Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 234 น้องสาว, เจ้ารักใครกันแน่ ?
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 234 น้องสาว, เจ้ารักใครกันแน่ ?
ซวนเทียนหยัน องค์ชายห้าไม่เคยมีปัญหากับผู้หญิงเลย จาก
บุตรสาวของคนทั่วไปจนถึงตอนนี้เป็นบุตรสาวของนางสนม
ของตระกูลเสนาบดี ไม่ว่าเขาถูกใจหญิงสาวคนใด เขา
จะต้องพานางกลับไปที่ตำหนักของเขา
สำหรับมาตรฐานในเขาถูกใจนั้นเป็นดวงตาหงส์ที่ยาวเรียว
และควบคู่กับนิสัยซึ่งดูเย่อหยิ่งและเจ้าอารมณ์
เฟิงเฟินไดไม่ผ่านเกณฑ์เหล่านี้ แต่นางก็ทำตามเกณฑ์
ภายนอกที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม นางมีต่างหูแก้วผลึกสีขาวคู่นั้น
และต่างหูเหล่านั้นถูกใส่หลังจากซวนเทียนยันได้ดื่มสุราไป
แล้วและเมาเล็กน้อย มันจะไม่ส่งผลต่อความคิดของเขา
อย่างไร
เฟิงหยูเองถอนหายใจเบา ๆ “เมื่อก่อนข้าต้องการใช้เฟิงเฉิน
หยูเป็นหมากในกระดาน แต่ข้าไม่คิดว่านางจะหลีกเลี่ยงและ
ส่งต่อความวุ่นวายนี้ไปยังเฟิงเฟินได ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าควร
ฉลองและมีความสุขหรือไม่”
“คุณหนูควรรักษาอาการป่วยของตัวเองก่อนนะเจ้าค่ะ” หวง
ซวนวางผ้าเช็ดหน้าเย็น ๆ บนหน้าผากของนาง จากนั้นก็
บังคับให้นางนอนลง “วันนี้คุณหนูพักผ่อนให้มาก ๆ อย่าไป
ไหน คฤหาสน์เฟิงสามารถทำสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ในเรื่อง
ของพวกเขา มันไม่เกี่ยวข้องกับเรา”
แต่เฟิงหยูเองจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้อย่างไร นางยื่น
ผ้าเช็ดหน้าคืนแล้วพูดกับหวงซวน “ไปเตรียมน้ำ ข้าจะ
อาบน้ำ ข้าอยากจะไปดู”
องค์ชายห้าได้ส่งคนมาพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับเฟิงเฟินได
ดังนั้นเฟิงหยูเองจึงไม่สามารถอยู่ที่เรือนตงเซิงได้ต่อไปราว
กับว่านางไม่รู้อะไรเลยหรือ หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว นางกับ
หวงซวนก็รีบไปที่คฤหาสน์ตระกูลเฟิง
เนื่องจากเฟิงจินหยวนไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ คนที่มาหารือเรื่อง
การแต่งงานจึงต้องพบกับฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อพวกเขามาถึงฮู
หยินผู้เฒ่ามีสีหน้ากระวนกระวาย ขณะที่นางนั่งอยู่บนที่นั่ง
ประธานในห้องโถงหลักของเรือนซูหยา ด้านล่างผู้หญิงของ
คฤหาสน์เฟิงล้วนมาอยู่ด้วยกันแม้แต่เฟิงเฟินไดก็มา อันชิ
ยังคงแนะนำนางว่า “คุณหนูสี่ควรกลับไปที่เรือนก่อน
เด็กหญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเมื่อพูดคุยเรื่องแต่งงาน”
ฮันชิแนะนำนางด้วย “เจ้ากลับไปก่อน”
แต่เฟิงเฟินไดดื้อหัวชนฝา ปฏิเสธที่จะเชื่อฟัง ดวงตาของ
นางจ้องมองที่ข้อเสนอในมือของนางกำนัลอาวุโสจากตำหนัก
ลี ดวงตาของนางไม่สามารถซ่อนความปรารถนาของนางได้
จินเฉินเห็นการจ้องมองของเฟิงเฟินไดและหวนนึกไปถึงเรื่อง
เมื่อคืนที่ผ่านมา ดังนั้นนางจึงพูดอย่างเงียบ ๆ “ไม่น่าแปลก
ใจที่คุณหนูสี่พลาดพูดพึมพำเกี่ยวกับองค์ชายห้าเมื่อนาง
กลับมาเมื่อคืนนี้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้วพวกเขาจะรู้จักกันมา
ก่อนหน้านี้หรือไม่ ? ”
นางกำนัลอาวุโสจากตำหนักลียิ้มเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ และ
กล่าวว่า “การพูดว่าพวกเขารู้จักกันมานานแล้วเป็นเรื่องที่พูด
เกินจริง พวกเขาพึ่งพบกันในงานเลี้ยงวันเกิดของพระนัดดา
ฮ่องเต้ คุณหนูสี่นั้นอ่อนโยนและมีเสน่ห์ และองค์ชายห้าของ
เราก็ชอบนางทันที” นางพูดอย่างนี้ในขณะที่จ้องมองที่เฟิง
เฟินได ดวงตาของนางถูกดึงดูดไปยังต่างหูแก้วผลึกสีขาวที่
นางยังคงสวมอยู่
นางกำนัลอาวุโสคนนี้ดูแลซวนเทียนหยันตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้น
นางจะไม่เข้าใจเหตุผลได้อย่างไร นางลอบถอนใจเมื่อคิดถึง
ความโชคร้ายของคุณหนูสี่ตระกูลเฟิง นางจะใส่ต่างหูอะไรก็
ได้ แต่ทำไมนางต้องใส่ต่างหูแก้วผลึกสีขาวเช่นนี้
แต่นางเป็นหนึ่งในคนของซวนเทียนหยัน แม้ว่านางจะสงสาร
เฟิงเฟินได แต่นางก็ยังต้องพูดในนามของซวนเทียนหยัน
นางจึงยิ้มให้กับฮูหยินผู้เฒ่าและกล่าวว่า “คุณหนูสี่เป็นลูก
สาวของเสนาบดีเฟิง แม้ว่านางจะเป็นบุตรสาวของอนุ องค์
ชายห้าของเรากล่าวว่าพระองค์คิดเสมอว่าใต้เท้าเฟิงเป็น
เสนาบดีที่สูงส่งมาก ดูสิบ่าวรับใช้ผู้นี้ได้นำข้อเสนอมาแล้ว นี่
ไม่ใช่สิ่งที่นางสนมจะได้รับ”
เฟิงหยูเองยืนที่ทางเข้าตลอดเวลา รู้สึกว่ามันจะดูมากเกินไป
ราวกับว่านางกำลังแอบฟังถ้านางไม่ได้เข้าไปข้างในตอนนี้
นางกระแอมแล้วเดินเข้ามา
เมื่อเห็นว่าเฟิงหยูเองมาถึงแล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็ถอนหายใจด้วย
ความโล่งอกเล็กน้อย ราวกับว่านางได้พบผู้สนับสนุน นาง
ตอบอย่างรวดเร็ว “อาเองเจ้ามาถึงพอดี ตำหนักลีส่งคนมา
พูดคุยเรื่องการแต่งงานกับน้องสี่ของเจ้า ตอนนี้บิดาของเจ้า
ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ดังนั้นเจ้าจึงสามารถออกความเห็น
แทนได้”
นางกำนัลอาวุโสที่มาเพื่อหารือเรื่องการแต่งงานจำได้ทันทีว่า
ใครมาเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าพูด ดังนั้นนางจึงไปทักทายอย่าง
รวดเร็ว “บ่าวรับใช้ผู้นี้คารวะองค์หญิงแห่งมณฑลเพคะ”
เฟิงหยูเองมองไปที่นางกำนัลอาวุโส ในขณะที่เดินเข้าไป
นางพูดว่า “ข้ารู้มาว่าองค์ชายลีมีพราชายาเอกแล้วใช่
หรือไม่”
นางกำนัลอาวุโสตอบ “เพคะ”
“แล้วความหมายที่อยู่เบื้องหลังข้อเสนอนี้ที่นางกำนัลอาวุโส
นำมาให้ตระกูลข้าคืออะไร? เป็นไปได้ไหมที่องค์ชายลี
ตัดสินใจหย่าร้างกับพราชายาเอก และเตรียมที่จะอภิเษก
สมรสกับน้องสี่ของข้าเป็นพราชายาเอกของพระองค์ในอีกห้า
ปีข้างหน้า?”
เมื่อคำเหล่านี้ออกมาเฟิงเฟินไดก็รู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง
ก่อนที่คนอื่นจะตอบสนองได้ “องค์ชายปฏิบัติต่อข้าอย่างดี
เฟิงเฟินไดจะจดจำความโปรดปรานของพระองค์ไว้”
“นี่…” นางกำนัลอาวุโสอายเล็กน้อย “คุณหนูเข้าใจผิด
พระองค์ไม่ได้มีเจตนาที่จะหย่าร้างพระมเหสีของพระองค์เลย
เจ้าค่ะ”
“โอ้?” เฟิงหยูเองนั่งลง และยิ้ม “ไม่ได้เป็นพราชายาเอกของ
พระองค์ หรือพานางไปเป็นนางสนม ใครบ้างที่ได้ยินข้อเสนอ
เพื่อเป็นนางสนม?“
ใบหน้าของนางกำนัลอาวุโสเป็นสีแดง และพูดอย่างรวดเร็ว
ว่า “ความหมายของพระองค์คือถ้าการอภิเษกกับคุณหนูสี่
ประสบความสำเร็จ คุณหนูสี่จะกลายเป็นพราชายารองตาม
ความเห็นชอบของเสนาบดีเฟิง”
“โอ้” เฟิงหยูเองพยักหน้า “พราชายารอง ไม่จำเป็นต้องมี
ข้อเสนอสำหรับพราชายารองเช่นกัน เมื่อคิดดูแล้วนี่กำลังทำ
เพื่อท่านพ่อของข้าใช่หรือไม่ ? ”
นางกำนัลอาวุโสพยักหน้า แต่ไม่ได้พูดข้อเสนอของนาง
เฟิงเฟินไดไม่เคลื่อนไหวเหมือนเมื่อก่อน แต่นางก็ยังยอมรับ
ได้ นางเป็นบุตรสาวของอนุในตระกูลเฟิง ในอนาคตของนาง
คือการแต่งงานกับบุตรชายของครอบครัวใหญ่คนหนึ่งของฮู
หยินใหญ่ในฐานะอนุ หรือนางอาจเป็นฮูหยินใหญ่ของ
บุตรชายของอนุ ตอนนี้มีองค์ชายที่ต้องการให้นางเป็นพระ
ชายารองของเขา นี่เป็นโอกาสที่หายากมากแล้ว
ไม่ใช่เพียงแค่เฟิงเฟินไดคนเดียว ฮันชิยังรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่
น่าภาคภูมิใจ นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ และพูดว่า “ท่านแม่
สามี องค์ชายห้ากำลังไว้หน้าของคฤหาสน์เฟิงเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าอยากจะตบฮันชิให้ตายคามือ !
ไว้หน้า นี่ถือเป็นการไว้หน้าหรือ ?
ใครในเมืองหลวงไม่รู้ว่าองค์ชายห้านั้นมีเล่ห์เหลี่ยมและร้าย
กาจมากเพียงใดในขณะที่เขานำเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วยกัน
ไม่ต้องพูดถึงนางสนม มีพราชายารองอยู่ 6 คนแล้ว องค์
ชายที่มาพูดคุยเรื่องการแต่งงานเช่นนี้ยังคงพิจารณาว่าไว้
หน้าตระกูลเฟิงอีกหรือ ?
นางคิดแบบนี้กับตัวเอง แต่นางไม่กล้าพูดอะไรซักคำ เพราะ
เขาก็เป็นองค์ชาย แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก แต่
นางก็ไม่เคยได้ยินฮ่องเต้ตำหนิพระโอรสองค์นี้จากเฟิงจินห
ยวน ตอนนี้ที่บ้านไม่มีเสาหลัก นางกำลังตกที่นั่งลำบาก ไม่
ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธก็ไม่สมควร
“ท่านย่า ทำไมท่านย่าไม่พูดอะไรบ้างเจ้าคะ ? ” เฟิงเฟินได
รู้สึกกังวลเล็กน้อย ในที่สุดนางก็ยังเป็นเด็ก เมื่อไม่กี่เดือน
ก่อนนางทุ่มเทให้กับองค์ชายเก้าอย่างมาก อย่างไรก็ตามเมื่อ
วานนี้องค์ชายห้าได้ให้ความสนใจนาง และสิ่งนี้สามารถทำให้
จิตใจของนางหวั่นไหว
ในความเป็นจริงเฟิงเฟินไดก็แค่นึกถึงตัวตนของพวกเขาใน
ฐานะองค์ชาย ซวนเทียนหมิงเป็นที่ยอมรับในอันดับแรกในใจ
ของนาง เขาเป็นเหมือนดอกไม้ในกระจกหรือดวงจันทร์บน
ทะเลสาบ แม้ว่านางจะทำให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่มีอะไรที่นางทำได้
เพราะการเข้าใกล้จะทำให้นางเจ็บปวด
แต่องค์ชายห้านั้นแตกต่างออกไป เขาไม่เพียงแต่ชมว่านาง
สวย แต่เขายังชวนนางดื่มกับเขาด้วย เฟิงเฟินไดรู้สึกว่า
ในช่วงสิบเอ็ดปีของชีวิตนาง เมื่อวานเป็นวันที่นางได้หน้า
มากที่สุด ก่อนที่จะมีผู้คนมากมายนางเป็นคนเดียวเท่านั้นที่
ถูกพาไปที่ที่องค์ชายนั่งและนางได้รับเชิญจากองค์ชายห้า
เป็นการส่วนตัว ไม่มีใครคิดว่านางรู้สึกภาคภูมิใจแค่ไหนที่ได้
นั่งในจุดนั้น นางรู้สึกว่าห้องทั้งห้องหันไปมองนาง จ้องมอง
ด้วยความอิจฉา
นางไม่เคยคิดเลยว่าองค์ชายห้าจะส่งคนมาในวันนี้เพื่อหารือ
เกี่ยวกับการแต่งงาน เรื่องนี้ทำให้เฟิงเฟินไดรู้สึกว่าวันที่นาง
จะโดดเด่นในคฤหาสน์เฟิงมาถึงในที่สุด
ฮูหยินผู้เฒ่ามองเฟิงเฟินไดด้วยความกังวล นางไม่สามารถ
เดาได้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่? นางต้องการ
เห็นด้วยอย่างแท้จริง ใครจะไปรู้ว่าหลังจากแต่งงานเข้า
ตำหนักแล้วต้องทนทุกข์มากเพียงใด บางทีนางอาจสูญเสีย
ความหยิ่งจองหองของนาง
แต่นางทำไม่ได้ เฟิงจินหยวนยังไม่กลับมาเมืองหลวง ดังนั้น
นางจึงไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างแท้จริง ยิ่งกว่านั้นบุตรสาว
จากคฤหาสน์ของเสนาบดีจะแต่งงานกันได้อย่างไรหลังจาก
พูดเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นบุตรสาวของอนุ พวกเขาก็จะมี
จุดมุ่งหมายของตัวเองในอนาคต
บุตรสาวมีความเปราะบาง และหลังจากที่พวกเขาแต่งงาน
ออกจากครอบครัว พวกเขาต้องนำประโยชน์มาสู่ครอบครัว
ของพวกเขา ถ้าเป็นองค์ชายผู้อื่นมันก็คงจะดี แต่คนที่มาคือ
องค์ชายห้า และนี่มันลำบากจริง ๆ !
“ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ท่านรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการแต่งงานครั้ง
นี้…” นางกำนัลอาวุโสใจร้อนเล็กน้อยจากการรอคอย “องค์
ชายกล่าวว่าตราบใดที่ตระกูลเฟิงยอมรับจดหมายข้อเสนอ
การแต่งงานครั้งนี้จะสำเร็จ พระองค์จะมอบสินสอดให้กับ
คฤหาสน์เฟิงราวกับว่านางเป็นพราชายาเอก และแน่นอนว่า
จะไม่ทำให้คุณหนูสี่ผิดหวัง เมื่อคุณหนูสี่อายุครบ 15 ปี และ
ออกเรือนได้ การแต่งงานจะจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว”
“ข้าขอเวลาคิดเรื่องนี้ก่อน” ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าก็พูดขึ้นมา
“นางกำนัลอาวุโสก็ทราบดีว่าเสนาบดีเฟิงไม่ได้อยู่ในเมือง
หลวง ตอนนี้อยู่ที่ภาคเหนือซึ่งไปบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติ
ในตอนนี้ตระกูลเฟิงไม่มีฮูหยินใหญ่ ดังนั้นการแต่งงานของ
คุณหนูจะต้องให้บิดาของพวกเขาเห็นชอบด้วย ขอให้องค์
ชายห้ารอไม่นาน ปีใหม่เขาจะกลับมาถึงเมืองหลวง”
“เจ้าค่ะ ! ” สีหน้าของนางกำนับอาวุโสสลดลงในทันที “ท่าน
ฮูหยินผู้เฒ่า จากที่ฟัง บ่าวรับใช้ผู้นี้รู้สึกว่าความหมายที่ซ่อน
อยู่ในคำพูดของท่านนั้นไม่พึงพอใจหรือไม่ ? สิ่งนี้ควรพูดได้
อย่างไร? เราเป็นตัวแทนของตำหนัก ! พระองค์เป็นองค์ชาย
! การรับบุตรสาวของอนุในฐานะพราชายารองควรเป็นสิ่งที่
ยอดเยี่ยมสำหรับท่าน เป็นไปได้อย่างไรที่ท่านฮูหยินผู้เฒ่าไม่
เห็นด้วย ท่านยังรออะไรอยู่อีก”
เฟิงเฟินไดก็เริ่มวิตกกังวล “ท่านย่า ตอนนี้ท่านย่าดูแลคนใน
ครอบครัว แม้ว่าท่านพ่อจะกลับมาเมืองหลวงก็ยังต้องฟังใน
สิ่งที่ท่านย่าพูดแน่นอนเจ้าค่ะ”
อันชิมองเฟิงเฟินไดและรู้สึกว่าเด็กคนนี้สับสนเต็มไปด้วย
ความสุขที่ได้แต่งงานกับองค์ชาย แต่เมื่อคิดเล็กน้อยนางก็
รู้สึกว่าเฟิงเฟินไดน่าสงสาร เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกเลี้ยงใน
ห้องส่วนตัวของนาง มีความรู้โลกภายนอกเพียงเล็กน้อย
ดังนั้นนางจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องไม่ดีที่องค์ชายห้าได้ทำไปได้
อย่างไร
นางมีความสนใจในการพูดเตือนความจำ แต่นางกำนัล
อาวุโสยืนอยู่ด้านหน้าของนาง นี่คือสิ่งที่นางไม่สามารถพูดได้
อย่างแน่นอน
ฮูหยินผู้เฒ่าติดอยู่ระหว่างสองคนนี้โดยที่นางไม่มีทางเลือก
อื่น นางทำได้เพียงส่งสายตาที่ขอความช่วยเหลือไปหาเฟิง
หยูเอง
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“ท่านย่ามองมาที่อาเองทำไมเจ้าคะ องค์ชายห้ากำลังสู่ขอ
น้องสี่ไม่ใช่อาเอง”
“เจ้า…” ฮูหยินผู้เฒ่าถูกตอบกลับแบบนี้และรู้สึกหดหู่อย่าง
แท้จริง แต่เมื่อนางนึกถึงท่าทีของนางที่มีต่อเฟิงหยูเอง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา นางไม่มีหน้าขอความช่วยเหลือจาก
เฟิงหยูเอง
“ท่านฮูหยินผู้เฒ่า โปรดพิจารณาข้อเสนอให้ดี” คำพูดของ
นางกำนัลอาวุโสมีพลัง ”องค์ชายรอฟังตคำตอบอยู่ที่ตำหนัก
หากปล่อยให้พระองค์รอนานจะไม่ดี”
ฟู่ !
เฟิงหยูเองหัวเราะทันที “อารมณ์ของพี่ห้าไม่ดีหรือ ? อาหาร
ที่อร่อยมักจะมาช้า ถ้าพระองค์ไม่มีความอดทนเมื่อต้อง
แต่งงานกับคนที่รัก พระองค์จะช่วยให้เราเชื่อมั่นได้อย่างไร
ว่าพระองค์จะปฏิบัติต่อน้องสี่อย่างดี”
นางกำนัลอาวุโสสามารถเลือกที่จะไม่สนใจฮูหยินผู้เฒ่าได้
แต่นางก็ไม่กล้าที่จะเพิกเฉยต่อเฟิงหยูเอง เมื่อได้ยินเฟิงหยู
เองพูด นางก็โค้งคำนับอย่างรวดเร็ว และตอบว่า “องค์หญิง
แห่งมณฑลนั้นพูดถูกต้องเจ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นท่านฮูหยินผู้เฒ่า
ลองคิดดูก่อน องค์ชายห้ารอได้แน่นอนเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถือไม้เท้านางไว้ในมือ แม้ว่านางจะมีเวลาหนึ่งคืน
เพื่อพิจารณา นางก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ !
ฮันชิเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้และรู้สึกว่ามีโอกาสที่การ
แต่งงานที่อาจเกิดขึ้นของเฟิงเฟินไดจะหายไป แม้ว่านางจะ
ไม่เข้าใจก็ตาม เฟิงเฟินไดและองค์ชายห้าลงเอยด้วยกันได้
อย่างไร แต่นั่นก็ยังคงเป็นองค์ชาย ! เมื่อคิดว่านางเป็นหนึ่ง
ในอนุของตระกูลเฟิง ถ้านางมีองค์ชายเป็นลูกเขย ตระกูล
เฟิงจะเคารพนางมากขึ้นอีกในอนาคตใช่หรือไม่ ! นอกจากนี้
…
นางวางมือบนท้องของนาง และเริ่มพิจารณาว่ามีเด็กอยู่ใน
นั้นจริง ๆ โดยไม่คำนึงถึงเด็กชายหรือเด็กหญิง การมีพี่สาว
คนหนึ่งซึ่งเป็นพราชายารองขององค์ชายจะช่วยให้พวกเขามี
ชีวิตที่ดีกว่าเฟิงเฟินได
นางต้องการที่จะพูดเกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่าที่จะเห็นด้วย แต่
ก่อนที่นางจะพูด นางได้ยินเฟิงเฉินหยูพูดออกมาทันทีว่า
“น้องสี่รักองค์ชายเก้าไม่ใช่หรือ ? ทำไมต้องยอมรับการ
แต่งงานกับองค์ชายห้าด้วย”