Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 203 ความลับของพี่รอง
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 203 ความลับของพี่รอง
ทุกคนหันมามอง ที่นั่นพวกเขาเห็นขบวนรถม้าขององค์ชาย
สาม, ซวนเทียนเย่เดินทางมาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นทุกคนคุกเข่าคารวะเขาพร้อมกันพูดว่า “คารวะองค์
ชาย ! ”
ซวนเทียนเย่โบกมือของเขา “พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้นได้ ข้ามา
ส่งใต้เท้าเฟิงเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมากพิธี” จากนั้นเขาก็ก้าว
ไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวโดยยืนต่อหน้าเฟิงจินหยวน “ท่าน
เสนาบดีเฟิง”
เฟิงจินหยวนมองซวนเทียนเย่ แต่เขาพูดด้วยความเคารพ
“องค์ชายสามเสด็จมาเพื่อส่งเจ้าหน้าที่คนนี้ป็นการส่วนตัว
เจ้าหน้าที่คนนี้รู้สึกขอบพระทัยมากพะยะค่ะ”
ซวนเทียนเย่โบกมือของเขา “เสนาบดีเฟิงจะเดินทางไปเพื่อ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระของ
เสด็จพ่อ และเป็นประโยชน์ต่อราษฎร องค์ชายผู้นี้ไม่อาจ
ช่วยอะไรได้มาก ทำได้เพียงมาส่งเสนาบดีเฟิงเท่านั้น ขอให้
ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับเสนาบดีเฟิง ข้าหวังว่า
ความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติสามารถบรรเทาได้ภายใต้
การดูแลของเสนาบดีเฟิง”
“เจ้าหน้าที่คนนี้จะทำอย่างเต็มที่เพื่อฮ่องเต้พะยะค่ะ”
ซวนเทียนเย่พยักหน้าจ้องมองเฟิงจินหยวน และมองไปที่
สมาชิกในครอบครัวยืนอยู่ที่ประตูคฤหาสน์ของเฟิง
เฟิงหยูเองมองเขาอย่างเย็นชาขณะที่พวกเขาสบตากัน
ซวนเทียนเย่พยักหน้าให้นางเล็กน้อยแล้วพูดกับเฟิงเฉินหยู
“ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ไม่สบายเมื่อสองสามวันก่อน เจ้า
ดีขึ้นแล้วหรือ ? ”
เฟิงเฉินหยูเห็นว่าองค์ชายสามถามคำถามนางโดยตรง นาง
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และพูดเบา ๆ
ว่า “ขอบพระทัยสำหรับความห่วงใยขององค์ชายเพคะ
หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้ว”
ในเวลานี้เฟิงเฟินไดพูดในทันทีว่า “พี่ใหญ่ไม่สบายหรือเจ้า
คะ ? ”
ด้วยคำพูดนี้ ทำให้ใบหน้าทุกคนของคฤหาสน์เฟิงซีด แม้แต่
เฟิงจินหยวนก็ยังสั่นด้วยความกลัวว่าบุตรสาวคนนี้จะพูด
เหลวไหล ถ้าปากของนางไม่ได้ถูกปิดก่อน
อันชิได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “เมื่อเด็กหญิง
ป่วยเราเพียงแต่พูดว่านางไม่สบาย คุณหนูสี่ยังเด็กและไม่
เข้าใจ เมื่อเจ้าอายุมากขึ้นเจ้าจะเข้าใจ ใครจะอยากไม่สบาย”
เมื่อได้ยินอันชิพูดอย่างนี้ ผู้คนในครอบครัวเฟิงก็ถอนหายใจ
ด้วยความโล่งอก ซวนเทียนเย่ยังแสดงความเข้าใจเช่นกัน
เมื่อเขามองไปที่เฟิงเฉินหยู สายตาของเขามีความสงสาร
ปะปนอยู่
เฟิงเฉินหยูเกลียดเฟิงเฟินไดอย่างแน่นอน คำพูดที่นางพูด
ตอนนี้ทำให้เฟิงเฉินหยูโกรธ เด็กหญิงคนนั้น! นางคิดกับ
ตัวเอง หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนจะไม่มีอะไรที่ข้าต้อง
กลัว เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะได้เจอดี !
ในที่สุดนางก็ซ่อนความเกลียดชังของนาง ในอีกด้านหนึ่งซวน
เทียนเย่กำลังพูดกับเฟิงจินหยวน “องค์ชายผู้นี้จะไปส่ง
เสนาบดีเฟิงไปที่ประตูทิศเหนือ เพราะองค์ชายผู้นี้ไม่สามารถ
เดินทางไปภาคเหนือกับเสนาบดีเฟิงได้ ! ”
เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้ เจ้าหน้าที่ที่มาส่งเฟิงจินหยวนวันนี้ก็
กล่าวว่า “เราจะไปส่งเสนาบดีเฟิงที่ประตูทิศเหนือด้วยพะยะ
ค่ะ”
เนื่องจากแม้แต่คนนอกจะไปส่งเขาที่ประตูเมืองทางทิศเหนือ
ผู้คนในตระกูลเฟิงก็ไม่สามารถกลับไปได้ ดังนั้นผู้หญิงทุกคน
ตามด้วยกลุ่มไปที่ประตูทิศเหนือ
ระหว่างทางเฟิงจินหยวนกำลังคุยเรื่องอะไรกับองค์ชาย
สาม เฟิงหยูเองยืนอยู่ด้านหลังดังนั้นนางจึงได้ยินเสียงแว่ว ๆ
และมองไม่เห็น แต่หูของนางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของฮัน
ชิและเสียงสะอื้นของจินเฉินเป็นครั้งคราว
ในที่สุดก็มาถึงประตูทิศเหนือ เฟิงจินหยวนยืนขึ้นอีกครั้งเพื่อ
กล่าวลาทุกคน
เฟิงหยูเองไม่มีความตั้งใจที่จะดูกลุ่มเจ้าหน้าที่กล่าวลา ดังนั้น
นางจึงถอยกลับไปสองสามก้าว จากตรงนั้นนางเห็นคนกำลัง
โบกมือให้นางจากประตูเมือง นางมอง นางจำคนนั้นได้ มัน
คือวังจู้ที่พานางออกจากเมืองหลวงในวันนั้น
เมื่อเห็นว่านางเห็นเขา วังจู้ก็รีบลงมืออย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึง
ตรงหน้าเฟิงหยูเอง เขาก็เคารพ “องค์หญิงทรงจำคนที่ต่ำ
ต้อยเช่นข้าได้”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “วันนี้เจ้าเข้าเวรหรือ ? ”
“ขอรับ” วังจู้ยิ้มอย่างจริงใจจากนั้นจึงถามว่า “หลังจากวันนั้น
คนต่ำต้อยคนนี้ไม่เห็นองค์หญิงแห่งมณฑลอีกเลย อาการ
บาดเจ็บที่ข้อเท้าขององค์ชายเจ็ดดีขึ้นหรือยังขอรับ ? ”
“ดีขึ้นแล้ว” เฟิงหยูเองยิ้มอย่างสงบ และพูดว่า “ข้าต้องขอ
ขอบใจเจ้าสำหรับวันนั้น”
“องค์หญิงแห่งมณฑลอย่าได้พูดเช่นนั้นขอรับ” วังจู้ส่ายหน้า
อย่างรวดเร็ว “คนต่ำต้อยคนนี้รู้ว่าองค์หญิงแห่งมณฑลได้
ช่วยเหลือปราชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้
เพียงใด การที่เราได้ช่วยองค์หญิงแห่งมณฑลถือเป็นเกียรติ
อันยิ่งใหญ่ขอรับ”
ในขณะที่ทั้งสองมีการสนทนาสั้น ๆ เฟิงจินหยวนได้กล่าวคำ
อำลากับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว เขานั่งในรถม้าผู้แทน
พระองค์ และพร้อมที่จะออกจากเมือง
เจ้าหน้าที่ทุกคนจับมือกันและส่งเขาไป แม้แต่ซวนเทียนเย่ก็
แสดงออกอย่างเคร่งขรึม
มีเพียงเฟิงเฟินไดเท่านั้นที่มองออกไปและมุ่งเน้นไปที่เฟิงหยู
เอง ยิ่งนางคิดถึงสิ่งที่นางได้ยินโดยบังเอิญ นางรู้สึกว่ามี
อะไรบางอย่างมากกว่านั้น
ดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างพี่รองของนางกับ
องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเจ็ดก็ได้รับบาดเจ็บ ? แต่ทำไมไม่
มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ? เขาได้รับบาดเจ็บตรงไหน ?
เดิมทีเฟิงหยูเองไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังไม่ให้คนอื่นได้ยินการ
สนทนาของนาง ผู้ที่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นมักจะคิดอย่างง่าย ๆ
นางมองไปรอบ ๆ มองที่เฟิงเฉินหยู
เฟิงเฉินหยูเคร่มขรึมอยู่ตลอดเวลาเพราะสิ่งที่เฟิงเฟินไดพูด
กับองค์ชายสามที่ประตูคฤหาสน์ เมื่อนางเห็นเฟิงเฟินได
กำลังจะมา นางก็รู้ว่ามันไม่ดีอะไรเลย นางได้รับคำแนะนำ
จากตระกูลเฉินมานานแล้วว่านางไม่สามารถใช้อารมณ์ต่อ
หน้าผู้อื่นได้ นางต้องกลับไปเป็นคนเดิมที่ดูใสซื่อ และกู้
ภาพพจน์ของนางให้ดีขึ้นมา
นางข่มใจนึกถึงคำแนะนำซ้ำ ๆ จากคนในครอบครัวเฉินสอง
สามครั้ง แล้วมองไปที่เฟิงเฟินไดซึ่งมาถึงด้านข้างของนาง
แล้ว นางเปิดเผยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง แต่ใบหน้าที่
สดใสได้สูญเสียความสามารถของมันไปอย่างมากจากการทา
หน้าสีดำ
“น้องสี่จะอายุ 11 ปีแล้ว และจะถือว่าเป็นเด็กโต ข้ามีต่างหู
ที่เหมาะกับเจ้ามาก ข้าจะมอบให้เจ้าในวันพรุ่งนี้”
ดวงตาของเฟิงเฟินไดเปล่งประกาย ไม่ว่าจะพูดอะไรนางก็
ค่อนข้างกังวลที่จะได้รับสิ่งดี ๆ จากเฟิงเฉินหยู แต่เมื่อคิดถึง
เด็กสาวตระกูลเฟิง นางเป็นคนที่ยากจนที่สุด แม้แต่อันชิจะมี
ร้านค้าของนางอยู่ข้างนอกซึ่งสามารถใช้สนับสนุนเฟิงเซียง
หรูได้ ฮันชิแต่งเข้ามาโดยไม่มีอะไรเป็นสินเดิมเลย ไม่
เพียงแต่นางไม่ได้มีอะไรที่เห็นได้ชัด เฟิงจินหยวนยังต้อง
ชดใช้หนี้ก้อนใหญ่ให้กับนางในตอนแรก เมื่อคิดถึงเรื่องนี้นาง
ก็รู้สึกหดหู่ใจ ความอับอายของนางในวันนี้เป็นความผิด
ทั้งหมดของมารดาที่ไม่สามารถแข่งขันได้
“เฟินไดขอบคุณพี่ใหญ่” ไม่ว่านางจะชอบเหน็บแนมเช่นไร
แต่เมื่อเห็นประโยชน์นางก็เปลี่ยนนิสัยของนางทันที เฟิงเฉิน
หยูคิดกับตัวเองว่าน้องสี่ของนางเป็นผู้เชี่ยวชาญในการ
เปลี่ยนท่าทีของนาง
“ข้าจะนำต่างหูให้ตอนเช้าเมื่อไปคารวะท่านย่า ต่างหูทำมา
จากหยกสีชมพู มันสวยงามมาก”
เมื่อเฟิงเฟินไดได้ยินก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น นางอด
ไม่ได้ที่จะเอนกายใกล้เฟิงเฉินหยู นางยื่นมือออกมาจับข้อมือ
ของเฟิงเฉินหยู จากระยะไกลพวกเขาดูเหมือนพี่น้องที่สนิท
มาก แม้แต่เฟิงหยูเองก็ยิ้มเยาะเมื่อนางเห็นสิ่งนี้จากที่
ค่อนข้างไกล นางพูดกับเฟิงเซียงหรู “ในอนาคตอยู่ให้ห่าง
จากเฟิงเฟินได”
เฟิงเซียงหรูไม่สนิทกับเฟิงเฟินไดมาตั้งแต่ยังเด็ก ความ
แตกต่างของบุคลิกภาพระหว่างสองพี่น้องแตกต่างกันมาก
เกินไป แม้ว่าเฟิงเฟินไดจะเป็นน้องสาวเพราะพวกเขาเกิดใน
ปีเดียวกัน แต่นางรังแกเฟิงเซียงหรูตลอดเวลาที่เติบโตขึ้นมา
ด้วยกัน ในเรื่องที่เกี่ยวกับการได้รับคำแนะนำให้อยู่ห่างจาก
เฟิงเฟินได แม้ว่าเฟิงหยูเองจะไม่พูด เฟิงเซียงหรูจะยังคงทำ
เช่นนั้นต่อไป
“ข้าจะเชื่อฟังคำแนะนำของพี่รองเจ้าค่ะ” นางพูดอย่างนี้ใน
ขณะที่มองหาฮันชิที่เปล่งประกาย จากนั้นนางก็พูดกับเฟิงหยู
เอง “เมื่อคืนนี้ท่านพ่ออยู่ที่เรือนของอนุฮัน ท่านพี่คิดว่าท่าน
พ่อกำลังจะโปรดปรานอนุฮันอีกครั้งหรือไม่เจ้าค่ะ ? อนุจิน
เฉินสูญเสียความโปรดปรานของนางหรือเปล่า ? ” ถึงแม้ว่า
เฟิงหยูเองจะไม่ได้ระบุความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจินเฉินอ
ย่างชัดเจน แต่เฟิงเซียงหรูก็ไม่ใช่คนโง่ จินเฉินพูดกับเฟิงหยู
เองหลายครั้งซึ่งทำให้นางรู้สึกว่าจินเฉินดีกว่าฮันชิมาก
เฟิงหยูเองได้ยินข่าวนี้ นอกจากนี้ฮันชิใช้เวลาตลอดทั้งเช้า
เพื่อแสดงให้เห็นว่านางกับเฟิงจินหยวนหวานชื่นกันขนาด
ไหน นางไม่ได้ตาบอด นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร
“ใครสนใจนาง เว้นแต่จะยังคงหวังว่าจะได้รับความโปรด
ปรานของเขา มิฉะนั้นไม่ว่าใครจะได้รับความช่วยเหลือจาก
เขาก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรา ยกเว้นอย่างเดียวคือถ้าฮันชิกลับมา
อีกครั้ง เราจะต้องระวังอีกหน่อย”
เฟิงเซียงหรูพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ในเวลานี้เฟิง
เฟินไดอยู่ใกล้เฟิงเฉินหยูและกระซิบเบา ๆ ว่า “พี่ใหญ่ ท่าน
ทราบหรือไม่ว่าองค์ชายเจ็ดได้รับบาดเจ็บ ? ”
เฟิงเฉินหยูตกตะลึงและหันไปถามเฟิงเฟินได “เจ้าพูดว่า
อะไรนะ? ใคร? ใครได้รับบาดเจ็บ ? ”
เฟิงเฟินไดแกล้งทำเป็นประหลาดใจ “พี่ใหญ่ไม่รู้จริงหรือ ? ”
เฟิงเฉินหยูเริ่มวิตกกังวล “พูดมา ! ”
เฟิงเฟินไดดึงนางเล็กน้อย “ไว้พวกเราคุยกันขณะเดิน ถ้าเรา
ยืนอยู่ตรงนี้เราจะเป็นจุดสนใจ” นางพูดขณะที่มองไปรอบ ๆ
อย่างจงใจ จากนั้นนางก็เอนตัวใกล้กับเฟิงเฉินหยู และพูด
เบา ๆ ว่า “ข้าได้ยินพี่รองพูดกับยามเฝ้าประตูเมือง ยามนั้น
ถามพี่รองว่าอาการบาดเจ็บขององค์ชายเจ็ดนั้นดีขึ้นหรือไม่
พี่รองพูดบางอย่างเกี่ยวกับการขอบคุณเขาในวันนั้น มันฟังดู
เหมือนว่าองค์ชายเจ็ดออกไปกับพี่รองเมื่อสองสามวันก่อน
และได้รับบาดเจ็บ”
“พระองค์บาดเจ็บที่ไหน ? ร้ายแรงหรือไม่ ? ” เฟิงเฉินหยู
เริ่มวิตกกังวลเมื่อได้ยินว่าซวนเทียนฮั่วได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตามเฟิงเฟินไดส่ายหัว “ข้าไม่รู้ เมื่อมองไปที่ทั้งสอง
ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังพูดอย่างลับ ๆ เรื่องนี้คงเป็น
ความลับ” ขณะที่นางพูดสิ่งนี้นางไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด
ต่อว่า “พี่รองออกไปพร้อมกับองค์ชายเจ็ด ข้าได้ยินมาว่าองค์
ชายเก้าอยู่ที่ค่ายทหารตลอด ซึ่งหมายความว่าพี่รองและ
องค์ชายเจ็ดก็ออกไปด้วยกันตามลำพัง”
คำพูดของเฟิงเฟินไดนั้นไม่ชัดเจน เมื่อเฟิงเฉินหยูได้ยินมัน
มันก็มีความหมายอื่น
เฟิงหยูเองมัดใจองค์ชายเก้าได้จริง ในขณะที่ยังวอแวกับองค์
ชายเจ็ดด้วยอีกหรือ ? คิ้วของเฟิงเฉินหยูเริ่มขมวด นางรู้สึก
ว่าซวนเทียนฮั่วยังคงมีอิทธิพลต่อจิตใจของนาง เขาได้รับ
บาดเจ็บ? ไม่ใช่ว่าเฟิงหยูเองเป็นหมอหรอกหรือ ? ทำไมเขา
ถึงได้รับบาดเจ็บเมื่อเขาอยู่กับหมอ ?
“พี่ใหญ่” เฟิงเฟินไดเห็นว่าสีหน้าของเฟิงเฉินหยูนั้นเย็น
ชา ตอนนี้นางมีความสุขเต็มหัวใจ ตราบใดที่พวกเขาทั้งสอง
ที่เคยเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ เฟิงเฉินหยูและเฟิงหยูเอง
ขัดแย้งกันจนถึงขั้นอยู่ร่วมโลกไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ
นาง “พี่ใหญ่คิดว่าพี่รองจะตกหลุมรักกับองค์ชายเจ็ดหรือไม่
เจ้าคะ ? ”
หัวใจของเฟิงเฉินหยูสั่นไหว เฟิงหยูเองตกหลุมรักซวนเทียน
ฮั่ว ? มันเป็นไปได้ ซวนเทียนฮั่วเป็นหนุ่มรูปงาม ในโลกนี้มีกี่
คนที่จะไม่ตกหลุมรักเขา ? แต่…
ยี่หลินยังเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฟิงเฉินหยู นางไม่สามารถ
ช่วยได้ ได้แต่แอบสะกิดแขนเสื้อของนาง เมื่อเห็นว่าเฟิงเฉิน
หยูมองที่นาง นางจึงได้สติขึ้นมา เฟิงเฉินหยูคร่ำครวญขึ้นมา
ทันที
“น้องสี่พูดอะไร เรื่องแบบนี้อย่าพูดไปทั่ว” นางหันหลังกลับ
และความโกรธก็หายไปจากใบหน้าของนางขณะที่นาง
แนะนำเฟิงเฟินได “น้องรองและองค์ชายเก้าเป็นคู่ที่
เหมาะสมกัน น้องรองยังเรียกองค์ชายเจ็ดว่าพี่เจ็ด”
เฟิงเฟินไดไม่ยอมแพ้พูดว่า “แล้วทำไมพี่รองถึงพูดเรื่อง
เหล่านั้นกับยามตอนนี้ล่ะ ? ”
“น้องสี่อาจได้ยินผิดไปหรือไม่ก็ไม่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ข้า
เชื่อใจน้องรอง ข้าเชื่อใจองค์ชายเจ็ด”
เฟิงเฟินไดมองเฟิงเฉินหยูด้วยความสับสน นางคิดว่าเฟิง
เฉินหยูตั้งใจทำตัวราวกับว่านางเป็นคนดี แต่เมื่อนางเห็นสี
หน้าของเฟิงเฉินหยู นางคิดว่าเฟิงเฉินหยูจริงจัง
“พี่ใหญ่เชื่อเฟิงหยูเองจริงหรือ?” นางถามอย่างไม่มีความสุข
เฟิงเฉินหยูพยักหน้า “ใช่” นางไม่ต้องการพูดคุยเรื่องนี้
ต่อไป นางรู้สึกหงุดหงิดและไม่รู้ว่านางจะทนได้นานแค่ไหน
มันจะไม่ดีเลยที่จะเริ่มตะโกนต่อหน้าเฟิงเฟินได ดังนั้นนางจึง
หันหลังกลับและมองออกไปซึ่งทำให้นางได้เห็นบางสิ่ง
บางอย่างที่อยู่ข้างหลังนาง นางอดไม่ได้ที่จะแสร้งทำและชี้ไป
ในทิศทางนั้นบอกเฟิงเฟินไดว่า “น้องสี่ดูสิ อนุฮันกำลังทำ
อะไรอยู่ ? ”