Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 816 สิ่งตอบแทนหลังจากการบริจาค
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 816 สิ่งตอบแทนหลังจากการบริจาค
ตอนที่816 สิ่งตอบแทนหลังจากการบริจาค
“ข้าให้3,000 เหรียญเงิน!”
“ข้าให้4,000 เหรียญเงิน!”
“5,000เหรียญเงิน”
“ข้าให้2,000 เหรียญเงิน พร้อมปิ่น ! ” คุณหนูที่บอกว่าพวก
นางจะเพิ่มปิ่นมีความกล้าหาญมาก พวกนางเริ่มถอดปิ่นที่ปักผม
ออก และพวกมันทั้งหมดถูกโยนลงไปในกล่องบริจาค
เฟิงเทียนหยูรีบเก็บสิ่งของต่างๆ อย่างไรก็ตามมีผู้คนที่ขว้าง
สิ่งของเข้ามาเร็วเกินไปและนางก็ไม่สามารถจดจำได้ว่าเป็นของผู้ใด
แต่มันก็ไม่เป็นไร ไม่ว่ามันจะระบุเจ้าของได้หรือไม่ มันเป็นเพียงการ
แสดง ผู้คนที่มางานเลี้ยงมีเชือกสีแดงผูกที่ข้อมือเพื่อรำลึกถึงการ
สวดอ้อนวอนขอให้โชคดี
ด้วยมารดาและบุตรสาวของอนุเหล่านี้เป็นผู้ริเริ่มบรรดาฮูหยิน
และบุตรสาวของฮูหยินไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ ได้อีกต่อไป พวกนางจะ
อนุญาตให้บุตรสาวของอนุเกินหน้าเกินตาพวกนางได้อย่างไร ยิ่งไป
กว่านั้นองค์หญิงหวู่หยางยังวางตัวห่างเหินจากพวกนาง หากพวก
นางไม่ยอมเสียสละเงินสักนิด พวกนางก็จะทำเพื่อราชวงศ์ต้าชุน !
แต่เนื่องจากบุตรสาวของอนุและอนุได้บริจาคเงินจำนวนมากไปแล้ว
จึงไม่น่าจะทำให้คนที่อยู่ในสถานะของพวกนางถูกปราบโดยปีศาจ
น้อยด้านล่าง !
ดังนั้นบรรดาฮูหยินและบุตรสาวของฮูหยินก็เริ่มเคลื่อนไหวแต่
พวกนางไม่ได้เตรียมตนเองสำหรับเรื่องนี้ และพวกนางไม่ได้นำเงิน
จำนวนมากมาด้วย ดังนั้นใครบางคนเริ่มตะโกนดัง ๆ “ข้าจะบริจาค
10,000 เหรียญเงิน แต่ข้าไม่ได้นำตั๋วแลกเงินมาด้วย ข้าจะสั่งบ่าวรับ
ใช้นำมาให้ทันที” บ่าวรับใช้ที่อยู่ข้าง ๆ นางได้รับคำสั่งในทันที และ
รีบกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อเตรียมเงินมา
ซวนเทียนเก้อพยักหน้า“องค์หญิงผู้นี้จะยอมรับความปรารถนา
ดีของเจ้าในนามของฮองเฮา”
กับใครบางคนที่เป็นผู้นำด้วยความคิดที่ว่า“จะกลับไปเอาเงิน”
ผู้คนที่อยู่ข้างหลังนางก็เลียนแบบสิ่งนี้ และพวกนางก็บริจาคมากขึ้น
แม้แต่เครื่องประดับที่พวกนางให้ก็มีค่ามากกว่าสิ่งที่บุตสาวของอนุให้
มา ในทันใดนั้น “งานเลี้ยงเพื่อสวดขอความโชคดี” ได้กลายเป็นการ
ชุมนุมเพื่อแสดงความมั่งคั่งระหว่างฮูหยิน บุตรสาวของฮูหยิน อนุและ
บุตรสาวของอนุ เมื่อเห็นว่าพวกนางแข่งขันกันอย่างดุเดือด กลุ่มของ
ซวนเทียนเก้อยิ้มสดใสอยู่ในใจ
แบบนี้วันหนึ่งก็ผ่านไปอย่างไรก็ตามซวนเทียนเก้อประกาศว่า
พวกนางจะดำเนินการต่อในวันถัดไป
เมื่อแขกได้ยินว่าพวกนางจะดำเนินการต่อพวกนางทั้งหมดแทบ
จะเป็นลม เมื่องานเลี้ยงสิ้นสุดลงเท่านั้น พวกนางสังเกตเห็นว่าพวก
นางใช้เวลาเกือบทั้งหมดในการก่อตั้งกองทุน พวกนางรู้สึกเสียใจและ
เป็นทุกข์เล็กน้อย แต่เงินที่ใช้ไปเหมือนน ้าที่ล้นออกแก้ว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเมื่อตอนนี้อยู่ในมือของซวนเทียนเก้อ ใครจะกล้าทวงคืน
พวกนางทุกคนทำได้เพียงรักษาความสงบและอดทน ในที่สุดเมื่อ
พวกนางคิดว่ามันใกล้จะสิ้นสุดแล้ว วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น?
แต่ซวนเทียนเก้ออธิบายอย่างรวดเร็วว่า“พรุ่งนี้จะไม่มีการ
บริจาคเงินหรือสิ่งของ พรุ่งนี้จะเป็นวันที่มอบสิ่งตอบแทนให้ทุกคน
เฉพาะฮูหยินและคุณหนูที่ร่วมบริจาคในวันนี้เท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าร่วม
ในวันพรุ่งนี้”
เมื่อได้ยินคำเหล่านี้ผู้คนรู้สึกสบายใจสิ่งตอบแทน ! สิ่งตอบ
แทนจะเป็นการคืนเงินใช่หรือไม่ ในท้ายที่สุดนางมีความรู้สึกผิดชอบ
ชั่วดี และพวกนางไม่ได้สูญเสียเงินทั้งหมดนี้ พวกนางจึงตัดสินใจว่า
จะต้องมาในวันพรุ่งนี้ พวกนางจะต้องได้รับเงินคืนอย่างแน่นอน
ดังนั้นในวันที่11 ของเดือนหนึ่ง พระราชวังเหวินซวนจึงเต็มไป
ด้วยผู้คนอีกครั้ง หลังจากผู้คนมาถึง พวกนางคุยกันว่าการตอบแทน
คืออะไร อย่างไรก็ตามพวกนางไม่เคยคิดว่าสิ่งตอบแทนที่ว่านี้จะต้อง
มีการชำระเงิน ! นี่เป็นเพราะสิ่งตอบแทนเป็นการประมูลจริง ๆ และสิ่ง
ที่ถูกประมูลคือเครื่องประดับที่ช่างฝีมือเป่ยทำขึ้นมา
เป่ยฟูหรงนั้นแตกต่างจากซวนเทียนเก้อและคนอื่นๆ และนาง
ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น โดยแต่ละคนให้ 100,000 เหรียญเงิน แม้ว่า
จะขายคฤหาสน์ไปมันก็ไม่เพียงพอ โชคดีที่ช่างฝีมือเป่ยมี
ความสามารถนี้ และเขาก็มีชื่อเสียง เครื่องประดับที่เขาทำล้วนแต่ส่ง
เข้าพระราชวัง แม้แต่พระสนมของฮ่องเต้ก็ยังต้องการ นั่นก็เป็น
เกียรติเช่นกัน นอกจากพราชายาหยุนและฮองเฮา หากพระสนมของ
ฮ่องเต้คนอื่นต้องการพวกมัน พวกนางจะต้องร้องขอจากฮองเฮา
พวกนางถึงจะได้รับการอนุมัติ แต่กว่าจะได้รับการอนุมัตินั้นมันยาก
มาก
แต่สามารถมองเห็นความสามารถของช่างฝีมือเป่ย
เครื่องประดับที่เขาทำขึ้นมาเองนั้นมีความพิเศษไม่เหมือนใครทั้งหมด
ของราชวงศต้าชุน ฝีมือของเขาไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้ ครั้ง
หนึ่งมีคนที่ต้องการคำนับเขาเป็นอาจารย์ และเขาก็พยายามอย่าง
เต็มที่ที่จะถ่ายทอดมัน อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายไม่สามารถเรียนรู้ได้
อย่างสมบูรณ์ ผู้คนเริ่มทยอยเลิกคิด พวกเขาแอบเริ่มสงสัย ช่างฝีมือ
เป่ยถึงวัยชราเช่นนี้ ถ้าเขาไม่อยู่ในอนาคต พวกนางกลัวว่าจะไม่มี
ใครรับตำแหน่งต่อเขา
ถึงแม้ว่าจะมีฮูหยินและคุณหนูที่รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่พบว่าสิ่ง
ตอบแทนนี้เป็นการประมูลแต่เมื่อพวกนางได้ยินว่าสิ่งที่ประมูลเป็น
เครื่องประดับของช่างฝีมือเป่ยสร้างขึ้นเอง บรรยากาศก็ระเบิดขึ้น
นอกจากนี้ยังไม่มีคนที่สงสัยอะไรเลย ครั้งแรกคำพูดที่ได้รับการกล่าว
โดยองค์หญิงหวู่หยาง ประการที่สองเป่ยฟูหรงก็ยืนอยู่ด้านหน้า
เช่นกัน นางเป็นบุตรสาวของช่างฝีมือเป่ย ยิ่งไปกว่านั้นนางกำนัล
กำลังถือถาดและแสดงชุดปิ่นที่จะประมูล มันเป็นงานที่น่าประทับใจ
อย่างแท้จริง และความงามของมันก็ทำให้จิตใจของพวกนางสั่นไหว
ดังนั้นบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายจึงรู้สึกเสียใจอีกครั้ง
พวกนางนำเงินมาน้อยมาก ! ดังนั้นบางคนจึงส่งบ่าวรับใช้ไปเอาตั๋ว
แลกเงินมาเพิ่ม และมีบางคนถามว่า “เราจะเป็นหนี้เงินในตอนนี้ แล้ว
ข้าส่งคนกลับไปเอาเงินมาได้หรือไม่ ? ”
ซวนเทียนเก้อหัวเราะและพยักหน้า“แน่นอนว่าไม่เป็นไร ท่านฮู
หยินและคุณหนูไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่มีเงินในมือ เพียงแค่เขียน
สัญญา และมันจะไม่เป็นไร พระราชวังของเราจะส่งคนไปรับเอง”
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกนางมีความสะดวกในการเข้าร่วมการ
ประมูลมีทั้งหมด 5 รายการที่ถูกประมูล และไม่มีข้อยกเว้น พวกมันมี
ราคาสูงกว่า 200,000 เหรียญเงิน ปิ่นผลึกชุดสุดท้ายก็ขายได้ที่
3,000,000 เหรียญเงิน
อาจกล่าวได้ว่ารายได้จากงานเลี้ยงนี้เพื่อสวดขอโชคดีนั้น
ค่อนข้างมหาศาลในท้ายที่สุดซวนเทียนเก้อประกาศว่ากำไรจากสอง
วันนี้จะถูกใช้ในภาคใต้เพื่อช่วยในการต่อสู้
เมื่อมาถึงจุดนี้ผู้คนเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง กองทหารใน
ภาคใต้เพิ่งถูกโอนให้องค์ชายเก้า, ซวนเทียนหมิง นี่หมายความว่า
การต่อสู้จะต่อสู้โดยองค์ชายเก้า ชัดเจนว่าสองวันที่ผ่านมาเป็นพวก
นางหาทุนให้กับองค์ชายเก้า ! พวกนางเข้าใจแนวคิดที่ต้องการเงิน
เพื่อทำสงคราม แต่มันควรมาจากท้องพระคลังหรือไม่ ? ผู้คนไม่
ชัดเจนในสถานการณ์ สำหรับฮูหยินและคุณหนูที่พลาดโอกาสจาก
องค์ชายแปด พวกนางส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพราะครอบครัวไม่มีเงิน
เหลือ ทุกสิ่งที่มีมูลค่าเป็นเงินถูกเฟิงเฟิงหยูเองขโมยไปจนหมด
แม้แต่สิ่งที่อยู่ในห้องนอนของพวกนางก็ถูกขโมยไป พวกนางกล้าที่
จะมางานเลี้ยงเพื่อสวดขอโชคดีได้อย่างไร
ซวนเทียนเก้อแจ้งคนที่ไม่ได้มางานเลี้ยงในวันที่ 12 ของเดือน
หนึ่ง นางส่งคนมาบอกพวกนางว่าพวกนางไม่ได้มีส่วนร่วมในงาน
เลี้ยงเพื่อสวดขอโชคดีของราชวงศ์ต้าชุนเพื่อฮ่องเต้และฮองเฮา และ
องค์หญิงหวู่หยางจะเข้าไปในพระราชวังเพือส่งมอบรายชื่อที่เข้าร่วม
ในงานเลี้ยงของฮ่องเต้ ไม่มีอะไรที่บรรดาฮูหยินและคุณหนูทำได้
พวกนางกัดฟันและเอาเครื่องประดับที่พวกนางมีเหลืออยู่มอบให้กับ
บ่าวรับใช้ของพระราชวังเหวินซวน เนื่องจากกลัวการล่วงเกินเบื้องสูง
เพื่อเพิ่มชื่อของพวกนางในรายการ
ต้องมีการกล่าวว่างานเลี้ยงระดมทุนครั้งนี้ยังมีเฟิงเฟินไดเข้า
ร่วมแต่ซวนเทียนเก้อไม่ได้ส่งคำเชิญไปยังเฟิงเซียงหรู โดยนางส่ง
บ่าวรับใช้ไปบอกว่าเฟิงเซียงหรูว่านางไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องจ่ายเงิน
เฟิงเฟินไดเองไม่มีเงินมากนักแต่นางมีองค์ชายห้าหนุนหลัง
แม้ว่านางจะดูถูกเหยียดหยามของการระดมทุนแบบนี้ของราชวงศ์ต้า
ชุนเพื่อฮ่องเต้และฮองเฮา นางไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างอุก
อาจ และได้แต่คล้อยตามด้วยการบริจาค 1,000 เหรียญเงิน ในความ
เป็นจริงนางค่อนข้างสนใจในการประมูลในวันที่สอง ท้ายที่สุดไม่มี
ผู้หญิงที่สามารถห้ามใจจากเครื่องประดับสวย ๆ เช่นนี้ได้ แต่ฮูหยิน
ได้ประมูลราคาสูงเกินไป นางสนใจ แต่ไร้อำนาจในการลงมือทำ
แต่หลังจากกลับไปที่บ้านเฟิงเฟินไดก็รู้สึกว่ามันยากที่จะนั่งนิ่ง
ๆ ยิ่งนางคิดถึงเครื่องประดับผลึกสีชมพูมากเท่าไหร่ นางก็ชอบมัน
มาก และทำให้นางโกรธมากเพราะนางขว้างปาสิ่งของต่าง ๆ
มากมายจนดงหยิงเตือนนางว่า “ชุดเครื่องประดับผลึกสีชมพู !
คุณหนูต้องจำไว้ว่าองค์ชายห้าชอบผลึกสีขาว สิ่งเดียวที่ทำให้
พระองค์ขยับได้คือผลึกสีขาว แม้ว่าเราจะมีเงินแต่ก็จำเป็นต้องใช้
อย่างเหมาะสมเจ้าค่ะ”
เฟิงเฟินไดตอบสนองทันทีพยักหน้าซ ้า ๆ นางหยุดขว้างปา
สิ่งของต่าง ๆ แต่นางก็ยังรู้สึกหดหู่ใจ ทุกวันนี้นางต้องการที่จะเข้าไป
ในพระราชวังเพื่อพบท่านผู้หญิงหลี่ องค์ชายหกก็กลับมาเช่นกัน
และนางก็มีความคิดบางอย่างที่นางต้องการให้ท่านผู้หญิงหลี่ร่วมมือ
ด้วย น่าเสียดายที่นางไม่สามารถเข้าไปในพระราชวังแห่งนี้ได้ แม้ว่า
นางจะเข้าไป แต่การไปที่ตำหนักจิงซีซึ่งท่านผู้หญิงหลี่อาศัยอยู่นั้นก็
อาจจะเป็นไปไม่ได้สำหรับนาง ตอนนี้องค์ชายแปดได้ควบคุมภายใน
ของพระราชวังฮ่องเต้ ดูเหมือนว่าบรรยากาศภายในพระราชวังนั้น
เข้มงวดมาก นางไม่รู้ว่ามันเข้มงวดแค่ไหน นางถามองค์ชายห้า แต่
องค์ชายห้าก็บอกไม่ได้เช่นกัน ไม่มีอะไรที่นางจะทำได้นอกจากเกิด
ความคิดที่บ้าคลั่งด้วยตัวเองในบ้านของนาง
“ฮึ”เฟิงเฟินไดโกรธมาก และนางก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มสาปแช่ง
“ข้าคิดว่าองค์ชายแปดเป็นคนฉลาด ใครจะรู้ว่าพระองค์เป็นคนโง่ !
เพียงคำพูดไม่กี่คำ พระองค์ก็สูญเสียการควบคุมกองทหารของ
พระองค์ในภาคใต้ ในที่สุดสิ่งนี้ดีสำหรับพระองค์หรือ ? พระองค์
ทำงานอย่างหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่พระองค์ก็ส่งมอบทหาร
300,000 นายแบบนั้นหรือ ? พระองค์เป็นคนโง่จริง ๆ !”
หน้าผากของดงหยิงเปียกโชกไปด้วยเหงื่อจากความกลัว
ขณะที่นางโบกมือให้บ่าวรับใช้ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว จากนั้น
นางก็อ้อนวอน “คุณหนู ! คุณหนูอย่าพูดแบบนี้เจ้าค่ะ ! หน้าต่างมีหู
ประตูมีช่อง แม้ว่าคฤหาสน์ของเราจะมีเพียงคุณหนูในฐานะเจ้านาย
แต่เพียงผู้เดียวซึ่งสามารถรับประกันได้ว่าไม่มีคนที่มีแรงจูงใจซ่อน
เร้นซ่อนอยู่ที่นี่ ถ้าคำพูดนี้หลุดออกไป คุณหนูจะ…”
“จะเกิดอะไรขึ้น? ” เฟิงเฟินไดตะโกนอย่างเย็นชา “คนปัญญา
อ่อนนั้นจะฆ่าข้าได้หรือไม่ ? ” นางพูดถึงองค์ชายแปด “พระองค์ไม่
สามารถควบคุมกองกำลังของพระองค์ได้ พระองค์มีความสามารถ
อะไรที่จะฆ่าข้า ถ้ามันเป็นองครักษ์เงา คฤหาสน์ของเราก็มีพวกเขา
ด้วย พวกเขาถูกส่งมาโดยองค์ชายห้า ข้าไม่เชื่อว่ามีใครที่มี
ความสามารถที่สามารถทำอะไรกับข้าได้ ข้าแค่อยากสาปแช่ง !
มารดาของพระองค์เป็นเพียงท่านผู้หญิงที่ต ่าต้อย พระองค์มีความฝัน
แบบไหน ? พระองค์กลับมาที่เมืองหลวง แต่ท้ายที่สุดพระองค์ก็เสีย
สิทธิ์ในการบังคับบัญชากองทหารของพระองค์ ทำไมพระองค์ถึงไม่
ตายเพราะความเดือดดาล ? เช่นนี้พระองค์ต้องการสร้างความวุ่นวาย
ในเมืองหลวง และในความเป็นจริงพระองค์อยากควบคุมพระราชวัง นี่
มันช่างน่าโมโหจริง ๆ ! ”
ดงหยิงเข้าใจอารมณ์ของเฟิงเฟินไดและนางไม่สามารถหยุดได้
ทำอะไรไม่ถูกนางทำได้แค่ยืนอยู่ข้าง ๆ แต่นางคิดแตกต่างจากเฟิง
เฟินได ในงานเลี้ยง นางมององค์ชายแปดจากระยะไกลและรู้สึกว่า
เขาปรับตัวได้ดีมาก เขาไม่ได้โง่อย่างที่เฟิงเฟินไดพูด เขาและมอบ
กำลังทหาร 300,000 นายเพื่อแลกกับทหารองครักษ์ ? ดูเหมือนว่ามี
บางอย่างแอบแฝงในการทำเช่นนี้ !
แต่นางไม่สามารถพูดสิ่งนี้กับเฟิงเฟินไดอารมณ์ของคุณหนู
ของนางยังไม่ดี และจิตใจของนางก็อ่อนแอ ใครจะรู้ว่านางจะทำอะไร
ลงไป นางไม่สามารถมีปัญหากับอีกฝ่าย
“การที่ท่านผู้หญิงหลี่ใช้เข็มแทงบนหุ่นเล็กๆ นั้นได้ผลจริง
หรือไม่ ? ” เฟิงเฟินไดเริ่มไตร่ตรองว่า “ถ้ามันได้ผลจริง ข้าจะแทง
บ้าง ตัวหนึ่งจะสำหรับองค์ชายแปด และอีกตัวหนึ่งจะเป็นของเฟิงหยู
เอง มันจะดีที่สุดถ้าพวกเขาถูกแทงจนตาย เช่นนั้นเมืองหลวงที่
ยิ่งใหญ่นี้จะกลายเป็นของข้า ! ”
ใบหน้าของดงหยิงซีดด้วยความกลัวคุณหนูของนางบ้าไปแล้ว
หรือ ? ครั้งต่อไปที่นางได้พบกับองค์ชายห้า นางจะต้องพูดเรื่องนี้และ
ให้องค์ชายห้าพยายามแนะนำคุณหนูของนาง พวกเขาทำเช่นนี้ได้
อย่างไร !
เมื่อเฟิงเฟินไดอยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียวของนางเสียงฆ้อง และ
กลองก็ดังขึ้นมาจากด้านนอก มันค่อนข้างมีชีวิตชีวา นางงง “เกิด
อะไรขึ้น ? ”
ดงหยิงเปิดประตูแล้วฟังซักครู่ตอบว่า“คุณหนูดูเหมือนว่าเสียง
จะมาจากเพื่อนบ้านของเรา บ้านเหลียนเจ้าค่ะ ! ”