Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 352 เมื่อใดกันที่องค์หญิงแห่งมณฑลผู้นี้เคยรักษา
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 352 เมื่อใดกันที่องค์หญิงแห่งมณฑลผู้นี้เคยรักษา
คำพูดของนาง ?
เฟิงหยูเองพูดว่า “เป็นเขา” เกือบจะทำให้เหม่ยเซียงกลัวจน
ตาย นางจำได้อย่างชัดเจนว่าบุคคลนั้นพูดว่าส่วนที่แดงที่สุด
ของหยกนั้นถูกแกะสลัก และเขาก็แกะสลักเอง ในโลกนี้มี
เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
เป็นไปได้ไหมว่า… ที่นางรู้จัก ?
“ทำเพื่อซวนเทียนเย่ ? มันคุ้มค่าหรือไม่ ? ” เมื่อชื่อนี้ออกมา
เฟิงหยูเองจ้องมองตรงไปที่ดวงตาของเหม่ยเซียง ราวกับว่า
ดวงตาของนางสามารถมองทะลุสิ่งต่าง ๆ ในขณะที่นาง
สามารถมองผ่านความคิดของเหม่ยเซียง
นางรู้ว่านางเดาถูกต้อง !
เหมยเซียงส่ายหัวอย่างไม่รู้ตัว นางไม่กล้าเชื่อสิ่งนี้ แม้
กระนั้นนางก็เข้าใจว่านางไม่สามารถซ่อนอะไรจากคุณหนูรอง
หรือองค์ชายสามแต่…
“ครอบครัวของข้าอยู่ในมือของเขา ถ้าข้าพูดอะไรไป พวกเขา
ทุกคนจะต้องตาย” เหม่ยเซียงไม่สามารถคุกเข่าอีกต่อไป
ดังนั้นนางจึงนั่งลงบนพื้นดิน “คุณหนูรอง บ่าวผู้นี้เป็นคน
วางยาเปลี่ยนวิญญาณเอง เพียงแค่ฆ่าบ่าวรับใช้ผู้นี้ ! ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า “เจ้ารู้หรือไม่ว่ายาเปลี่ยนวิญญาณมี
ผลกระทบต่อผู้คนอย่างไร ? ”
เหม่ยเซียงไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่ามันจะ
ทำให้เกิดการติดยา แต่จะไม่ทำให้ชีวิตของใครตกอยู่ในความ
เสี่ยง พวกเขาจะต้องการกินมันทุกวัน มันปกติดีตราบใดที่
นางกินมัน ? ”
หัวใจของเฟิงหยูเองสั่นคลอนด้วยความโกรธ ทันใดนั้นนางก็
ออกจากที่นั่งแล้วรีบไปข้างหน้า หยุดอยู่ตรงหน้าเหม่ยเซียง
นางดึงแส้ของนางออกมาแล้วเฆี่ยนเหม่ยเซยง 2 ครั้ง !
เหม่ยเซียงกรีดร้องและล้มลงบนพื้น ขณะที่แผลสองแผล
ปรากฎบนร่างกายของนาง เสื้อกันหนาวหนาฉีกขาด
เช่นเดียวกับผิวของนาง เห็นได้ชัดว่าความแข็งแรงของเฟิง
หยูเองนั้นมากแค่ไหนในการเฆี่ยน เพราะนางเกือบจะหมด
สติไปจากความเจ็บปวด
“มันจะปกติดีตราบใดที่นางกินมัน ? ” เฟิงหยูเองเตะนางไป
ไกลแล้วพูดเสียงดัง “ถ้าเจ้าบอกว่าเมื่อใครติดยาและหยุด
ทานยา พวกเขาจะเสียสติ ? ถ้าข้าบอกเจ้าว่าเมื่อใครติดยา
และหยุดทานยา พวกเขาจะเริ่มทำร้ายผู้คนและทำลายสิ่ง
ต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรถ้าข้าบอกเจ้าว่าเมื่อคนหนึ่งติดตาและ
หยุดทานยา เส้นเลือดอาจจะแตกทำให้พวกเขาต้องตาย”
เหม่ยเซียงตกตะลึงและพูดอย่างไม่รู้ตัว “ไม่ เป็นไปไม่ได้”
เฟิงหยูเองทำร้ายนางอีกครั้ง คราวนี้นางพันแส้รอบคอของ
เหม่ยเซียงแล้วลากนางไปที่ห้อง เหม่ยเซียงถูกลากลงบนพื้น
ราวกับสุนัขที่เกือบตาย นางดิ้นรนแต่เฟิงหยูเองจะปล่อยนาง
ไปได้อย่างไร เหม่ยเซียงลากนางไปจนถึงข้างเตียงเหยาซื่อ
เหม่ยเซียงเห็นเหยาซื่อนอนอยู่ที่นั่นทันที ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
นางผอมมาก นางดูเหมือนกระดาษแผ่นหนึ่ง นางถูกคลุม
ด้วยผ้าห่ม แต่บาดแผลที่คอและใบหน้าของนางยังคง
มองเห็นได้ชัดเจน ในห้องนั้นทุกอย่างถูกคลุมด้วยผ้านุ่ม ใน
ห้องไม่มีโต๊ะและไม่มีแม้แต่แจกัน
วังซวนติดตามพวกเขา และบอกนางว่า “คุณหนูรองใช้
ยาสลบเพื่อให้ท่านฮูหยินหลับ แต่ทันทีที่นางตื่นขึ้นมา นางจะ
บ้าคลั่งและเริ่มทำร้ายตัวเองทันที” ในขณะที่พูดสิ่งนี้นางใช้
เวลาไม่กี่ก้าว ก้าวไปข้างหน้า และยกผ้าห่มเผยให้เห็นมือ
ของเหยาซื่อ เหม่ยเซียงมองและเห็นว่ามือถูกห่อด้วย
ผ้า “เจ้าเห็นสิ่งนี้ไหม หากมือของนางไม่ถูกมัด ท่านฮูหยินก็
จะทำร้ายตัวเองจนตายได้”
หวงซวนเดินไปข้างหน้าและบีบคอของเหม่ยเซียง “นี่เป็นผล
ของยาเปลี่ยนวิญญาณ นี่คือยาเปลี่ยนวิญญาณที่เจ้าพูดว่า
ไม่มีผลอะไร เหม่ยเซียง เจ้าสมควรตาย ! ”
เหม่ยเซียงสับสนและหายใจไม่ออก ดวงตาของนางโป่ง
ออกมาขณะที่นางกำลังไขว่คว้าหาอากาศหายใจ แต่วังซวน
หยุดหวงซวน “นางยังตายไม่ได้ เราต้องใช้นางอยู่”
เฟิงหยูเองพูดจาอย่างเฉยเมย “ทุบตีนางจนตายมันง่าย
เกินไป” หลังจากพูดแบบนี้นางก็ดึงคอเหม่ยเซียงลากกลับไป
ที่สนาม
เหม่ยเซียงรู้สึกเหมือนคอของนางหักและนางจะตาย ไม่ว่า
นางจะพยายามเพียงใดนางก็หายใจไม่ออก ดูเหมือนกับว่าหัว
ของนางกำลังถูกบีบ มันทั้งอึดอัดและเจ็บปวด
ในที่สุดแรงบีบคอของนางก็ผ่อนคลายลงเนื่องจากเฟิงหยูเอง
ดึงแส้ของนางกลับไป จากนั้นนางก็อ้าปากค้างเพื่อสูดอากาศ
แต่ความกลัวและความสยองขวัญที่เติมเต็มหัวใจของนางนั้น
ลึกซึ้งยิ่งขึ้น !
ไม่ถูกต้อง ! องค์ชายสามกล่าวว่ายาเปลี่ยนวิญญาณจะไม่
เป็นอันตรายต่อชีวิตของใคร ยิ่งกว่านั้นนางใส่เพียงเล็กน้อย
ในแต่ละวัน เหยาซื่อจะกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เป็นไปได้
หรือไม่ว่า… นางถูกหลอก ?
“คุณหนูรอง ! ” ในที่สุดก็สามารถพูดได้ เหม่ยเซียงรีบคลาน
ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว “คุณหนูรอง บ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่รู้ว่าสิ่ง
นี้จะเกิดขึ้น เขา… เขาบอกข้าว่ามันจะไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต
ของคนที่กิน ! บ่าวใช้คนนี้ไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ! ”
เหม่ยเซียงเริ่มร้องไห้อย่างขมขื่น
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองก็บอกนางว่า “ไม่ต้องรีบร้อนที่จะ
ร้องไห้ ดูสิ่งนี้ก่อน หลังจากที่เจ้าเห็นมัน เจ้าจะต้องร้องไห้
อย่างแท้จริง” หลังจากพูดอย่างนี้นางปรบมือของนาง และมี
ยามสองสามคนนำเปลหาม 4 อันมาวางไว้หน้าเหม่ยเซียง
ตอนแรกเหม่ยเซียงก็ตกใจ จากนั้นนางหันไปมองที่เปลหาม
ทั้งสี่
มีคน 4 คนนอนอยู่ในเปลหาม ที่เปลหามนี้มีผู้ชาย 1 คน
ผู้หญิง 1 คน และเด็กชาย 2 คนอายุประมาณ 6-7 ขวบ
พวกเขาถูกขุดขึ้นมาจากหลุมฝังศพ และร่างกายของพวกเขา
เริ่มเน่าเปื่อยแล้ว เสื้อผ้าของพวกเขายังไม่เริ่มเน่าและ
ลักษณะใบหน้าของพวกเขายังคงโดดเด่น
เมื่อเห็นสี่คนนี้ เหม่ยเซียงก็ตกใจ นางยืนตัวแข็งทื่อ เบิกตา
กว้างมองในที่เกิดเหตุราวกับว่านางได้เห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดใน
โลก หลังจากนั้นไม่นานนางก็มีปฏิกริยาตอบโต้ในที่สุด นาง
วิ่งไปหาศพและเริ่มร้องไห้
การร้องไห้ครั้งนี้กินเวลานานและทำให้หวงซวนรู้สึกรำคาญ
เล็กน้อย ทันใดนั้นเหม่ยเซียงยกศีรษะของนางขึ้นมาจากศพ
แล้วจ้องมองที่เฟิงหยูเอง นางกล่าวว่า “คุณหนูรอง ทำไมมี
จิตใจที่โหดร้ายเช่นนี้ ? พ่อ แม่ และน้องชายของข้าไม่ได้ทำ
ร้ายใคร ทำไมคุณหนูถึงฆ่าพวกเขา ? ”
เฟิงหยูเองโกรธมากจนนางหัวเราะ นางส่ายหัวและพูดว่า
“เจ้าช่างโง่เขลาเสียจริง เจ้าไม่รู้ถึงผลกระทบของยาเปลี่ยน
วิญญาณ และเจ้าไม่สามารถบอกเสียด้วยน้ำว่าพวกเขาตาย
ไปนานแค่ไหนแล้ว ด้วยสติปัญญาของเจ้า เจ้าต้องการจะทำ
ร้ายคนอื่น ? มันสมควรแล้วที่ครอบครัวของเจ้าถูกฆ่า”
วังซวนบอกนางอย่างเย็นชา “ดูให้ดี พวกเขาถูกขุดขึ้นมาจาก
หลุมโดยคนของเรา ทำไมพวกมันถึงถูกขุด พวกมันถูกห่อหุ้ม
ด้วยผ้าใบกันน้ำ ไม่มีแม้แต่หีบศพ พวกเขาเริ่มเน่าแล้ว ใน
ฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตายมานานกว่า
หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้คุณหนูของเราไม่รู้ว่ามารดา
ถูกวางยา ทำไมคุณหนูถึงต้องฆ่าครอบครัวของเจ้า ? ”
เหม่ยเซียงรู้สึกงุนงงเมื่อได้ยินสิ่งนี้ นางรู้สึกว่าวังซวนพูด
ถูกต้อง เมื่อมองศพของพวกเขา พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนพึ่ง
เสียชีวิต
แต่นางไม่เข้าใจ ถ้าไม่ใช่เฟิงหยูเอง แล้วใครล่ะ… นางตกใจ
ทันที ทันใดนั้นชื่อ และภาพลักษณ์ของบุคคลนั้นก็ทำให้นางรู้
จากช่วงเวลาที่พวกเขาพบกันในภายหลัง ภาพของพวกเขา
ทุกคนปรากฎขึ้นตรงหน้านาง
เหม่ยเซียงหายใจลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ นางแทบจะไม่เชื่อ
ความจริงนี้ แต่ผู้คุ้มกันลับที่ปรากฏตัวที่ด้านข้างของเฟิงหยู
เอง ผู้คุ้มกันลับนั้นบอกนางว่า “เราพบศพเมื่อติดตามคนผู้
หนึ่งจากตำหนักเซียง”
เหม่ยเซียงทรุดกายลงทันที !
เฟิงหยูเองโบกมือและให้คนเอาศพไป จากนั้นนางก็พูดกับ
เหม่ยเซียง “ข้าสามารถซื้อโลงศพให้ 4 ใบ ตราบใดที่เจ้า
มอบหลักฐาน ข้าจะฝังพวกเขาเพื่อเจ้า สำหรับตัวเจ้าเอง
เจ้าสามารถชดใช้ความผิดของเจ้า และข้าจะไว้ชีวิตของเจ้า”
เมื่อเหม่ยเซียงสิ้นหวัง นางก็ได้ยินอย่างนี้ ชั่วครู่หนึ่งนางไม่
อยากจะเชื่อเลย นางจ้องมองเฟิงหยูเองอย่างว่างเปล่า นาง
ไม่สามารถพูดอะไรได้เลย
หวงซวนโกรธและดุนาง “เจ้าเป็นคนโง่งมไปแล้วหรือ ?
คุณหนูรองบอกว่าจะช่วยเจ้าฝังครอบครัวของเจ้า และ
คุณหนูจะให้อภัยเจ้าตราบใดที่เจ้าอธิบายสถานการณ์อย่าง
ชัดเจน ! มันคืออะไร เจ้าไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่หรือ แล้ว
เจ้าต้องการให้พ่อ แม่ของเจ้าเป็นศพไร้ที่ฝังเช่นนี้ ? ”
เหม่ยเซียงสั่นและตอบโต้ทันที นางส่ายหัวอย่างรวดเร็ว นาง
โขกศีรษะคำนับเฟิงหยูเองไม่หยุด
“พอแล้ว หยุดโขกศีรษะได้แล้ว ! ” หวงซวนรู้สึกว่าพวกเขา
ปล่อยผู้หญิงคนนี้ออกไปได้ง่ายเกินไป ท่านฮูหยินได้รับ
อันตราย เป็นเรื่องใหญ่ขนาดไหน หากคุณหนูรองยกโทษนาง
จริง ๆ ก็คงไม่ใช่คุณหนูรองแล้ว
เหม่ยเซียงเริ่มเกลียดคนที่นางทำงานให้ นางกัดฟัน นาง
อธิบายสถานการณ์
นางกล่าวว่า “องค์ชายสามคือคนที่บอกให้ข้าทำทุกอย่าง ทุก
เดือนข้าจะนำเงินที่ข้าได้รับส่งให้ครอบครัวของข้า เมื่อ
ประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา เมื่อข้าออกจากบ้านของข้า ข้า
ถูกรถม้าชน มันเป็นรถขององค์ชายสาม แต่ในเวลานั้นข้าไม่รู้
ว่าเขาเป็นองค์ชายสาม ! หลังจากนั้นเขาก็มักจะส่งคนมา
มอบสิ่งของให้ข้า ทุกครั้งที่ข้าออกจากคฤหาสน์ ข้าวิ่งเข้าไป
พระองค์และพระองค์จะแสดงความเป็นห่วงข้า หลังจากที่ข้า
เริ่มรู้สึกบางอย่าง พระองค์ก็เปิดเผยตัวตน หลังจากนั้นด้วย
เหตุผลบางอย่าง พระองค์ถามเกี่ยวกับขนมอบที่อนุอันทำ
และส่งไปยังเรือนตงเซิงเพื่อให้ท่านฮูหยินเหยาทาน จากนั้น
พระองค์ต้องการให้ข้าแอบเอายาเปลี่ยนวิญญาณใส่เข้าไปใน
ขนมอบ ในตอนแรกข้าไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามพระองค์
สัญญาว่าหลังจากที่ข้าทำเรื่องนี้สำเร็จ ข้าสามารถออกจาก
ตระกูลเฟิง และพระองค์จะพาข้าเข้าไปในตำหนัก แม้ว่าจะ
เป็นกรณีนี้ข้าก็ไม่เห็นด้วย แต่พระองค์ก็มอบเรือนให้ท่านพ่อ
ของข้าพร้อมกับบ่าวรับใช้ ส่งอาจารย์มาสอนน้องชายของข้า
ท่านพ่อ ท่านแม่ของข้าคิดว่าพระองค์เป็นคนดี และบอกให้
ข้าปฏิบัติต่อพระองค์อย่างดี เมื่อข้าคิดถึงสิ่งนี้ดูเหมือนว่า
พระองค์จะควบคุมชีวิตครอบครัวของข้า อย่างไรก็ตามข้า
ยังคงหวังว่าพระองค์จะดูแลครอบครัวของข้าให้ดี เพราะ
พระองค์ชอบข้า… คุณหนูรอง บ่าวรับใช้ผู้นี้ตระหนักถึงความ
ผิดพลาดของตัวเอง ทุกอย่างเป็นเรื่องหลอกลวงและข้าก็
เป็นคนโง่ ไม่เพียงแต่ทำร้ายท่านฮูหยินเหยา ข้ายังทำให้
ครอบครัวของข้าตาย ในวันที่คฤหาสน์ไม่มีผลไม้ ไม่สามารถ
ทำขนมอบ ข้าได้ยินมาว่าท่านฮูหยินเหยากรีดร้องอยากกิน
ขนมอบตั้งแต่เมื่อคืนก่อนจนถึงเช้า ดังนั้นข้ารู้ว่ายาเปลี่ยน
วิญญาณมีผลแน่นอน ข้าหนีเพราะข้ากลัว พระองค์บอกว่า
พระองค์จะส่งคนมารับข้า แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าพระองค์จะ
ส่งคนมาฆ่าข้า… ”
ในที่สุดเรื่องราวของเหม่ยเซียงก็สิ้นสุดลง และความจริงที่อยู่
เบื้องหลังการวางยาพิษของเหยาซื่อถูกเปิดเผย ไม่มีใคร
สามารถจินตนาการได้ว่ามีการใช้เปลี่ยนวิญญาณมานานแล้ว
ในขณะที่ทุกคนเดือดร้อนอย่างมาก
เฟิงหยูเองเดือดร้อนเป็นพิเศษ นางเป็นแพทย์และนาง
สังเกตการเคลื่อนไหวทุกอย่างในคฤหาสน์อย่างระมัดระวัง
อย่างไรก็ตามนางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนทำเช่นนี้ภายใต้จมูก
ของนาง
นางหลับตาลงเล็กน้อยเนื่องจากความโกรธพุ่งเข้าใส่นาง
นางกำลังคิด ถ้านางฆ่าซวนเทียนเย่แล้วจะมีผลอย่างไร ?
ฮ่องเต้ไม่ชอบบุตรชายของตัวเอง แต่ถ้าใครแตะต้องเขา
แม้ว่ามันจะเป็นนางก็อาจจะถูกประหารได้ ?
แต่ถ้านางไม่ฆ่าเขา… นางจะสงบได้อย่างไร ?
เหม่ยเซียงยังคงคุกเข่าอยู่กลางลานมองไปที่เฟิงหยูเองด้วย
สายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ในตอนแรกใบหน้าของ
นางเต็มไปด้วยความกลัว แต่ตอนนี้มันแสดงความหวัง
“คุณหนูรอง…” เมื่อเห็นเฟิงหยูเองไม่พูดนาน นางลองเรียก
อย่างไรก็ตามนางเห็นเฟิงหยูเองหลับตา
เฟิงหยูเองยืนขึ้นและเดินไปที่เหม่ยเซียง หยุดอยุ่ตรงหน้า
เหม่ยเซียง จากนั้นนางก้มลงมองด้วยสายตาเย็นชา หลังจาก
นั้นไม่นานนางก็พูดว่า “มัดนางไว้ เรากำลังจะไปที่คฤหาสน์
เฟิง บ่าวรับใช้ของคฤหาสน์เฟิงแม้ว่านางจะตาย นางก็ไม่
สามารถตายในเรือนของเราได้”
เหม่ยเซียงตกตะลึงอย่างยิ่ง ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่
เชื่อ นางมองไปที่เฟิงหยูเองและถามด้วยความกลัว “คุณหนู
รองไม่ได้บอกว่า… คุณหนูไว้ชีวิตของข้า”
“ไว้ชีวิตหรือ…? ” เฟิงหยูเองเยาะเย้ย เอนตัวไปเล็กน้อย
นางจ้องมองตาเหม่ยเซียงและพูดทีละคำ “เมื่อใดกันที่องค์
หญิงแห่งมณฑลผู้นี้เป็นคนรักษาคำพูด ? ”