Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 400 สิ่งที่เจ้ากินเข้าไปต้องคายออกมา
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 400 สิ่งที่เจ้ากินเข้าไปต้องคายออกมา
คำพูดของเฉินหยูทำให้อารมณ์ของฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนจาก
ความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้เป็น
ความโกรธแค้นอย่างมาก ขณะที่นางตะโกนเสียงดังว่า “หุบ
ปาก ! ”
ใครจะรู้ว่าเสียงตะโกนดังแค่นี้ แต่มันทำให้ทุกคนสั่น โดย
บังเอิญยิ่งมากขึ้นหลังจากเสียงตะโกนดังกล่าวเกิดขึ้น มี
ฟ้าผ่า หลังจากนี้เสียงฟ้าร้องสั่นสะเทือนทำให้คนสั่นมากขึ้น
แต่ไม่มีฝนและความกดอากาศทำให้หายใจลำบาก แต่ฝนไม่
ยอมตก
ฮูหยินผู้เฒ่าที่พยายามลุกขึ้นจากพื้น นางจ้องมองเฉิน
หยู “อย่าพูดแบบนี้อีก ! ไม่ว่าเจ้าจะมีเกลียดน้องรองของเจ้า
มากแค่ไหน เจ้าก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป ! ” ในขณะที่
พูดอย่างนี้ นางมองไปที่ทุกคนในคฤหาสน์เฟิงแล้วพูดอย่าง
เยือกเย็นว่า “ถ้าพวกเจ้าต้องการมีชีวิตอยู่ คราวนี้เราต้อง
เข้าใจว่าเฉียนโจวพยายามลอบสังหารฮ่องเต้ซึ่งหมายความ
ว่าพวกเขาได้เปิดศึกกับราชวงศ์ต้าชุนแล้ว อีกไม่นานจนกว่า
ราชวงศ์ต้าชุนจะส่งทหารออกไปปราบปรามพวกเขา เฉียน
โจวได้หายไปจากการเป็นรัฐบริวารและกลายเป็นศัตรู ถ้าใคร
พูดอะไรเกี่ยวกับการชื่มชมคังอี้ นั่นหมายถึงการถูกฆ่าล้าง
ครอบครัว!”
ทุกคนพยักหน้าช้า ๆ แม้แต่เฉินหยูผู้เกลียดเฟิงหยูเองก็กลัว
ถูกแล้ว นางจะไม่คิดเรื่องนี้ได้อย่างไร เรื่องที่เฉียนโจ
วพยายามลอบสังหารเป็นความจริง แล้วคังอี้ถูกนำตัวไปโดย
โดยองค์ชายรองและกลุ่มทหารองครักษ์ ไม่มีโอกาสที่
สถานการณ์จะเปลี่ยนไป นี่ไม่ใช่การต่อสู้ในเรือนเล็ก ๆ อีก
ต่อไป เป็นการเผชิญหน้าระหว่างสองอาณาจักร นางไม่
สามารถออกหน้าแทนคังอี้ได้อีกต่อไป แม้ว่าคังอี้จะปฏิบัติต่อ
นางอย่างดีในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้นางต้องขีด
เส้นที่ชัดเจนเว้นเสียแต่ว่านางไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอีกต่อไป
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าไม่มีการคัดค้านและพยักหน้ายอมรับ
กัน ดังนั้นนางก็พูดกับเฮ่อจงว่า “ไปที่จวนเจ้าเมืองทันที และ
เชิญเจ้าเมืองมา บอกเขาว่าองค์หญิงใหญ่ของเฉียนโจวถูก
จับไปแล้ว ใต้เท้าซูจะมาเพื่อยึดสิ่งของในเรือนบ้านที่นาง
อาศัยอยู่กับตระกูลเฟิงด้วยตัวเองตัวหรือไม่”
เมื่อได้ยินแบนี้ เฟิงเฉินหยูก็ไม่มีความสุข มันไม่ใช่แค่นางคน
เดียว เฟิงเฟินไดก็คิดเรื่องนี้เช่นกัน นางตะโกนว่า “ไม่ ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องมองพวกนาง “ที่ข้าพูดไปไม่มีความหมาย
สำหรับพวกเจ้าพูดหรือ ? ”
ในที่สุดเฟิงเฉินหยูก็ยังฉลาดอยู่ เมื่อเห็นเฟิงเฟินไดพูดขึ้น
นางไม่ได้พูดอะไรเลย ท้ายที่สุดทั้งสองกำลังจะพูดถึงเรื่อง
เดียวกันอย่างแน่นอน ในช่วงเวลาดังกล่าว ปล่อยให้ฮูหยินผู้
เฒ่าตำหนิเฟิงเฟินไดต่อไปดีกว่า
นางได้ยินเฟิงเฟินไดต่อต้านสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าว “เรือน
ของนางได้รับการซ่อมแซมเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว ข้างในมี
สิ่งของดี ๆ มากมายที่ท่านพ่อได้ให้นาง อย่างน้อยที่สุดเรา
ต้องกำจัดสิ่งเหล่านั้นออกไปก่อนที่จะเรียกคนมายึดมัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงื้อไม้เท้าของนางด้วยความโกรธและพยายามตี
นาง แต่ฮันชิขวางตรงหน้าเฟินไดอย่างรวดเร็ว และไม้เท้าก็
หยุดนิ่งที่หน้าท้องของฮันชิ
ฮูหยินผู้เฒ่าชี้ไปที่ฮันชิแล้วกล่าวว่า “ถ้าบุตรคนต่อไปเกิดมา
เหมือนพี่สาว ข้าจะเอาขี้เถ้ายัดปากตายไปเลย ! ”
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศแย่มาก พี่น้องแซ่เฉิงมองหน้ากันแล้ว
รีบเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อหยุดฮูหยินผู้เฒ่าจากทั้ง
สองฝ่าย ในเวลาเดียวกันจุนม่านกล่าวว่า “พี่ฮัน ร่างกาย
ของท่านไม่ค่อยดีในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา อย่าเพิ่งโกรธ
สำหรับท่านแม่… สำหรับเรื่องของท่านฮูหยิน เมื่อเจ้าเมือง
มาถึง อนุผู้นี้จะคุยกับเขาเองเจ้าค่ะ สิ่งที่มาจากเฉียนโจวจะ
ถูกนำออกไป สิ่งที่เป็นของตระกูลเฟิงจะยังอยู่ ข้าเชื่อว่าเขา
จะทำตาม”
เมื่อได้ยินอย่างนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็พยักหน้า ตามความเป็นจริง
นางไม่เต็มใจที่จะยอมแพ้ในสนามนั้น แต่ตอนนี้แม้ว่านางจะ
ไม่เต็มใจ นางก็ต้องเต็มใจ ท้ายที่สุดแล้วชีวิตมีความสำคัญ
มากกว่าเงิน นางเข้าใจตรรกะนี้
หันหน้าของนางกลับไป นางเห็นว่าเฮ่อจงยังคงยืนอยู่ที่นั่น
ด้วยความงุนงง และนางอดไม่ได้ที่จะโกรธขึ้นมา “เจ้ายืนอยู่
ที่นี่ทำไม ? รีบไปเรียกเขา ! ”
เฮ่อจงมีปัญหาเล็กน้อย เมื่อสองสามก้าวไปข้างหน้า เขา
เตือนฮูหยินผู้เฒ่าของบางสิ่งที่เป็นปัญหามากยิ่งขึ้น “ท่านฮู
หยินผู้เฒ่า สินเดิมที่เฉียนโจวส่งมาจะจัดการกับเรื่องนี้
อย่างไรขอรับ”
การกล่าวถึงสินเดิมทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างใหญ่หลวง
ต่อหัวใจของฮูหยินผู้เฒ่า นางรอทั้งฤดูหนาวสำหรับฤดูใบไม้
ผลินี้ สินเดิมจากเฉียนโจวมาถึงในที่สุด แต่ก่อนที่นางจะได้
แตะต้องมัน มันจะต้องถูกนำไป ? นางจะยอมรับมันด้วย
ความยินดีได้อย่างไร !
นางเปลี่ยนไปจ้องมองจุนม่านโดยไม่รู้ตัว นางจะไม่เข้าใจสิ่งที่
หญิงชราผู้โลภมากกำลังคิดได้อย่างไร แต่นางยังคงส่าย
หน้า “ไม่ได้เจ้าค่ะ”
เสียงของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความวิงวอน “ไม่มีสิ่งใดที่
สามารถทำได้จริง ๆ หรือ”
จุนเหม่ยตอบ “เฉียนโจวจับองค์ชายแคระ เขาปลอมตัวเป็น
พระนัดดาของฮ่องเต้เฉียนโจวในขณะที่พาเขาไปที่ต้าชุน ใคร
จะรู้ว่ามีกลอุบายมากมาย สำหรับสินเดิม…ท่านแม่ลองคิดดู
กลุ่มคนที่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นเข้าสู่เมืองหลวงของอาณาจักร
เช่นนี้ สินเดิมของพวกเขาจะเป็นสินเดิมธรรมดาได้อย่างไร
เจ้าค่ะ”
ใจของยายจาวสั่นเทา และนางอดไม่ได้ที่จะเตือนฮูหยินผู้เฒ่า
“มีหลายกล่องที่เราไม่ได้เปิดเลย ! มันจะดีที่สุดถ้าพวกมัน
ไม่ได้ซ่อนอะไรมา ท่านลองคิดให้ดี ด้วยความผิดพลาดใด ๆ
เราจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตของทุกคนในคฤหาสน์เฟิงเจ้าค่ะ ! ”
ในเวลานี้สายฟ้าอีกเส้นหนึ่งสว่างขึ้นบนท้องฟ้า และฟ้าร้องก็
ดังขึ้นอีกครั้ง ทันทีหลังจากนี้ฝนก็เริ่มตกลงมาจากท้องฟ้า
ในพริบตาพวกเขาเปียกโชก ฮูหยินผู้เฒ่าหันกลับมาและ
ตะโกนอย่างรวดเร็วไปที่ด้านข้างของเฟินไดว่า “รีบพาอนุฮัน
กลับไปเร็ว อย่าให้นางเปียกฝน”
เฟินไดก็รู้ว่าฝนตกกะทันหัน ฮันชิเปียกไปแล้ว หากสิ่งนี้
ดำเนินต่อไปบางทีนางอาจจะป่วย นางไม่สนใจว่านางจะ
เปียกมากแค่ไหน เพราะนางยังคงสนับสนุนฮันชิกลับเรือน ฮู
หยินผู้เฒ่าตะโกนจากด้านหลัง “ให้คนเตรียมเตาอั้งโล่ ! เมื่อ
เจ้ากลับไปแล้ว ช่วยเปลี่ยนชุดให้อนุฮันทันที”
ฝนตกมาทันที ไม่ว่าพวกเขาจะพูดดังขนาดไหน มันก็ถูกปก
คลุมไปด้วยเสียงของสายฝน ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้ว่าเฟินไดได้ยิน
สิ่งที่นางพูดหรือไม่ แต่นางก็เป็นห่วงอันชิ ในขณะที่นางสั่ง
ยายจาว “ให้คนไปที่คลังนำสินเดิมของเฉียนโจวออกมาวาง
ไว้ในสนามหน้าบ้าน เอาออกมาให้หมด ! ”
นางตะโกนใส่หูของยายจาว และยายจาวยิ้ม จากนั้นนางมอง
ไปที่พี่น้องแซ่เฉิงเพื่อช่วยสนับสนุนฮูหยินผู้เฒ่าในขณะที่นาง
รีบวิ่งไปที่เรือนซูหยา
จุนม่านตะโกนต่อต้านสายฝน “ไปที่ห้องโถงเรือนโบตั๋นก่อน
เจ้าค่ะ ท่านฮูหยินผู้เฒ่าตากฝนนานไม่ได้เจ้าค่ะ”
แต่ในเวลานี้เฟิงเฉินหยูดูเหมือนจะจำบางสิ่งได้ทันใด
นั้น ร่างกายของนางสั่นเทาขณะที่นางฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
นางคว้าแขนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วพูดเสียงดัง “ท่านย่า ! สิน
เดิมของเฉียนโจวไม่ได้ถูกส่งไปยังเรือนซูหยาเท่านั้นเจ้าค่ะ
! ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากระทืบเท้า “รู้แล้ว! นอกจากนี้ยังมีของที่เพิ่มเข้า
ไปในคลัง พวกมันจะถูกนำออกมาด้วย”
“ไม่ใช่อย่างนั้นยังมีอีกมากเจ้าค่ะ ! ” เฟิงเฉินหยูมองด้วยตา
กว้าง ฝนทำให้นางเปียกโชกไปทั้งตัว และผมบนหน้าผาก
ของนางยุ่งเหยิง รอยแผลเป็นที่ถูกปิดด้วยกอชนั้นถูกเปิดเผย
ทำให้ตกใจเล็กน้อย
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สามารถมองเห็นรูปร่างหน้าตาของนางได้
ดังนั้นนางจึงหันไปด้วยความหงุดหงิด อย่างไรก็ตามนางได้
ยินเฟิงเฉินหยูพูดว่า “เฉียนโจวไม่เพียงแค่ส่งของให้เรา
เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีทองคำจำนวนมากไปที่คฤหาสน์ของ
องค์หญิงแห่งมณฑล ! ถนนทั้งหมดเรียงรายไปด้วยกล่อง
พวกมันอาจจะถูกซ่อนด้วยเจ้าค่ะ ? ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ฮูหยินผู้เฒ่าก็เข้าใจ ถูกต้อง ! เฟิงหยูเอง
และองค์ชายเก้าได้ร่วมมือกันรีดไถเฉียนโจว เงิน 10 ล้าน
เหรียญทอง ต้องบอกว่ามีสิ่งของจำนวนมากมาถึงคฤหาสน์
เฟิง แต่จำนวนนี้ไม่สามารถเทียบกับเงิน 10 ล้านเหรียญทอง
ได้ !
หัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าผ่อนคลายลงทันที นางสูญเสียความมั่ง
คั่งไปเล็กน้อย แต่เฟิงหยูเองสูญเสียอย่างแท้จริง เมื่อ
เปรียบเทียบกับสิ่งนี้ นางไม่รู้สึกว่านางสูญเสียแต่อย่างใด
นางเปิดปากของนางและอยากจะบอกให้นำทองคำนั้นไปที่
สนามหน้าบ้าน แต่เมื่อคำเหล่านี้มาถึงริมฝีปากของนาง นาง
ก็กลืนมันลงไป นางเกือบลืมไปว่าเฟิงหยูเองยังเป็น
หลานสาวของนาง นางเป็นคุณหนูรองของคฤหาสน์ แต่นาง
ก็เป็นอิสระ นางไม่กินอาหารของตระกูลเฟิงและไม่ดื่มน้ำของ
ตระกูลเฟิง คฤหาสน์ขององค์หญิงแห่งมณฑลนั้นมีความ
ปลอดภัยที่เข้มงวดกว่าพระราชวัง นางเป็นคนบ้าหาก
ต้องการจะไปที่นั่นเพื่อขนทอง ? บางทีก่อนที่ทองคำจะถูก
นำไปใช้ นางจะต้องนอนในโลงศพ
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือของนางและสั่งให้เฮ่อจง “ไปแจ้งเจ้า
เมือง” เมื่อเห็นเฮ่อจงออกไป ในที่สุดนางก็ไปกับพี่น้องแซ่เฉิง
ไปที่ห้องโถงโบตั๋น เฉินหยูพร้อมด้วยอันชิ, เฟิงเซียงหรู และ
จินเฉินติดตามไปข้างหลังพวกเขา
เฟิงเฉินหยูไม่ยอมแพ้ และถามว่า “ท่านย่า ท่านย่าวางแผน
ที่จะจัดการสิ่งต่าง ๆ ของด้านนั้นอย่างไรเจ้าคะ ? ”
ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธและต้องการสาปแช่งนาง “เจ้าต้องถาม
น้องรองของเจ้า ! ข้าจะจัดการที่เรือนนั้นได้อย่างไร ? ”
เฟิงเฉินหยูต้องการที่จะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่อันชิพูดขึ้นว่า
“คุณหนูใหญ่ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่มีสิทธิ์
ใด ๆ ที่จะแตะต้องสิ่งของต่าง ๆ ในคฤหาสน์ขององค์หญิง
แห่งมณฑล หากมีอะไรเกิดขึ้นจริง ตระกูลเฟิงของเราจะไม่
เกี่ยวข้อง สิ่งนี้จะเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย”
เฟิงเฉินหยูจ้องมองอันชิและเงียบไป
เฟิงเซียงหรูรู้สึกสับสนเล็กน้อย เมื่อดึงแขนเสื้อของอันชิ
นางกระซิบ “ไม่ควรมีอะไรเกิดขึ้นกับพี่รองใช่ไหมเจ้าคะ ?
ข้ากลัวว่าจะมีคนทำอะไรบางอย่าง”
อันชิรู้ว่าเฟิงเซียงหรูจำเรื่องนี้ได้ด้วยยาเปลี่ยนวิญญาณ นาง
ยังคิดอย่างรอบคอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับเฟิงเซียงหรู “ไม่
ต้องกังวล ! พี่รองของเจ้ามีวิธีป้องกันตัวเองอย่างแน่นอน
จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
ขณะที่พวกเขาพูดกันทุกคนเข้าไปในห้องโถงใหญ่ของเรือน
ต้นสน บ่าวรับใช้นำถ่านออกมาแล้ว และคนอื่น ๆ เตรียม
เสื้อผ้าที่สะอาด ทุกคนแยกออกเป็นห้องต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยน
ผ้า ทันใดนั้นบ่าวรับใช้บางคนก็นำน้ำขิงที่เตรียมขึ้นใหม่เพื่อ
ช่วยกำจัดความหนาวได้
ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ยายจาวเริ่มสั่งให้บ่าวรับใช้นำกล่อง
ออกมา สมบัติที่เฉียนโจวนำมานั้นเป็นของรักของหวงของฮู
หยินผู้เฒ่า เมื่อนำกล่องทุกกล่องออกมา ฮูหยินผู้เฒ่าที่นั่งอยู่
ในห้องโถงใหญ่รู้สึกปวดใจ
เฮ่อจงรีบพาเจ้าเมืองมาอย่างรวดเร็ว ฝนที่ตกอยู่ข้างนอกไม่
แววที่จะหยุด แต่ดูเหมือนว่าฝนจะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ซูจิง
หยวนมาที่คฤหาสน์เฟิงท่ามกลางสายฝนนี้ ด้วยการ
แสดงออกที่มืดมนโดยไม่มีคำพูดใด ๆ เขาก็โบกมือแล้วพูดว่า
“ค้นหา !” ยามที่อยู่ข้างหลังเขาเข้ามา และกระจายออกไปใน
คฤหาสน์เฟิงโดยตรง
จินเฉินรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางรวบรวมความกล้า
หาญก่อนถามว่า “พวกเขาไม่ใช่แค่ค้นเรือนเทียนเซียงหรอก
หรือเจ้าคะ” เสียงของนางเบา และมันก็เกิดขึ้นเมื่อเสียงฟ้า
ร้องดังขึ้นในเวลาเดียวกัน
ฮูหยินผู้เฒ่ายังสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่นางก็ฉลาดขึ้น
เล็กน้อย นางดึงเฮ่อจงมาถามด้วยความอยากรู้ “ทำไมเจ้า
กลับมาเร็วขนาดนี้ ? ” การคำนวณความเร็วเท้าจาก
คฤหาสน์เฟิงถึงจวนเจ้าเมือง เขาไม่ควรกลับมาอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักนี้ !
เฮ่อจงปาดน้ำฝนออกจากใบหน้าและตอบว่า “ก่อนที่บ่าวรับ
ใช้คนนี้ไปถึงจวนเจ้าเมือง ข้าก็วิ่งเข้าไปหาใต้เท้าซู ตอนนี้
กำลังค้นหาทุกคนที่มาจากเฉียนโจว ท่านใต้เท้าซูเป็นหัวหน้า
กลุ่มทหารเพื่อค้นหาคฤหาสน์ของเราขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง และถามอย่างรวดเร็ว “เจ้าบอกใต้
เท้าซูหรือไม่ว่าเราไปตามหาเขาก่อน?”
“ข้อบอกแล้วขอรับ” เฮ่อจงพูด “ท่านซูยังกล่าวด้วยว่าเรา
ตัดสินใจได้ดี”
ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าก็สงบลง แต่นางก็จำได้ว่าทหารไม่ใช่แค่
ค้นเรือนเทียนเซียง พวกเขาค้นหาคฤหาสน์เฟิงทั้งหมด นาง
เริ่มพิจารณาอีกครั้ง ขณะที่นางกำลังคิดว่าเจ้าเมืองได้รับ
คำสั่งจากฮ่องเต้หรือไม่ และมีอำนาจในการค้นคฤหาสน์ของ
ขุนนางขั้นหนึ่ง เฉินหยูก็รีบวิ่งไปหาซูจิงหยวน และพูดอย่าง
ดังว่า “ท่านต้องไม่ลืมที่จะค้นคฤหาสน์ขององค์หญิงแห่ง
มณฑลด้วย ! ”