Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 205 เฟิงจินหยวน, ข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 205 เฟิงจินหยวน, ข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ
ในขณะนี้เฟิงเฟินไดตระหนักว่าสาเหตุที่พี่รองของนางเริ่มยิ้ม
ให้อย่างสดใสไม่ใช่นาง ในโลกนี้คนที่ทำให้พี่รองของนางยิ้ม
ได้อย่างสดใสอาจมีเพียงคนเดียว และคนนั้นเป็นคนที่ทำให้
นางเจ็บปวดที่สุด ซวนเทียนหมิง
เฟิงเฟินไดตัวสั่นเมื่อนางหันหลังกลับไป นางเห็นรถม้าใหญ่ที่
เปิดม่านขึ้นและมีคนนั่งอยู่ข้างใน คนผู้นั้นสวมเสื้อคลุมฤดู
หนาวสีม่วงเข้ม สวมหน้ากากทองคำบนใบหน้าของเขาและ
ดอกบัวสีม่วงที่หน้าผากของเขา ถ้านี่ไม่ใช่ซวนเทียนหมิง จะ
เป็นใครได้ !
นางต้องการคุกเข่าและทักทายเขา แต่นางไม่เต็มใจที่จะถอน
สายตาของนางกลับไป เช่นเดียวกับที่นางจ้องมองคนที่อยู่ใน
รถม้า ในขณะที่หัวใจของนางรู้สึกราวกับว่ามันกำลังจะเกิด
พายุปั่นป่วน เป็นเวลานานที่นางไม่สามารถสงบสติอารมณ์
ของนาง
เฟิงหยูเองมองเห็นซวนเทียนหมิงเอื้อมมือออกมา จากนั้น
นางจึงส่ายหน้าและเตือนว่า “น้องสี่ ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้
ใบหน้าของเจ้าถูกตี มันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเจ้าจะหันไปทาง
อื่น”
เฟิงเฟินไดตกใจและรู้ตัวทันทีว่านางสูญเสียการควบคุม
ตัวเอง แต่นางไม่รู้ว่านางเอาความมั่นใจมาจากไหนที่เชื่อว่า
ซวนเทียน หมิงชอบนาง นางมั่นใจว่าซวนเทียนหมิงจะไม่
ฟาดแส้ใส่ใบหน้าของนาง ดังนั้นนางจึงจ้องไปที่ใบหน้าที่ถูก
ปกปิดด้วยหน้ากากทองคำ ไม่สนใจแส้ที่ยกขึ้นในมือของซวน
เทียนหมิง
เจ้าหน้าที่และองค์ชายสาม ซวนเทียนเย่ที่มาส่งเฟิงจินหยวน
ออกไปนานแล้ว ตอนนี้มีเพียงคนในตระกูลเฟิงที่คุกเข่าบน
พื้น ปราชาชนที่เดินผ่านมาไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พวกเขารู้
ว่าบุคคลในรถม้าจะต้องเป็นคนชั้นสูง ดังนั้นยังมีคนที่คุกเข่า
ลง นอกจากนี้ยังมีคนที่หวาดกลัวมากขึ้นซึ่งหันหลังกลับและ
วิ่งหนีไป
เฟิงหยูเองขมวดคิ้วและมองที่เกิดเหตุในถนน นางรีบเดินไปที่
รถม้าของซวนเทียนหมิงและสั่งวังซวน “บอกให้อนุอันกลับไป
ที่คฤหาสน์ก่อน ข้ามีบางอย่างที่จะคุยกับองค์ชายก่อน”
หลังจากพูดอย่างนี้นางก็ขึ้นรถม้า
เฟิงเฟินไดไม่เต็มใจที่จะยอมรับสิ่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ
นางดูม่านปิด รถม้าหันหลังกลับและออกเดินทาง นาง
กระทืบเท้าของนางด้วยความเกลียดชังที่พุ่งสูงขึ้นมา
ฮันชิรีบเดินไปข้างหน้า “เจ้าทำแบบนี้เสี่ยงมาก เจ้ายั่วยุ
ความโกรธขององค์ชายเก้า ใครจะรู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น”
เฟิงเฟินไดไม่พูดอะไรเลย แต่ความคิดของนางแล่นไป
ถ้าเฟิงหยูเองเสียชีวิตหรือกลายเป็นคนพิการ หรือสูญเสีย
ความบริสุทธิ์ของนาง นางจะไม่มีสิทธิ์แต่งงานกับซวนเทียนห
มิงอีกต่อไป พวกเขาทั้งคู่เป็นบุตรสาวของตระกูลเฟิง ดังนั้น
บางทีนางอาจมีโอกาสแต่งงานกับเขาแทน
ฮันชิมองตาของเฟิงเฟินไดก็รู้ว่านางกำลังคิดอะไร นางอด
ไม่ได้ที่จะเตือนเฟิงเฟินไดว่า “เจ้าจำบทเรียนที่เจ้าได้รับตอน
นั้นได้หรือไม่ เจ้าไม่สามารถวู่วามได้”
เฟิงเฟินไดสะบัดแขนเสื้อของนาง “เจ้ามันช่างน่ารำคาญเสีย
นี่กระไร”
ในเวลานี้เฟิงหยูเองและซวนเทียนหมิงอยู่ในรถม้า นางถือแส้
ของเขาในมือข้างหนึ่งและอีกมือจับที่เท้าแขนของรถเข็นของ
เขา นางให้คำแนะนำอย่างจริงจังกับนางโดยพูดว่า “ไม่ว่า
กรณีใดก็ตามผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงไม่ใช่สิ่งที่ดี”
ซวนเทียนหมิงมองที่นางด้วยท่าทางสนใจ “ข้าเคยทำบ่อย
มากในอดีต”
นางจำได้ตอนที่เขาตีเฉินซื่อได้และได้แต่พูดออกมาว่า “แต่
นั่นมันเกิดขึ้นในคฤหาสน์ ไม่ใช่กลางถนนเลย”
“อาเอง เจ้าเริ่มมีเป็นคนมีเหตุผลตั้งแต่เมื่อไรกัน ? ”
เฟิงหยูเองตกตะลึงแล้วก็โกรธทันที “เจ้ากำลังพูดว่าเมื่อก่อน
ข้าเป็นคนไม่มีเหตุผลเช่นนั้นหรือ ? ซวนเทียนหมิง ข้าไม่มี
เหตุผลตอนไหน ? “
“ตอนนี้เจ้าก็ไม่มีเหตุผลอีกแล้ว” เขาทำลายสถานการณ์ของ
นาง “ดูสิ ข้ามาเพื่อช่วยเหลือเจ้า แต่เจ้ากลับมาดุด่าข้า นี่
เป็นสิ่งที่คนมีเหตุผลทำหรือไม่ ? ”
นางกลอกตา “ข้ากำลังปรับปรุงความประพฤติของเจ้า”
หลังจากพูดแบบนี้นางเห็นใบหน้าของเขาดูว่างเปล่า ดังนั้น
นางจึงส่ายหน้า “แม้ว่าข้าจะพูดเช่นนี้แต่เจ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
โอ้ ใช่ เจ้าไม่ได้อยู่ที่ค่ายทหารหรือ ? ทำไมเจ้าถึงกลับมาเร็ว
? ข้ากำลังจะไปเยี่ยมเจ้าที่ค่ายทหารหลังจากส่งเฟิงจินหยวน
เดินทางไปทางเหนือแล้ว”
ซวนเทียนหมิงยิ้ม “ดูเหมือนว่าข้าไม่ควรกลับมาจริง ๆ ข้า
ควรรอที่ค่ายทหารเพื่อให้อาเองไปเยี่ยม”
เฟิงหยูเองยกมือขึ้นแล้วจิ้มไปที่รูของหน้ากากตรงหน้าผาก
“ฝันไปเถอะ” หลังจากยิ้มแล้ว นางเริ่มจริงจัง “หิมะตกหนัก
มากเมื่อสองสามวันก่อน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับท่านใช่
หรือไม่ ? ”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ซวนเทียนหมิงส่ายหัว “เมืองที่ค่ายทหาร
ตั้งอยู่นั้นแข็งแกร่ง มันไม่โดดเดี่ยวอย่างที่เจ้าคิด”
เฟิงหยูเองถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดี วันนั้นพี่เจ็ด
ออกไปจากเมืองหลวงเพื่อถวายเครื่องเซ่นไหว้แก่มารดาของ
พระองค์และถูกหิมะถล่มใส่ ข้ากังวลว่าจะมีบางอย่างเกิด
ขึ้นกับเจ้า แต่บานซูกับพวกเขากล่าวว่าหิมะตกหนักมากจน
ไม่มีทางไป” ท่าทางของนางดูหดหู่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่
แข็งแกร่งแค่ไหนก็จะมีบางสิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เสมอ
ซวนเทียนหมิงเห็นว่านางหดหู่ใจ เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้น
แล้วลูบหัวนางเบา ๆ “ข้าเป็นผู้ชาย ทุกอย่างที่ข้าทำจะทำให้
เจ้ากังวล แต่เป็นข้าที่ติดอยู่ในค่ายทหารหลังจากที่หิมะตก
หนักจนทำให้เจ้ากังวล ข้าต้องการกลับไปยังเมืองหลวงอย่าง
รวดเร็วเพื่อพบเจ้า แต่ข้าไม่สามารถทิ้งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้
หลังจากนั้นข้าได้ยินเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เจ้าทำในเมืองหลวงและ
ก็ทำในนามของตำหนักหยู …” เขาคิดว่าเขาควรใช้คำอย่างไร
“เอ้อ เด็กผู้หญิงต้องแต่งงานเมื่อนางโตขึ้น ! ”
ซวนเทียนหมิง เจ้าเป็นคนไร้เหตุผล!
นางพยายามควบคุมอารมณ์ของนาง แล้วคนตรงหน้าก็
เปลี่ยน
เรื่องพูดทันที “เลิกพูดเล่นกันได้แล้ว เรามาพูดถึงเรื่องสำคัญ
กันดีกว่า ขาของข้า…รักษาได้หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองสงบลงและหันไปสนใจขาของเขา แม้กระนั้นนาง
ไม่ได้พูดเลย
ซวนเทียนหมิงเห็นว่านางมีปัญหาเล็กน้อย และอดไม่ได้ที่จะ
พูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ว่าอย่างไรข้าก็คุ้นเคยกับการนั่งบน
รถเข็น”
“ไม่ใช่” นางส่ายหัว “ข้าไม่ได้บอกว่ารักษาไม่ได้ ข้าแค่
อยากจะบอกว่าข้าไม่แน่ใจว่าจะรักษาได้ถึงระดับใด แพทย์ไม่
สามารถมองเห็นได้ว่าความเสียหายของกระดูกมากเพียงใด
เพียงแค่รู้ว่ามันหัก ข้าจะต้องตรวจสอบมันอย่างถี่ถ้วน”
“ได้” ด้วยการตกลง เขาไม่ได้ถามว่านางจะตรวจสอบอย่างไร
เขาเพียงแต่พูดว่า “ข้าจะยอมให้เจ้ารักษามันให้เร็วที่สุด”
เฟิงหยูเองมีข้อสงสัยว่า “มีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ ? ”
เขาไม่ได้ซ่อนมันจากนาง และพูดว่า “การกระทำของพี่สาม
เมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นการยากที่จะควบคุม ในขั้นต้นเราพบว่าเขา
ได้เคลื่อนกำลังพลมา 30,000 นาย อย่างไรก็ตามในวันนี้มัน
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่สามารถบอกจำนวนที่แน่นอนได้ว่ามีกี่
นาย แต่พวกเขามุ่งหน้าไปทางเหนือ แม้ว่าพวกเขาจะ
ระมัดระวังและแยกย้ายกันเดินทาง แต่ก็ยังถูกค้นพบ
ร่องรอยโดยองครักษ์เงาของพี่เจ็ด”
“ทางทิศเหนือหรือ ? ” หัวใจของเฟิงหยูเองกระตุก เฟิงจินห
ยวนเพิ่งออกเดินทางไปทางเหนือ ตอนนี้นางได้ยินมาว่า
กองทัพของซวนเทียนเย่กำลังมุ่งหน้าไปทางเหนือเช่นกัน
เป็นไปได้หรือไม่ว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญ นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ
และปรับความคิดของนาง ทุกอย่างเป็นเพียงการคาดเดา
และไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษา
ขาของซวนเทียนหมิง “พรุ่งนี้มาที่เรือนตงเซิง” นางบอกกับ
ซวนเทียนหมิงว่า “เข้ามาที่ทางเข้าหลัก เจ้าจะไม่สามารถ
ออกไปได้ 7 วัน แจ้งให้ทางพระราชวังรู้ล่วงหน้าด้วย”
“ เอาล่ะ” เขาพยักหน้า เขาสามารถเห็นได้ว่ายังมีบางสิ่งใน
ใจของเฟิงหยูเอง แต่เขาไม่ได้พูดและไม่ได้ถาม ถ้าเด็กผู้หญิง
คนนี้อยากจะบอก นางจะเป็นคนบอกเอง การถามเกี่ยวกับ
สิ่งที่นางพูดไม่ได้จะทำให้นางเดือดร้อน “ข้าจะไปพรุ่งนี้เช้า”
หลังจากพูดจบรถม้าก็หยุด ทหารองครักษ์กล่าวว่า “ฝ่าบาท
เรามาถึงคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลแล้วพะยะค่ะ”
เขารับรู้และจับมือเฟิงหยูเองไว้ “คืนนี้ฝันดีนะ ไม่ว่าขาของ
ข้าจะรักษาได้หรือไม่ ข้าจะต้องพาเจ้าไปที่ค่ายทหารก่อนปี
ใหม่ การยิงธนูของเจ้านั้นลึกลับมากและจะช่วยข้าได้อย่าง
มาก”
นางมีความยินดีเล็กน้อย “จริงหรือ ? ” ในชีวิตที่ผ่านมานาง
ฝึกยิงธนูกับอาจารย์ของนาง ในตอนแรกมันเป็นแค่งาน
อดิเรก แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าสักวันหนึ่งทักษะการยิงธนู
ของนางจะเหนือกว่าอาจารย์ของนาง แต่นางก็ยังเป็นแพทย์
ดังนั้นนางจะไม่มีโอกาสมากนักที่จะได้ใช้ทักษะการต่อสู้ของ
นาง ตอนนี้นางได้ยินซวนเทียนหมิงบอกว่าไม่เพียงแต่นางจะ
ได้ไปค่ายทหารแต่ยังทำประโยชน์อีกด้วย นางรู้สึกประทับใจ
อย่างแท้จริง
ซวนเทียนหมิงเห็นตาของนางเป็นประกาย เขาจึงอดไม่ได้ที่
จะหัวเราะ “ผู้หญิงคนอื่นที่อายุเท่าเจ้าจากครอบครัวอื่นกำลัง
เรียนเย็บปักถักร้อยและเขียนคิ้วของพวกเขา หรือพวกเขา
กำลังเรียนรู้ศิลปะทั้งสี่ ในทางกลับกัน เจ้าใช้เวลาทั้งวันไป
กับยาหรือศิลปะการต่อสู้” เขาพูดอย่างนี้ในขณะที่จับมือของ
นาง“ มันน่าชื่นชมที่มีเด็กผู้หญิงเช่นเจ้า”
“ข้าจะทำถุงเงินให้เจ้าในภายหลัง” เฟิงหยูเองหัวเราะคิกคัก
แล้วมองเขา แววตาของนางมีความเขินอาย “ข้าไม่เคยเย็บ
ผ้ามาก่อน แต่ข้าเคยเย็บเนื้อคน ไม่ต้องกังวล งานเย็บปักถัก
ร้อยของข้าจะต้องดูดีกว่าเด็กหญิงคนอื่น ๆ ”
ซวนเทียนหมิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ภรรยาของข้า
ช่างเป็นคนที่ประหลาดจริง ๆ ”
นางพูดอย่างเอียงอายเล็กน้อย “ข้ายังไม่ได้แต่งงานเลย”
“ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะต้องแต่งงาน” เขายิ้มกว้างและพูดต่อ “ข้า
จะไม่ซ่อนมันจากเจ้า การต่อสู้ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
กลุ่มของเราพ่ายแม้แก่มือธนู หลังจากวันนั้นบนภูเขา เป่ยจื่อ
และข้าถูกล้อมไปด้วยกลุ่มนักแม่นธนู เราได้แต่กัดฟันหนี
ออกมาเท่านั้น เราทำการตรวจสอบหลังจากนั้น แต่พบว่า
เป็นกลุ่มนักแม่นธนูที่ยืมมาจากอาณาจักรทางเหนือ เฉียนโจว
เนื่องจากพวกเขามีจำนวนไม่มากจึงสามารถเข้าสู่ราชวงศ์ต้า
ชุน และคลุกคลีกับภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ดังนั้น อาเอง
ช่วยข้าฝึกกลุ่มนักแม่นธนูด้วย จะมีวันหนึ่งที่ข้าจะนำกลุ่มนัก
แม่นธนูของเจ้าไปที่เฉียนโจวเพื่อแข่งขันกับพวกเขา และดูว่า
ใครมีทักษะดีกว่ากัน”
“ได้” เฟิงหยูเองพยักหน้าอย่างจริงใจ “ข้าสัญญา”
เมื่อซวนเทียนหมิงจากไป เขารู้สึกว่านางไม่สบายใจ ความ
เศร้าโศกบนใบหน้าของนางชัดเจนมาก แต่นางลังเลที่จะพูด
กับเขา
แต่เขาไม่ทราบว่าช่วงเวลาที่เฟิงหยูเองได้ยินเหตุผลที่ซวน
เทียนหมิงและเป่ยจื่อไม่สามารถหลบหนีจากภูเขาทาง
ตะวันตกเฉียงเหนือนั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักแม่นธนูจากเฉียน
โจว นางรู้สึกสงสัยมาก ความไม่พอใจและความโกรธของ
นางพุ่งสูงขึ้นถึงระดับใหม่
เมื่อนางออกจากรถม้าแล้ว หวงซวนก็กลับมาแล้ว นางรออยู่
ที่ทางเข้า
เมื่อเห็นว่าเฟิงหยูเองกลับมา หวงซวนก็เดินไปข้างหน้าแล้ว
บอกนางว่า “ชายผู้นั้นจำเสียงคุณหนูสี่ได้ เด็กหญิงที่พบเขา
ในเวลานั้นและสวมหมวกไม้ไผ่มีเสียงคล้าย ๆ กับคุณหนูสี่
เพราะมันเป็นเรื่องที่พัวพันถึงชีวิต เขาจึงจำได้อย่างแม่นยำ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า นางฟังขณะเดินไปที่คฤหาสน์ “ในเวลา
นั้นเฟิงเฟินไดถูกส่งไปยังเขตชานเมืองของเมืองหลวงและไม่
มีใครคอยดูแลนาง ถ้าข้าไม่ได้ลงมือรักษาในเวลานั้นมันก็คง
จะเป็นอีกชีวิตหนึ่งที่ต้องตายไป ใครจะรู้ว่าเด็กหญิงอายุ 10
ขวบจะมีความคิดและความกล้าหาญเช่นนั้นจริง ๆ ”
“ข้าจัดให้ชายผู้นั้นพักที่ร้านห้องโถงสมุนไพร ข้าต้องการส่ง
เขากลับไปที่บ้านของตัวเอง แต่เมื่อคิดมากขึ้น คุณหนูสี่
อาจจะส่งคนไปจับตาดูเขาอย่างแน่นอน เราไม่สามารถดูแล
เขาได้ทั้งวันและเฝ้าระวังได้ ดังนั้นข้าจึงจัดให้เขาอยู่ที่ร้าน
ห้องโถงสมุนไพร วังหลินพูดว่าพวกเขาไม่มีคนช่วยแบก
สมุนไพร ดังนั้นเขาจะทำงานเช่นนั้น”
“ไม่เป็นไร” เฟิงหยูเองพอใจกับข้อตกลงนี้มาก
อย่างไรก็ตามวังซวนถอนหายใจ “ใครจะรู้ว่าคฤหาสน์เฟิงนั้น
ช่างโหดเหี้ยมไปเสียทุกคนตั้งแต่เด็กเล็กจนแก่ก็เป็นแบบนี้”
เฟิงหยูเองยักไหล่ “ถ้าคฤหาสน์เฟิงไม่โหดเหี้ยม ข้าจะไม่ถูก
ส่งไปยังภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ข้าจะไม่ถูกโจมตีโดย
คนขับรถม้าระหว่างทางกลับเมืองหลวง ด้วยครอบครัว
เช่นนั้น พวกเขาจะถือว่าเป็นญาติได้อย่างไร”
ทั้งสองเห็นว่าสีหน้าของเฟิงหยูเอง พวกเขารู้ว่านางคงโกรธ
ด้วยการปฏิบัติของครอบครัวเฟิงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาไม่ทราบคือเฟิงหยูเองหงุดหงิดว่า
ซวนเทียนหมิงบาดเจ็บอีกครั้งหลังจากที่นางรักษาขาของเขา
เฟิงจินหยวนกำลังเดินทางไปทางเหนือเพื่อบรรเทาทุกข์จาก
ภัยพิบัติ กองทัพของซวนเทียนเย่ก็มุ่งหน้าไปทางเหนืออย่าง
ลับ ๆ เช่นกัน หากภาคเหนือไม่มีเสบียงทำไมพวกเขาถึงต้อง
กังวล
เฟิงหยูเองกัดฟันของนางอย่างรุนแรง นางคิดกับตัวเอง หาก
สิ่งต่าง ๆ ก้าวหน้าไปตามที่นางคิด นางก็จะฉีกเฟิงจินหยวน
ออกเป็นชิ้น ๆ และทำลายคฤหาสน์เฟิงนี้ทิ้ง !