Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 319 งานแต่งงาน
หนึ่งในภาพเขียนโบราณมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเงินออม
ทั้งหมดของนาง และพวกเขาอนุญาตให้ชายชราประเมิน
มูลค่าของหยกบางชิ้น จากนั้นพวกเขาก็รวมรวมเงินจนครบ
120,000 เหรียญเงินเพื่อให้พวกเขาไป
เมื่อเห็นชายชราเดินออกไปพร้อมกับตั๋วแลกเงินจำนวน
มหาศาล ฮูหยินผู้เฒ่าอยากจะให้คนไปแอบปล้นเขาใน
ภายหลัง เงินที่นางสะสมไว้ในชีวิตนี้ถูกนำไปเพราะ
ภาพวาดบัดซบนั่น นางรู้สึกไม่พอใจเลย! นางไม่พอใจสัก
นิดเดียว !
ใครจะรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ขณะที่นางเริ่มโกรธเฟิงหยู
เอง นางจ้องมองเฟิงหยูเอง นางแอบก่อนด่าในใจอย่างไม่มี
ที่สิ้นสุด อย่าคิดว่านางไม่รู้ แม้ว่าร้านค้าจะเป็นของเหยา
ซื่อ แต่ก็ยังคงเป็นเฟิงหยูเองที่เป็นผู้จัดการร้านค้าเหล่านั้น
ตราบใดที่เฟิงหยูเองเอ่ยปากออกมา นางก็ไม่ต้องจ่ายเงิน
120,000 เหรียญเงิน
น่าเสียดายเมื่อเฟิงหยูเองเอ่ยปากออกมา อย่างไรก็ตาม
นางกับพูดในทิศทางที่ตรงกันข้าม ตระกูลเฟิงอาจจะปฏิเสธ
การจ่ายเงินไปเรื่อย ๆ แต่หากนางพูดออกไป ใครยังมี
ใบหน้าหลงเหลืออีกบ้าง ?
เจ้ากำลังจะแต่งงานกับฮูหยินคนใหม่ แต่เจ้ายังคงต้องการ
เงินจากฮูหยินคนเก่าของเจ้าอีกหรือ ? เจ้าช่างไร้ยางอาย
สิ้นดี
เฟิงหยูเองเฝ้าดูฮูหยินผู้เฒ่าที่จ้องมองนางอย่างต่อเนื่อง
และนางก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ท่านย่าอย่าได้ทุกข์ใจไปเลย
โดยปกติแล้วมารดาควรให้ความช่วยเหลือเล็กน้อยสำหรับ
งานแต่งที่ใหญ่โตของบุตรชาย นี่คือความรักระหว่างมารดา
กับบุตรเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธและไม่ต้องการที่จะนั่งในห้องต่อไป นาง
กุมมือของยายจาวไว้เพื่อให้ช่วยประคองนางลุกยืนขึ้น
“กลับเรือน ! ”
ยายจาวช่วยประคองนางกลับไปที่เรือนซูหยาอย่างรวดเร็ว
โดยทิ้งห้องที่เต็มไปด้วยอนุและบุตรไว้อย่างนั้น
เมื่อมองไปที่ห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องเรือนทองคำและหยก
ใบหน้าของทุกคนดูหม่นหมอง แม้แต่เฟิงเฉินหยูก็ไม่มี
ความสุข นี่คือวิธีที่หัวหน้าครอบครัวทำหรือ ? หลังจาก
ได้รับผลประโยชน์บางอย่าง นางก็ยังคงปรารถนามันต่อไป
หลังจากได้รับตำแหน่งฮูหยินขั้นหนึ่ง คนอื่น ๆ ไม่ได้
แสดงออกมากนัก แต่นางส่งของมีค่าและเงินจำนวนมาก
ให้ย่าของนาง อย่างไรก็ตามนางยังคงขอเพิ่มในวันนี้ ! นาง
เป็นหมาป่าจริง ๆ ที่เอาแต่ได้
อย่างไรก็ตามฮันชิมองดูห้องที่เต็มไปด้วยสิ่งต่าง ๆ และไม่
มีความสุข นางคิดว่านางเคยได้รับความโปรดปรานมากแค่
ไหน อย่างไรก็ตามเฟิงจินหยวนไม่เคยให้อะไรกับนางเลย
ห้องของนางโทรมมาก
ทุกคนครุ่นคิดเรื่องของตนเอง ระหว่างทางกลับไปที่เรือน
ตงเซิง หวงซวนก็ไม่สามารถกลั้นเสียงหัวเราะของนางได้
อีกต่อไป “คุณหนูเก่งจริง ๆ คุณหนูเห็นใบหน้าของฮูหยินผู้
เฒ่าหรือไม่เจ้าคะ ? นางโกรธมากจนหน้าเปลี่ยนเป็นสี
ม่วง”
เฟิงหยูเองยักไหล่ “นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นใครซักคนไร้
ยางอายเช่นนี้ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ ”
“แน่นอนเจ้าค่ะ” หวงซวนกล่าว “ข้าได้ยินมาว่าสิ่งที่ถูก
ส่งไปให้ฮูหยินผู้เฒ่าเฟิงเข้าไปในห้องเก็บของและไม่เคยนำ
ออกมา คราวนี้นางต้องจ่ายด้วยตัวเอง บางทีนางอาจจะ
ล้มป่วย แต่สิ่งที่คุณหนูพูดเป็นความจริงมากเจ้าค่ะ เพียง
แค่มีคนพูดว่าองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวชอบภาพวาดของ
ฟานจงเทียน เสนาบดีเฟิงก็ไปซื้อของจริงให้ ข้าไม่รู้จริง ๆ
ว่าเขาเป็นเสนาบดีได้อย่างไรด้วยหัวสมองเช่นนั้น ข้าได้ยิน
มาว่าเขาอยู่ในอันดับต้น ๆ เมื่อเขาเข้าสอบจอหงวน ฮ่า
มันเป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง”
เฟิงหยูเองยิ้มแย้มและพูดว่า “ข้าได้ยินมาว่าเฟิงจินหยวน
ไม่เคยเลินเล่อในเรื่องราชสำนักแม้แต่เล็กน้อย รวมไปถึง
การบรรเทาภัยพิบัติในภาคเหนือ หากเขาทำงานได้ไม่ดี
ฮ่องเต้จะไม่ทรงตรัสชมเชยมากนัก หากเขายังไม่ได้ขึ้นสู่ขั้น
หนึ่ง บางทีการเลื่อนตำแหน่งของเขาอาจจะไม่ไกล นี่เป็น
การพิสูจน์ว่าไม่ใช่สมองของเขาที่ผิดปกติ มันแสดงให้เห็น
ว่าเขามีข้อบกพร่องเมื่อจัดการกับเรื่องภายในเรือนของเขา
เมื่อมันเต็มไปด้วยอุบายและเล่ห์กล ผู้ชายก็ทำได้ไม่ดีนัก
ประกอบกับความจริงที่ว่าไม่มีฮูหยินใหญ่คอยจัดการเรื่อง
ครอบครัวในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา และความจริงที่ว่าเขา
มีมารดาที่โลภมาก มันคงจะแปลกสำหรับเขาที่จะตกอยู่ใน
สภาพเช่นนี้”
เมื่อเฟิงจินหยวนกลับมาที่คฤหาสน์ในคืนนั้น เขาก็ถูกเรียก
ไปที่เรือนซูหยาของฮูหยินผู้เฒ่า ระหว่างทางเฮ่อจงอธิบาย
สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน และเฟิงจินหยวนรู้สึกว่าศีรษะ
ของเขาพองโต
เขาไม่เคยจัดการเรื่องการเงินของคฤหาสน์ ดังนั้นเขาจึงไม่
คิดเมื่อใช้เงิน นอกจากนี้ยังมีสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายใน
ช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้เขาไม่รู้ว่าเขาใช้เงินไปเท่าไหร่
เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าจริง ๆ แล้ว เขาจะไม่สามารถจ่ายได้ !
เมื่อเข้าสู่เรือนซูหยา เขาสามารถบอกได้ว่าบรรยากาศนั้น
ย่ำแย่เพียงใด แม้ว่าบ่าวรับใช้ทุกคนจะโค้งคำนับเขา แต่
เขาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นผลทางจิตวิทยาหรืออะไรบางอย่าง แต่
มันดูราวกับว่าบ่าวรับใช้และยายมองเขาด้วยความดูถูก
เมื่อนึกได้ว่าเขาเสียหน้าเพราะร้านสมบัติที่ยอดเยี่ยมเป็น
ของเหยาซื่อ เฟิงจินหยวนกัดฟัน เขาเต็มไปด้วยความโกรธ
เขาพร้อมที่จะไปที่เรือนตงเซิงในภายหลังเพื่อเอาเรื่อง
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นเขาในห้องนอนของนาง เพราะนางใช้เงิน
ไปมาก นางจึงล้มป่วยและนอนอยู่บนเตียง ผ้าขนหนูอุ่น
วางอยู่บนหัวของนางขณะที่นางยังส่งเสียงครวญคราง
เฟิงจินหยวนรีบไปที่ด้านข้างฮูหยินผู้เฒ่า ก่อนที่เขาจะพูด
อะไรก็ได้ เขาได้ยินเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าตะโกนว่า “ลูก
ชายไม่เอาถ่าน ! คุกเข่า ! ”
เขาตกตะลึงแล้วจ้องมองยายจาวที่อยู่ด้านข้างและรู้สึกว่า
มันน่าขายหน้า เขาจึงไม่คุกเข่า
ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธ นางกระแทกไม้เท้าบนเตียงของนาง นาง
ร้องไห้และกรีดร้อง “ฮูหยินยังไม่ได้แต่งเข้าคฤหาสน์ เจ้าก็
ไม่สนใจข้า ชีวิตของข้าช่างน่าสังเวช ! ฮูหยินขั้นหนึ่งอย่าง
ข้าถูกบุตรชายของตัวเองทอดทิ้ง ยายจาว ! พรุ่งนี้ข้าจะ
คุกเข่าที่ประตูพระราชวัง ข้าจะไปร้องเรียนกับฮ่องเต้ ! ไม่
! ไม่ใช่พรุ่งนี้ ข้าจะไปตอนนี้ ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยายามดิ้นรนและลุกขึ้นยืนคร่ำครวญ ยาย
จาวจับนางไว้และพูดอย่างรวดเร็วว่า “ตอนนี้ค่ำแล้วเจ้าค่ะ
ประตูของพระราชวังปิดไปแล้ว แม้ว่าท่านจะคุกเข่า
จนกระทั่งถึงรุ่งสางก็ไม่มีประโยชน์อะไร ! ” ยายจาวเก่ง
มากในการอธิบายสถานการณ์ เมื่อเห็นความดื้อรั้นของเฟิง
จินหยวน นางรู้ว่ามันเป็นเพราะนางอยู่ด้วย ดังนั้นนางจึง
พูดว่า “ท่านฮูหยินผู้เฒ่า ถ้าท่านมีบางอย่างที่จะพูด ท่านก็
คุยแบบมารดาและบุตรชายนะเจ้าคะ ไม่มีความขัดแย้งที่
ไม่สามารถแก้ไขได้ บ่าวรับใช้จะออกไปรอข้างนอกเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่าหยุด ยายจาวรีบออกจากห้องและ
ปิดประตูจากด้านนอก
เมื่อนั้นเฟิงจินหยวนหยวนก็เริ่มคำนึงถึงสิ่งต่าง ๆ ในขณะที่
เขาคุกเข่าอยู่หน้าเตียงของฮูหยินผู้เฒ่า “ข้าสร้างปัญหาให้
ท่านแม่”
ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธมากจนแทบหายใจไม่ออก “สิ่งที่ข้าเป็น
ห่วงคือไม่มีปัญหา ! ” ถ้าเป็นปัญหาก็คงจะดี สิ่งที่นาง
เสียใจก็คือเงิน !
“ยังไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำได้ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ต้องการ
เห็น ! ” เฟิงจินหยวนกลัวว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะทำสิ่งที่ไม่ดี
ดังนั้นเขาจึงแอบอ้างชื่อของฮ่องเต้
ใครจะรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะตกหลุมพรางเหมือนคราวก่อน
“ทำไมฮ่องเต้ถึงต้องสนพระทัยถ้าเจ้าซื้อของดี ๆ สำหรับฮู
หยินคนใหม่ของเจ้า”
เฟิงจินหยวนหมดข้อแก้ตัว “ฮ่องเต้ไม่สนพระทัย แต่คนที่
ลูกกำลังจะแต่งงานด้วยเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจว
บางทีท่านแม่ไม่รู้ว่าสถานะของคังอี้เทียบเท่าผู้ปกครองของ
เฉียนโจว มารดาของผู้ปกครองคนนั้นล่วงลับไปแล้ว และก็
เป็นคังอี้ที่เลี้ยงเขาอย่างดี พี่สาวคนโตของเขาเป็นเหมือน
มารดา ยิ่งกว่านั้นพี่สาวคนโตผู้นี้ก็ช่วยให้เขาขึ้นครอง
บัลลังก์ของฮ่องเต้ ! เป็นไปได้หรือไม่ที่ฮ่องเต้จะไม่สน
พระทัยการแต่งงานครั้งนี้”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ท่าทีของฮูหยินผู้เฒ่าก็เปลี่ยนไป
เล็กน้อย เฟิงจินหยวนจึงพูดอย่างรวดเร็ว “เพราะองค์ชาย
แห่งกูซูมาขอแต่งงาน ฮ่องเต้นอนไม่หลับหลายคืน หากมี
การเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับการแต่งงาน ความเป็นไป
ได้ของการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างเฉียนโจวและ
กูซูคงจะไม่ดีอย่างยิ่งสำหรับราชวงศ์ต้าชุนของเรา ข้าจึงจัด
ให้มีการแต่งงานในช่วงเดือนแรกเท่านั้น เฉียนโจวอยู่ไกล
จากราชวงศ์ต้าชุนมาก โดยปกติเราควรส่งขันหมากไป แต่
ไม่มีสถานที่ส่งพวกมันไป ข้าทำได้เพียงซื้อของมาตกแต่งที่
เรือนเทียนเซียงให้ดีที่สุด ไม่ว่าในกรณีใดมันเป็นการแสดง
ท่าทีของเรา”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้าซื้อของเหล่านี้เพื่อเป็นขันหมากหรือ
? ” ฮูหยินผ็เฒ่าไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วพูดว่า “โดยปกติเมื่อ
แต่งงานกับองค์หญิงใหญ่ การใช้จ่ายไม่กี่แสนเหรียญเงินก็
ไม่มากนัก แต่ขันหมากควรส่งไปยังครอบครัวมารดา แต่
เจ้าวางพวกมันทั้งหมดในเรือนของนาง ถ้าผู้คนจากเฉียน
โจวมา เราจะทำอย่างไร ?”
“ท่านแม่ไม่ต้องห่วง คังอี้ได้กล่าวแล้วว่าเฉียนโจวไม่
ต้องการขันหมากใด ๆ ยิ่งกว่านั้นระยะทางห่างกันมาก ถ้า
เราส่งมันจะไม่ถึงในเวลานี้ และพวกเขาจะส่งกลับมาก็
เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “นั่นก็เรื่องจริง แต่ถ้าเจ้าให้ขันหมาก
แล้วสินเดิมของนางล่ะ ? ”
เฟิงจินหยวนรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในขณะ
ที่เขาพูดอย่างรวดเร็ว “ฮ่องเต้ได้ทรงอักษรถึงผู้ปกครอง
ของเฉียนโจวด้วยพระองค์เอง ข้าคิดว่าเขาคงส่งสินเดิมมา
ไม่ทันงานแต่งงาน นับตั้งแต่เวลาที่จดหมายไปถึงพวกเขา
อย่างเร็วที่สุดก็ต้องต้องใช้เวลาอีก 3 เดือนกว่าจดหมายจะ
ไปถึง คังอี้กล่าวว่าผู้ปกครองของเฉียนโจวให้ความสำคัญ
กับนางมากที่สุด เขาได้พูดไปแล้วว่าถ้าพี่สาวของเขา
แต่งงานอีกครั้ง โดยไม่คำนึงว่านางแต่งงานกับใคร พวก
เขาจะไม่ขอขันหมาก และสินเดิมก็มีมากมาย”
ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าดีใจ ขณะที่นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงและ
ถามเฟิงจินหยวน “เจ้าทำให้มันฟังดูค่อนข้างดี แต่เจ้าเคย
คิดบ้างไหมว่าครอบครัวควรทำอย่างไรถ้าเจ้าใช้เงินทั้งหมด
ในคลัง ? นอกจากนี้ข้าจ่ายค่าภาพวาดโบราณที่มีราคาถึง
120,000 เหรียญเงิน” นางหลีกเลี่ยงการพูดถึงว่านางฉีก
มันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เฟิงจินหยวนปลอบโยนนางแล้วพูดว่า “ท่านแม่ไม่ต้องห่วง
ขอรับ เราจะจัดการด้านการเงิน เรือนแต่ละแห่งมีเงินออม
ของตัวเอง และบ่าวรับใช้ได้รับเงินเดือนของพวกเขาแล้ว
ในตอนสิ้นปี ส่วนที่ท่านแม่จ่ายเงินไป 120,000 เหรียญเงิน
ข้าจะจ่ายคืนให้ 2 เท่าเมื่อสินเดิมของคังอี้มาถึงคฤหาสน์”
“2 เท่าหรือ ? ” ฮูหยินผู้เฒ่ากลับมาคึกคักอีกครั้ง “เจ้า
สามารถตัดสินใจเรื่องนี้แทนคังอี้ได้หรือ ? ”
“ข้าตัดสินใจกันแล้ว คังอี้และรุ่ยเจียยังมองท่านแม่ด้วย
ความเคารพ แม้ว่าท่านแม่ไม่ต้องการมัน พวกเขาก็จะมอบ
ให้ท่านแม่อยู่ดี”
“ดีแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ดี” ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าก็สงบลง เมื่อคิด
อีกเล็กน้อย นางถามว่า “สำหรับเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้
ฮ่องเต้จะมาร่วมงานด้วยพระองค์เองหรือไม่ ? อ่า ! ไม่ดี !
ข้าต้องสั่งตัดชุดใหม่หรือไม่ ? ”
เฟิงจินหยวนกล่าวว่า “สุขภาพของพระองค์ไม่ดี พระองค์
ไม่ได้ออกจากพระราชวังมาหลายปีแล้ว ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะ
ไม่สามารถมาถึงได้ แต่พระองค์ได้ส่งองค์ชายใหญ่มาทำ
หน้าที่แทนพระองค์ ท่านแม่ไม่จำเป็นต้องเตรียมเสื้อผ้า
อะไรเลย อย่างที่ข้าเห็นชุดราชสำนักของท่านแม่จะ
เหมาะสมที่สุดแล้วขอรับ”
เมื่อเขาพูดอย่างนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็จำได้ ถูกต้อง ! ไม่ว่าเสื้อผ้า
ราคาแพงแค่ไหนมันก็แค่ผ้า แต่ชุดราชสำนักแสดงถึง
สถานะของนางในฐานะฮูหยินขั้นหนึ่งอย่างแท้จริง “ข้าจะ
สวมชุดราชสำนัก ! ” ใบหน้าของนางยิ้ม แต่เมื่อนางได้ยิน
ว่าองค์ชายใหญ่กำลังจะมาทำพิธีแต่งงาน นางเป็นกังวล
เล็กน้อย “จินหยวน ! เจ้าต้องจับตาดูสถานการณ์ปัจจุบัน
ให้ความสนใจมากขึ้นและคิดให้หนักขึ้น แม้ว่าเจ้าจะได้
เลือกองค์ชายสามแล้ว แต่เจ้าก็ยังสามารถเปลี่ยนใจได้ !
เมื่อเร็ว ๆ นี้ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานองค์ชายใหญ่ คิดให้
รอบคอบ เป็นองค์ชายสามหรือไม่ที่ควรค่าแก่การ
สนับสนุน”
เฟิงจินหยวนพยักหน้า และพูดว่า “ลูกเข้าใจ ท่านแม่ไม่
ต้องเป็นห่วงขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจ “ไม่มีความจำเป็นที่หญิงชราอย่าง
ข้าจะพูดมากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องของราชสำนัก แต่เจ้าต้อง
จำไว้ การตัดสินใจของเจ้าเพียงอย่างเดียวนั้นเกี่ยวข้องกับ
ความเจริญรุ่งเรืองหรือความตกต่ำของตระกูลเฟิง ไม่
เป็นไร สิ่งสำคัญคือควรดูว่าเจ้าสามารถแก้ไขได้ทันเวลา
หรือไม่ ตอนนี้คังอี้กำลังจะแต่งเข้าคฤหาสน์ เนื่องจากเจ้า
บอกว่านางมีความสามารถที่ดีในการสนับสนุนน้องชายของ
นางให้อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจ มันจะดีสำหรับพวกเจ้าสอง
คนที่จะพูดคุยกัน ดูว่านางจะมีความคิดอะไรดี ๆ สำหรับ
เจ้าหรือไม่”
เฟิงจินหยวนคำนับ “ท่านแม่พูดถูก ลูกชายจะจดจำคำสอน
นี้ขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้พูดมากเพราะนางไม่รู้ว่าบุตรชายของนาง
คิดอะไรอยู่ เฟิงจินหยวนยืนขึ้นแล้วรินน้ำชาให้นาง เมื่อเขา
นำมันมาให้ฮูหยินผู้เฒ่า ในที่สุดนางก็พูดว่า “งานแต่งงาน
จะมีค่าใช้จ่ายมาก เจ้าเป็นเสนาบดี และองค์ชายใหญ่จะ
มาทำหน้าที่แทนฮ่องเต้ แม้แต่ขุนนางที่ไม่เป็นพวกของเจ้า
ในอดีตก็จะมา เจ้าต้องคิดแผนเตรียมตัว จะหาเงินจำนวน
มากมาจากที่ไหน ! ”
คำพูดเหล่านี้ทำให้เฟิงจินหยวนตกใจ ถูกต้อง ! งานเลี้ยง
งานแต่งงานและความบันเทิงมีค่าใช้จ่ายสูง
แต่มันก็ไม่เหมือนว่าเขาจะหมดหนทาง แต่เขาก็ยังเป็น
เสนาบดี การหาคนมาช่วยเขาไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ในพริบตาวันที่ 26 ในคฤหาสน์ตระกูลเฟิงมีผู้คนพลุกพล่าน
งานแต่งงานมาถึงอย่างรวดเร็ว…