Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 374 ซวนเทียนหมิง, เพียงแค่รอดู
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 374 ซวนเทียนหมิง, เพียงแค่รอดู
เป่ยจื่อมองไปที่ช่างตีเหล็กชราด้วยความสับสน “ท่านทำ
เช่นนี้หมายความเช่นไร ? ”
ชายชราก้าวไปข้างหน้าและคุกเข่าต่อหน้าเฟิงหยูเองและ
ซวนเทียนหมิงพร้อมกล่าวว่า “ผู้เฒ่าคนนี้ใช้เวลาตลอดชีวิต
ในการทำงานเกี่ยวกับเหล็ก ทุกคนบอกว่าข้าเป็นช่างตีเหล็ก
ที่ดีที่สุดในเสี่ยวโจว อย่างไรก็ตามมีเพียงเหล็กในเหล็ก ความ
ปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าในชีวิตนี้คือการสามารถสร้าง
อาวุธที่แข็งแกร่งกว่าแร่เหล็ก แร่เหล็กของซงซุยนั้นไม่ใช่สิ่งที่
เราสามารถทำได้ แต่ตอนนี้ราชวงศ์ต้าชุนมีบางอย่างที่
เรียกว่าเหล็กกล้า แม้ว่าผู้เฒ่าคนนี้จะต้องตายไป ข้าหวังว่า
จะติดตามท่านแม่ทัพและองค์หญิงแห่งมณฑลเพื่อช่วยเหลือ
ราชวงศ์ต้าชุนของข้า แต่…” เขาหยุดครู่หนึ่ง และหันไปมอง
ลูกศิษย์ของเขา ความลังเลใจปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา
เฟิงหยูเองเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และถามว่า “ท่านกังวลเรื่อง
ใดหรือ” เมื่อนางพูดสิ่งนี้ นางหันไปถามเฉียนหลี่ “เมื่อเจ้าไป
หาช่างตีเหล็ก เจ้าพูดว่าอย่างไร”
เฉียนหลี่ยังสับสนอยู่เล็กน้อย “ข้าพูดว่าพวกเขาจะผลิตเหล็ก
ให้กับราชวงศ์ต้าชุน” คิดอีกหน่อย “โอ้ ข้าบอกไปแล้วว่าพวก
เขาจะจากบ้านมาเป็นเวลานาน ข้าบอกให้พวกเขาตั้งถิ่นฐาน
ที่บ้านเพราะพวกเขาจะไม่สามารถกลับไปเป็นเวลาครึ่งปี ใน
สถานการณ์กรณีที่เลวร้ายที่สุด มันจะเป็นเวลา 3-5 ปี
ก่อนที่พวกเขาจะได้กลับบ้าน ท่านแม่ทัพให้เงินแก่ครอบครัว
ช่างตีเหล็กมากพอที่จะมีชีวิตอยู่ได้ครึ่งปี หากพวกเขายังไม่
สามารถกลับไปได้หลังจากครึ่งปี เราก็จะให้มากกว่านี้ขอรับ”
เฟิงหยูเองพยักหน้ามองชายชรา “ท่านผู้เฒ่า เรื่องของการ
ผลิตเหล็กจะเป็นเหมือนเมื่อมนุษย์ค้นพบเหล็กเป็นครั้ง
แรก เป็นกระบวนการทดลองและมีข้อผิดพลาด แม้ว่าข้าจะ
มีวิธีแต่การที่พวกท่านหลอมมันเป็นเรื่องที่แตกต่างกันโดย
สิ้นเชิง นั่นคือเหตุผลที่รองแม่ทัพพูดถูก นี่เป็นงานที่ยากและ
ละเอียดมาก เป็นไปได้ว่าท่านจะไม่สามารถเห็นดวงอาทิตย์
เป็นเวลาหลายวัน หากท่านรู้สึกเสียใจมันก็ไม่สายเกินไป
แน่นอนถ้าท่านตัดสินใจที่จะอยู่และมีส่วนร่วมในการเขียน
ประวัติศาสตร์นี้ เราจะทำให้แน่ใจว่าครอบครัวของท่านจะ
สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกังวล นอกจากนี้ผลงานนี้จะ
ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์”
คำพูดของเฟิงหยูเองทำให้ทุกคนตื่นเต้นอีกครั้ง ก่อนอื่นพวก
เขาได้รับสัญญาว่าครอบครัวของพวกเขาจะสามารถอยู่ได้
โดยปราศจากความกังวล ประการที่สอง “การเขียน
ประวัติศาสตร์” ทำให้พวกเขากระตือรือร้น พวกเขาจะทำให้
ราชวงศ์ต้าชุนและแม้แต่โลกทั้งใบเข้าสู่การเริ่มต้นใหม่ นี่จะ
เป็นเรื่องที่รุ่งโรจน์สำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป !
ชายชราผู้ซึ่งยังคงคุกเข่าอยู่ให้กับซวนเทียนหมิงและเฟิงหยู
เอง แม้ว่าเขาจะหวั่นไหวไปด้วย แต่เขาก็ยังกังวล เขาจึงเอ่ย
ว่า “ผู้เฒ่าคนนี้เข้าใจดีว่าเมื่อเราตัดสินใจเข้าร่วมในเรื่องนี้
เพื่อปกป้องประเทศ หลังจากงานของเราเสร็จสิ้น เราจะต้อง
เก็บเป็นความลับ เช่นเดียวกับช่างฝีมือที่ทำงานเกี่ยวกับ
สุสานฮ่องเต้ เราไม่สามารถหนีจากความตายได้ ข้านี้ไม่กลัว
ที่จะตาย หากข้าสามารถหลอมเหล็กได้ในในชีวิตนี้ มันก็ถือ
ว่าคุ้มค่าแล้ว อย่างไรก็ตามหลานชายของข้ายังเด็ก หากเรา
จะต้องเก็บเป็นความลับจริง ๆ ข้าอยากให้ส่งเขากลับไปใน
ขณะที่เขายังไม่รู้อะไรเลยและใช้ชีวิตของเขาอย่างสงบสุขพะ
ยะค่ะ”
เมื่อเขาพูดอย่างนี้ช่างตีเหล็กคนอื่นก็พูดว่า “ใช่พะยะค่ะ !
เราไม่กลัวความตาย เราแค่ต้องการหลอมเหล็ก แต่ให้เด็ก
พวกนี้กลับไป ! ”
มีบางคนที่ตะโกนว่า “สหายเฒ่า ! ให้เราปฏิบัติต่อผู้อื่นใน
ฐานะเด็กฝึกงาน เราต้องประสบความสำเร็จในการหลอม
เหล็กให้กับราชวงศ์ต้าชุน ! ท่านคิดว่าดีหรือไม่ ? ”
ทุกคนตะโกนพร้อมกัน “ดี ! ”
ในขณะเดียวกันเฟิงหยูเองก็รู้สึกร้อนใจ อย่างไรก็ตามนาง
เริ่มคิดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาพูด นางหันมามองซวนเทียนหมิง
และถามอย่างเงียบ ๆ “ข้าได้ยินเกี่ยวกับกฎนี้ด้วยเช่นกัน
แต่…”
ซวนเทียนหมิงรู้ว่านางต้องการพูดอะไร ดังนั้นเขาจึงพูดเสียง
ดัง “นับตั้งแต่ฮ่องเต้รัชกาลที่ 4 ของราชวงศ์ต้าชุนของข้า
การก่อสร้างสุสานของฮ่องเต้ไม่ได้ทำอย่างลับ ๆ ไม่มี
ช่างฝีมือและคนงานที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้างสุสานของ
ฮ่องเต้ถูกฆ่า ถึงแม้ว่าการหลอมเหล็กในครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับ
การป้องกันอาณาจักร องค์ชายผู้นี้ไม่เคยมีความตั้งใจที่จะ
ฆ่าพวกเจ้าเพื่อปิดปาก”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกพูดออกไป เฟิงหยูเองเข้าใจใน
สถานการณ์ นางรู้สึกโล่งอกอย่างเงียบ ๆ การหลอมเหล็ก
เป็นสิ่งที่ดี แต่การใช้ชีวิตของคนเหล่านี้เป็นราคาเป็นสิ่งที่
นางทำไม่ได้
“ข้าเป็นหมอ” นางหันกลับไปแล้วส่งเสียงพูดกับช่างตีเหล็ก
ว่า “หลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องนี้ เหตุผลที่ฮ่องเต้
พระราชทานตำแหน่งองค์หญิงแห่งมณฑลจี่อันให้ข้าเพราะ
ข้ามีทักษะด้านการแพทย์ ใช่ เพราะข้ามีจรรยาบรรณของ
แพทย์ ข้าต้องทำอย่างดีที่สุดเพื่อหาวิธีรักษาชีวิตผู้คน ตอนนี้
เพื่อประโยชน์ในการหลอมเหล็ก ข้าจะปล่อยให้พวกท่านตาย
เพื่อมันได้อย่างไร การปกป้องความลับเป็นสิ่งสำคัญอย่าง
แน่นอน แต่เราจะคิดเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขปัญหานี้จากแง่มุม
ที่แตกต่าง เราจะไม่ทำอะไรที่เป็นอันตรายต่อพวกท่านอย่าง
แน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่ถ้าท่านผู้เฒ่าต้องการส่งหลาน
กลับไป เราก็จะส่งกลับ หากท่านผู้เฒ่าต้องการให้พวกเขาอยู่
อย่ากังวลและให้พวกเขาอยู่ต่อ การหลอมเหล็กให้กับ
ราชวงศ์ต้าชุน และทำงานให้กับองค์ชายเก้าจะไม่ส่งผลให้ถูก
ฆ่าตายอย่างแน่นนอน”
“จริงหรือพะยะค่ะ ? ” ไม่มีใครกล้าเชื่อหูของตัวเองในขณะที่
ทุกคนถาม “องค์หญิงแห่งมณฑลพูดจริงหรือพะยะค่ะ ? ”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “มันเป็นความจริง”
ซวนเทียนหมิงยังกล่าวอีกว่า “ข้ารักษาคำพูดเสมอ”
“ดีพะยะค่ะ ! ” ทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์ทันที ลูกศิษย์เริ่ม
กระโดด มีคนพูดเสียงดังว่า “ใช่ ! เป็นเวลานานแล้วที่
คนงานในสุสานของฮ่องเต้ถูกฆ่าครั้งสุดท้าย ดังนั้นเราก็จะ
ไม่ตาย ! ” ในขณะที่พูดสิ่งนี้ พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าล้อมซวน
เทียนหมิงและเฟิงหยูเอง
ซวนเทียนหมิงถามเฟิงหยูเอง “พวกเขาอยู่ที่นี่แล้ว เจ้ามี
อะไรอีกบ้างที่เจ้าต้องอธิบายให้พวกเขาฟัง หรือเจ้าต้องการ
ทดสอบความสามารถของพวกเขา ? ”
นางส่ายหัว “ไม่จำเป็น พวกเขาเป็นช่างตีเหล็กมาจนถึงอายุ
ขนาดนี้ พวกเขาจะไร้ความสามารถได้อย่างไร ข้าเชื่อมั่น
ความสามารถของรองแม่ทัพในการหาคน แต่…คนเหล่านี้ไม่
เพียงพอ”
เฉียนหลี่ตกตะลึง “คนเหล่านี้ไม่เพียงพอหรือขอรับ” เขาพูด
ด้วยความกังวลว่า “ถ้ามีคนมาอีกมาก ยิ่งยากในการกุม
ความลับนะขอรับ”
เฟิงหยูเองกล่าวว่า “ความลับก็ยังคงสามารถเก็บเป็น
ความลับสำหรับผู้คนที่มากขึ้นได้ง่ายขึ้น ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม
เราต้องการคนเพิ่ม 2 – 3 เท่า”
เฉียนหลี่อ้าปากค้าง เขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมการเก็บ
ความลับกับผู้คนจำนวนมากได้ง่ายขึ้น แต่เขารู้ว่าถ้าเฟิงหยู
เองพูดเช่นนี้ เขาต้องทำตามที่นางพูด เขาไม่ได้พูดอะไร
เพิ่มเติม เขาพยักหน้าปฏิบัติตาม
จากนั้นนางก็พูดกับช่างตีเหล็กที่อยู่ตรงหน้านาง “ข้าเพิ่ง
มาถึงค่ายทหารในวันนี้และต้องใช้เวลาสองสามวันในการ
ปรับตัว ผู้ชายคนนี้จะแสดงกริชที่ทำจากเหล็กให้ดู ทุกคน
สามารถคิดได้มากกว่านี้ เมื่อเรื่องของกองทัพได้รับการดูแล
ข้าจะมาช่วยหลอมเหล็ก”
ช่างตีเหล็กมีความสุขมากและก้าวไปข้างหน้าล้อมรอบเป่
ยจื่อ สำหรับเฟิงหยูเอง นางเข็นรถเข็นซวนเทียนหมิงและอ
อกจากโรงหล่อ ขณะเดินนางพูดกับเฉียนหลี่ “คนกลุ่มต่อไป
ที่จะถูกพาเข้ามาอย่าเอาพวกเขามาอยู่ด้วยกัน กระจายพวก
เขาออกเป็นกลุ่มละ 5 คน จัดให้พวกเขาแต่ละคนมีการ
หลอมของตัวเอง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแต่ละกลุ่มไม่รู้จักกลุ่ม
อื่น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่เคยพบกัน”
เฉียนหลี่ขยับตัวเล็กน้อยเนื่องจากดูเหมือนว่าเขาจะนึกถึง
บางสิ่งบางอย่าง “องค์หญิงแห่งมณฑลพูดคือ…”
“แยกพวกเขาออกจากกันและรวมเป็นสายการผลิต มันจะทำ
ให้ง่ายต่อการควบคุม พวกเขาจะไม่รู้ว่าขั้นตอนอื่น ๆ นั้นทำ
อย่างไร เนื่องจากขั้นตอนทั้งหมดจะรั่วไหลออกไปในอนาคต
ข้ากล้ารับประกันว่าไม่มีใครในโลกจะรู้ได้ว่าขั้นตอนเหล่านี้
เรียงลำดับกันอย่างไร”
เฉียนหลี่พยักหน้าอย่างมีความสุข “องค์หญิงแห่งมณฑลเก่ง
มากเลยขอรับ แม่ทัพผู้ต่ำต้อยคนนี้จะทำตามคำสั่งเลย
ขอรับ”
“ไปกันเถอะ ! ” นางส่งเฉียนหลี่ไปแล้ว จึงพูดกับวังซวนและ
หวงซวน “พวกเจ้าทั้งสองคนไปดูท่านแม่ ข้ากับองค์ชายจะ
เดินเล่นรอบ ๆ ถ้ำซูเทียนก่อน
ทั้งสองพยักหน้าและออกไปโดยไม่ต้องกังวล เฟิงหยูเองและ
ซวนเทียนหมิงอยู่ด้วยกันจะปลอดภัยที่สุด ยิ่งกว่านั้นนี่คือใน
ค่ายทหาร พวกนางไม่ต้องกังวลอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นคนที่อยู่ข้าง ๆ นางถูกส่งออกไป ซวนเทียนหมิงยิ้ม
แย้มและแกล้งนาง “เจ้าพร้อมที่จะใกล้ชิดกับสามีแล้ว
หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองกลอกตา “เจ้าช่างมองโลกในแง่ดีเสียจริง”
อย่างไรก็ตามนางยังไม่สามารถหยุดริมฝีปากของนางจากการ
ม้วนตัวเป็นรอยยิ้ม “ถ้ำซูเทียนแห่งนี้งดงามมาก ข้าแค่อยาก
เดินเล่นรอบ ๆ และทำให้ผู้คนรู้จักใบหน้าของข้ามากขึ้น ด้วย
วิธีนี้จะไม่มีใครที่จำข้าไม่ได้และทำให้การเคลื่อนไหวยากขึ้น”
ซวนเทียนหมิงไม่เข้าใจ “ทำให้ใบหน้าของเจ้าเป็นที่รู้จักมาก
ขึ้นหรือ ? ”
“ใช่” นางให้คำอธิบายแก่เขา “แค่จำได้ง่ายขึ้น ตรวจสอบให้
แน่ใจว่าทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ที่นี่จำข้าได้ ดังนั้นข้าสามารถเข้าไป
ได้แม้ว่าเจ้าจะไม่อยู่ที่นี่ นอกจากนี้ข้าต้องแน่ใจว่าข้าได้รับ
การดูแลแบบเดียวกับเจ้า” เมื่อพูดถึงประเด็นนี้นางไม่แน่ใจ
เลย เมื่อหยุดพัก นางเดินวนไปด้านหน้าของรถเข็น และถาม
เขาว่า “ข้าจะได้รับการดูแลแบบเดียวกับเจ้าหรือไม่ ? แล้ว
เจ้าบอกข้าว่าสถานที่นี่มีพื้นที่ต้องห้ามใช่หรือไม่ ? ข้าจะไปที่
ไหนข้าก็กลัว นั่นจะทำให้ข้าอับอายจากการเสียหน้าเมื่อถูก
ปฏิเสธ”
ทั้งสองหยุดอยู่หน้าเสาทหารรักษาการณ์ และคำพูดของเฟิง
หยูเองจะถูกได้ยินโดยทหารรักษาการ บุคคลนั้นอดไม่ได้ที่จะ
หัวเราะออกมา
ซวนเทียนหมิงหัวเราะเยาะนาง “ดูสิแม้แต่ยามที่ปฏิบัติหน้าที่
ก็ทนฟังไม่ได้ ค่ายทหารนี้เป็นของข้า เจ้าคือพราชายาของข้า
จะมีสถานที่ใดที่เจ้าไม่สามารถไปได้”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ! ” คิ้วของเฟิงหยูเองขมวดในขณะที่นางจ้อง
มองยาม “เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้หัวเราะ” จากนั้นนางหันไป
ถามซวนเทียนหมิง “ไม่มีที่ไหนในค่ายทหารที่ข้าไปไม่ได้
หรือ ? ”
ซวนเทียนหมิงพยักหน้า “ไม่มีพื้นที่ต้องห้ามสำหรับเจ้า และ
ไม่มีอะไรที่เจ้าไม่สามารถทำได้ ไม่เพียงแต่เป็นว่าที่พราชายา
ของข้าเท่านั้น แต่เจ้ายังเป็นผู้บัญชาการกองทัพเจตจำนงค์
แห่งสวรรค์ และเจ้าเป็นคนเดียวที่สามารถหลอมเหล็กให้กับ
ราชวงศ์ต้าชุนได้ ที่นี่อำนาจใด ๆ ที่ข้ามีเจ้าก็มี ทหารทุกคนที่
เคารพและชื่นชมข้าก็รู้สึกแบบนั้นกับเจ้า อาเอง แม้ว่าจะมี
วันหนึ่งเมื่อเจ้าแอบเอาทหาร 30,000 นายออกไปต่อสู้กับโลก
นี้ ข้าจะไม่พูดและจะไม่ทำอะไรเลย”
“แต่… เจ้าไม่กังวลว่าข้าจะก่อกบฏ เจ้าไม่ต้องกังวลจริง ๆ ว่า
ข้าจะพาพวกเขาไปซักวันหนึ่ง” เฟิงหยูเองกลัวที่จะเชื่อว่า
นางมีพลังมากเหลือเกิน นางสับสนและถามซวนเทียนหมิง
“นี่เป็นสิ่งที่เจ้าคิด หรือว่าทหารทุกคนคิดแบบนี้หรือ ? ”
ซวนเทียนหมิงไม่ได้ตอบกลับโดยตรง เขาหันมาจ้องมอง
ทหารที่เพิ่งหัวเราะและถามว่า “พูดสิ เจ้าคิดอย่างไร ! ”
ทหารพูดทันที “ผู้รับใช้นี้ภักดีต่อท่านแม่ทัพและองค์หญิง
แห่งมณฑล องค์หญิงแห่งมณฑลอยู่ในใจของคนรับใช้คนนี้
เหมือนกับท่านแม่ทัพขอรับ ! ”
เฟิงหยูเองรู้สึกประทับใจเล็กน้อยและภาคภูมิใจ นางไม่รู้จะ
พูดอะไรดี
ซวนเทียนหมิงกล่าวต่อ “ไม่ว่าเจ้าจะก่อกบฏ แม้ว่าเจ้าจะทำ
อะไร เจ้าจะมีเหตุผลของตัวเอง หากต้องการถอยห่างออกไป
และพูดว่าถ้าเจ้ามีความตั้งใจที่ไม่ดี มีเพียงข้าเท่านั้นที่
สามารถถูกตำหนิได้ว่าเป็นผู้ตัดสินที่ไม่ดี ข้าไม่สามารถตำหนิ
เจ้าได้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของนางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสีหน้า
เคร่งขรึม ขณะที่นางบอกเขาว่า “ข้าจะไม่ทำอะไรโดยไม่มี
เหตุผล โปรดอย่ากังวล ข้าจะมีค่าต่อความไว้วางใจของ
ทหารแน่นอน ข้าก็จะมีค่ากับเจ้าจากราชวงศ์ต้าชุนและโลก
ซวนเทียนหมิง เจ้าเพียงแค่รอดู ไม่ช้าก็เร็ววันหนึ่งจะมาถึง
เมื่อทหารของเราจะถืออาวุธเหล็ก ในการต่อสู้ 100 ครั้งจะไม่
มีการพ่ายแพ้แม้แต่ครั้งเดียว ! เพียงแค่รอดู ไม่ช้าก็เร็วจะมี
วันที่ผู้ที่พยายามทำร้ายเราทุกคน จะได้รับการลงโทษที่พวก
เขาสมควรได้รับ ! ”