Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 327 องค์ชายเก้า เจ้าจะตายหรือไม่หากไม่พูดเรื่อง
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 327 องค์ชายเก้า เจ้าจะตายหรือไม่หากไม่พูดเรื่อง
ไร้สาระ ?
ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งนำถ้วยชาของนางไปจ่อที่ปากของนางและ
กำลังจิบชา เมื่อได้ยินคำพูดของบ่าวรับใช้ ชาที่จิบก็เข้าไปถูก
พ่นออกมาทันทีทำให้นางเกือบหายใจไม่ออก
“องค์ชายเก้า ? พระองค์มาทำอะไร ? ” องค์ชายเก้ามา
เยี่ยม ลิ้นของทุกคนในตระกูลเฟิงก็เริ่มแข็ง พวกเขาเริ่มพูด
ติดอ่าง
แม้แต่คังอี้ก็กังวลเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะมองไปที่เฟิงหยู
เองคิดกับตัวเองว่าไม่น่าแปลกใจที่นางสงบสติก่อน มันเป็น
ความสงบก่อนพายุจะมา !
“ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าทุกคนในห้องประหลาด
ใจ ไม่ตอบสนอง บ่าวรับใช้จึงวิตกกังวลรีบเตือนทุกคน “องค์
ชายองค์ที่เก้ากำลังรออยู่ที่ลานหน้าบ้านเจ้าค่ะ”
คนแรกก็คือเฟิงหยูเองที่ยืนขึ้นก่อนแล้วกล่าว “ทำไมไม่เชิญ
องค์ชายมานั่งในห้องโถง ? วันนี้อากาศหนาว ทำไมถึงให้
พระองค์รออยู่ข้างนอก ? ”
บ่าวรับใช้ตัวสั่นก่อนที่จะตอบ “ข้าไม่รู้ว่าพระองค์เสด็จมาที่
ห้องโถงหรือไม่ แต่เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงคฤหาสน์แล้ว
พระองค์ก็ตรัสว่าพระองค์จะไปที่ลานหน้าบ้านเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “พระองค์ได้บอกหรือไม่ว่ามาทำอะไร?”
บ่าวรับใช้ตอบ “พระองค์บอกว่า… พระองค์มาเพื่อระบาย
ความโกรธแทนคุณหนูรองเจ้าค่ะ”
เคร้ง !
มือของฮูหยินผู้เฒ่าสั่น และปล่อยให้ถ้วยชาตกพื้น
ระบายความโกรธแทนคุณหนูรอง ? เฟิงหยูเองไม่ได้ระบาย
ด้วยตัวเองแล้วหรือ ? นางตีรุ่ยเจียขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่พอ
หรือ ? องค์ชายหยูมาเพื่อสร้างปัญหาอะไรอีก ฮูหยินผู้เฒ่า
กำลังใช้ความคิด แต่นางไม่กล้าพูดอะไรแบบนี้ คังอี้ใช้
ความคิดริเริ่มที่จะไปช่วยนางแล้วกล่าวว่า “องค์ชายมาเยี่ยม
เรา เราควรออกไปต้อนรับพระองค์นะเจ้าคะ ! ”
เฟิงหยูเองยิ้มแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะ”
สมาชิกในตระกูลเฟิงเดินไปที่ลานหน้าบ้านอย่างประหม่า
และเห็นซวนเทียนหมิงรายล้อมไปด้วยองครักษ์ที่อยู่ตรง
กลางของสนาม ชายคนนั้นยังคงสวมเสื้อคลุมสีม่วงและนั่ง
ในรถเข็น ดูเหมือนว่าหน้ากากทองคำบนใบหน้าของเขาเป็น
อันใหม่เพราะมันเงางามกว่าเมื่อก่อน ด้านหลังของเขามี
ทหารองครักษ์ยืนอยู่ และพวกเขาทุกคนถือหีบใหญ่หลายใบ
มาวางไว้กลางลาน พวกเขาทุกคนดูจริงจังและน่ากลัวมาก
ฮูหยินผู้เฒ่าและคังอี้ต่างก็ก้าวไปข้างหน้านำทุกคนในตระกูล
เฟิงคุกเข่าและคำนับ คังอี้ไม่คุ้นเคยกับการทำพิธีนี้อย่าง
ชัดเจน นับตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของเฉียนโจวดำรง
ตำแหน่ง นางไม่ต้องไปคุกเข่าและคำนับใครเลย แม้ในวัน
แรกของปีใหม่เมื่อนางได้พบกับฮ่องเต้ นางก็ไม่ได้ทำคุกเข่า
คำนับ แต่ตอนนี้สถานะของนางแตกต่าง นางเป็นฮูหยินของ
ตระกูลเฟิง ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าคุกเข่าแล้ว มันก็จะไม่
เหมาะสมถ้านางไม่ทำ ดังนั้นนางจึงคุกเข่าพร้อมกับฮูหยินผู้
เฒ่า
ทุกคนกำลังจะคุกเข่าแต่ซวนเทียนหมิงไม่ได้สังเกตเห็น
เพราะเขาโบกมือให้เฟิงหยูเองและเรียกนางมา จากนั้นเขาก็
จับนางพลิกไปมาสองสามครั้งก่อนที่จะพูดว่า “ไม่เลว เจ้า
ไม่ได้รับบาดเจ็บ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ขมับของคังอี้ก็เริ่มเต้นตุบ ๆ เฟิงหยูเองทำ
ร้ายคนอื่น ดังนั้นนางจะได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร ?
ในขณะที่นางเริ่มขมวดคิ้ว ในที่สุดซวนเทียนหมิงก็เริ่มให้
ความสนใจกับคนในตระกูลเฟิงในขณะที่เขาพูดว่า “องค์ชาย
คนนี้ได้ยินว่าในวันแต่งงานของเสนาบดีเมื่อวานนี้ อาเองของ
เราโกรธมาก” ในขณะที่บีบแส้ในมือของเขา เสียงเย็นของ
เขาทำให้พวกเขาสั่น “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเฟิง” เขาเริ่มต้น
เรียกชื่อและทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าล้มลง “ท่านช่วยบอกองค์ชาย
คนนี้ทีว่าใครเป็นคนรังแกอาเองของเรา”
ฮูหยินผู้เฒ่ากลัวมากนางตัวแข็งทื่อ นางจะพูดได้ยังไง นาง
คุกเข่าและสั่นอยู่ตรงนั้น
เฟิงหยูเองจ้องมองที่ซวนเทียนหมิงเล็กน้อยแล้วพูดอย่างช่วย
ไม่ได้ “ท่านย่าแก่แล้ว ทำไมท่านต้องข่มขู่นางด้วย
? ” จากนั้นนางก็มองคังอี้และเกาคางของนาง “ถามคนอื่น
เถิดเจ้าค่ะ” หลังจากพูดอย่างนี้นางจึงเดินเข้าไปช่วยฮูหยินผู้
เฒ่า “ท่านย่าลุกขึ้นเถิดเจ้าค่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านย่า
ท่านย่าไม่จำเป็นต้องกลัว”
หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ายืนขึ้น นางมองเฟิงหยูเองด้วยความ
ว่างเปล่า และอยากถามว่าถ้านางไม่ต้องกลัว แล้วใครที่ควร
จะกลัว ? มันเป็นคังอี้หรือเปล่า ?
นางได้ยินเสียงซวนเทียนหมิงพูดขึ้นมาอีกครั้งถามคังอี้
โดยตรง “เนื่องจากตระกูลเฟิงมีฮูหยินใหญ่คนใหม่ องค์ชาย
ผู้นี้จะถามฮูหยิน เกิดอะไรขึ้นระหว่างงานแต่งงานเมื่อวานนี้
? ”
หัวของคังอี้รู้สึกมึนงง เมื่อนางเริ่มนึกถึงข่าวลือที่เกี่ยวกับ
ซวนเทียนหมิง แต่เนื่องจากเขาถามมาแล้ว นางไม่สามารถ
เลือกที่จะไม่ตอบได้ คังอี้ไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้น
อย่างไรก็ตามนางยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นขณะที่นางพูดกับ
ซวนเทียนหมิง “เป็นเพราะบุตรสาวของหม่อมฉันขาดวินัย
นางบอกว่ามีบางสิ่งที่ทำให้องค์หญิงแห่งมณฑลอารมณ์เสีย
เมื่อได้รับการสั่งสอนจากองค์หญิงแห่งมณฑล ข้าเชื่อว่าต้อง
ขอบคุณบทเรียนนี้ อารมณ์ของบุตรสาวของข้าจะดีขึ้นอย่าง
แน่นอน เนื่องจากนางได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างจริงใจ
และจะเป็นพี่สาวที่ดีให้กับองค์หญิงแห่งมณฑล”
“โอ้ ? ” ซวนเทียนหมิงมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ท่าน
กำลังบอกองค์ชายว่าองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันได้ระบาย
ความโกรธของนางแล้ว ดังนั้นองค์ชายองค์นี้จึงไม่ควรมาทำ
สิ่งที่ไม่จำเป็นในวันนี้หรือ”
“หม่อมฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ” คังอี้รู้สึกว่าซวน
เทียนหมิงยากที่จะรับมืออย่างแท้จริง และนางรู้สึกว่าเขาไม่
น่าจะมาเพื่อแก้แค้น นางจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “องค์ชาย
ใหญ่ได้พารุยเจียเข้าพระราชวังเพื่อสอนมารยาท ท่านพี่ก็ไป
ราชสำนักและยังไม่ได้กลับมา องค์ชายทรงนำทหารองครักษ์
จำนวนมากมา องค์ชายต้องการสนทนากับท่านพี่ใช่หรือไม่เพ
คะ ? ไม่เช่นนั้นองค์ชายคงจะเสด็จมา เข้าไปนั่งในห้องโถง
ก่อนเพคะ”
ทุกครั้งในตระกูลเฟิงก็สั่นด้วยความกลัว ฮูหยินผู้เฒ่าคิดแค่
ว่าปากของคังอี้พูดเรื่อยเปื่อย นางจะสามารถเข้าใจ
สถานการณ์ในราชวงศ์ต้าชุนหรือไม่ ?
อย่างไรก็ตามซวนเทียนหมิงก็เริ่มหัวเราะราวกับว่าเขาได้ยิน
เรื่องตลกขบขัน ขณะที่เขาชี้ไปที่คังอี้ และกล่าวว่า “ท่าน
กำลังบอกว่าองค์ชายคนนี้มาถึงคฤหาสน์ในขณะที่เฟิงจินห
ยวนไม่อยู่ ข้ามารังแกคนแก่และคนอ่อนแอ และข้าไร้
มารยาทมากใช่หรือไม่ ? ” เขาพูดอย่างนี้ในขณะที่
หัวเราะ ต่อมาเขาก็ส่ายหน้า “มารยาทเป็นสิ่งที่องค์ชายองค์
นี้ไม่รู้จักตั้งแต่วันที่ข้าเกิด องค์ชายองค์นี้รู้ว่ามีคนทำให้ว่าที่
พราชายาของข้ามีปัญหาและทำให้นางรู้สึกไม่มีความสุข
วันนี้องค์ชายมาที่ตระกูลเฟิงเพื่อขอคำอธิบาย”
คังอี้ก็เต็มไปด้วยความโกรธ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้นางจำได้ที่ว่า
รุยเจียมีเลือดไหลออกมา นางทั้งโกรธและเศร้า และนางอด
ไม่ได้ที่จะพูดว่า “เมื่อวานบุตรสาวของหม่อมฉันทำผิด
ระหว่างงานแต่งงาน และองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันก็ลงโทษ
นางแล้ว ! ”
ซวนเทียนหมิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “อาเองลงโทษนาง
เพราะนางดูถูกองค์ชายผู้นี้ ข้ามาที่นี่วันนี้เพื่อมาเก็บหนี้ที่ทำ
อาเองโกรธ นี่เป็นสองเรื่องที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกมันจะ
คิดรวมกันได้อย่างไร นอกจากนี้ท่านควรขอบคุณที่อาเองที่
แค่ตีสั่งสอน ถ้าเป็นข้า บุตรสาวของท่านก็คงจะได้พบกับ
พญายมมานานแล้ว”
คำสองคำที่ปรากฏอยู่ในใจของสมาชิกของตระกูลเฟิง : ไร้
เหตุผล !
องค์ชายเก้าผู้นี้เคยมีเหตุผลซักครั้งหรือไม่
ใครจะรู้ว่าซวนเทียนหมิงอ่านใจของพวกเขาออก ในขณะที่
เขาดูท่าทางของทุกคนในตระกูลเฟิง และพูดจริง ๆ ว่า
“พวกเจ้ารู้สึกว่าองค์ชายผู้นี้ไร้เหตุผลใช่หรือไม่ ? ”
สมาชิกของตระกูลเฟิงต่างก็ส่ายหัวโดยไม่มีใครกล้า
ตอบ อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองพูดขึ้นว่า “นั่นเป็นไปได้อย่างไร
ภายใต้สวรรค์ ใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพระองค์เป็นบุคคลที่มีเหตุผล
มากที่สุด”
จริงหรือ ?
สมาชิกของตระกูลเฟิงมองหน้ากัน ถ้าจะบอกว่าซวนเทียนห
มิงนั้นมีเหตุผลแล้ว นั่นไม่ใช่ข้อโต้แย้งที่เลวร้ายที่สุดในโลก
หรอกหรือ ? นับตั้งแต่องค์ชายคนนี้เกิดมา เขาเคยมีเหตุผล
หรือ ? มันไม่ใช่แค่เขา นอกจากนี้ยังมีมารดาของเขา พระ
ชายาหยุน และว่าที่พราชายาของเขาคือเฟิงหยูเอง เมื่อใด
กันที่พวกเขามีเหตุผล ?
คังอี้จ้องมองเฟิงหยูเอง และรู้สึกว่าทั้งสองคนนี้เป็นคู่ที่
เหมาะสมจริง ๆ ความสามารถของพวกเขาในการพูดเรื่องไร้
สาระด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ไม่มีใครเทียบได้ในโลกนี้
“ถ้าเช่นนั้นองค์ชายก็หมายความว่า…” คังอี้ไม่อยากอ้อม
ค้อม ทั้งสองวิธีไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ มันจะเป็นการ
ดีกว่าถ้าให้เขาพูดสิ่งที่ต้องการ
คังอี้พร้อมที่จะเสี่ยง แต่สมาชิกของตระกูลเฟิงกลัว ! ถ้าเขา
ต้องการที่จะเฆี่ยนสมาชิกของตระกูลเฟิงทุกคนล่ะ ? พวก
เขาจะทำอย่างไร
เช่นเดียวกับทุกคนในตระกูลที่กำลังสั่น ซวนเทียนหมิงหัน
รถเข็นของเขาและย้ายไปที่ด้านข้างของเฟิงหยูเอง เขาจับ
มือของนางออกมาจากมือของฮูหยินผู้เฒ่า และจับมือเล็ก ๆ
ของนางไว้ ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นว่า “องค์ชายผู้นี้ไม่มีความ
ตั้งใจใด ๆ หญิงสาวที่ทำให้อาเองโกรธ นางคงไม่สามารถทน
ต่อองค์ชายผู้นี้ได้ ดังนั้นองค์ชายคนนี้จะยกโทษให้นาง
ในตอนนี้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของคังอี้ก็เป็นประกายสดใสขึ้นมา นาง
รีบกล่าว “ขอบพระทัยองค์ชายเพคะในการยกโทษตายให้”
“อ่า” ซวนเทียนหมิงยอมรับเสียงของนางอย่างเป็น
ธรรมชาติ อย่างไรก็ตามจากนั้นเขาก็พูดว่า “แต่ถึงแม้ว่าโทษ
ตายจะยกเว้น แต่โทษเป็นยังอยู่ ! ”
คังอี้ตกใจ “โทษเป็น”
“ใช่แล้ว” ซวนเทียนหมิงเปล่งเสียงของเขา เสียงขี้เกียจที่เขา
ใช้หายไปเล็กน้อย สมาชิกของตระกูลเฟิงก็ได้ยินเขาพูดอย่าง
ไร้ยางอาย “อาเองของเราเป็นคนอ่อนแอ ความโกรธไม่ใช่
เรื่องเล็กน้อย หากนางป่วยหนัก กำลังวังชาของนางก็จะหาย
หากกำลังวังชาของนางหายไป มันจะต้องใช้ยาที่ดีที่สุดเพื่อ
ช่วยให้นางกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม องค์ชายผู้นี้ไม่กล้าที่จะ
ขัดใจนางและจะทำทุกอย่างตามที่นางปรารถนา ข้าให้นาง
ทุกอย่างและข้ากลัวว่าข้าจะทำร้ายนาง เสด็จพ่อก็สนับสนุน
นางด้วยกลัวว่านางจะถูกผู้อื่นรังแกเพราะร่างกายที่อ่อนแอ
ของนาง” นั่นคือเหตุผลที่เขาพูดถึงตำแหน่งองค์หญิงแห่ง
มณฑลจี่อันของนาง โดยคิดว่าไม่ว่าในกรณีใดนางสามารถใช้
มันเพื่อทำให้ผู้คนหวาดกลัว แต่ใครจะรู้ว่ายังมีผู้คนที่ไม่ใส่ใจ
แค่เขาพูดออกมาก็ทำให้สมาชิกตระกูลเฟิงเกิดเหงื่อเย็นไหล
ที่หน้าผาก
เฟิงหยูเองอ่อนแอ นางจะถูกคนอื่นรังแกใช่หรือไม่ ?
องค์ชายเก้าจะตายหรือไม่ ถ้าพระองค์ไม่พ่นเรื่องไร้สาระ ?
มันจะดีพอถ้านางไม่รังแกคนอื่นใช่หรือไม่
แน่นอนนี่เป็นเพียงสิ่งที่พวกเขาคิดกับตัวเอง พวกเขาจะกล้า
พูดออกมาดัง ๆ ได้อย่างไร ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่กล้าที่จะ
พูดเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องทำท่าเห็นด้วย พวกเขาต้องยืน
ขึ้นและพยักหน้าอย่างระมัดระวังรอซวนเทียนหมิงพูดต่อ
ซวนเทียนหมิงมองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “เหตุผลที่องค์ชาย
พูดมาก็คือบอกฮูหยินใหญ่ว่าค่าใช้จ่ายของอาเองที่ล้มป่วย
ครั้งหนึ่งนั้นค่อนข้างสูง”
“ค่ารักษาใช่ไหมเพคะ” คังยี่งงงวย เมื่อคิดอีกเล็กน้อยนาง
ถามอย่างระมัดระวัง “องค์ชายกำลังพูดถึง… เรื่องเงินหรือไม่
เพคะ”
“ฉลาด ! ” ซวนเทียนหมิงพยักหน้า “ให้ข้าพูดแบบนี้ ใน
ท้ายที่สุดท่านก็เป็นแขก มันจะไม่ดีสำหรับราชวงศ์ต้าชุนของ
เราที่จะยังคงยึดมั่นกับความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวใช่
หรือไม่ นั่นเป็นเหตุผลที่จะชดเชยความผิดพลาดด้วยเงิน มัน
จะเพียงพอที่จะจ่ายสำหรับยาบำรุงที่อาเองจะได้รับ”
คังอี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างยาวนานพร้อมกับคน
อื่น ๆ ในตระกูลเฟิง ความสามารถในการใช้เงินเพื่อแก้ไข
ปัญหาไม่ใช่ปัญหา คราวนี้องค์ชายเก้านั้นทรงเมตตาอย่าง
แท้จริง !
คังอี้กล่าวอย่างไม่เห็นแก่ตัว “เรายอมรับการลงโทษค่าใช้จ่าย
เท่าไหร่เพค่ะ”
ซวนเทียนหมิงนับนิ้วของเฟิงหยูเองจนกระทั่งเขานับถึงห้า
“5,000,000 เหรียญ”
สมาชิกของตระกูลเฟิงทุกคนเริ่มเหงื่อออก แม้ว่าจะมีคนกิน
ยาที่ใช้เงินซื้อมา มันจะไม่แพงหรือ ?
ใจของคังยี่ก็สั่นอยู่พักหนึ่ง เมื่อเขาเรียกร้องมากมันเป็นการ
หลอกลวงอย่างแน่นอน แต่แม้ว่ามันจะเป็นการหลอกลวง
แล้วสิ่งที่พวกนางสามารถทำได้ล่ะ ? เห็นได้ชัดว่าเขา
พยายามหลอกลวงพวกนาง แต่นางจะทำอย่างไร นางได้แต่
ทนทุกข์ในความเงียบ ไม่สามารถพูดถึงความทุกข์ทรมานของ
นาง นางทำได้แค่กัดฟันแล้วพูดว่า “ข้ายอมรับการลงโทษเพ
คะ”
“อ่า” ซวนเทียนหมิงพยักหน้าเพิ่ม “5,000,000 เหรียญทอง”
สมาชิกของตระกูลเฟิงเซไปทั้งกลุ่ม