Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 219 ปิ่นหงส์เพลิงหายไป
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 219 ปิ่นหงส์เพลิงหายไป
เฟิงหยูเองถอนหายใจกับตัวเอง นางต้องยอมรับว่าฉิงซวงดี
มาก แต่นางไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น
“เจ้าลืมมันไปเถอะ” ซวนเทียนหมิงกล่าว “มันเป็นของรางวัล
ที่มอบให้เจ้า มีเหตุผลอะไรที่จะต้องคืนของรางวัล”
เฟิงหยูเองยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “คราวหน้าถ้าข้าเข้า
พระราชวังอีก ข้าจะคืนให้กับเสด็จพ่อ หลังจากล้มเหลวใน
การรักษาขาของเจ้า ข้ารู้สึกว่าไม่สมควรเก็บสิ่งนี้ไว้”
นางพูดอย่างนี้ในขณะที่ปิดกล่องและใส่กลับเข้าไปในแขน
เสื้อของนางอีกครั้ง ซวนเทียนหมิงยื่นถ้วยชาให้นางและส่ง
ยิ้มให้ ตามปกติเมื่อเห็นนางหยิบชา เมื่อมองไปที่เสื้อคลุมบน
ร่างกายของเฟิงหยูเอง เขาพูดว่า “ในห้องไม่ได้เย็นมาก
ถอดเสื้อคลุมออกเถอะ”
“ก็ดีเหมือนกัน” เฟิงหยูเองหันมาและพูดกับฉิงซวง “ถอด
เสื้อคลุมให้ข้า”
ชิงซวงปฏิบัติตามและเดินไปเพื่อช่วยถอดเสื้อคลุม ในขณะที่
ทำสิ่งนี้ เฟิงหยูเองก็ทำน้ำชาหกและฉิงซวงดึงผ้าเช็ดหน้า
ออกมาเช็ดทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว ซวนเทียนหมิงดูอยู่
พักหนึ่งและรอยยิ้มของเขาก็เพิ่มมากขึ้น
ในที่สุดเมื่อทำความสะอาดเสร็จ เสี่ยวเอ้อก็มาพร้อมกับ
อาหารจานแรก ภายใต้การแนะนำของซวนเทียนฮั่ว พวกเขา
เริ่มทานข้าว
ฉิงซวงพาดเสื้อคลุมของเฟิงหยูเองไว้บนแขนของนาง แล้ว
ยืนไปทางด้านหลัง นางมองไปที่องค์ชายสามจากนั้นก็มอง
ออกไปทันที นางแกล้งทำเป็นไม่สนใจแต่หัวใจของนางกำลัง
เต้นแรง
ในขณะที่รับประทานอาหาร เฟิงหยูเองมองฉิงซวงด้วย
ท่าทางเฉยเมย จากนั้นกล่าวด้วยความสนใจอย่างมาก “วันนี้
เราออกจากคฤหาสน์ ข้าไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่ข้าเพิ่ง
สังเกตเห็นว่าต่างหูของฉิงซวงสวยมาก ทำมาจากหยกใช่
หรือไม่ ? ”
ฉิงซวงจับที่หูของนางและตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่หยกน้ำดี
เจ้าค่ะ เมื่อเดือนที่แล้วตอนคุณหนูจ่ายค่าจ้างให้ บ่าวรับใช้
เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยเพื่อซื้อมันเจ้าค่ะ ข้าต้องขอบคุณคุณหนู
มากเจ้าค่ะ” ถึงแม้ว่านางจะพูดแบบนี้ นางก็ค่อนข้างสับสน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางใส่ต่างหูเหล่านี้และคุณหนูรองเป็นคนที่
ช่างสังเกต การบอกว่านางไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนฉิงซวง
ไม่เชื่ออย่างแน่นอน แต่ทำไมคุณหนูรองถึงมอง ?
ในขณะที่นางกำลังคิดอยู่นางได้ยินเฟิงหยูเองพูดว่า “ค่าจ้าง
นั้นเพียงพอที่จะซื้อต่างหูสวย ๆ หรือ ? ” นางแกล้งทำเป็น
ประหลาดใจ “ดูเหมือนจะมีคุณภาพเหมือนหยกที่พี่ใหญ่ที่
งานเลี้ยงกลางฤดูใบไม้ร่วง”
ใจของฉิงซวงหล่นลงที่ตาตุ่มและไม่สามารถตอบได้ เมื่อมอง
เฟิงหยูเองด้วยความความกลัว หัวใจของนางเกือบจะ
กระโจนขึ้นมาจากลำคอของนาง
นางกำลังรอสิ่งนี้อยู่ !
“สาวน้อยคนที่สองต้องล้อเล่นแน่ๆ เจ้าค่ะ บ่าวรับใช้นี้…
ไม่รู้จักองค์ชายใหญ่”
“หืม ? ” ซวนเทียนหมิงขยับตัว “อาเองเองพูดแค่พี่ใหญ่แค่
นั้น แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่าเป็นองค์ชายใหญ่”
“นี่…” ฉิงซวงรีบคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว “คุณหนู บ่าวรับ
ใช้….” นางไม่รู้ว่านางควรจะพูดอะไร ยิ่งนางพูดก็ยิ่งทำผิด
มากขึ้น
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่ ? ” ซวนเทียนฮั่วส่ายหัวอย่างไร้
ประโยชน์ “เรากำลังทานอาหารกันอร่อย ๆ ทำไมต้องโกรธ
บ่าวรับใช้ด้วย”
“ข้าไม่ได้โกรธอะไร” เฟิงหยูเองช่วยประคองฉิงซวงลุกขึ้น
แล้ววางมือบนแขนของนาง “ข้าล้อเจ้าเล่น เจ้าเป็นสาวใช้
ส่วนตัวของข้า ทำไมเจ้าถึงไม่รู้ว่าข้าล้อเล่น”
ฉิงซวงก้มหน้าและใช้ความเศร้าโศกของนางเพื่อปกปิดความ
กลัว นางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มันเป็นความผิดทั้งหมด
ของบ่าวรับใช้ผู้นี้เจ้าค่ะ”
เจ้านายและบ่าวรับใช้พูดคุยกันซักพัก และพวกเขาได้ทาน
อาหารรสชาติโอชาที่ปรุงโดยโรงเตี๊ยมครัวเทพ ดังนี้อาหารก็
หมดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อทุกคนออกจากร้าน ซวนเทียนฮั่วเดินตามซวนเทียนหมิง
พร้อมกับหวงซวนโดยจงใจ ปลีกตัวจากเฟิงหยูเองและฉิงชวง
ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้าวังซวนบอกหวงซวนว่าเกิดอะไรขึ้นใน
ตอนกลางคืน เมื่อนำมารวมกับสิ่งที่เฟิงหยูเองและองค์ชาย
เก้าเพิ่งกล่าวไป แม้ว่าหวงซวนจะไม่รู้ว่าฉิงซวงลงมือทำอะไร
ไปแล้วบ้าง แต่นางจะไม่ยอมให้ฉิงซวงอยู่ข้างเฟิงหยูเอง
ต่อไป
ด้านนอกอาคาร เจ้าของร้านได้เตรียมเรือไว้แล้ว เมื่อเฟิงหยู
เองลงเรือ ทันใดนั้นนางก็จับแขนเสื้อของนางและพูดด้วย
ความกลัว “แย่แล้ว! ปิ่นหงส์เพลิงของข้าหายไป ! ”
“อะไรนะ ? ” ทุกคนตกตะลึง และแม้แต่ซวนเทียนหมิงก็
รู้สึกตกใจเช่นกัน “เจ้าไม่ได้ใส่ไว้ในแขนเสื้อหรือ ? ลองหาดู
ใหม่”
ใบหน้าของเฟิงหยูเองเปลี่ยนเป็นซีดขาวด้วยความกลัวเมื่อ
นางล้วงไปที่แขนเสื้อ อย่างไรก็ตามทุกคนก็เห็นว่าไม่มีอะไร
ในแขนเสื้อของนาง
“ข้าจะทำอย่างไรดี?” นางเดินวนเป็นวงกลมไปเรื่อย ๆ ถาม
หวงซวนและฉิงซวง “เจ้าสองคนเห็นปิ่นหงส์เพลิงของข้า
หรือไม่ ? ”
หวงซวนส่ายหน้าของนาง “ครั้งสุดท้ายที่ข้าเห็นก็ตอนที่
คุณหนูใส่ไว้ในแขนเสื้อเจ้าค่ะ” นางพูดแบบนี้ในขณะที่ช่วย
เฟิงหยูเองค้นที่เสื้อของนาง นางสะบัดเสื้อคลุมที่ฉิงซวงจัด
ขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน หวงซวนเริ่มกังวลและจ้องมองที่
ฉิงซวง “ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นคนที่อยู่ใกล้คุณหนูมากที่สุด เจ้า
ยังถือเสื้อคลุมและเช็ดคราบน้ำชาด้วย ฉิงซวง เจ้าเห็นปิ่น
หงส์เพลิงหรือไม่”
ใบหน้าของฉิงซวงซีดทันที สิ่งที่นางกลัวคือพวกเขาจะรู้
ความลับของนาง แต่ตอนนี้ที่นางกลัวคือทุกคนเชื่อว่านาง
เป็นคนเอาไป แต่มันไม่ได้อยู่ที่นาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…ซวน
เทียนเย่
เมื่อได้ยินว่าเฟิงหยูเองทำปิ่นหงส์เพลิงหาย ซวนเทียนเย่
ทำท่าราวกับว่าเขาตกใจ แต่เขาถอนหายใจโล่งอก ก่อนที่จะ
พูดว่า “พราชายาข้าเพิ่งหายดี ข้าต้องขอตัวกลับแล้ว น้อง
เจ็ด น้องเก้า เจ้าทั้งสองจะต้องช่วยน้องสะใภ้ตามหาปิ่นหงส์
เพลิงให้เจอ ปิ่นหงส์เพลิงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสิ่ง
อื่นได้ หากมันหายไปจะเป็นเรื่องใหญ่”
เมื่อได้ยินว่าซวนเทียนเย่กำลังจะกลับ เฟิงหยูเองรีบเปลี่ยน
น้ำเสียงทันที “อาเองจะต้องพบปิ่นหงส์เพลิงอย่างแน่นอน
ข้าหวังว่าพี่สามจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ วันนี้เสด็จพ่อ
อารมณ์ไม่ค่อยดี และอาเองไม่ต้องการที่จะทำให้เสด็จพ่อ
ทรงพิโรธอีกครั้งเพคะ”
ซวนเทียนเย่พยักหน้า “แน่นอน น้องสะใภ้ไม่ต้องกังวล องค์
ชายผู้นี้จะไม่บอกใครเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ขอขอบคุณพี่สามมากเพคะ” นางโค้งคำนับ
เช่นเดียวกับหวงซวนและฉิงซวง ในขณะที่โค้งคำนับเฟิง
เฟิงหยูเองสังเกตเห็นว่าฉิงซวงดูเหมือนจะตัวสั่นและซวน
เทียนเย่จ้องมองนาง อย่างไรก็ตามฉิงซวงไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
นางยิ้มให้ตัวเองขณะที่นางเข้าใจ
เมื่อซวนเทียนเย่ออกไป การค้นหาก็น้อยลง เฟิงหยูเองแสร้ง
ทำเป็นหาอีกสักครู่ แล้วพูดกับฉิงซวง “ขึ้นไปชั้นบนแล้ว
ค้นหาในห้องส่วนตัวและดูว่ามันตกที่ไหนหรือไม่ จำไว้ว่าเจ้า
ต้องค้นหาอย่างละเอียด ทุกซอกทุกมุม”
ฉิงซวงพยักหน้า “คุณหนูไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ บ่าวรับใช้จะหา
ทุกซอกทุกมุมเจ้าค่ะ”
“ดีมาก” เฟิงหยูเองมองที่ซวนเทียนหมิงและพูดว่า “ข้ารู้สึก
ตกใจอยู่เล็กน้อย และใจเย็นขึ้น เรากลับกันก่อน ให้ฉิงซวง
อยู่ที่นี่ นอกจากนี้” นางหันไปหาเจ้าของร้านและพูดว่า “เจ้า
ช่วยดูด้วย เป็นกล่องไม้ขนาดใหญ่” นางทำท่าด้วยมือของ
นางให้มีขนาด “มันทำจากไม้เนื้อแดง”
เจ้าของร้านพยักหน้าแล้วจากไปกับฉิงซวง
เฟิงหยูเองหันกลับมาเผชิญหน้ากับทะเลสาบก่อนที่จะนาง
หยักยิ้มอย่างชั่วร้าย
เทพมืออัศจรรย์ นี่คือชื่อซวนเทียนหมิงที่บอกนาง มันเป็นโจร
ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเจียงฮู่ และลึกลับ จริง ๆ แล้วนาง
ปกปิดตัวเองในฐานะบ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างนาง และนางก็
ประทับใจฉิงซวงอย่างแท้จริง
นางต้องการปิ่นหงส์เพลิง? อย่างไรก็ตามสิ่งที่นางไม่ทราบก็
คือกล่องนั้นถูกโยนลงไปที่ร้านขายยาของนางโดยตรง แม้ว่า
มันจะดูเหมือนว่าถูกวางไว้ในแขนเสื้อก็ตาม แม้ว่าโจรที่มี
ชื่อเสียง 100 คนปรากฏตัวต่อหน้านางก็ไม่มีใครขโมยของได้
จากนาง
ทุกคนออกเดินทางและมุ่งหน้าไปยังอีกด้านหนึ่ง สำหรับฉิ
งซวงที่ถูกทิ้งไว้ในห้องอาหารส่วนตัวเพื่อค้นหาต่อ นางมอง
ออกไปนอกหน้าต่างและตกใจกับสิ่งที่นางเห็น
ปิ่นหงส์เพลิงหายไปหรือ? แต่นางไม่ได้ขโมยมัน นางคิด เมื่อ
ได้รับเสื้อคลุมจากเฟิงหยูเอง นางก็เช็ดคราบน้ำชา และครั้ง
สุดท้ายเฟิงหยูเองช่วยพยุงนางลุกขึ้น
อย่างไรก็ตามนางไม่พบอะไรเลย กล่องไม้ที่ใส่ไว้ในกระเป๋า
เสื้อของนางไม่ได้อยู่ที่นั่นเลย นางค้นที่แขนเสื้อของเฟิงหยู
เองครบทั้งตัว แต่นางไม่สามารถหากล่องเจอ
แต่ที่แย่กก็คือคือเฟิงหยูเองกล่าวว่า นางทำมันหาย ! และ
องค์ชายสามก็เชื่อเช่นนั้น !
ยิ่งแย่กว่านั้น… นางยกมือขึ้นและจับต่างหู เฟิงหยูเองพูดว่า
มันเป็นวัสดุเดียวกันกับองค์ชายใหญ่คำพูดเหล่านี้ทำให้นาง
ตกที่นั่งลำบากจริง ๆ !
ฉิงซวงและเสี่ยวเอ้อหากันจนทั่วโรงเตี๊ยมครัวเทพเป็นเวลา 2
ชั่วยาม ในท้ายที่สุดนางจากไปโดยไม่พบมัน
ในคืนนั้นฉิงซวงไม่ได้กลับไปที่เรือนตงเซิง ซึ่งเป็นไปตามที่
เฟิงหยูเองคาดไว้ หวงซวนถามนาง “คุณหนูรองเริ่มสงสัยฉิ
งซวงเมื่อไหร่เจ้าคะ ? ”
เฟิงหยูเองไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “หลังจากพายุหิมะ
แล้ว วันหนึ่งเมื่อข้าตื่นขึ้นมาข้ารู้สึกว่าของตกแต่งในห้องถูก
เคลื่อนย้าย มันไม่รก มันเรียบร้อยเกินไป แม้แต่แจกันที่ข้า
วางไว้เมื่อคืนก่อนก็ถูกย้ายที่”
“เทพมืออัศจรรย์มีชื่อเสียงที่สมควรได้รับอย่างแท้จริง
หลังจากเข้ามาในห้องนางก็ไม่ได้สังเกตเห็นบานซูด้วย” นาง
พูดเสียงดังขึ้นโดยเจตนา บานซูพูดเสียงดัง “แล้วจะต้องทำ
อะไรตอนนี้” หวงซวนกังวลเล็กน้อย “เราต้องระวังมากขึ้น
ข้าจะกลับมาเฝ้ายามคุณหนูในตอนกลางคืน จะเป็นเช่นไรถ้า
ฉิงซวงกลับมา”
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองส่ายหัว “นางอาจจะไม่กลับมา”
“ทำไม ? ”
“เนื่องจากซวนเทียนเย่จะไม่ให้อภัยนาง” ตั้งแต่บังเอิญพบ
ซวนเทียนเย่ที่โรงเตี๊ยมครัวเทพ เฟิงหยูเองจึงมั่นใจว่า
เจ้านายของฉิงซวงคือองค์ชายสาม ดังนั้นนางจึงโกหกเรื่อง
ต่างหูเพื่อเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับบ่าวรับใช้
“ตอนนี้ข้ากลัวว่าฉิงซวงกำลังแย่”
เฟิงหยูเองพูดถูกต้อง ในช่วงเวลานี้ฉิงซวงคุกเข่าในห้องศิลา
ของตำหนักเซียง เลือดไหลออกมาจากมุมริมฝีปากของนาง
และใบหน้าข้างหนึ่งของนางบวม เสื้อผ้าของนางกระจัด
กระจายไปทั่วพื้น และสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในร่างกายของนางก็
คือช่วงท้อง
นั่งตรงหน้านางก็คือองค์ชายสามซวนเทียนเย่ที่เต็มไปด้วย
ความโกรธ ซึ่งตอนนี้เหมือนปีศาจที่มาจากนรก รอบตัวเขา
เป็นรัศมีแห่งความโกรธ หันหน้าไปทางฉิงซวง ดวงตาของ
เขาไม่ได้มีความชั่วร้าย แต่กลับมีเพียงความโกรธที่ไม่มีที่
สิ้นสุดซึ่งทำให้ห้องนี้ดูร้อนขึ้น
ร่างกายของฉิงซวงสั่น แม้จะไม่ได้แต่งตัว นางก็ไม่รู้สึก
ละอายใจ นางเป็นคนที่ถอดเสื้อผ้าแต่ละชิ้นออกเพื่อพิสูจน์
ความบริสุทธิ์ของนาง
“ฝ่าบาท บ่าวรับใช้คนนี้ไม่ได้ขโมยจริง ๆ คุณหนูรองโกหก
เรื่องนี้เพคะ ! ”
ปัง
ซวนเทียนเย่ยกเท้าขึ้นเตะหน้าอกของฉิงซวง
นางไม่สามารถทนได้และถูกเตะออกไปไกล เมื่อนางกระแทก
กำแพงหิน นางกระอักเลือดออกมา
แต่นางก็ยังคงพยายามคุกเข่าต่อหน้าซวนเทียนเย่ และ
ขอร้อง “ฝ่าบาทได้โปรดเชื่อบ่าวรับใช้คนนี้ด้วยเพคะ บ่าวรับ
ใช้คนนี้ไม่ได้ขโมยจริง ๆ ! ”
ซวนเทียนเย่ต้องการที่จะเตะนางอีกครั้ง แต่เมื่อเขาเห็นเลือด
ที่ฉิงซวงกระอักออกมา เขาก็วางเท้าลง
มันจะมีประโยชน์กว่าที่จะปล่อยให้นางมีชีวิตต่อไป
“เจ้าคือเทพมืออัศจรรย์ ทุกคนในโลกรู้ว่าไม่มีอะไรที่เจ้าไม่
สามารถขโมยได้ เจ้าเคยเข้าห้องพระคลังของเสด็จพ่อมา
ก่อน ด้วยเหตุใดของที่ถูกวางไว้อย่างชัดเจนตรงหน้าเจ้าจะไม่
ถูกขโมย ? ”
นี่เป็นสิ่งที่ฉิงซวงสงสัย นางเห็นมันชัดเจน แต่เป็นเช่นนั้น
จริงหรือ “ในแขนเสื้อของคุณหนูรองไม่มีอะไรเลยเพคะ”
“เป็นไปได้อย่างไร ! ”
ถูกต้องแล้ว เป็นไปได้อย่างไร นางเองยังไม่อยากเชื่อคำพูด
ของตัวเองเลย
“ฝ่าบาท” ฉิงซวงนั่งคุกเข่าบนพื้นดินเป็นเวลานานก่อนที่จะ
นึกถึงบางสิ่งในทันใด นางเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว นางพูด
กับซวนเทียนเย่ “พวกเรามองหาผิดที่ตั้งแต่ต้นจนจบใช่
หรือไม่เพคะ ? ”