซวนจะ
สามารถทำอะไรได้
แต่ หลังจากก้าวถอยหลังและถอยออกจากเขตต่อสู้ พวกเขาได้
ยินเสียงรบกวนดังกล่าวที่ทำให้เส้นประสาทของพวกเขาสั่น
คนมองไปที่นั่นเพื่อดูว่าอะไรกำลังสร้างเสียงนั้นอยู่ แต่ในไม่ช้า
พวกเขาก็ตะลึงกับสายตา
ตาข่ายบ่วงบาศถูกดึงรัดแน่นในทันที
เถาวัลย์โผล่ขึ้นมาและถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศ การเคลื่อนไหว
ของมันถูกจำกัดจากด้ายสีขาว การตึงแน่นของเส้นด้ายเป็นเหตุ
ให้ตาข่ายรัดตัวเองเช่นที่เถาวัลย์เคลื่อนไหว แต่เถาวัลย์ยังคง
ต่อต้านต่อเนื่องทำให้เกิดการรัดแน่นและตึงยิ่งขึ้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในอึดใจเดียว
แคร๊ก! แคร๊ก! แคร๊ก! แคร๊ก!
หลังจากเสียงลั่นดังแคร๊ก มีเสียงไม้และเส้นด้ายฉีกขาด ผู้คนอยู่
ภายใต้ความตึงเครียดทางจิตใจอย่างมากอยู่แล้ว และตอนนี้เสียง
เกือบจะระเบิดในสมองของพวกเขา
พร้อมกับเสียงสั่นประสาท “เลือด” ของหอกเพลิงพ่นกระจายไปทุก
หนทุกแห่ง
ของเหลวสีแดงเต็มไปหมดในอากาศและกระจายออกมาทั้งหมด
ในครั้งเดียว ไม่ว่าเถาวัลย์จะอยู่ใกล้พื้นดินหรือถูกแขวนลอยอยู่ใน
อากาศก็ตาม พวกมันทั้งหมดถูกเฉือนด้วยเส้นด้าย เลือดสีแดง
ของมันหลั่งไหลออกมาพร้อมกับเสียงหลอกหลอนจากความ
พยายามตะเกียกตะกายดิ้นรนของมัน
เลือดของมันพ่นกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง แม้ว่ามันจะมาจาก
พืชต่างชนิดหอกเพลิงเหล่านี้ปล่อยกลิ่นของความเป็นนักล่าที่
อันตรายของพืชที่ดุร้ายป่าเถื่อน
ในทางตรงกันข้ามกับการสังหารหมู่ เลือดที่เหมือนน้าเลี้ยงบน
พื้นดิน, ดอกไม้ยักษ์สองดอกบานสะพรั่ง เหมือนจิตวิญญาณที่ชั่ว
ร้าย ดอกไม้มีสีสันสดใสมากกว่าสีแดงของลำต้นหอกเพลิง ใน
กรณีที่เจ้าไม่เข้าใจมันอะนะ ‘ดอกไม้โลหิต’ เกิดจากการที่บ่วง
เชือกรัดรอบหอกเพลิงดึงเข้าด้วยกัน เกิดเป็นเลือดทั้งหมดที่มา
จากเลือดน้าเลี้ยงของเถาวัลย์ ใจนะ.]
ทาเคยคิดว่าดอกไม้โลหิตที่เหมือนภาพในม้วนหนังสัตว์จะเป็น
เหมือนเลือด แต่เขาค้นพบว่ามุมมองที่เขาได้เห็นตอนนี้ได้ทะลุเกิน
จินตนาการของเขาแล้วสายตาที่อึ้งตะลึงงันซึ่งตอนนี้เขา
ประทับใจมาก จนทำให้เขาประทับภาพนี้ลงในความทรงจำของ
เขาแม้หลังจากนั้นเป็นเวลานาน
ไม่มีกลิ่นเลือด แต่ผู้คนรู้สึกเหมือนพวกเขาบังเอิญก้าวเข้าไปใน
โรงฆ่าสัตว์
มันเป็นการสังหารหมู่ การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นจากกับดัก
ฉาวซวนรู้สึกว่าตอนนี้เขามีความเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับ “กับดัก
สังหาร” ที่ชายชราเค่อได้เล่าให้เขาฟัง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกับดัก ซึ่งอาจถือได้ว่า
เป็นกับดักโซ่ที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นมันจึงเป็นเพียง “การสังหารหมู่” ที่
ไม่สมบูรณ์แบบ และไม่สามารถเข้าถึงสภาพความตายที่ ชายชรา
เค่อกล่าวถึงได้
ถ้ามีเส้นด้ายสีขาวเพียงพอ ฉาวซวนอาจทำให้เกิดกับดักที่มีการ
บีบรัดมากขึ้นในที่สุดมันก็จะสร้างตาข่ายตรงจุดศูนย์กลาง
เช่นเดียวกับกับดักที่ดักลูกบอลลม แต่ หอกเพลิงมีขนาดใหญ่มาก
และมีถึงสอง ด้วยการขาดแคลนวัสดุ ฉาวซวนสามารถสร้างบ่วง
ครึ่งส่วนที่สามารถวนได้เพียงครึ่งรอบ ของแต่ละลำต้นหอกเพลิง
ทั้งสอง
แต่ ในตอนนี้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะใส่ใจกับปัญหาเร่งด่วนที่พวก
เขากำลังเผชิญอยู่ในมือ
เชือกสีขาวขาดพาดลงมาเล็กน้อยในขณะที่แกว่งไปมาในอากาศ
“หยดเลือด” หยดลงมาบนพื้นหลังดอกไม้บาน ขณะที่ส่วนที่หัก
ของเถาวัลย์ถูกโยนขึ้นและร่วงหล่นลงกระแทกที่พื้น …
เมื่อสักครู่ หอกเพลิงคุกคามอย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้พวกมันได้รับ
บาดเจ็บและถูกจับแขวน
พวกมันถูกฟันหลายครั้งก่อนหน้านี้ก่อนที่พวกมันจะได้รับ
บาดเจ็บสาหัสจากบ่วงเชือกกับดัก หนึ่งในหอกเพลิงได้รวบรวม
เถาวัลย์ที่แตกหักและหักครึ่งอย่างรวดเร็วเข้าด้วยกันและเจาะลง
ไปในพื้นดินเหมือนสกรู แผ่นดินก็สั่นสะเทือนขึ้นอยู่พักหนึ่งแล้วก็
สงบลงอีกครั้ง ในขณะที่หอกเพลิงหายไป
หอกเพลิงอีกต้นไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเหมือนต้นแรก แต่
มันยังคงอยู่ แต่มันไม่หมกมุ่นอยู่กับการผัวพันกับนักรบอีกต่อไป
และเจาะลึกลงไปในพื้นดินเวลาต่อมา บางทีมันอาจจะรู้สึก
หวาดกลัวจากการโจมตีก่อนหน้านี้ หรือบางทีอาจสูญเสียความ
หื่นกระหายในการสู้รบ
สนามรบเสียงดังกึกก้องเงียบลงอีกครั้ง ด้วยกิ่งก้านที่หักและ
ของเหลวสีแดงที่อยู่บนพื้นดิน
ฉาวซวนกำลังหายใจอย่างหนัก เช่นที่พลังสัญลักษณ์ในร่างกาย
ของเขากำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง เขาเกือบถึงขีดจำกัด เมื่อเขา
ติดตั้งกับดักไว้และพลังทั้งหมดของเขาถูกใช้จากการปะทะครั้ง
สุดท้าย เนื่องจากการใช้พลังมากเกินไปของเขา แขน,ไหล่และขา
ทั้งหมด เขาจึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากหลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จ
สิ้นแล้ว เขาต้องติดตั้งกับดักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนหน้านี้
เขาไม่รู้สึกถึงมัน แต่หลังจากที่เขาผ่อนคลาย นิ้วมือของเขาเริ่มสั่น
สะท้าน เขาคาดว่าอาการสั่นจะไม่หยุดเป็นเวลานาน
ฉาวซวนเหนื่อยล้าถึงขีดสุด และเขาก็ไม่ต้องการที่จะยืนนิ่งอีก
ต่อไป เขาสะบัดของเหลวสีแดงบนเท้าของเขา ก่อนที่เขาจะมอง
ไปรอบ ๆ และพบว่ามีกิ่งก้านหนาอยู่ข้างหลังเขา มันถูกหักโดย
หอกเพลิงก่อนหน้านี้ ฉาวซวนนั่งลงบนกิ่งไม้ โดยไม่สนใจว่า
ของเหลวสีแดงอยู่บนพื้นผิวของมัน เขาวางกล่องหินลงที่เขาได้ถือ
ไว้ในอ้อมแขนของเขาตลอด
เสียงของกล่องหินสัมผัสกับพื้นดินทำให้ความรู้สึกของผู้คน
กลับคืนมา
ถัวมองไปที่ความวุ่นวายบนพื้นดินแล้วมองไปที่ฉาวซวน ขณะที่
ฉาวซวนกำลังพักผ่อนอยู่ ก่อนที่เขาจะถามฉาวซวน แขนของเขา
ถูกจับโดยคีคี ถัวยังรู้สึกกระวนกระวายใจจากอาการตกใจสุดขีด
ก่อนหน้านี้ ทำให้เขารู้สึกสั่นประสาทจากการที่คีคีจับตัวเขาอย่าง
ฉับพลันเช่นกัน เขารู้สึกว่าแขนของเขากลายเป็นเถาวัลย์ของหอก
เพลิง ขณะที่คีคีกำลังจะบีบคอเขาเหมือนเส้นด้าย เขาแทบจะ
ฟาดแขนของคีคีกลับไป
“อะ อะ … อะไร?” ถัวปัดมือคีคีออกจากแขนของเขา และเขา
ต้องการที่จะหลบหนีจากความรู้สึกที่น่าขนลุกของการถูกรัดคอ
เหมือนหอกเพลิงเช่นกัน
“เอ่อ … ตอนนี้เท้าของข้าเย็นมาก” ใบหน้าของคีคีบิดเบี้ยว มัน
ยากที่จะเห็นคนร่างใหญ่ที่ทึ่มทื่อกำลังได้รับความกลัวเช่นนั้น ไม่
นานมานี้เขายืนอยู่ใกล้กับปลายขอบของบ่วงเชือกกับดัก และเขา
วางแผนที่จะสับเถาวัลย์ต้นหนึ่งลงไปจากนั้น แต่ ก่อนที่เขาจะทำ
อย่างนั้น เขาเห็นการสังหารหมู่ เถาวัลย์ที่อยู่ใกล้เขาพ่น “เลือด”
กระจายทั่วร่างของคีคี แตกต่างจากความสุขที่เขารู้สึกในขณะที่
ฟันเถาวัลย์ด้วยตัวเอง ในเวลานี้มันทำให้เขารู้สึกถึงความ
หวาดหวั่นน่าสะพรึงกลัว
“อาซวน – นั่นคืออะไร?” ถัวสงบสติตัวเอง ขณะที่นั่งลงจากนั้นก็
เอ่ยปากถาม
คนอื่น ๆ ก็จ้องไปที่ฉาวซวนจากคำถาม
“นั้นนะเหรอ? เยี่ยม มันคือกับดัก ” ฉาวซวนตอบ
ถัวและคนอื่น ๆ ไม่เต็มใจที่จะเชื่อ กับดักอะไรที่สามารถทำเช่นนั้น
ได้?
ฉาวซวนไม่ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติม
ในความเป็นจริง กับดักขนาดใหญ่และเชือกเงื่อนได้อยู่ในช่วง
เริ่มต้นและนักรบบางคนในเผ่าจะใช้พวกมันตลอดเวลา แต่ ชาย
ชราเค่อได้กล่าวไว้ว่าจากการแสวงหาและชื่นชมความแข็งแกร่ง
ทางร่างกาย ผู้คนค่อยๆละทิ้งทักษะ นอกจากนี้ เนื่องจากสัตว์ร้าย
รุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป กับดักที่มีประสิทธิภาพต้องใช้วัตถุดิบที่
มีคุณภาพสูงกว่าซึ่งหาได้ยาก ต่อมา บางคนที่มีประสบการณ์
มากขึ้นกับการสร้างกับดัก ผู้ติดตั้งกับดักเลือกที่จะไม่ใช้กับดัก
และเชือกเงื่อนเหล่านั้น ดังนั้นทักษะจึงลดน้อยลงได้ไหลผ่านลง
มาตลอดหลายชั่วอายุคน
มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ผู้คนสังเกตเห็นว่ากิ่งไม้เกือบทุกกิ่งถูกหัก
โค่นลงบนพื้นดิน และมี “หน้าต่าง” ขนาดใหญ่เหนือหัวพวกเขา
ใต้ท้องฟ้าสีฟ้า กิ่งไม้หันโค่นและเศษฝุ่นที่ฟุ้งกระจายได้ล่วงหล่น
ลงพื้นดินแล้ว และมีเพียงเส้นด้านสีขาวที่เริงระบำอยู่ท่ามกลาง
สายลม
ฉาวซวนเอื้อมมือออกและจับไปที่เศษด้าย เส้นด้ายสีขาวที่ฉีกขาด
มีความยาวเพียงครึ่งเดียว ด้ายสีขาวม้วนใหญ่ถูกแบ่งออกเป็น
เส้นเล็ก ๆ แม้ว่าพวกมันจะเชื่อมต่อกันก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่
กลายเป็นเส้นเล็ก ๆ แบบนั้น
มันไม่ใช่ลวดเหล็กจริงหลังจากที่ทำเช่นนั้น และมันก็มีเหตุผล
เพียงพอที่จะทำให้มันฉีกขาดเช่นกัน
หากด้ายสีขาวมีความเหนียวยืดหยุ่นมากขึ้น หรือถ้าฉาวซวนมี
เวลาเพียงพอเมื่อติดตั้งกับดัก มันจะปิดได้เร็วขึ้นเพื่อที่จะตัด
เถาวัลย์ในส่วนที่สองเพื่อหลีกเลี่ยงการพ่นกระจายของ “เลือด”
เช่นนั้นแล้วมันจะเป็นการฆ่าอย่างสมบูรณ์แบบ
แน่นอนว่าเส้นด้ายสีขาวมีข้อจำกัดและข้อบกพร่อง ภาพสะท้อน
และแรงกระแทกที่เกิดขึ้นนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาก
ทาและคนอื่น ๆ ไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ตกตะลึง ฉาวซวนเองก็ตกใจ
เช่นกัน
อันที่จริงเขาไม่ได้คาดหวังที่จะเห็นผลเช่นนี้
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำกับดักเงื่อนขนาดใหญ่ และมีพลัง
มากกว่าที่เขาคิด โชคดีที่เขามีด้ายสีขาวที่เตรียมไว้ แต่ มันเป็นที่
น่าเสียดาย ที่ยากจะหาวัสดุได้เช่นเดียวกับที่ชายชราเค่อกล่าวไว้
ทาหลี่ตามองไปที่ฉาวซวนด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อน และเรียก
คนอื่นมาทำความสะอาดทุ่งสังหาร เถาวัลย์ที่หักเหล่านั้นไม่
สามารถกินได้ และไม่ได้ระบุไว้ในม้วนหนังสัตว์ ดังนั้นพวกมันจึง
ถูกโยนทิ้งไป
สำหรับของเหลวสีแดงบนพื้นดิน … ทาไม่ได้ใส่ใจมันเลย
หอกเพลิงเป็น “นักล่า” ในป่าแห่งนี้ และเลือดของนักล่าจะส่ง
สัญญาณอันตรายต่อสายพันธุ์อื่น ๆ ตามธรรมชาติจนกว่า “เลือด”
จะหายไปในอนาคต
โชคดีอย่างมาก ต้นไม้ยักษ์ที่พวกเขานอนหลับเมื่อวานยังคงไม่
เป็นอันตราย ก่อนหน้านี้ พวกเขาอยู่ห่างจากต้นไม้มากเพื่อค้นหา
ต้นกล้าโมษเขียว จากนั้น พวกเขาก็ยิ่งห่างออกไปเมื่อต่อสู้กับ
หอกเพลิง มีเพียงร่องรอยฟาดไม่กีที่ของเถาวัลย์และรูที่ถูกเจาะ
บนลำต้นต้นไม้ สถานที่ที่พวกเขาใช้นอนตอนกลางคืนอย่างน้อย
ยังคงอยู่ที่นั่น