Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 447 ดาวหงส์เพลิงที่มาพร้อมกับฮ่องเต้เป็นลางที่ดี
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 447 ดาวหงส์เพลิงที่มาพร้อมกับฮ่องเต้เป็นลางที่ดี
ฮ่องเต้ไอเป็นเลือดออกมา รอยเลือดขนาดใหญ่ของเขาย้อมเต็มประตู
เมื่อจางหยวนเห็นพระองค์กระอักเลือด เขาก็ตะโกนว่า “ฝ่าบาท ฝ่า
บาทต้องไม่เป็นอะไรนะพะยะค่ะ ฝ่าบาท ! ” ในขณะที่ตะโกน เขาวิ่งไป
ประคองฮ่องเต้ที่ล้มลง จากนั้นเขาก็ไปเช็ดเลือดที่มาจากมุมพระโอษฐ์
ของพระองค์
หลังจากที่เช็ดแล้วก็มีเลือดไหลออกมาใหม่ จางหยวนได้ยินคำพูดที่เล็ด
รอดไรฟันออกมาว่า “อย่าเช็ดมัน มันดูแย่ด้วยเลือดเล็กน้อย”
จางหยวนตอบสนองทันทีและหยุดเช็ดเลือด เขาประคองฮ่องเต้และ
ตะโกนต่อไปว่า “ฝ่าบาท ทำไมเลือดออกมากขนาดนี้พะยะค่ะ ! ฝ่า
บาท ! ” ในขณะที่ตะโกน เขาไปที่ประตู “มีใครอยู่ข้างใน ? ฝ่าบาททรง
หลั่งเลือดจำนวนมากและหมดสติ ! ช่วยชีวิตฝ่าบาทด้วย ! ”
ฮ่องเต้บีบแขนเขาอีกครั้ง “ดังขึ้นไปอีก ! ”
จางหยวนเปล่งเสียงของเขายิ่งขึ้นไปอีก “พราชายาหยุนพะยะค่ะ ! ฝ่า
บาทดูไม่ดีพะยะค่ะ รีบออกมาดูพะยะค่ะ ! ” เขาเริ่มร้องไห้แล้วฟุบลง
บนร่างของฮ่องเต้ ในขณะที่ร้องไห้ เขากระซิบถามเบา ๆ ว่า “ข้าต้อง
ร้องเสียงดังกว่านี้หรือไม่พะยะค่ะ ? นี่มันช่างโชคร้ายเหลือเกิน ! ”
ฮ่องเต้กระซิบตอบ “ข้าจะให้เลื่อนตำแหน่งให้เจ้าเมื่อเรากลับไป”
“ฝ่าบาท ! ฝ่าบาทต้องทรงไม่เป็นอะไร ! ราชวงศ์ต้าชุนยังต้องการฝ่า
บาทพะยะค่ะ ! พราชายาหยุน ! ฝ่าบาทไอเป็นเลือด ตอนนี้เลือดจะ
นองตำหนักศศิเหมันต์แล้ว ! พราชายาหยุนออกมาดูฝ่าบาทหน่อยเถิด
พะยะค่ะ ! ” จางหยวนก็พยายามตะโกนให้เสียงดังที่สุด
เจ้านายและบ่าวรับใช้นั่งอยู่ในแอ่งน ้าบนพื้น แม้ว่าจะมีขันทีคอยถือร่ม
พวกเขาจะยังคงถูกฝนสาด
เสียงดังมาจากประตูของตำหนักศศิเหมันต์และนางกำนับภายในก็ส่าย
หัวของนางอย่างช่วยไม่ได้ นางกำนัลอาวุโสสั่ง “เฝ้าดูต่อไป เจ้าอย่า
เปิดประตู ข้าจะรีบไปแจ้งพราชายาหยุน”
หลังจากพูดอย่างนี้นางก็ออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อนางไปถึงแท่นดูดวง
จันทร์ นางก็ยังได้ยินเสียงประตูดังขึ้น
พราชายาหยุนสบายดี ไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่มันก็ไม่สำคัญสำหรับนาง
ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ถึงแม้ข้างนอกจะอากาศดีนางก็จะไม่ออกไปข้างนอก
ตอนนี้ไม่สามารถนำผลไม้สดเข้ามาได้ นางจึงกินน้อยลงเล็กน้อย
ในเวลานี้องครักษ์เงาคุกเข่าอยู่ข้างนางและบอกนางเกี่ยวกับสิ่งที่
เกิดขึ้นนอกตำหนัก เมื่อนางกำนัลเข้ามา นางได้ยินนางกำนัลอีกคนคน
หนึ่งกล่าวว่า “ไปหาคนที่เตรียมถุงเลือด เมื่อเจ้าพบตัวแล้วให้ฆ่าพวก
เขา”
นางกำนัลรู้สึกว่าศีรษะของนางพองโตขณะที่นางรีบไปคุยกับพราชายา
หยุน “ดูเหมือนว่าจะเป็นขันทีจาง ทั้งสองนั้นร่วมมือกันใน… เดินหน้า
และล่าถอยด้วยกันเสมอเจ้าค่ะ”
“เจ้าสามารถพูดได้ว่าพวกเขาร่วมมือกันหลอกลวง” พราชายาหยุน
เหลือบตา “พวกเขาทำเสียงดัง และสร้างความวุ่นวาย…ฮะ ! ” ก่อนที่
นางจะพูดจบนางก็เริ่มไอ องครักษ์เงาส่งถ้วยน ้าชาให้นาง อย่างไรก็
ตามพราชายาหยุนโบกมือนาง “ข้าดื่มไม่ได้” เสียงของนางฟังดูเสียง
แหบห้าว
นางกำนัลถอนหายใจเล็กน้อยและนำเสื้อมาคลุมให้พราชายาหยุน และ
กล่าวว่า “ไปพบแพทย์หลวงหรือไม่เพคะ! ไม่กี่วันมานี้อากาศหนาวมาก
พราชายาหยุนดูเหมือนจะไม่ดีขึ้น ข้าน้อยรู้สึกกังวลเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ไป” พราชายาหยุนน่าเป็นห่วงอย่างมาก หนาวอะไร นางยังคง
มองอย่างไม่สนใจ บางทีมันก็ไม่ได้จำกัดแค่เพียงความหนาวเย็น บางที
แม้ว่าเขากำลังจะตาย นางก็ยังคงไม่แยแส
ไม่มีอะไรที่นางกำนัลจะทำได้ พวกนางสามารถเพิ่มไฟที่เตาผิงให้แรง
ขึ้น พยายามที่จะทำให้แท่นดูดวงจันทร์อุ่นขึ้น น่าเสียดายที่โถงด้านล่าง
ท่านดูดวงจันทร์ใหญ่เกินไป ไม่ว่าจะใส่ถ่านมากแค่ไหนก็ยังรู้สึกหนาว
พวกนางพยายามบอกให้นางกลับไปที่ห้องนอนของนาง แต่นางก็ไม่ฟัง
นางกำนัลอาวุโสเห็นว่าพราชายาหยุนเป็นคนดื้อมาก ดังนั้นนางจึงไม่
แนะนำอีกฝ่ายต่อไป นางเพียงกล่าวว่า “ฝ่าบาทยังอยู่นอก พราชายา
หยุน แม้ว่าท่านจะไม่ได้คิดเกี่ยวกับร่างกายของท่านเอง ท่านต้องคิดถึง
ชื่อเสียง เมื่อฝ่าบาทเปียกโชกท่ามกลางสายฝนข้างนอก และเมื่อท่าน
ยังเย็นชาอยู่ในตำหนัก ถ้าข่าวนี้ออกไปฝ่าบาทจะคิดอย่างไรเจ้าค่ะ?
ครั้งที่แล้วคำพูดที่แพร่สะพัดคือฝ่าบาทออกจากตำหนักศศิเหมันต์โดย
ไม่สวมเสื้อคลุม พราชายาลืมไปแล้วหรือเพคะ ? ”
พราชายาหยุนตื่นตัวและลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “กลับไปที่ห้องบรรทม
เถิด ข้ารู้สึกง่วงแล้ว และอยากจะพักผ่อน”
องครักษ์เงาแอบพยักหน้าให้นางกำนัลอาวุโส และนางกำนัลก็รีบช่วย
พราชายาเดินไปที่ห้องบรรทม
นอกตำหนักศศิเหมันต์ จางหยวนเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่ประตูและ
เสียงของเขาก็แหบห้าวจากการตะโกน แต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวจาก
ภายใน เขาหยุดอย่างไร้ประโยชน์และเขย่าพระวรกายฮ่องเต้ซึ่งยังอยู่
บนตักของเขา “ฝ่าบาทลุกขึ้นเถิดพะยะค่ะ ดูเหมือนว่าละครฉากนี้จะไม่
สำเร็จ”
ฮ่องเต้ลืมตาขึ้นและถามเขาว่า “นานมากแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
จากข้างในเลยหรือ ? ”
จางหยวนส่ายหัว “ไม่มีเลยพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ใครจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ในขณะที่เขา
งุนงงเล็กน้อย เช่นนี้เขานอนอยู่บนพื้นในช่วงเวลาก้านธูป ในที่สุดเขาก็
ถอนหายใจออกมาและใช้มือช่วยพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้น บางทีเขาอยู่
ที่นั่นนานเกินไป เมื่อยืนขึ้น เขาก็จาม จางหยวนตกใจและเรียกคนมา
สวมเสื้อคลุมให้เขา
“กลับกันเถิด” ฮ่องเต้โบกมือ “กลับไปที่ห้องโถง ข้าง่วงแล้ว” หลังจาก
พูดอย่างนี้แล้วเขาก็ไปที่ประตูตำหนักศศิเหมันต์อีกครั้ง ฝนได้ชำระล้าง
เลือดจากถุงเลือดที่เขากัดไว้แล้ว เขาหันหลังกลับและขึ้นเกี้ยว และ
กล่าวกับจางหยวนว่า “ส่งคนไปนำโหราจารย์เจียนเจิงมาพบเราที่ห้อง
โถงจาวเฮ่อ”
จางหยวนส่งคนไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถอนหายใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่
ฮ่องเต้ได้เคาะประตูตำหนักศศิเหมันต์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในความ
ทรงจำของจางหยวน ดูเหมือนว่าตั้งแต่เขาเข้าไปในพระราชวังและเริ่ม
ติดตามฮ่องเต้ ละครฉากนี้เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ตลอดเวลา ใน
ตอนแรกฮ่องเต้จะลงมือทำด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาจะเข้าร่วมด้วย
การเพิ่มกลอุบายใหม่ในแต่ละครั้ง คราวนี้พวกเขาก็ใช้ถุงเลือด
ในอดีตเมื่อฮ่องเต้ล้มเหลว เขาก็กล้าหาญมากขึ้นในทุก ๆ ความ
ล้มเหลว คราวนี้…เขาแอบดูคนบนเกี้ยว และรู้สึกว่าหัวของฮ่องเต้องค์นี้
มีผมขาวเพิ่มขึ้นอีกสองสามเส้น เสื้อคลุมมังกรดูบางลงและริ้วรอยบน
ใบหน้าของเขาดูลึกลง เขาหายใจเข้าและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
เมื่อพวกเขากลับไปที่ห้องโถงจาวเฮ้อ เขาจัดให้ฮ่องเต้เปลี่ยนชุด
หลังจากเปลี่ยนเสร็จแล้ว โหราศาสตร์เจียนเจิงจึงมาถึง ฮ่องเต้ถามเขา
ว่า “เจ้าสังเกตดวงดาวในวันนี้หรือไม่ ? ”
เจียนเจิงมีสีหน้าขมขื่น “ฝ่าบาท ฝนตกทุกวัน ไม่สามารถมองเห็น
ดวงดาวได้พะยะค่ะ ! ”
ฮ่องเต้ย่นหน้า เขาจะลืมเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่เขายังคงต้องพูดคุย
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงถามว่า “เจ้าบอกว่าดาวหงส์เพลิงชัดเจน
ไม่ใช่หรือ ? แม้ว่าฝนจะตกเจ้าควรจะรู้สึกได้หรือไม่ ? ”
คราวนี้เจียนเจิงพยักหน้า “สิ่งที่ฝ่าบาทพูดถูกต้อง ดาวหงส์เพลิงกำลัง
เฟื่องฟูและมันก็ส่องสว่าง แม้จะมีฝนตกหนักและเมฆหนา แต่แสง
ยังคงสดใสอยู่พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้นั่งลงและพยักหน้าเล็กน้อยถามว่า “แล้วหมิงเอ๋อล่ะ ? ”
เจียนเจิงหยุดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ดาวของฮ่องเต้ก็เปล่งประกาย
เช่นกัน ดาวหงส์เพลิงมาพร้อมกับดาวของฮ่องเต้ นี่คือ…ลางดีพะยะ
ค่ะ” เขาไม่กล้าพูดต่อ สำหรับดาวของฮ่องเต้องค์ใหม่และดาวหงส์เพลิง
ที่เปล่งประกายอย่างสดใส ดาวของฮ่องเต้องค์เก่าจะกลายเป็นเยือก
เย็นตามธรรมชาติ สุขภาพของฮ่องเต้ทรุดโทรมลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา
ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรมันก็ฟังดูไม่ดีนัก
แน่นอนก่อนที่ฮ่องเต้จะตอบสนอง จางหยวนเป็นคนแรกที่ไม่มีความสุข
เขาจ้องมองเจียนเจิงด้วยความโกรธ เขาจึงกล่าวกับฮ่องเต้อย่างรวดเร็ว
ว่า “ฝ่าบาท ข้าว่าอย่าฟังเรื่องไร้สาระของเขาเลยพะยะค่ะ”
“มีอะไรที่ไร้สาระ ? เราเรียกให้เขามาเพื่อฟังเขาพูดอย่างนี้ ไปยืนข้าง ๆ
! ” ฮ่องเต้ไล่จางหยวนไป แต่ใจเขารู้สึกขมขื่น การเปลี่ยนแปลงจากเก่า
ไปสู่ใหม่ และวัฏจักรของชีวิตและความตาย แม้ว่าเขาจะเป็นฮ่องเต้ เขา
ก็ไม่สามารถหนีกฎเหล่านั้นได้
เขาถอนหายใจและพูดกับเจียนเจิง “หากพวกเขาร ่ารวยมันก็ดี เราคือ
ฮ่องเต้ ในฐานะฮ่องเต้ เราไม่สามารถคิดถึงตัวเองได้เท่านั้น เราต้อง
คิดถึงทั้งอาณาจักรและโลกนี้ ชายาที่หมิงเอ๋อเลือกนั้นค่อนข้างดุดัน
และเราชอบนางมาก ด้วยการช่วยเหลือของผู้หญิงคนนั้น ราชวงศ์ต้า
ชุนจะไร้กังวล” เขาโบกมือของเขา “เจ้าไปได้แล้ว ! ”
เจียนเจิงโค้งคำนับแล้วถอยกลับ ฮ่องเต้มองจางหยวนไปด้านข้าง และ
ถอนหายใจอย่างหนัก “เราแก่แล้วหรือ ? ” ในขณะที่พูดสิ่งนี้ เขารู้สึกถึง
รอยย่นบนใบหน้าของเขา “ใครจะรู้ว่าเราจะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ เราจะ
สามารถเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้นสร้างอาวุธเหล็กเหล่านั้นได้หรือไม่ ? เรา
จะสามารถเห็นพวกเขาเอาชนะเฉียนโจวได้หรือไม่ ? ”
จางหยวนจ้องเขม็งอย่างโกรธเคืองว่า “ฝ่าบาทสบายดี ทำไมฝ่าบาท
ต้องยืนกรานที่จะพูดเรื่องนี้ ? เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาฝ่าบาทไม่ได้พูดถึง
การพาข้าและพราชายาหยุนหนีหรือพะยะค่ะ ? ” ขันทีคนนี้ค่อนข้าง
โกรธ และเขาพูดโดยไม่คิดถึงน ้าหนักคำพูดของเขา เขาไม่ได้อ้างถึง
ตัวเองในฐานะบ่าวรับใช้ด้วยซ ้า “ฝ่าบาทอาจจะแก่ แต่ข้ายังเด็ก ข้า
ไม่ได้วางแผนที่จะตายก่อนถึงเวลาอันควรพะยะค่ะ ! แต่ถ้าฝ่าบาทตาย
ข้าจะดูแลใครพะยะค่ะ ด้วยอารมณ์รุนแรงขององค์ชายเก้าและพระ
ชายาขององค์ชายเก้า ข้าไม่สามารถดูแลพวกเขาได้พะยะค่ะ เมื่อเวลา
นั้นมาถึงข้าจะตามฝ่าบาทไป ฝ่าบาท ถ้าฝ่าบาทใส่ใจเกี่ยวกับบ่าวรับ
ใช้นี้ก็อยู่ต่ออีกหลาย ๆ ปี บ่าวรับใช้คนนี้เข้ามาในพระราชวังเมื่อข้าเริ่ม
เข้าใจสิ่งต่าง ๆ และไม่เคยเห็นโลกภายนอก นี่คือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่
เกินไป ! การเข้ามาในวังและกลายเป็นขันที ข้าไม่สามารถมีบุตรได้ ใน
อนาคตจะไม่มีใครมาฝังข้า… คิดดูแล้วทำไมมันถึงเศร้าเหลือเกินพะยะ
ค่ะ ? ” เมื่อเขาพูดเขาเริ่มเช็ดน ้าตาของเขา
ฮ่องเต้พูดไม่ออก “เจ้าควรปลอบเราไม่ใช่หรือ ? ทำไมเจ้าถึงเศร้าใจ
มากยิ่งขึ้นกับเรา ? แม้ว่าเจ้าจะเป็นขันที เราเคยทำร้ายเจ้างั้นหรือ ? คิด
สิ เมื่อไหร่ที่เราลงโทษเจ้า ? ตีเจ้า ไม่เชื่อว่าเราไม่รู้ แต่บ่าวรับใช้ใน
พระราชวังคนใดไม่ได้อยู่ข้างหลังข้า ไม่ต้องพูดถึงขันที มีบ่าวรับใช้ใน
พระราชวังก็ถูกเฆี่ยนตีด้วยหรือไม่ ? ข้าได้ยินมาว่ามีบางอย่างที่ติดอยู่
กับเข็ม… อ่า เราไม่สามารถใส่ใจกับเรื่องของผู้หญิง แต่บอกเราว่าเรา
ปฏิบัติต่อเจ้าดีหรือไม่ ? เมื่อเจ้าป่วยและไม่สามารถลุกจากเตียง เรา
ไม่ได้ให้วันหยุดกับเจ้า เจ้าไม่ได้รับสิ่งดี ๆ บ้างเลยหรือ ? ”
จางหยวนโกรธกล่าวด้วยเสียงดังว่า “ถ้าอย่างนั้นฝ่าบาทจะจัดการเรื่อง
นี้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วหยุดการดูแลงั้นหรือพะยะค่ะ ? ทุกวันตั้งแต่เช้า
จรดค ่ามันเป็นเรื่องของความตาย พราชายาหยุนเพิกเฉยต่อฝ่าบาท
ดังนั้นฝ่าบาทจะตายต่อไป หากฝ่าบาทเสียชีวิต และข้าจะดูแลฮ่องเต้
องค์ใหม่จัดการเรื่องนั้นได้อย่างไร ? มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน ! แล้วข้า
จะฝังฝ่าบาทกับคนตาย ! ”
“ข้าบอกว่าเจ้าดูมีชีวิตชีวามากใช่หรือไม่ ? ”
“พะยะค่ะ ! ”
ภายในห้องโถงจาวเฮ่อ เสียงของฮ่องเต้ทะเลาะกับขันที แต่บ่าวรับใช้ที่
ได้ยินก็ไม่รู้สึกว่ามันผิดปกติมาก นอกจากนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งสอง
ถกเถียงกัน ตอนแรกพวกเขารู้สึกว่าไม่น่าเชื่อ และบางคนก็ไปชักชวน
ให้พวกเขาหยุด ขันทีแก่ถึงกับพยายามตีจางหยวน ผลที่ตามมาก็คือสิ่ง
ที่ฮ่องเต้ได้กล่าวไว้ ? “ถ้าตีเขา ข้าจะฉีกหัวของเจ้าออก ในที่สุดข้าก็เจอ
คนที่จะเถียงกับเรา และเจ้าต้องการทำให้เขากลัว เราจะกำจัด
ครอบครัวของเจ้า”
นับแต่นั้นเป็นต้นมาไม่มีใครกังวลเรื่องระหว่างเจ้านายกับบ่าวรับใช้อีก
ต่อไป
เช่นเดียวกับช่วงเวลาปัจจุบันทั้งสองโต้เถียงและเริ่มต่อสู้ ขณะที่พวก
เขาเดินกลับไปมา “ข้าเคยทำร้ายเจ้าเมื่อไร ? ” ตามด้วย “เจ้าเคย
ปฏิบัติกับข้าดีเมื่อไหร่ ? ” เช่นนี้สิ่งต่าง ๆ ยังคงดำเนินต่อไป ครึ่งชั่วยาม
ต่อมาก่อนที่จะสงบลงในที่สุด
ในขณะเดียวกันเมื่อบนถนนมุ่งสู่เมืองหลวงจากตะวันตกมีชายชราคน
หนึ่งนั่งอยู่ในรถม้าที่คลุมด้วยผ้าหนาทึบเพื่อกันฝน ล้อรถม้าถูกปกคลุม
ไปด้วยโคลนอย่างสมบูรณ์…