Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 325 ทำลายเทียนมงคลของเจ้าสาว
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 325 ทำลายเทียนมงคลของเจ้าสาว
“องครักษ์ขององค์ชายเซียง ท่านโทษว่าตระกูลเฟิงของข้า
เพราะไม่รับรองแขกให้ดีหรือ เจ้ารังเกียจองค์หญิงแห่ง
มณฑลขั้นสองเพราะไม่อยู่ในสถานะที่สูงพอหรือ? ในเมื่อเจ้า
รังเกียจผลไม้จานนั้น”
องครักษ์คุกเข่าบนพื้นด้วยสีหน้าที่ไม่เต็มใจ เขาพยายามจะ
ลุกขึ้นยืน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างหัวเข่าของเขารู้สึก
เจ็บปวดจนกลายเป็นชาแทบไม่มีความรู้สึก ไม่ว่าเขาจะทำ
เช่นไร เขาไม่สามารถใช้กำลังเพื่อลุกขึ้นยืนได้
เฟิงหยูเองมองที่เขาด้วยแววตาที่ทำให้เขารู้สึกตกใจ “เจ้า
เป็นใคร? เจ้าเป็นแค่องครักษ์ที่ต่ำต้อย แต่องค์หญิงแห่ง
มณฑลผู้นี้ไม่มีสิทธิ์ที่จะลงโทษเจ้าเช่นนั้นหรือ ? ”
ยิ่งองครักษ์มองเฟิงหยูเองเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกตกใจมากขึ้น
เท่านั้น เขาได้แต่หันหน้าไปมองซวนเทียนเย่ แต่เขาเห็นซวน
เทียนเย่พยักหน้าให้เขา ดังนั้นเขาจึงตอบว่า “บ่าวรับใช้ผู้ต่ำ
ต้อยไม่กล้าขอรับ!”
“เจ้าไม่กล้าหรือ? ” แสงเย็นๆในดวงตาของเฟิงหยูเองปะทุ
ขึ้น “เท่าที่ข้าเห็น มันไม่มีอะไรที่เจ้าไม่กล้าทำ ! ” นางเอน
กายเล็กน้อยและพาตัวเองเข้าไปใกล้กับองครักษ์
ความรู้สึกกดดันที่เพิ่มมากขึ้นทำให้คิ้วขององครักษ์ชุ่มไปด้วย
เหงื่อ เขาต้องการหลีกเลี่ยงนาง แต่เขาขยับขาไม่ได้ เมื่อ
ใบหน้าของเฟิงหยูเองเข้ามาใกล้เขามากขึ้น การหายใจของ
เขาก็หยุดนิ่ง
“องค์..องค์หญิงแห่งมณฑลขอรับ!”
“หืมม ! ” เฟิงหยูเองเหวี่ยงแขนเสื้อแล้วลุกขึ้นยืน “ไม่ใช่ว่า
เจ้ากำลังดูถูกองค์หญิงแห่งมณฑลผู้นี้ เช่นนั้นก็คุกเข่าต่อไป
! จงอยู่ที่นั่นจนกระทั่งกลางคืนก่อนจะกลับไปหาองค์ชาย ! ”
ซวนเทียนเย่ขมวดคิ้วและถามด้วยความสงสัยต่อเฟิงหยูเอง
“เจ้าหาเรื่องบ่าวรับใช้ทำไม ? ”
เฟิงหยูเองหัวเราะเยือกเย็นเนื่องจากคำที่หลู่โชวจากกูโม่พูด
กับนางดังก้องในหูของนางอีกครั้ง ในขณะที่องค์ชายเก้าถูก
ล้อมรอบบนภูเขา แม่ทัพผู้ต่ำต้อยคนนี้ข้าพบเขาเผชิญหน้า…
นางกัดฟันแน่นและดวงตาของนางก็มีแสงพุ่งออกมา เมื่อ
นางมองซวนเทียนเย่อีกครั้ง นางก็ไม่แสดงความมีน้ำใจอีก
ต่อไป นางพูดว่า “ไม่มีประเด็นใดที่จะโกรธบ่าวรับใช้ ข้าแค่
เตือนเจ้านายของเขา จำสิ่งที่เคยทำมาในอดีตให้ดี วันหนึ่ง
ข้าจะคิดบัญชี” นางหันหลังกลับแล้วเดินจากไป อย่างไรก็
ตามนางพูดเสียงดังขึ้นว่า “ไม่ช้าก็เร็ว วันหนึ่งจะมาถึงตา
ท่าน ! ”
เมื่อนางพูดสิ่งนี้นางปล่อยให้พวกเขาตัวสั่นอยู่ในศาลา
ซวนเทียนเย่กำหมัดแน่นจนข้อมือของเขาเปลี่ยนเป็นขาว คน
ที่เดินจากไปเหมือนกับหนามแหลมที่ทิ่มแทงใจและเขาก็
เกลียดที่ไม่สามารถดึงมันออกได้
น่าเสียดายที่เขาทำไม่ได้
“ในเวลานั้นเจ้าทิ้งร่องรอยอะไรที่ทำให้ระบุว่าเป็นเจ้าไว้
หรือไม่ ? ” เขาถามองครักษ์ที่คุกเข่าอยู่ข้างเขา
องครักษ์คิดเล็กน้อยแล้วพูดว่า “บ่าวรับใช้คนนี้ระวังตัว
เสมอ ข้าไม่เคยเปิดเผยใบหน้าต่อหน้าแม่ทัพของราชวงศ์ต้า
ชุน เป็นไปไม่ได้ที่องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันจะรู้เรื่องนี้พะยะ
ค่ะ”
ซวนเทียนเย่กัดฟัน จากนั้นเขาก็ตบองครักษ์ “แต่วันนี้นางมา
หาเรื่องเจ้าอย่างชัดเจน ! ” เขาชี้ไปที่เลือดไหลออกมาจาก
ขาขององครักษ์ “ในการต่อสู้ครั้งนั้นขาของซวนเทียนหมิงถูก
ทำลาย เห็นได้ชัดว่านางได้แก้แค้นแทนซวนเทียนหมิงแล้ว”
“องค์ชาย ! ”
“ลืมมันซะ!” ซวนเทียนเย่โบกมือ “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะโกรธ
พวกเขา เจ้าคุกเข่าต่อไป ขาคู่นี้… ถือว่าชดใช้ให้เขา”
งานแต่งงานในวันนี้สิ้นสุดลงหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน โดย
แขกที่มาร่วมงานทยอยกลับไปมาอย่างเป็นระเบียบ เฟิงจินห
ยวนส่งแขกคนสำคัญออกไปด้วยตัวเอง กลุ่มสุดท้ายคือซวน
เทียนฉี ตามด้วยกลุ่มบ่าวรับใช้ในพระราชวังที่พารุ่ยเจียออก
จากคฤหาสน์
เฟิงจินหยวนมองรุ่ยเจียและเขารู้สึกว่าหัวใจของเขา
กระตุก บุตรสาวคนนี้ยังไม่ได้เข้ามาในคฤหาสน์ แต่นางก็มี
ปัญหามากมายแล้ว เขาจะอธิบายให้คังอี้ทราบได้อย่างไร !
มองดูรถม้าของซวนเทียนฉีหายไปลับตา เฟิงจินหยวนก็เริ่ม
รู้สึกปวดหัวจากการดื่มสุรามากเกินไป หันกลับมา เขาเดิน
กลับเข้าไปในคฤหาสน์ สวมชุดแต่งงานสีแดง เขาขมวดคิ้ว
เล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับคังอี้ได้อย่างไร
“วันนี้ท่านพ่อดื่มหนัก ลูกสาวได้เขียนใบสั่งยาไว้แล้วเพื่อช่วย
ให้ท่านพ่อหายเมาค้าง และมอบมันให้กับบ่าวรับใช้เพื่อ
เตรียมยาแล้วเจ้าค่ะ” เฟิงจินหยวนเงยหน้าขึ้นและเห็นเฟิง
หยูเองเดินมาหาเขา
เขาตัวแข็งชั่วครู่จากนั้นก็รู้สึกว่าแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบกับ
เขาอย่างแรงอีกครั้ง เขาจับไหล่เฟิงหยูเองและขอร้องนางว่า
“อาเองช่วยพ่อด้วย เจ้าช่วยรุ่ยเจียได้หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองงงงวย “องค์หญิงรุ่ยเจียจะเข้าไปในพระราชวัง
เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกฎของราชวงศ์ต้าชุน นี่คือสิ่งที่ดี ทำไม
ท่านพ่อถึงจะให้ข้าช่วยนางเจ้าคะ ? ”
“อ๊ะ ! ” เฟิงจินหยวนกระทืบเท้า “ลูกสาวที่รัก แค่เจ้าช่วยพ่อ
ครั้งนี้ ถือว่าพ่อขอร้องเจ้าได้หรือไม่ ? ”
“ขอให้ข้าช่วยหรือเจ้าคะ ? ” เฟิงหยูเองหัวเราะ “ท่านพ่อ
ครั้งสุดท้ายที่ท่านพ่อขอร้องลูก ท่านสละคฤหาสน์เฟิง ครั้งนี้
ท่านพ่อพร้อมจะสละสิ่งใด ? ” นางหัวเราะเยาะและก้าวไป
ข้างหน้าสองสามก้าว “ลูกจะบอกท่านพ่ออย่างตรงไปตรงมา
ถ้านางกล้าพูดเช่นนั้นอีกครั้ง ข้าจะส่งนางไปพบเสด็จพ่อ
โดยตรง ! ”
เฟิงจินหยวนก็ถอยห่างออกไปสองสามก้าวด้วยความ
กลัว ด้วยใจของเขาสับสน เขาก้าวพลาดและล้มลง
บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้างหลังเขาพยุงเขาแล้วหันหลังกลับ อย่างไร
ก็ตามเขาพบว่าเฟิงหยูเองจากไปแล้ว ร่างที่จากไปของนาง
นั้นหยิ่งและไร้ความรู้สึก เรื่องนี้ทำให้เขาสงสัยว่านางยังเป็น
บุตรสาวของเฟิงจินหยวนหรือไม่
“ท่านใต้เท้า” บ่าวรับใช้เตือนเขาจากด้านข้าง “รีบกลับเรือน
เถิดเจ้าค่ะ ท่านฮูหยินใหญ่รออยู่ที่เรือนเทียนเซียงนาน
แล้ว ท่านใต้เท้ากลับได้แล้วเจ้าค่ะ”
คงจะดีกว่านี้ถ้าเขาไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เฟิง
จินหยวนก็ยิ่งหดหู่มากขึ้น
เขาคอไม่แข็ง ถ้าเขามีสติ ด้วยความสามารถของเขาในฐานะ
เสนาบดี เขาจะยังคงมีความสามารถในการโน้มน้าวและการ
สื่อสาร แต่เมื่อเขาดื่มสุรา และในฐานะเจ้าภาพเขาดื่ม
มากกว่าปกติ ความสามารถในการเดินเป็นเส้นตรงคือ
ขีดจำกัดของเขา หากเขาถูกขอให้เผชิญหน้ากับคังอี้ซึ่งกำลัง
ขอร้องแทนบุตรสาวของนางอยู่ เฟิงจินหยวนก็รู้สึกว่าศีรษะ
ของเขาพองโตอย่างแท้จริง
ขณะที่เขาลังเล เขาเห็นบ่าวรับใช้อายุน้อยรีบวิ่งมา เมื่อเห็น
เฟิงจินหยวน นางพูดอย่างรวดเร็ว “ท่านใต้เท้า! ท่านใต้เท้า
อนุฮันเจ็บท้องมาครึ่งชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ รีบไปดูเถิดเจ้าค่ะ !
”
“อะไรนะ ? ” เฟิงจินหยวนตกตะลึงอย่างยิ่ง ในเวลาเดียวกัน
ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย
หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับครรภ์ของฮันชิ เขาก็มีเหตุผลที่จะไป
เยี่ยมนาง แม้ว่าเขาจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้
ตลอดไป แต่ก็เป็นเรื่องดีที่จะหลีกเลี่ยงในตอนนี้ ดังนั้นเขาจึง
รีบพูดว่า “ไปเร็ว! ไปที่เรือนหยูหลานกันเถอะ”
เมื่อบ่าวรับใช้คนนี้มารายงาน เฟิงหยูเองยังเดินไปได้ไม่
ไกล นางได้ยินเสียงเบา ๆ เกี่ยวกับครรภ์ของฮันชิเลยทำให้
นางหันไปมอง เฟิงจินหยวนกำลังติดตามบ่าวรับใช้และเดิน
ไปในทิศทางของเรือนหยูหลาน
หวงซวนกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันแต่งงานและฮูหยินคนใหม่
กำลังรออยู่ในห้องเจ้าสาว แต่เสนาบดีเฟิงคนนี้กำลังจะไปที่
ห้องของอนุ ถ้าองค์หญิงคังอี้รู้นางจะไม่โกรธหรือ?”
เฟิงหยูเองคิดไตร่ตรองเล็กน้อยจากสิ่งที่น่าสนใจ และพูดว่า
“ไปกันเถอะ”
ด้านในเรือนของยูหลานกำลังวุ่นวาย ฮันชิร้องตลอด เสียง
ร้องของนางสร้างความตกใจ เมื่อเฟิงจินหยวนเข้าไปใน
สนามหญ้า เขาถูกเฟิงเฟินไดยึดตัวเขากล่าวซ้ำ ๆ ว่า “ท่าน
พ่อ ท่านพ่อไม่สามารถเพิกเฉยต่อแม่รองได้ นางกำลังทุกข์
ทรมานอย่างมากกับการตั้งครรภ์บุตรคนนี้ นางยุ่งตลอดทั้ง
วัน ตอนนี้นางปวดท้องมากเจ้าค่ะ นางเรียกหาท่านพ่อ
ตลอดเวลา”
แต่แน่นอนเสียงกรีดร้องของฮันชินั้น เฟิงจินหยวนที่อยู่หน้า
เรือนก็ได้ยิน “ท่านพี่ ! ทำไมท่านพี่ไม่ต้องการข้า ข้ากำลัง
ตั้งครรภ์บุตรของท่านพี่อยู่ ! ”
เฟิงจินหยวนกังวลเรื่องการได้ยิน เฟินไดถูกดึงไปตามเขาเข้า
ไปในห้องของฮันชิ ขณะเดินนางพูดว่า “หยุดตะโกน อย่าทำ
ร้ายเด็กนะ” ในขณะเดียวกันเขาก็ถามเฟินไดว่า “เรียกหมอ
มาหรือยัง ? ”
เฟิงเฟินไดส่ายหัว “วันนี้เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง การเชิญ
แพทย์มาที่คฤหาสน์เป็นความโชคร้ายนะเจ้าคะ ! ”
หญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ นั้นกล่าวอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่ว่า
มีหมอหลวงมารักษาองค์หญิงรุ่ยเจียหรือเจ้าคะ ? ”
เฟิงเฟินไดดุนาง “ทำไมเจ้าพูดเช่นนี้ ? นางเป็นองค์หญิง
เอาแม่รองฮันไปเปรียบเทียบกับนางได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฟิงจินหยวนก็ไม่มีความสุข “เด็กที่อยู่ในท้อง
ของฮันชิคือเลือดเนื้อของข้า จะเปรียบเทียบไม่ได้อย่างไร รีบ
ไปเรียกหมอมา ! ”
ในเวลานี้พวกเขาเดินไปที่เตียง และฮันชิก็คว้ามือของเฟิง
จินหยวนทันทีว่า “ท่านพี่ ท่านไม่สามารถเรียกหมอได้ วันนี้
เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองที่คฤหาสน์ อนุผู้นี้ไม่สามารถก่อ
เรื่องกับฮูหยินใหญ่ได้ ! ”
เมื่อนางพูดเช่นนี้ทำให้เฟิงจินหยวนสงสารนาง ในขณะที่เขา
จับมือนางไว้ และพูดว่า “บุตรในท้องของเจ้ามีความสำคัญ
หากคังอี้จะอยู่ที่นี่ นางก็จะให้เรียกหมอเข้ามา”
“ท่านพี่ ! ” น้ำตาของฮันชิเริ่มไหล “อนุผู้นี้คิดว่าเมื่อองค์
หญิงเข้ามา อนุผู้นี้จะไม่ได้เห็นหน้าท่านพี่อีกแล้ว ท่านพี่…”
ขณะที่นางพูดสิ่งนี้ นางเริ่มร้องไห้
นางร้องไห้ เฟิงเฟินไดก็เช็ดน้ำตาให้ “ท่านพ่อ แม่รองร้องไห้
ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา ลูกสาวจะไม่ขออะไรอย่างอื่น ข้าจะ
ขอให้ท่านพ่อมาเยี่ยมแม่รองที่เป็นอนุบ่อยกว่านี้ก่อนที่น้อง
ของข้าจะคลอด เพียงแค่… ให้ถือว่ามันเป็นการดูแลน้องชาย
ที่ยังไม่เกิดของข้านะเจ้าคะ”
เฟิงจินหยวนพยักหน้า “เป็นสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าสัญญา ดังนั้น
หยุดร้องไห้ได้แล้ว”
เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปลอบใจพวกเขา เมื่อ
บ่าวรับใช้อีกคนมารายงาน “ท่านใต้เท้า คุณหนูรองมาถึง
แล้วเจ้าค่ะ”
“นางมาทำอะไรที่นี่? ” เฟิงเฟินไดกรอกตา ขณะที่ดวงตา
ของนางสว่างขึ้น
อย่างไรก็ตามเฟิงจินหยวนกล่าวว่า “นางมาทันเวลาพอดี
ก่อนที่หมอจะมาถึง ให้นางตรวจมารดาของเจ้าก่อน เมื่อ
ตรวจแล้วเราจะได้วางใจได้”
ฮันชิไม่เห็นด้วยกับการให้เฟิงหยูเองตรวจรักษา นางขณะที่
นางร้องซ้ำ ๆ “ไม่ ข้าไม่ต้องการให้ใครมาตรวจข้า อนุผู้นี้
ต้องการให้ท่านพี่อยู่กับข้าเท่านั้น ข้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
! ”
ในเวลานี้เฟิงหยูเองได้เข้าไปในห้องแล้ว ในขณะที่เดินนาง
พูดว่า “แม่รองฮัน แม้ว่าเจ้าจะไม่คิดถึงตัวเอง เจ้าต้อง
พิจารณาเลือดเนื้อของตระกูลเฟิงที่อยู่ในท้องของเจ้า”
ขณะที่นางพูดแบบนี้ นางก็หยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว เมื่อ
มองที่เฟิงจินหยวน นางก็ถามว่า “ท่านพ่ออนุญาตให้ข้าตรวจ
หรือไม่เจ้าคะ ? ”
เฟิงจินหยวนปลอ่ยมือฮันชิ และเปิดทางให้เฟิงหยูเอง
ฮันชิตื่นเต้นมาก ๆ เมื่อมองไปที่เฟิงหยูเอง นางอยากจะหาย
ตัวไปจากเตียงอย่างหมดหวัง อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองจับ
ข้อมือนางแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่ใช้กำลังมาก แต่ฮันชิไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย นางได้แต่ยอมให้เฟิงหยูเอง
ตรวจนาง
หลังจากนั้น เฟิงหยูเองกล่าวว่า “อารมณ์ของนางอ่อนไหว
และนางเครียด นางวิตกกังวลมากไป และทารกในครรภ์ก็ไม่
แข็งแรง”
“นั่นหมายความว่าอย่างไร ? ” เฟิงจินหยวนถามนาง“ ทารก
ในครรภ์ไม่แข็งแรง”
นางปล่อยข้อมือของฮันชิและกล่าวกับเฟิงจินหยวน “แม่
รองฮันกำลังทุกข์ทรมานจากอาการป่วยทางจิต และ
ความเครียดของนางส่งผลต่อทารกในครรภ์ เราจะต้องทำให้
นางอารมณ์ดีให้มากที่สุด เพื่อให้ทารกแข็งแรง”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฟินไดก็ตกตะลึง เฟิงหยูเองถึงช่วยพูด
แทนฮันชิ ? ทำไม ?
นางไม่สามารถเข้าใจได้ แต่เมื่อนางได้ยินสิ่งที่ตามมา นางก็
เข้าใจทันที ในขณะที่นางได้ยินเฟิงหยูเองกล่าวเพิ่ม “สภาพ
ของแม่รองฮัน ท่านพ่อก็เห็นแล้ว สิ่งที่หญิงตั้งครรภ์ต้องการ
มากที่สุดคือความใส่ใจของสามี แต่ท่านพ่อไม่เพียงแต่ไม่
ดูแลนาง ท่านพ่อยังพาฮูหยินคนใหม่เข้ามาในเวลานี้ แม่
รองฮันจะทนรับได้อย่างไร”
เฟิงจินหยวนตื่นตกใจ จากนั้นเขาก็มองเฟิงหยูเองและถาม
นางว่า “ถ้าอย่างนั้นจะต้องทำอย่างไร ? มียาสำหรับอาการ
ป่วยนี้หรือไม่?”
เฟิงหยูเองกล่าวว่า “วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ทานยา ท่านพ่อควรจะ
อยู่เฝ้าอนุฮันในคืนนี้ บางทีอาการป่วยนี้จะดีขึ้นในเช้าวัน
พรุ่งนี้”
เฟินไดเข้าใจในทันที เฟิงหยูเองไม่ชอบคังอี้และบุตรสาวของ
นาง นางได้เฆี่ยนรุ่ยเจียอย่างไร้ความปราณีในระหว่างงาน
แต่งงาน และตอนนี้นางต้องการใช้ฮันชิทำลายเทียนมงคลใน
ห้องเจ้าสาวของคังอี้ แต่นี่ก็ดี นี่จะเป็นการสอนบทเรียน
ให้กับองค์หญิงทั้งสองคนนั้น ต่อให้เจ้าเป็นองค์หญิงใหญ่
แล้วอย่างไรล่ะ ? เมื่อก้าวเข้ามาในตระกูลเฟิง นางก็ไม่
สามารถวางก้าวได้
เฟิงจินหยวนรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่เหมาะสมและเขาต้องการ
กลับที่เรือนเทียนเซียง แต่ขาของเขาไม่ขยับไม่ว่าอะไรจะ
เกิดขึ้น หลังจากคิดอีกเล็กน้อยแทนที่จะไปเผชิญหน้ากับฮู
หยินที่รอบุตรสาวของนาง ฮันชิได้ให้เหตุผลที่เหมาะสมแก่
เขา
ดังนั้นเขาพยักหน้า และพูดว่า “ได้ เพื่อความปลอดภัยของ
บุตรของตระกูลเฟิง คืนนี้ข้าจะอยู่ดูแลอนุฮันเอง”