Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 361 ท่านพ่อ ท่านไม่สามารถเอาชนะข้าได้ด้วยการ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 361 ท่านพ่อ ท่านไม่สามารถเอาชนะข้าได้ด้วยการ
เล่นสกปรกแบบนี้
เมื่อได้ยินความคิดของคังอี้ เฟิงจินหยวนก็เงยหน้าขึ้น และ
พูดอย่างรวดเร็วว่า “อะไร พูดมาเร็ว ! ”
คังอี้กล่าวว่า “จะเป็นการดีกว่าหากเราชิงลงมือทำ
บางอย่าง เนื่องจากสิ่งต่าง ๆ เป็นเช่นนี้ เราจึงไม่สามารถ
หลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้ จะเป็นการดีกว่าถ้าสามีใช้ความคิดริเริ่ม
และไปทูลขออภัยโทษจากองค์ฮ่องเต้ บางทีสถานการณ์จะไม่
แย่กว่านี้เจ้าค่ะ”
มีความคิดริเริ่มที่จะขออภัยโทษงั้นหรือ ?
คนในตระกูลเฟิงต่างตกใจ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่แน่ใจและถามว่า
“สถานการณ์จะเปลี่ยนไปจริง ๆ หรือ ? ”
คังอี้ตอบด้วยคำถามของนาง “ถ้าไม่ทำแบบนี้ มีทางเลือกอื่น
อีกไหมเจ้าค่ะ? เป็นไปได้ไหมที่เราจะต้องทำอย่างที่คุณหนูสี่
พูด”
อันชินั้นเห็นด้วยกับสิ่งที่คังอี้พูด ดังนั้นนางยังกล่าวอีกว่า “ใน
โลกนี้เราจะหนีไปที่ไหนได้เจ้าคะ ? แทนที่จะรออยู่พระราช
โองการอยู่ที่บ้าน มันจะเป็นการดีกว่าถ้าสามีเข้าไปทูลขอ
อภัยโทษก่อน”
ฮูหยินผู้เฒ่าเกลียดการฟังอันชิพูดมากที่สุด นางอดไม่ได้ที่จะ
พูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “หุบปาก ! ตัวเจ้าและบุตรสาวของ
เจ้าไม่สามารถดูแลบ่าวรับใช้ได้ นางอยู่กับองค์ชายสามมา
นานแล้ว แต่เจ้าก็ไม่สังเกตอะไรเลย เจ้ายังส่งขนมอบไปให้
เหยาซื่อกิน เจ้าสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ ! เจ้ารอดู ถ้าอาเอง
กลับมา นางจะมาทวงหนี้แค้นกับเจ้าอย่างแน่นอน ! ”
อันชิได้เตรียมใจไว้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงได้ยินนางพูดโต้ตอบ
ว่า “ไม่ว่าอย่างไร อนุผู้นี้ก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้ เมื่อเวลานั้นมาถึง
ข้าจะรอการตัดสินของคุณหนูรอง นั้นคือทั้งหมด แม้ว่านาง
จะต้องการชีวิตของอนุ อนุผู้นี้ก็ไม่ขอตำหนิใด ๆ เจ้าค่ะ”
“หืมม ! ” เฟิงเฟินไดตะโกนอย่างเย็นชา “เจ้าทำเรื่องนี้
จริง ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ เจ้าทำขนมแล้วส่งขนมให้กับผู้หญิงที่
หย่าร้าง ? เหยาซื่อทำให้ท่านพ่อต้องประสบกับความอัปยศ
อดสู ดังนั้นเราจึงควรมองนางเป็นศัตรู แม่รองอัน เจ้ามีหัวใจ
แบบไหน ? ”
คำพูดของเฟิงเฟินไดแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของฮูหยินผู้
เฒ่า เฟิงจินหยวนก็รู้สึกแบบนี้อยู่พักหนึ่งไม่มีใครพูดในห้อง
อันชิไม่ได้ป้องกันตัวเอง ท้ายที่สุดนางรู้ว่าตระกูลเฟิงจะไม่
ยอมปล่อยนางไปอย่างง่ายดายสำหรับสถานการณ์นี้
ในเวลานี้เฟิงเซียงหรูผู้ซึ่งเงียบตลอดเวลาถามทันทีว่า “ทำไม
พี่รองถึงยังไม่กลับมา ? พี่รองหายไปไหน ? ”
เฟิงจินหยวนตื่นตกใจ จากนั้นเขาก็จำได้ว่าเฟิงหยูเองอยู่กับ
องค์ชายเจ็ดเมื่อเขาจากไป ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า “นางคงอยู่
ที่ตำหนักชุน”
หลังจากพูดอย่างนี้ ผู้ที่ถูกส่งไปรายงานที่พระราชวังกลับมา
และเข้ามาในห้องโถงอย่างรวดเร็ว พูดกับเฟิงจินหยวนว่า
“ท่านใต้เท้า มีข่าวจากคุณหนูรองขอรับ”
“โอ้? ” ทุกคนถามพร้อมกัน “คุณหนูรองเป็นอย่างไรบ้าง? ”
คนที่เข้ามาตอบ “คุณหนูรองเข้าไปในพระราชวัง ตอนนี้นาง
กำลังคุกเข่าอยู่ที่หน้าห้องโถงสวรรค์ แต่องค์ฮ่องเต้ก็ยังไม่ได้
พบนางขอรับ”
ทุกคนในคฤหาสน์เฟิงตกใจ คังอี้เป็นคนแรกที่ตอบโต้ นาง
บีบแขนเฟิงจินหยวน “แม้แต่อาเองก็สามารถคิดแบบนี้ได้
ดังนั้นสามีจะลังเลอยู่ทำไม ? ไปเร็ว ๆ ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าก็รีบเตือนเขาด้วย “คังอี้พูดถูก ไปเร็ว และ
ยอมรับความผิดพลาดของเจ้าต่อองค์ฮ่องเต้ ! ”
เฟิงจินหยวนพยักหน้า เขานำผู้รายงานและมุ่งหน้าไปยัง
ทางเข้าของคฤหาสน์โดยไม่พูดอะไรอีก
ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่นาง
ถามคังอี้ “เจ้าคิดว่านี่จะช่วยได้หรือไม่ ? ”
คังอี้ไม่รู้สึกมั่นใจอีกต่อไปเพราะนางเข้าใจส่วนที่สำคัญที่สุด
ของสิ่งที่ผู้รายงานเพิ่งพูดไป: ‘ฮ่องเต้ยังไม่ได้พบนาง’
ต้องบอกว่านางไม่ค่อยชัดเจนกับจุดยืนของเฟิงหยูเองใน
ราชวงศ์ต้าชุนเมื่อนางมาถึงครั้งแรก อย่างไรก็ตามตอนนี้นาง
เข้าใจแล้วแปดถึงเก้าส่วน คนผู้เดียวที่รู้วิธีการหลอมเหล็ก
กำลังคุกเข่าอยู่หน้าห้องโถงสวรรค์ แต่ฮ่องเต้ปฏิเสธที่จะพบ
นาง ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะทรงพิโรธเรื่องการต่อสู้ระหว่างเฟิง
หยูเองกับองค์ชายสามอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นคังอี้ขมวดคิ้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็เต็มไปด้วยความไม่
แน่นอน นางอดไม่ได้ที่จะหันไปมองพี่น้องเฉิง
จุนม่านเข้าใจความหมายของฮูหยินผู้เฒ่าและกล่าวว่า “อนุผู้
นี้ได้ส่งคนเข้าพระราชวังเพื่อพบท่านป้า การเคลื่อนไหวของ
พวกเขาช้ากว่าผู้รายงานเล็กน้อย ดังนั้นท่านแม่อย่าคิดมาก
เลยเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าจุนม่านส่งคนไปหาฮองเฮาแล้ว ในที่สุดฮูหยินผู้
เฒ่าก็สงบลงเล็กน้อย นางครุ่นคิดอีกเล็กน้อยก่อนสั่งบ่าวรับ
ใช้ว่า “ไปที่วัด และปล่อยคุณหนูใหญ่ออกมา ! เมื่อเกิด
เหตุการณ์นี้ขึ้นในครอบครัวก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่อง
เล็กน้อยนี้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้เฟิงเฟินไดต้องการระเบิดด้วยความโกรธ หลี่
หลู่บ่าวรับใช้ส่วนตัวของนางจับข้อมือแล้วส่ายหัวเล็กน้อย
พยายามบอกให้นางสงบลง อย่างไรก็ตามเฟิงเฟินไดจะทำ
ตามที่นางแนะนำได้อย่างไร ? นางไม่สนใจคำเตือนของหลี่
หลู่นางกล่าวว่า “ท่านย่า หลานคิดว่าหลานควรพาแม่รองฮัน
หนีไป ! อีกด้านหนึ่งพี่รองทำให้ผู้คนจำนวนมากขุ่นเคือง
และตอนนี้ท่านย่าก็ปล่อยพี่ใหญ่ออกมา จะเป็นอย่างไรถ้า
นางพยายามทำบางอย่างเพื่อทำร้ายแม่รองฮัน ? ”
ฮูหยินผู้เฒ่าตะโกนด่าเฟิงเฟินได “หนี ! เจ้าจะหนีไปไหน
เด็กที่อยู่ในท้องของฮันชินั้นเป็นบุตรของตระกูลเฟิง ถ้านาง
ต้องตาย นางจะตายในคฤหาสน์เฟิง ! ”
คังอี้ยังกล่าวอีกว่า “คุณหนูสี่ต้องคิดอย่างรอบคอบ ถ้าเจ้า
ต้องการไปตอนนี้มันดูง่าย แต่ถ้าเจ้าต้องการกลับมาใน
ภายหลังนั่นจะเป็นเรื่องยาก”
“เจ้าหมายความเช่นไร ? ” เฟิงเฟินไดจ้องที่คังอี้ “เจ้าขู่ข้า
หรือ ? ”
คังอี้ส่ายหัว “ข้าไม่ได้ขู่เจ้า ข้าแค่หวังว่าคุณหนูสี่มีใจที่จะ
แบ่งปันภาระของครอบครัวเฟิงในช่วงเวลาที่ลำบาก และ
เฉลิมฉลองในช่วงเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรือง เจ้ายังคงเป็น
บุตรสาวของตระกูลเฟิงแม้ว่าเจ้าจะวิ่งหนีไปไหนก็ตาม”
เฟิงเฟินไดพูดไม่ออก นางจ้องที่คังอี้เป็นเวลานานก่อนที่จะ
พูดอย่างไม่เต็มใจว่า “เช่นนั้นเราจะไม่หนีไปไหน แต่เมื่อถึง
เวลาที่ตระกูลเฟิงเหลืออยู่โดยไม่มีทายาท อย่าเสียใจก็แล้ว
กัน ! ”
เมื่อเฟิงจินหยวนถึงพระราชวัง ท้องฟ้าก็มืดแล้ว แต่ประตู
ของพระราชวังไม่ได้ปิด เมื่อเห็นเขามาถึง ขันทีก็รีบไต่สวน
และกล่าวทันทีว่า “ขันทีจางกล่าวว่าเสนาบดีเฟิงจะมาคืนนี้
แน่นอน ดังนั้นเขาจึงให้บ่าวรับใช้คนนี้มารอรับท่านใต้เท้า
ใครจะรู้ว่าเสนาบดีเฟิงจะมาจริง ๆ”
เฟิงจินหยวนตัวสั่น “ขันทีจางรู้ว่าเสนาบดีผู้นี้จะมา ? เมื่อ
พูดเช่นนี้องค์ฮ่องเต้ก็ทรงทราบเช่นกันหรือ ?”
“โอ้ ! ” ขันทีกล่าวว่า “บ่าวรับใช้คนนี้ไม่กล้าพูดสิ่งนี้ ขันที
จางให้บ่าวรับใช้คนนี้รอท่านใต้เท้าที่นี่ ส่วนพระองค์ทราบ
หรือไม่นั้นบ่าวรับใช้ต่ำต้อยคนนี้ไม่กล้าพูด ท่านใต้เท้าเฟิง
โปรดเข้าไปเถิด” พูดอย่างนี้เขาผายมือให้เขาเข้ามาขณะที่
พาเฟิงจินหยวนเข้ามาในพระราชวัง
เมื่อเฟิงจินหยวนเข้ามาในพระราชวัง เขาก็หันหลังกลับและ
เห็นขันทีปิดประตู และล็อคมัน เขาตกใจเพราะเขารู้ว่าเขา
น่าจะไม่สามารถกลับบ้านได้ในคืนนี้
นอกพระราชวัง คนที่มาจากคฤหาสน์เฟิงกลับไปรายงาน
สถานการณ์ทันที ในด้านของเฟิงจินหยวน ในขณะที่หัวหน้า
ขันทีนำเขามาถึงจตุรัสที่หน้าห้องโถงสวรรค์
เขาเห็นเฟิงหยูเองคุกเข่าอยู่ที่นั้นนานหลายชั่วยามแล้ว แต่
นางก็ไม่รู้สึกเหนื่อย นางยังคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ใครจะรู้ว่านาง
กำลังคิดอะไรอยู่
เมื่อก้าวต่อไปอีกสองก้าว ในที่สุดเขาก็เห็นท่าทางของเฟิงหยู
เอง เฟิงจินหยวนยิ่งงงมากขึ้น
ผู้หญิงคนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ? นางท่องคัมภีร์หรือไม่ ?
เขาเห็นเฟิงหยูเองหลับตาและริมฝีปากขยับเล็กน้อย ดู
เหมือนว่านางจะอ่านอะไรบางอย่าง แต่นางไม่ได้ส่งเสียง
ออกมา ใบหน้าของนางยังคงปกติ นางไม่ได้ดูราวกับว่านาง
ถูกลงโทษด้วยการคุกเข่า อย่างไรก็ตามนางก็คุกเข่าในขณะที่
ขันทีกล่าวว่า “องค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันมาถึงตอนบ่ายและ
คุกเข่าอยู่ที่นี่ตลอดเวลา ท่านเสนาบดีเฟิง…”
“เสนาบดีผู้นี้มาที่นี่เพื่อคุกเข่า” เฟิงจินหยวนจะพูดอะไรอีก
สะบัดเสื้อคลุมของเขาแล้วคุกเข่าลงที่ด้านข้างของเฟิงหยู
เอง
ขันทีมองเขาแล้วไม่พูดอะไรอีกเลย หันกลับมาเขาจากไป
เฟิงหยูเองที่ลืมตาของนางแล้วมองไปที่เขาถาม “ท่านพ่อเพิ่ง
มาถึงหรือ ? ข้าคิดว่าท่านพ่อจะมาเร็วกว่านี้ ! ท่านพ่อไม่ได้
คิดมากในเรื่องนี้”
“เจ้า” เฟิงจินหยวนโกรธมาก เขาต้องการดุนางจริง ๆ แต่นี่
คือพระราชวังของฮ่องเต้ เขาจะพูดได้ตามที่เขาพอใจไม่ได้
เขาสามารถถือมันไว้ในใจของเขา และกัดฟันพูดเบา ๆ ว่า
“เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะเจ้าไม่ใช่หรือ ! ”
“ข้าหรือ ? ” ดวงตาของเฟิงหยูเองเปิดเผยความโกรธ “ท่าน
พ่อพูดอะไร ? ข้าได้ยินไม่ชัด พูดอีกครั้ง”
“ข้าบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเจ้า ! ” เฟิงจินหยวน
ยังคงมีความปรารถนาที่จะตีบุตรสาวคนนี้จนตาย
แต่เฟิงหยูเองไม่คิดว่ามันเป็นเพราะเรื่องนี้ !
นางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับเฟิงจินหยวนทีละคำ “ฟังนะ
ซวนเทียนเย่ทำร้ายท่านแม่ของข้า นี่เป็นการหนี้ที่ชำระคืน
บางส่วนเท่านั้น สำหรับทุกวันที่ซวนเทียนเย่ยังไม่ตาย หนี้นี้
จะไม่ถือว่าหมด นอกจากนี้การช่วยเหลือทรราชในการกระทำ
ของพวกเขาเป็นสิ่งที่ข้าจำได้ดี ใครเป็นคนที่จัดตั้งกลุ่มเพื่อ
ติดตามผลประโยชน์ของพวกเขา ใครคือผู้ที่ให้การสนับสนุน
อย่างลับ ๆ ใครคือคนที่ส่งเงินไปยังตำหนักเซียงครั้งแล้วครั้ง
เล่า และใครเป็นคนที่ช่วยลอบยิงธนู ช่วยคนต่างแคว้นเข้า
มาในอาณาจักร หนี้เหล่านี้ข้าจะรวบรวมพวกมันทั้งหมด อย่า
คิดว่าท่านพ่อสามารถหลอกบุตรสาวผู้นี้ได้เพียงเพราะข้ายัง
เด็ก ท่านพ่อ ถ้าเราเล่นสกปรก ท่านพ่อจะไม่สามารถ
เอาชนะข้าได้”
ขาของเฟิงจินหยวนสั่น ในขณะที่เขาสูญเสียความสมดุลและ
ล้มลง
อย่างไรก็ตามเฟิงหยูเองช่วยเขาทันเวลา “ในเมื่อท่านพ่อมา
ขออภัยโทษ การคุกเข่าอยู่ที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ ? ”
เฟิงจินหยวนรีบกลับมาคุกเข่าอย่างรวดเร็ว อากาศเย็นทำให้
หัวเข่าของเขาเจ็บปวด
“แค่คุกเข่า ! ” เฟิงหยูเองปล่อยให้ไปอย่างแผ่วเบา “ท่านพ่อ
ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะคุกเข่าที่นี่ในตอนกลางคืน โอ้ ไม่
ถูกต้อง พรุ่งนี้เช้าข้าสามารถกลับไปได้ แต่ก็ไม่แน่สำหรับ
ท่านพ่อ เป็นไปได้ว่าท่านพ่อจะต้องคุกเข่าต่อไป”
เฟิงจินหยวนรู้สึกงงงวย “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเจ้าจะได้กลับไป
ในเช้าวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน”
เฟิงหยูเองหัวเราะคิกคัก “เพราะพรุ่งนี้ซวนเทียนหมิงจะกลับ
มา ! เหอะ ท่านพ่อเป็นเวลากี่ปีแล้วที่ท่านพ่อไม่ได้คุกเข่า ?
มันน่าละอายใช่หรือไม่ หัวเข่าของท่านพ่อเจ็บใช่หรือไม่ ?
ทนนิดหน่อย ใครบอกให้ท่านพ่อทำบาปเช่นนี้ ? ”
คำพูดของนางพูดชัดเจน เฟิงจินหยวนโกรธกับข้อจำกัดของ
เขา แต่เขาไม่สามารถโต้แย้งได้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจ จากทุก
สิ่งที่เขาทำลงไป ทุกอย่างไม่สามารถปิดบังจากเฟิงหยูเองได้
สิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำโดยไม่ทิ้งร่องรอยก็ถูกค้นพบโดยนาง
เขายังพูดอะไรได้อีก เขาปฏิเสธได้หรือไม่ เขาไม่เชื่อว่าเฟิง
หยูเองจะเชื่อมัน
เฟิงจินหยวนหลับตาลงอย่างช้า ๆ และไม่ได้พูดกับเฟิงหยู
เองอีกต่อไป แต่ความคิดของเขาเหมือนทะเลที่มีคลื่นแรง นี่
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาคิดว่าจะกำจัดเฟิงหยูเอง แต่ในที่สุดเขาก็
แค่วางท่าและใช้ประโยชน์จากคนอื่น ในช่วงเวลาที่ตระกูล
เฉิน และเฉินหยูได้ลงมือทำ เขาก็แกล้งไม่รู้เพื่อหลีกเลี่ยง
การหยุดพวกเขา
แต่คราวนี้เฟิงจินหยวนต้องการที่จะลงมือด้วยตัวเองและ
กำจัดบุตรสาวคนนี้
เฟิงหยูเองไม่สามารถเก็บไว้ได้อีกต่อไป นี่คือความรู้สึกที่เต็ม
ไปด้วยภายในเขาครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้มันมาพร้อมความ
มุ่งมั่นมากขึ้น !
ในห้องโถงสวรรค์ เจ้าหน้าที่ทหารได้ออกจากพระราชวังมา
นาน มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ยังคงอยู่ในห้องโถงเพียงลำพัง
แม้ว่าเขาจะมีผ้าห่ม แต่เขาก็ไม่สนใจ
จางหยวนนำถ้วยชาขึ้นมาใหม่จากนั้นก็พูดอย่างเงียบ ๆ “ฝ่า
บาท ในที่สุดเสนาบดีเฟิงก็มาถึง เขาคุกเข่าข้างนอกกับองค์
หญิงแห่งมณฑลพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้กล่าวอย่างเงียบๆ “มาหลังจากท้องฟ้ามืดไปแล้ว เขา
จริงจังจริง ๆ”
จางหยวนติดตามสิ่งที่เขาพูด “เวลาที่เขามาช้าไปนั้นสามารถ
ชดเชยได้ในวันพรุ่งนี้ อย่าโกรธและทำร้ายพระวรกายของ
พระองค์เลยพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้วางพู่กันบนโต๊ะแล้วจิบชา จากนั้นเขามองไปทาง
ด้านข้างอย่างสุภาพ และถามจางหยวน “บอกคนทางฝ่าย
นั้น พวกเขาจะมาหรือไม่ ? ”