Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 312 โจรมาแล้ว
กูซู
คนในตระกูลเฟิงต่างก็ไตร่ตรอง แม้แต่เฟิงหยูเองก็ไม่
สามารถหลีกเลี่ยงการมอง
กูซูจากชายแดนภาคใต้แยกออกจากต้าชุน โดยพื้นที่ที่ไม่มี
คนอาศัยอยู่ มันคล้ายกับเฉียนโจวเนื่องจากทั้งคู่อยู่บนสุด
อาณาจักรหนึ่งถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปีและอีก
อาณาจักรหนึ่งก็ร้อนมาก สิ่งนี้ทำให้ปราชาชนของเฉีย
นโจวมีผิวขาว ในขณะที่ปราชาชนของกูซูมีผิวคล้ำ
กฎสำหรับอาณาจักรที่อยู่โดยรอบทั้งสี่นั้นจะเกิดขึ้นสำหรับ
สองอาณาจักรจะมาถึงก่อน และอีกสองอาณาจักรจะมาถึง
ในวันที่ 15 วันนี้เป็นวันที่ 6 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่
ราชทูตจากกูซูจะมาถึง แต่นางมีข้อสงสัย ทำไมราชทูตจาก
กูซูถึงมาที่คฤหาสน์เฟิง ?
คำถามของเฟิงจินหยวนได้รับการตอบรับทันที ในขณะที่คน
ผู้นั้นเอ่ยว่า “ท่านเสนาบดีเฟิงช่างมีสายตาที่แหลมคม องค์
ชายผู้ต่ำต้อยคนนี้เป็นองค์ชายรองของกูซู, ฟานเทียนเฮอ
คารวะใต้เท้าเฟิง” ยกมุมปากของเขา เขายกย่องเฟิงจินห
ยวน เมื่อเขายืนขึ้นใบหน้าของเขาคล้ายกับผู้หญิงมากขึ้น
แม้ว่านางจะรู้สึกผิดมากและรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่า
พวกเขามาจากกูซู ฮูหยินผู้เฒ่าก็กลัวว่านางจะสร้างปัญหา
ให้เฟิงจินหยวน ดังนั้นนางจึงรีบพูดกับฟานเทียนเฮอ
“โปรดอย่าตำหนิผู้เฒ่าคนนี้เพราะการเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัว
พระองค์ มันเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงอย่างแท้จริงเพ
คะ”
ผู้หญิงที่มากับฟานเทียนรีบกล่าว “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้
คิดมาก พี่น้องของเรามาโดยฉับพลันไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
และพวกข้าควรขอโทษท่าน”
เฟิงจินหยวนถามอย่างรวดเร็ว “พระองค์เป็นองค์หญิงแห่ง
กูซูใช่หรือไม่พะยะค่ะ ? ”
ฟานเทียนเฮอพยักหน้า
“นางคือน้องสาวของข้า นางชื่อฟานเทียนม่าน นางเป็น
องค์หญิงเจ็ดของกูซู”
ฟานเทียนม่านหัวเราะคิกคักและคารวะเฟิงจินหยวน
“คารวะท่านเสนาบดีเฟิง”
เฟิงจินหยวนรีบคารวะกลับอย่างรวดเร็ว “กระหม่อมมิกล้า
พะยะค่ะ คารวะองค์หญิงพะยะค่ะ”
ในขณะที่กลุ่มยืนอยู่ในลานด้านหน้ากล่าวคำทักทาย ฮูหยิน
ผู้เฒ่ารีบกล่าวเตือนเฟิงจินหยวนอย่างรวดเร็ว “เชิญองค์
ชายและองค์หญิงเสด็จเข้าไปในห้องโถงเร็ว”
ใครจะรู้ว่าฟานเทียนเฮอโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่ต้องการ
องค์ชายผู้ต่ำต้อยคนนี้มาส่งของกำนัลแล้วจะกลับเลย” พูด
อย่างนี้เขาปรบมือ และกลุ่มคนมาจากด้านนอกคฤหาสน์
พร้อมกล่องขนาดใหญ่
เฟิงจินหยวนรู้สึกงงงวย “องค์ชาย นี่คือ…”
ฟานเทียนเฮอเขาไม่ตอบคำถามของเขา เขาหันไปหาคังอี้
“เมื่อเข้าสู่เมืองหลวงองค์ชายผู้ต่ำต้อยคนนี้ได้ยินว่าองค์
หญิงใหญ่อยู่ในคฤหาสน์ของเสนาบดี ดังนั้นข้าก็เลย
ตามมา ของกำนัลเหล่านี้เป็นของกำนัลที่นำมาเป็นของ
หมั้นจากกูซูเพื่อสู่ขอองค์หญิงองค์โตของเฉียนโจวอภิเษกส
มรส”
“อะไรนะ ? ” เฟิงจินหยวนโกรธทันที “องค์ชายกูซูตั้งใจทำ
อะไรพะยะค่ะ ? ”
ฟานเทียนเฮอจ้องมองไปที่คังอี้โดยไม่สนใจเฟิงจินหยวน
เป็นน้องสาวที่อยู่ข้าง ๆ เขาเป็นผู้ตอบคำถามแทน
“ความหมายของพี่ชายคือเขาขอองค์หญิงใหญ่แห่งเฉียนโจ
วแต่งงาน เมื่อพูดถึงเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวข้องกับใต้เท้าเฟิง
แม้แต่น้อย องค์หญิงใหญ่อาศัยอยู่ที่นี่ ดังนั้นเราจึงต้องมา
รบกวนท่าน เราจะนำของกำนัลมาให้ใต้เท้าเฟิงอย่าง
แน่นอน ! ”
ด้วยการอธิบายของนาง เขาก็เริ่มพูดกับคังอี้ “กูซูและเฉีย
นโจวมี 2 ฤดูกาล คือฤดูหนาวและฤดูร้อน หากไม่ใช่เพราะ
เรากำลังมาที่ต้าชุนเพื่อถวายเครื่องบรรณาการมันจะยาก
เกินกว่าที่จะพบ องค์ชายผู้ต่ำต้อยคนนี้โชคดีที่ได้พบองค์
หญิงใหญ่เมื่อ 8 ปีที่แล้วที่ชายแดนเฉียนโจว และข้าไม่เคย
ลืมหลังจากผ่านมาหลายปี เมื่อได้ขออนุญาตจากเสด็จพ่อ
แล้ว ข้าได้รับโอกาสนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะมาที่ต้าชุน
เพื่อมอบของกำนัลให้องค์หญิงใหญ่ ข้าหวังว่าองค์หญิง
ใหญ่จะตอบรับข้า”
“ไม่ ! ” คังอี้ไม่พูด แต่กลับเป็นเฟิงจินหยวนที่โกรธ “องค์
ชายแห่งกูซู สถานที่แห่งนี้คือต้าชุน หากพระองค์ต้องการสู่
ขอให้ไปที่เฉียนโจว การทำสิ่งนี้ในต้าชุนของข้า องค์ชาย
ปฏิบัติตามกฎหรือไม่พะยะค่ะ ? ”
คำพูดที่เขาพูด ทำให้องค์หญิงแห่งกูซูเริ่มหัวเราะคิกคัก
ราวกับว่านางเคยได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิตของนาง
ขณะที่นางหัวเราะดังเป็น 2 เท่า
เทียนเฮอมองน้องสาวของเขาอย่างไร้ประโยชน์ และพูดว่า
“เจ้าหัวเราะอะไร ? ”
“ท่านพี่ไม่คิดว่ามันตลกหรือ ? ” นางเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย
ของนาง “องค์ชายแห่งกูซูกำลังขอองค์หญิงใหญ่ของเฉียน
โจวอภิเษกสมรส แต่ขุนนางของต้าชุนทำเช่นนี้ มัน
หมายความเช่นไร ? ”
ไม่มีใครรู้ว่าความหมายคืออะไร แม้แต่คนของตระกูลเฟิงก็
มองเฟิงจินหยวน นอกจากฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว คนอื่น ๆ ก็
อยากรู้ว่าเฟิงจินหยวนจะตอบคำถามเช่นไรในเรื่องนี้
แต่เฟิงจินหยวนนั้นสมกับเป็นเสนาบดี ในช่วงเวลาที่เขา
หุนหันพลันแล่นเขาจะมีเหตุผล เมื่อเขาพูดถ้อยคำเหล่านั้น
เขาก็พบข้อแก้ตัว โดยเขาพูดว่า “การแต่งงานเพื่อเชื่อม
สัมพันธไมตรีระหว่างสองอาณาจักรควรจะดำเนินการ
ระหว่างทั้งสองอาณาจักร องค์ชายแห่งกูซูควรนำของ
กำนัลไปยังพระราชวังของเฉียนโจวพะยะค่ะ มิฉะนั้นเมื่อ
ผู้ปกครองของเฉียนโจวมาถาม เสนาบดีผู้นี้จะไม่สามารถ
รับผิดชอบเรื่องนี้ได้”
ฟานเทียนเฮอส่ายหน้า “ไม่จำเป็นที่เสนาบดีเฟิงจะต้อง
รับผิดชอบเรื่องนี้ สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาให้องค์หญิงใหญ่เพื่อดู
พวกมันจะถูกส่งไปยังที่พำนัก เมื่อองค์ชายผู้ต่ำต้อยผู้นี้เข้า
ไปในพระราชวัง ข้าจะแจ้งให้พระองค์ทราบโดยด่วน เฉียน
โจวเป็นรัฐบริวารของต้าชุน ถ้าผู้ปกครองของต้าชุนเห็น
ด้วย เฉียนโจวก็จะไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ องค์หญิงคังอี้คิด
อย่างไร ? ” เทียนเฮอมีรูปร่างหน้าตาคล้ายผู้หญิง ด้วยคิ้ว
ที่ยาวและบางของเขา เขาดูสง่าและทำให้คนอยากมองเขา
มากขึ้น
เฟิงจินหยวนมองคังอี้ซึ่งมองไปที่เทียนเฮอเป็นเวลานาน
และเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนขณะที่เขา
พยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง จากนั้นเขาก็ได้ยินคังอี้
พูดว่า “ข้าคือองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจว และข้าเป็น
พี่สาวคนโตของผู้ปกครอง ข้าได้รับสิทธิ์ในการตัดสินการ
แต่งงานของข้าจากพระอนุชา โปรดให้อภัยข้าด้วยที่ไม่เห็น
ด้วยกับคำขอแต่งงานขององค์ชาย โปรดนำสิ่งเหล่านี้
กลับไป และโปรดอย่านำเรื่องนี้กลับมาอีก”
“โอ้ ? ” ฟานเทียนเฮอคิดอยู่แล้วว่าคังอี้จะต้องปฏิเสธ
อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่านางจะตัดบัวไม่เหลือใย เป็นที่
ทราบกันดีว่าการแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างทั้ง
สองอาณาจักรเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะมีความสุขเพียงใดที่
ได้รับการสู่ขอ พวกเขาต้องใช้เวลาสองสามวันเพื่อชั่ง
น้ำหนักข้อดีข้อเสีย คังอี้จะปฏิเสธอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
ในขณะที่เขากำลังคิด ฟานเทียนม่านหันความสนใจของ
นางไปที่เฟิงจินหยวน หลังจากมองไปครู่หนึ่ง นางยกคิ้ว
ขึ้นมาทันทีและถามว่า “ข้าได้ยินมาว่าเสนาบดีเฟิงไปทาง
เหนือเพื่อบรรเทาภัยพิบัติก่อนปีใหม่ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ท่าน
คงกลับมาที่เมืองหลวงพร้อมกับองค์หญิงคังอี้ใช่หรือไม่ ?
ไม่น่าแปลกใจที่องค์หญิงใหญ่ต้องการอาศัยอยู่ในคฤหาสน์
เฟิง ปรากฎว่าพวกเขารู้จักแล้ว”
ฟานเทียนเฮอคิดสิ่งที่น้องสาวของเขาพูดว่า “เอ่อ หมายถึง
ว่าองค์ชายผู้นี้มาช้าเกินไปหรือ ? ”
“ใช่ ! ” นางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “พี่ชายมาช้ากว่า
เสนาบดีเฟิงในเวลานี้ อย่างไรก็ตามข้าสงสัยว่าจิตใจของ
องค์หญิงใหญ่เป็นของผู้ใด”
ใบหน้าของคังอี้เปลี่ยนเป็นสีแดงสดจากสิ่งที่ทั้งสองพูด
แม้แต่รุ่ยเจียก็ชี้ไปที่พี่น้องและพูดว่า “พวกเจ้าทั้งสองคน
มาขอแต่งงานหรือขโมยเจ้าสาว ? ถ้าเจ้ามาถาม ข้าจะ
บอกท่านแม่ของข้าจะไม่แต่งงาน ! หากพวกเจ้ามาเพื่อ
ขโมยนางไปให้ผู้ปกครองของอาณาจักรเจ้ามาคุยกับ
ผู้ปกครองของเฉียนโจว จะได้ไม่มีประเด็นในการโต้แย้งที่
น่าเบื่อ”
“เอ๊ะ ? ” ฟานเทียนม่านมองรุ่ยเจียด้วยความประหลาดใจ
และพูดว่า “เจ้าเป็นบุตรสาวคนโตขององค์หญิงหรือ ? ”
ฟานเทียนเฮอพยักหน้า “ใช่ องค์หญิงใหญ่มีบุตรสาวคน
หนึ่งชื่อองค์หญิงรุ่ยเจีย คิดว่านางคงเป็นองค์หญิงรุ่ยเจีย”
“โอ้” เทียนม่านพยักหน้าแล้วพูดกับรุ่ยเจีย “องค์หญิงน้อย
โปรดระงับความโกรธของท่านด้วย เรื่องระหว่างผู้ใหญ่
ท่านควรได้รับการสั่งสอนจากผู้ใหญ่” เด็กอย่างเจ้าถือดี
อย่างไรมาพูดแทรกกลางวงผู้ใหญ่
คังอี้จับแขนของรุ่ยเจียและให้นางปิดปาก จากนั้นคังอี้ก็พูด
ว่า “ความหมายนี้ชัดเจนมากแล้ว กูซูและเฉียนโจวห่างกัน
มาก ข้าไม่ต้องการแต่งงานในสถานที่ที่อยู่ห่างไกล
นอกจากนี้ผู้คนของเฉียนโจวคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในสภาพ
อากาศที่เย็นจัด ข้ากลัวว่าข้าจะไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน”
ฟานเทียนเฮอมองคังอี้จากนั้นมองเฟิงจินหยวน เขา
ตัดสินใจอีกครั้งว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างสองคน เขา
เคยได้ยินว่าองค์หญิงคังอี้เป็นผู้หญิงที่มีสติปัญญาที่ดีเยี่ยม
แน่นอนว่านางจะไม่ปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขาโดยไม่มี
เหตุผล เฉียนโจวและกูซูอยู่ฝั่งตรงข้ามของราชวงศ์ต้าชุน
หากพวกเขาเข้าใกล้การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีครั้งนี้ได้
พวกเขาจะสามารถกักต้าชุนไว้ตรงกลาง !
เขาจ้องมองคังอี้ด้วยสายตาที่แหลมคมราวกับว่าเขา
ต้องการค้นหาความจริงจากสายตาของนาง แต่หลังจากนั้น
ไม่นานเขาก็เห็นเพียงความคมชัดที่สง่างามของคังอี้ และ
ดวงตาคู่หนึ่งที่ใสราวกับน้ำ
“ไม่เป็นไร” เขายกมือขึ้นทันทีเพื่อให้บ่าวรับใช้ยกกล่อง
ออกไป “เนื่องจากองค์หญิงยืนยันแล้ว องค์ชายผู้ต่ำต้อย
คนนี้ก็จะไม่ยืนกราน ข้าจะนำเรื่องนี้รายงานแก่ฮ่องเต้ของ
ราชวงศ์ต้าชุนเมื่อเข้าพระราชวังในวันพรุ่งนี้ ข้าหวังว่าองค์
หญิงจะสามารถคิดทบทวนได้”
หลังจากพูดอย่างนี้เขาป้องมืออำลาเฟิงจินหยวนแล้วเดิน
ออกไป ฟานเทียนม่านก็เดินตามออกไป อย่างไรก็ตามนาง
มองไปที่คังอี้ก่อนเดินออกไปและพูดว่า “การอภิเสกสมรส
กับพี่รองของข้าไม่ได้เป็นการสูญเสีย มันจะดีที่สุดถ้าองค์
หญิงใหญ่นึกถึงอนาคตของเฉียนโจว”
คังอี้ไม่ได้ตอบ แต่เฟิงจินหยวนเริ่มโกรธ เมื่อมองการร่ำลา
ทั้งสอง เขาพูดเสียงดังว่า “ไม่จำเป็นต้องคิดอีก ! องค์
หญิงใหญ่ของเฉียนโจวจะไม่อภิเสกสมรสกับองค์ชายจาก
กูซูอย่างแน่นอน”
“เฟิงจินหยวน ! ” ฮูหยินผู้เฒ่ามองกลุ่มคนจากกูชูออกจาก
คฤหาสน์ นางกระแทกไม้เท้าของนางลงกับพื้นและพูด
เสียงดังว่า “เจ้าควรรู้จุดยืนของเจ้า ! ”
“ท่านแม่ ! ” เฟิงจินหยวนมองฮูหยินผู้เฒ่า จากนั้นเขาก็
มองดูคังอี้ด้วยความเสียใจ และรุ่ยเจียที่หน้าซีด เขาพูด
อย่างตรงไปตรงมาว่า “พรุ่งนี้ข้าจะเข้าพระราชวัง ข้าหวัง
ว่าท่านแม่จะสนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้”
แม้ว่าคำพูดของเขาจะไม่ทำให้อะไรชัดเจน แต่คนในตระกูล
เฟิงก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ดวงตาของจินเฉินเปลี่ยนเป็นสี
แดงทันทีขณะที่นางถามเสียงอ่อน “… ท่านพี่กำลังพูดถึง
อะไร ? ”
เฟิงจินหยวนมองจินเฉิน ดวงตาของเขาไม่ได้มีความรักอีก
ต่อไปเหมือนที่เขาเคยแสดงให้นางเห็นก่อนหน้านี้ ในขณะ
ที่เขาพูดอย่างเยือกเย็นว่า “เมื่อฮ่องเต้ให้คำตอบในวัน
พรุ่งนี้ เจ้าจะได้ทราบอย่างแน่นอน”
อันชิก้มหน้า “เมื่อท่านพี่พูดเช่นนี้ อนุผู้นี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไป
แทรกแซง คุณหนูสามยังเด็กเกินไป อนุผู้นี้จะพาคุณหนู
สามกลับไปก่อน”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ไปเถิด ! ” จากนั้นนางมองจินเฉิน
และพูดว่า “เจ้าก็กลับเรือนได้แล้ว” นางหันกลับมาวางมือ
บนมือของยายจาว “ข้าแก่แล้ว ข้าไม่สามารถเกี่ยวข้องกับ
เรื่องดังกล่าวได้ ทำสิ่งที่ท่านใต้เท้าบอกให้เจ้าทำ ! ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนออกไปทีละคน มีเพียงเฟิงหยูเองและเฟิง
เฉินหยูที่เหลืออยู่ เฟิงหยูเองดูท่าทางไม่สนใจ นางแค่ดู
ละคร อย่างไรก็ตามเฟิงเฉินหยูมองไปที่คังอี้ด้วยความสุข
และพูดกับนางว่า “เฉินหยูยังรู้สึกว่ามีวาสนาผูกพันกับองค์
หญิงใหญ่ หม่อมฉันหวังว่าเราจะได้ใกล้ชิดมากขึ้น เฉินหยู
ขอตัวกลับก่อน และหวังว่าท่านพ่อจะสามารถนำข่าวดี
กลับมาได้ในวันพรุ่งนี้” หลังจากพูดอย่างนี้นางก็คารวะคังอี้
และเฟิงจินหยวน แล้วเดินกลับเรือนพร้อมเซียงเอ๋ออย่าง
รวดเร็ว
รุ่ยเจียจ้องที่เฟิงหยูเอง และพูดว่า “ทำไมเจ้ายังไม่กลับ
เรือน ? ”
เฟิงหยูเองตอบพร้อมคำถาม “นี่คือบ้านของข้า ข้าจะไป
ไหนก็ได้เพคะ เหตุใดองค์หญิงรุ่ยเจียจึงถามเช่นนี้ ? ”
คราวนี้รุ่ยเจียไม่โกรธเคืองกับสิ่งที่นางพูด นางหัวเราะและ
พูดว่า “องค์หญิงแห่งมณฑลจะมีความสุขได้อีกแค่ไม่กี่วัน”
เฟิงหยูเองหัวเราะ “นั่นอะไรน่ะ? องค์หญิงรุ่ยเจียสนใจ
เปลี่ยนแซ่เป็นแซ่เฟิงแล้วหรือเพคะ ข้าจะบอกสิ่งนี้กับองค์
หญิงแม้ว่าองค์หญิงจะเปลี่ยนแซ่ แต่สถานที่นี้เป็นของข้า”
หลังจากพูดเช่นนี้แล้วนางก็ยิ้มแล้วมองเฟิงจินหยวน “ท่าน
พ่อต้องการจะพูดอะไร ? ”
เฟิงจินหยวนตัวสั่นและจำได้ทันทีว่าโฉนดของคฤหาสน์เฟิง
อยู่ในมือของเฟิงหยูเอง ถ้านางยืนยันว่าที่คฤหาสน์นี้เป็น
ของนาง ไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้
ในเวลานี้องค์ชายและองค์หญิงแห่งกูซูนั่งอยู่ในรถม้าแล้ว
กลับไปที่กองทหาร ด้านหน้าของทั้งสองนั้นเป็นองครักษ์
เงา ฟานเทียนเฮอพูดอย่างเงียบๆ “กลับไปบอกแม่ทัพของ
เจ้าว่าองค์ชายผู้นี้ทำดีที่สุดแล้ว ข้าหวังว่าเขาจะทำตามคำ
สัญญาที่ให้ไว้กับองค์ชายผู้นี้”