Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 265 ใต้เท้าเฟิงกลับถึงคฤหาสน์แล้ว
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 265 ใต้เท้าเฟิงกลับถึงคฤหาสน์แล้ว
ยี่หลินปิดปากนางด้วยความกลัว “คุณหนูใหญ่ ใจเย็นหน่อย
เจ้าค่ะ ! คุณหนูต้องไม่พูดอย่างนั้น ! ตอนนี้ท่านฮูหยินใหญ่
เสียชีวิตแล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับตระกูลเฉิน คุณหนูจะพึ่งพา
ใครได้อีกเจ้าคะ”
“ข้ายังมีความหวังอะไรอีก ? ” เฟิงเฉินหยูชี้ไปที่หน้าผากของ
นางเอง “ตอนนี้ข้าเป็นแบบนี้แล้ว ไม่ว่าตระกูลเฉินจะมีเงิน
เท่าไหร่ ก็สามารถแลกเป็นชิ้นเนื้อกลับมาได้”
“คุณหนูต้องไม่โยนความผิดให้ตระกูลเฉิน ไม่ว่าสัตว์นั้นจะ
เชื่องได้ดีเพียงใดมันก็ยังเป็นแค่สัตว์เดรัจฉาน ถ้านายท่าน
สามรู้ว่าคุณหนูอยู่ในรถม้า เขาจะไม่ปล่อยมันออกมาเจ้าค่ะ !
”
“ถูกต้อง ! ” เฟิงเฉินหยูกัดฟันพูด ดวงตาของนางราวกับมี
ไฟพวยพุ่งออกมา “มันเป็นเพราะเฟิงหยูเอง! นางเป็นศัตรู
เสมอ และนางไม่ควรกลับมาที่บ้าน ! ”
“คุณหนู เราต้องคิดแผนขึ้นมา” ยี่หลินปลอบใจนางในขณะที่
เริ่มคิดว่า “คุณหนูรองกลับมาโดยพึ่งพิงอำนาจขององค์ชาย
เก้า แต่นางสูญเสียอำนาจเพราะตระกูลเหยา และเพราะ…
” ดวงตาของยี่หลินสว่างขึ้น “คุณหนูจำไม่ได้หรือไม่ว่าทำไม
ใต้เท้าจึงเลือกจะฮูหยินของเราขึ้นสู่ตำแหน่งฮูหยินใหญ่เหนือ
อนุคนอื่น ๆ ทั้งหมดในคฤหาสน์ ? ”
เฟิงเฉินหยูขมวดคิ้ว “เจ้ากำลังพูดถึงบางอย่างที่มันมานาน
แล้ว? ตระกูลเฉินและตระกูลเฟิงมาจากบ้านเกิดเดียวกัน
เมื่อใต้เท้าเฟิงกำลังเตรียมตัวสอบจอหงวน ท่านย่าต้อง
ออกมาอยู่บ้านหลังเก่า ๆ และท่านแม่เป็นคนดูแล จากการ
กระทำเหล่านี้ ตำแหน่งฮูหยินใหญ่จึงได้ถูกมอบให้กับท่าน
แม่”
“โอ้ คุณหนูที่รักของข้า!” ยี่หลินรีบเร่งและนั่งต่อจากนางพูด
อย่างจริงจัง “ตอนนี้เป็นเช่นไร ? อย่าคิดในระดับตื้น ๆ และ
คิดให้รอบคอบ ! ”
“ระมัดระวังมากขึ้น… เจ้ากำลังบอกว่าท่านพ่อทำเพื่อเงินของ
ตระกูลเฉินหรือ ? ”
ยี่หลินพยักหน้า “แต่นี่เป็นเพียงแง่มุมเดียว มีอีกเหตุผลหนึ่ง
คือ ในเวลานั้นนักพรตจื่อหยางได้กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
คุณหนูเป็นหงส์เพลิงและชี้ไปที่คุณหนูรอง และบอกว่านาง
เป็นดาวหายนะ นี่เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้ท่านใต้เท้าต้องไล่พวก
เขาออกจากคฤหาสน์ ถ้าไม่ใช่เพราะนักพรตจื่อหยาง ใต้เท้า
จะทำสิ่งที่โหดร้ายเช่นนี้ได้อย่างไร ? ”
เฟิงเฉินหยูเข้าใจ “เจ้าหมายถึงพูดว่าสิ่งที่ท่านพ่อของข้ารัก
ที่สุดคือความคาดหวังต่อหงส์เพลิง ? ”
“เจ้าค่ะ” ยี่หลินเห็นว่าในที่สุดนางก็เข้าใจ และในที่สุดก็
สามารถถอนหายใจด้วยความโล่งอก คุณหนูใหญ่เกิดมาสวย
แต่นางก็มีสมองที่ค่อนข้างช้า “นั่นคือการพูดว่าคุณหนูไม่
จำเป็นต้องพึ่งเพียงแค่รูปร่างหน้าตาของคุณหนู คุณหนู
ยังคงมีได้รับการคาดหวังเป็นหงส์เพลิง ! ”
“ความคาดหวังของหงส์เพลิง ? ” เฟิงเฉินหยูอยากจะ
หัวเราะจริง ๆ “ยี่หลิน เจ้าอยู่กับข้ามาหลายปีแล้วและเจ้าก็
ดูแลท่านแม่ด้วย เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเฉิน เจ้าและ
ยี่หยูเท่านั้นที่รู้ สถานการณ์เบื้องหลังของหงส์เพลิงนั้นเป็น
สิ่งที่เจ้าควรเข้าใจดีกว่าคนอื่น”
ความคาดหวังเรื่องหงส์เพลิงเป็นเช่นไร ? นั่นไม่ใช่เรื่องโกหก
ที่สร้างขึ้นโดยตระกูลเฉิน ดังนั้นเฉินซื่อจึงสามารถเลื่อน
ตำแหน่งให้เป็นฮูหยินใหญ่ และทำให้มั่นใจได้ว่าภาพลักษณ์ที่
สวยงามของนางจะไม่สูญเปล่า
“แต่ท่านใต้เท้าและท่านฮูหยินผู้เฒ่ายังคงเชื่อมันมานาน
หลายปี ! ”
“ท่านพ่อเชื่อมัน” เฟิงเฉินหยูทำการแก้ไขคำพูดของนาง
“ถึงแม้ท่านย่าจะเชื่อมัน แต่นางก็ไม่อบอุ่นกับข้าเสมอ เมื่อ
นางมีปัญหานางหันไปรอบ ๆ เพียงแค่มองทัศนคติของนาง
หลังจากที่เฟิงหยูเองกลับมาที่เมืองหลวงก็ควรทำให้ชัดเจน”
“คนที่เป็นผู้ตัดสินใจคนสุดท้ายในคฤหาสน์ยังคงเป็นท่านใต้
เท้าเจ้าค่ะ” ยี่หลินปลอบใจนางว่า “จะพูดอะไรบางอย่างที่ไม่
สุภาพนัก นอกจากนี้คุณหนูควรคิดถึงมันเรื่องของการ
คาดหวังเรื่องหงส์เพลิงนั้นไม่ได้ทราบกันเฉพาะในตระกูลเฟิง
และตระกูลเฉิน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการแพร่กระจายไป
ทั่วเมืองหลวง ไม่ว่าทำไมองค์ชายใหญ่ปฏิบัติต่อคุณหนูอย่าง
ดีในขณะนี้ พระองค์อาจถูกมองว่าเป็นภูเขาที่คุณหนูสามารถ
พึ่งพาได้ และพระองค์ก็เป็นคนที่เราไม่สามารถทิ้งได้อย่าง
ง่ายดาย นอกจากนี้…” นางคิดอีกเล็กน้อย และไม่กล้าพูดต่อ
“เจ้ามีอะไรจะพูดก็จงพูดออกมา”
“เจ้าค่ะ บ่าวรับใช้คนนี้กำลังคิดว่าองค์ชายใหญ่จะเริ่มปฏิบัติ
ต่อคุณหนูอย่างไร และต้องมีบางสิ่งซ่อนเร้นอยู่ที่นั่น ข้ากลัว
ว่าเราจะต้องคิดให้มากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณหนู
ควรเตรียมการเพิ่มเติม ไม่เพียงแต่คุณหนูจะต้องมัดใจองค์
ชายใหญ่เท่านั้น คุณหนูยังต้อง…”
“เจ้ากำลังพูดถึงองค์ชายคนอื่นหรือ ? ” เฟิงเฉินหยูหัวเราะ
เสียงดังจริง ๆ “พระโอรสของฮ่องเต้ทุกพระองค์ล้วนแปลก
ทุกคนบอกว่าผู้หญิงที่อ่อนโยนและยุติธรรมมีเวลาหาผู้ชายที่
มีบุคลิกดีได้ง่ายขึ้น แต่ข้าเข้าไปในพระราชวังสองสามครั้ง
และไม่เคยเห็นองค์ชายพระองค์ใดปฏิบัติต่อข้าเป็นอย่างดี
คนที่เหมือนเทพบุตรคนนั้นสามารถโจมตีประสาทที่สุดของ
นางได้เสมอ “ท่านพ่อตั้งใจที่จะเกี่ยวดองกับองค์ชายสาม แต่
ดูสิ อาการป่วยของพราชายาเซียงนั้นหายขาดเพราะเฟิงหยู
เองรักษา หากยังมีพราชายาเอกอยู่ ข้าจะแต่งงานได้อย่างไร
ข้าจะแต่งงานและกลายเป็นพราชายารองหรือ ? เป็นไปได้
หรือไม่ที่ฮองเฮาจะเป็นพราชายารองมาก่อน ? ยิ่งกว่านั้น
ตอนนี้ข้าเป็นบุตรสาวของอนุ”
ยี่หลินพูดไม่ออกอย่างสมบูรณ์ ในตอนแรกนางต้องการบอก
เฟิงเฉินหยูว่าอย่าแขวนตัวเองจากต้นไม้ แต่นางไม่ได้
คาดหวังว่าจะได้ยินแบบนี้
“โดยเนื้อแท้แล้วทุกอย่างสามารถถูกตำหนิได้ในนังแพศยา
นั่น เฟิงหยูเอง!” เฟิงเฉินหยูกล่าวอย่างโกรธเคือง “เมื่อ
กำจัดนางได้เท่านั้น ข้าจึงจะอยู่อย่างสงบสุขได้ เจ้าพูดถูก
ตระกูลเฉินไม่ตกต่ำ เรื่องความคาดหวังของหงส์เพลิง
สามารถคิดในภายหลัง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเหยี่ยว” นางสั่งยี่
หลิน “ไปบอกท่านลุงเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ บอกเขา
ว่าเขาต้องขโมยเหยี่ยวนั่นกลับไป ! ”
ยี่หลินพยักหน้า แนะนำให้เฟิงเฉินหยูนอนหลับ จากนั้นนางก็
ส่งจดหมายไปยังตระกูลเฉิน
หลังจากคืนนั้นมันเป็นวันที่เฟิงจินหยวนจะกลับมาถึง
คฤหาสน์
หัวของเฟิงเฉินหยูได้รับบาดเจ็บ ดังนั้นฮูหยินผู้เฒ่าส่งคนมา
ตั้งแต่เช้าเพื่อบอกนางว่านางไม่จำเป็นต้องไปร่วมงานเลี้ยง
อย่างไรก็ตามนางไม่ฟัง นางทนความเจ็บปวดและแต่งตัว
เรียบร้อย ใบหน้าของนางแต่งหน้าได้อย่างสวยงาม หากไม่มี
ใครมองที่หน้าผากที่มีผ้าขาวสีขาวขนาดใหญ่ ก็เป็นใบหน้าที่
ผู้หญิงคนอื่นต้องยอมรับก็สวย
ในตอนแรกยี่หลินต้องการจะคลุมศีรษะด้วยผ้าคลุมศีรษะ
แม้ว่ามันจะดูแปลก ๆ เล็กน้อย แต่ก็สามารถใช้งานได้ดีมาก
ในการครอบคลุมผ้ากอซ สีผ้าคลุมศีรษะยังเสริมสีเสื้อผ้าของ
นาง นอกจากความงามของเฟิงเฉินหยูแล้วมันจะดูเก๋ไก๋
ทีเดียว
ยี่หลินพอใจกับการเตรียมงานของนางมาก และนางก็คิดว่า
เฟิงเฉินหยูจะพูดคำสองสามคำ แต่นางไม่คิดว่าเฟิงเฉินหยู
จะมองเข้าไปในกระจก และดุด่านางอย่างโกรธเคือง ”ถอด
สิ่งที่น่ารังเกียจนี้ออกไป ! ”
นางตกใจและไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงถูกด่า แต่เมื่อนางเห็น
ความโกรธของเฟิงเฉินหยู นางไม่กล้าถาม นางทำได้เพียง
เอาผ้าคลุมศีรษะออก
นางไม่ทราบว่าผ้าคลุมศีรษะนี้เตือนเฟิงเฉินหยูถึงการปรากฏ
ตัวที่น่ากลัวของฉิงเล่อในเวลานั้นเท่านั้น ฉิงเล่อไร้ผมและที่
หัวเต็มไปด้วยสะเก็ด และนางก็ใช้ผ้าพันคอแบบนี้คลุมศีรษะ
นางจำได้ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนหัวเราะฉิงเล่อ และ
แน่นอนว่านางไม่ต้องการกลายเป็นคนที่ทุกคนหัวเราะ !
“ข้าจะออกไปข้างนอกแบบนี้” เฟิงเฉินหยูยืนขึ้น และเริ่มเดิน
ออกไป “ถ้าท่านพ่อยังสงสารข้า เขาจะลงโทษคนโง่อย่างเฟิง
หยูเองแน่นอน ! ”
ในที่สุดทุกคนก็ยืนอยู่หน้าทางเข้าคฤหาสน์
เฟิงหยูเองจับมือเฟิงจื่อหรู ขณะที่ยืนอยู่กับอันชิและเฟิง
เซียงหรู เฟิงเฟินไดมาพร้อมกับฮันชิในขณะที่เฟิงเฉินหยูยืน
อยู่ต่อฮูหยินผู้เฒ่า จินเฉินถูกทิ้งไว้ตามลำพังกับม่านซีทำให้
นางรู้สึกเหงา
ในบรรดาอนุของเฟิงจินหยวน คนที่เป็นฮูหยินผู้เฒ่าสงสาร
มากที่สุดก็ยังเป็นจินเฉิน จินเฉินเป็นคนที่เชื่อฟังมากที่สุด
และไม่มีประสบการณ์ที่เลวร้ายกับนาง ความจริงที่ว่านาง
เป็นหนึ่งในบ่าวรับใช้ของคฤหาสน์เฟิงทำให้นางยินดียิ่งขึ้น
ในวันธรรมดาจินเฉินจะไปเยี่ยมและสอบถามเกี่ยวกับความ
เป็นอยู่ของนาง หรือนวดขาให้นาง เริ่มจากตอนที่เฟิงจินห
ยวนออกจากคฤหาสน์ไปจนถึงเมื่อฮันชิตั้งครรภ์ จินเฉินได้รับ
ความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือให้จินเฉิน “มาที่นี่และยืนข้าง ๆ ข้า นั่งรถ
ม้าคันเดียวกันกับข้า ! ”
เมื่อเฟิงจินหยวนกลับสู่เมืองหลวง สมาชิกของตระกูลเฟิงก็
เตรียมที่จะรอเขาที่ประตูทางเข้าเมืองหลวง ตอนนี้รถม้านั้น
อยู่นอกทางเข้า
เมื่อเห็นว่าฮูหยินผ็เฒ่าเรียกนาง จินเฉินรู้สึกมีความสุขและ
รีบไปอย่างรวดเร็ว เข้ารับตำแหน่งช่วยยายจาวดูแลฮูหยินผู้
เฒ่า ยายจาวที่คอยหนุนหลังสิ่งนี้ ผลักให้เฟิงเฉินหยูอยู่ไกล
ออกไป
เปลวไฟปะทุออกมาจากดวงตาของเฟิงเฉินหยู แต่นางก็
ยังคงกัดฟันและทนอยู่
“ไปกันเถอะ ! ” ฮูหยินผู้เฒ่าส่งเสียงของนางและกล่าวว่า
“ทุกคนควรจะร่าเริง จินหยวนไปบรรเทาภัยพิบัติในภาคเหนือ
ตอนนี้ความหายนะได้รับการแก้ไข เขากลับมาเมืองหลวง
เป็นสิ่งที่ต้องฉลอง ใครจะรู้ว่าจะมีกี่คนที่คุกเข่าที่ประตูเมืองที่
รอต้อนรับเขา ตระกูลเฟิงของเราต้องเป็นแบบอย่างแน่นอน”
หลังจากพูดจบ นางก็นำทางด้วยการประคองจากจินเฉินและ
ออกจากคฤหาสน์
เฟิงหยูเองเกือบหัวเราะออกมาดัง ๆ ปราชาชนคุกเข่าเพื่อ
ต้อนรับเขา ? คุณคิดว่าเขาเป็นคนทั่วไปที่กลับมาจากที่
ประสบความสำเร็จหรือไม่ ? นางอดไม่ได้ที่จะจำ แต่ตอนที่
นางกลับมาที่เมืองหลวง และตอนที่ซวนเทียนหมิงก็กลับมา
เช่นกัน นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงกับผู้คนนับ
หมื่นที่ชื่นชมยินดี
นางขดมุมปากของนางเป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเอง
เมื่อทุกคนติดตามฮูหยินผู้เฒ่าออกจากประตูของคฤหาสน์
และเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปในรถม้าของพวกเขา บ่าวรับใช้ที่
ถูกส่งออกไปเพื่อรับข่าวสารก่อน เมื่อเห็นเจ้านายของ
คฤหาสน์กำลังจะเข้าไปในรถม้า เขาตะโกนด้วยเสียงดังว่า
“เดี๋ยวก่อนขอรับ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าหยุด และมองบ่าวรับใช้วิ่งผ่าน จากนั้นนางจึง
ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
บ่าวรับใช้จึงคำนับว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าไม่จำเป็นต้องไป
ต้อนรับท่านใต้เท้าขอรับ ท่านใต้เท้าเฟิงถึงเมืองหลวงเมื่อเช้า
และฮ่องเต้ทรงเรียกให้ท่านใต้เท้าเข้าพบที่พระราชวังขอรับ”
“พระราชวังหรือ ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง “เจ้ารู้หรือไม่ว่า
ท่านใต้เท้าถูกเรียกเข้าไปในพระราชวังเรื่องอะไร ? ”
บ่าวรับใช้ยิ้มและพูดว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ท่านใต้เท้า
เดินทางไปทางเหนือเพื่อทำงาน ตอนนี้ท่านใต้เท้ากลับมาที่
เมืองหลวงแล้ว ท่านใต้เท้าย่อมต้องไปที่พระราชวังก่อน
ขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า นั่นก็เป็นจริงเช่นกัน เฟิงจินหยวนได้ไป
บรรเทาภัยพิบัติ เขาจะกลับคฤหาสน์ได้อย่างไรก่อนที่จะ
รายงานต่อฮ่องเต้ ดังนั้นนางจึงหันกลับไปที่คฤหาสน์ ใน
เวลาเดียวกันนางก็เอ่ยขึ้นว่า “เช่นนั้นเราก็จะรออยู่ใน
คฤหาสน์”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้กลับไปที่เรือนซูหยา นางพาทุกคนรอที่เรือน
โบตั๋น ในเวลาเดียวกันเฟิงจินหยวนผู้ซึ่งเข้าไปในพระราชวัง
กำลังคุกเข่าในราชสำนัก และฟังฮ่องเต้ชื่นชมความสำเร็จ
ของเขาจากการเดินทางไปทางเหนือ
สิ่งที่เฟิงจินหยวนไม่คาดหวังก็คือเขาได้รับรางวัลมากมาย
พร้อมกับคำชมเชยของฮ่องเต้ เมื่อเขาออกจากราชสำนัก
เขาได้รับเชิญจากบ่าวรับใช้ให้เข้าเฝ้าฮองเฮา !
เขาไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออะไร แต่เขาคุกเข่าด้วยความ
คารวะ และได้ยินฮองเฮาพูดว่า “ก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจผิด
คุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิง ในช่วงเวลาที่ผ่านมาข้าได้ยินฉีเอ๋
อพูดถึงคุณธรรมและความสามารถของคุณหนูใหญ่ของ
ตระกูลเฟิง จากนั้นข้าก็รู้ว่าข้าเข้าใจนางผิดไปก่อนหน้านี้ ฉี
เอ๋อเป็นเด็กที่เชื่อฟังมากที่สุด อันนี้อาจไม่ฟังสิ่งที่คนอื่นพูด
แต่ข้าจะฟังสิ่งที่ฉีเอ๋อพูดกับหัวใจ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้า
ถึงได้อภัยโทษคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิงแล้ว และยกเลิก
ข้อจำกัดที่นางไม่สามารถเข้ามาในพระราชวังได้เป็นเวลา 5
ปี พระราชโองการของฮองเฮาได้ถูกส่งไปยังคฤหาสน์เฟิง
แล้ว ข้ารอเพื่อขอโทษท่านเสนาบดีโดยตรง”
เฟิงจินหยวนรีบคุกเข่าให้ฮองเฮาอย่างรวดเร็ว และกล่าวว่า
“พระนาง กระหม่อมไม่สมควรได้รับการขอโทษพะยะค่ะ !
ลูกสาวของขุนนางที่ได้รับความห่วงใยจากพระองค์เป็นความ
โชคดีของนาง เจ้าหน้าที่ผู้นี้จะขอบคุณพระองค์ในนามของ
ลูกสาวของกระหม่อมพะยะค่ะ ขอบคุณสำหรับความกรุณา
ของพระองค์”
“อ่า” ฮองเฮาพยักหน้าแล้วพูดกับนางกำนัลที่ด้านข้างของ
นาง “เอาของกำนัลที่ข้าเตรียมไว้กับใต้เท้าเฟิงออกมา ส่ง
มอบให้ใต้เท้าเฟิงด้วย”
“เจ้าหน้าที่ผู้นี้ขอบคุณพระองค์สำหรับของกำนัลนี้พะยะค่ะ
กระหม่อมขอตัวกลับก่อนพะยะค่ะ”
เฟิงจินหยวนออกมา ระหว่างทางเขาไตร่ตรองสิ่งที่ฮองเฮาได้
พูดไว้
พูดถึงฉีเอ๋อ นางกำลังพูดถึงองค์ชายใหญ่อย่างแน่นอน เขา
ค้นพบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่คฤหาสน์จากจดหมายที่ส่ง
มาจากมารดา เฟิงเฉินหยูได้รับความสนใจจากองค์ชายใหญ่
และเฟิงเฟินไดได้รับความสนใจจากองค์ชายห้า สิ่งเหล่านี้
เป็นสิ่งที่เขาไม่คาดคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเฟิงเฉินหยูซึ่งเขา
บอกหลายครั้งว่าจะไม่ทำข้อตกลงกับผู้ชาย ดังนั้นนางจึงตก
เป็นเป้าหมายขององค์ชายใหญ่ได้อย่างไร นอกจากนี้เขายัง
ได้รับรายงานลับเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในราชสำนัก องค์
ชายเก้าได้สูญเสียความโปรดปรานจากฮ่องเต้ และฮ่องเต้ก็
เริ่มโปรดปรานองค์ชายใหญ่ สิ่งเหล่านี้ทำให้เขางุนงง
เล็กน้อย
ในที่สุดก็มาถึงทางเข้าคฤหาสน์ของเขา เฟิงจินหยวนสูด
หายใจเข้าลึก ๆ ดังที่เขาได้ยิน เฮ่อจงที่เห็นเขาก็ตะโกนเสียง
ดัง “ท่านใต้เท้ากลับมาถึงคฤหาสน์แล้ว ! ”