Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 952 ซวนจ้าน มานี่สิ
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 952 ซวนจ้าน มานี่สิ
ตอนที่952 ซวนจ้าน มานี่สิ
ท่านผู้หญิงหลี่ค่อนข้างเก็บตัวตั้งแต่นางยังเด็กในพระราชวัง
นางไม่มีเพื่อนเลย และนางยังห่างเหินกับพี่สาวของนาง ไม่คำนึงถึงสิ่ง
ที่นางเก็บไว้ข้างใน นางไม่ได้โต้ตอบกับผู้อื่น มันเป็นเช่นนั้นสมาชิก
หลายคนในตำหนักในของฮ่องเต้ที่มีความภาคภูมิใจสูงเริ่มรังแกนาง
เพื่อความสนุกสนาน แม้ว่านางจะถูกรังแกอย่างรุนแรง แต่สิ่งเดียวที่
นางสามารถทำได้คือแทงหุ่นตัวเล็ก ๆ เพื่อความสนุกของนางเอง
ตอนนี้นางถูกกักตัวไว้ที่ตำหนักจิงซี นิสัยเก็บตัวของนางเด่นชัด
ยิ่งขึ้นเพราะนางไม่ต้องการพบใครเลย นางพูดน้อยมากกับนางกำนัล
ในตำหนัก นางมีความสุขมากที่ฮ่องเต้ไม่ปล่อยนางออกไปหรือปล่อย
ให้คนอื่นเข้ามา สิ่งนี้จะทำให้แน่ใจได้ว่ามีผู้คนจำนวนน้อยที่รบกวน
นาง
แต่วันนี้แตกต่างนางใช้ปิ่นทองอันหนึ่งของนางติดสินบนกอง
ทหารรักษาการณ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกเพื่อให้นางกำนัลออกไปเชิญ
เฟิงหยูเอง สำหรับการที่เฟิงหยูเองจะเข้าไปได้อย่างไร นี่เป็นสิ่งที่นาง
ไม่ต้องกังวล นางรู้ว่าเฟิงหยูเองมีความสามารถมากและอาจไม่มีที่ใด
ในพระราชวังที่นางไม่สามารถไปได้
เมื่อเห็นเฟิงหยูเองมาถึงความสุขบนใบหน้าของท่านผู้หญิงหลี่
นั้นยากที่จะปกปิดและยังมีความกังวลใจเหลืออยู่ นางริเริ่มก้าวไป
ข้างหน้า พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจะเชื้อเชิญเฟิงหยูเองเข้าสู่ห้องโถง
ด้านข้าง จากนั้นให้จูเอ่อเตรียมชาที่ดีที่สุดในตำหนักจิงซี หลังจาก
เห็นเฟิงหยูเองจิบชา นางกล่าวอย่างไม่นิ่งนอนใจว่า “โปรดอย่า
รังเกียจเลย สถานที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งที่ดีมากมาย ชานี้ดีที่สุดแล้วที่
สามารถนำออกมาได้”
เฟิงหยูเองยิ้มให้ท่านผู้หญิงหลี่และกล่าวว่า“ไม่เป็นไร ข้าไม่เคย
รังเกียจสิ่งต่าง ๆ เช่นนี้เจ้าค่ะ” สีหน้าขอโทษปรากฏขึ้นขณะที่นาง
กล่าวต่อ “เมื่อพูดไป มันเป็นอาเองที่ไม่สนใจและควรมาเยี่ยมท่าน
ผู้หญิงหลี่ก่อนหน้านี้ พี่หกได้ช่วยข้าอย่างมากในหยูโจว ตอนนี้
พระองค์อยู่ที่นั่นและช่วยข้าดูแลสถานการณ์ในมณฑล อย่างไรก็ตาม
ข้าไม่สามารถช่วยพระองค์ดูแลท่านผู้หญิงหลี่ได้ มันเป็นความผิด
ของอาเองอย่างแท้จริง”
เมื่อได้ยินเฟิงหยูเองกล่าวแบบนี้ไม่เพียงแต่ท่านผู้หญิงหลี่จะไม่
ตำหนินางแต่รอยยิ้มของนางก็ยิ่งสดใสมากขึ้น คนทั้งหมดของนาง
เริ่มมีความสุข นางยังใช้ความคิดริเริ่มที่จะคว้ามือของเฟิงหยูเองและ
กล่าวอย่างอบอุ่น “มันดีถ้าเจ้ามีใจแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจ
กับข้ามากเกินไป ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้ผู้คนมา
เยี่ยมข้า และฝ่าบาทก็ไม่อนุญาตให้ข้าออกจากตำหนักแห่งนี้ มันจะ
ไม่ทำให้เกิดปัญหาใด ๆ กับเจ้า” ในขณะที่นางกล่าว นางลูบหลังมือ
ของเฟิงหยูเองและยกย่องซ ้า ๆ ว่า “เจ้าเป็นเด็กดีและอุตส่าห์คิดถึงข้า
แม้ว่าเจ้าจะยุ่งมาก ด้วยคำพูดของเจ้า ข้ารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่นางยังคงรู้สึกว่าท่าน
ผู้หญิงหลี่เป็นคนดีเกินไป หลังจากคิดถึงของขวัญแต่งงานที่ท่าน
ผู้หญิงหลี่ส่งไปแล้ว ความรู้สึกอึดอัดใจก็เกิดขึ้นภายในใจของนาง
ถึงกระนั้นท่านผู้หญิงหลี่ก็ไม่ได้สังเกตเห็นความอึดอัดใจที่เริ่ม
คืบคลานเข้ามาที่ใบหน้าของนางขณะที่ท่านผู้หญิงหลี่ยังคงแสดง
ความรู้สึกต่อไป ในขณะที่ให้เฟิงหยูเองกินขนมอบ นางก็เทชาให้แล้ว
นำเรื่องที่องค์ชายหกมาพูด “ข้าได้ยินมาว่าเฟิงเอ๋ออาศัยอยู่กับเจ้า
ในมณฑลจี่อันใช่หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองขมวดคิ้วถ้อยคำแบบไหนกันนะ ? “ท่านผู้หญิงหลี่
ต้องไม่พูดแบบนี้ มีบางสิ่งที่ผู้คนพูดอาจพูดโดยไม่คิดอะไร แต่ผู้ฟัง
อาจเข้าใจผิดได้ พี่หกอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของข้าในมณฑลจี่อัน
คฤหาสน์นั้นมีขนาดใหญ่มากและใหญ่กว่าคฤหาสน์ขององค์หญิงใน
เมืองหลวงหลายเท่า ใช้ทางเข้าเดียวกัน แต่ห้องนั่งเล่นอยู่ห่างกัน
มาก ด้วยเหตุนี้แม้ว่าเราจะอาศัยอยู่ในคฤหาสน์เดียวกัน พี่หกกับข้า
ก็ไม่ค่อยได้พบกันเลย” นางทำสิ่งต่าง ๆ ให้ชัดเจนและกล่าวต่อ “ท่าน
อยู่ในพระราชวังมาสองสามทศวรรษแล้ว และควรเข้าใจว่าการทำ
ผิดพลาดเป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยง ข้าหวังว่าท่านผู้หญิงจะคิดอย่าง
รอบคอบก่อนที่จะพูด”
ท่านผู้หญิงหลี่ไม่รู้สึกโกรธและพยักหน้ายอมรับความผิดของ
นางทันทีทัศนคติของนางดีมาก “ใช่ ใช่ มันเป็นความผิดของข้า ข้า
พูดไปโดยไม่คิด เจ้าอย่าเข้าใจข้าผิด ถ้าอย่างนั้นเราอย่าพูดถึงเรื่องนี้
ตอนนี้เจ้าแต่งงานกับองค์ชายเก้า องค์ชาย… องค์ชายเก้าดีต่อเจ้า
หรือไม่ ? ” น ้าเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวล และสายตาของ
นางก็จริงจัง นางดูเหมือนผู้สูงอายุที่เป็นห่วงผู้เยาว์ มันใจดีมาก
เฟิงหยูเองยิ้มและกล่าวว่า”ดีมาก ตั้งแต่องค์ชายเก้ากับข้าหมั้น
หมายกันแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเราก็ค่อนข้างดี เมื่อก่อน
พระองค์สัญญาว่าจะแต่งงานกับข้าในวันที่ข้าอายุถึงวัยปักปิ่น แต่เรา
อยู่ภาคใต้ในเวลานั้นและมีการสู้รบกัน ตอนแรกข้าคิดว่าการแต่งงาน
ครั้งนี้จะต้องล่าช้าออกไป แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายเก้าจะรักษาสัญญา
นั้น ? อาเองมีความสุขมาก” นางตั้งใจอธิบายความสัมพันธ์ของนาง
กับซวนเทียนหมิง และสังเกตสีหน้าของท่านผู้หญิงหลี่อย่างใกล้ชิด
นางเห็นความขมขื่นเล็กน้อย
ท่านผู้หญิงหลี่ไม่ได้พูดอะไรในหัวข้อนี้และเปลี่ยนหัวข้อในการ
พูดคุยอีกครั้งคราวนี้นางเริ่มกล่าวเกี่ยวกับองค์ชายหก จากตอนที่
เขายังเล็กจนกระทั่งโตขึ้น นางยังพูดถึงสิ่งที่น่าอึดอัดใจบางอย่างที่
องค์ชายหกทำเมื่อเขายังเป็นเด็ก รวมถึงเวลาที่เขาอายุ 6 ขวบ และ
บอกนางเกี่ยวกับภรรยาที่เขาต้องการตามหาในอนาคต นางกล่าว
อย่างมีความสุขเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ และมันก็เป็นเช่นนั้นที่เฟิงหยูเอง
เริ่มรู้สึกราวกับว่านางถูกพาไปที่ตำหนักจิงซีเพื่อฟังท่านผู้หญิงหลี่
พูดระลึกถึงอดีต
ริมฝีปากของหวงซวนกระตุกจากการฟังและนางอดไม่ได้ที่จะ
ขมวดคิ้วขณะที่นางดึงแขนเสื้อของเฟิงหยูเองเบา ๆ
สำหรับจูเอ่อผู้ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังท่านผู้หญิงหลี่เมื่อนางเห็นหวง
ซวนขยับ นางก็ดึงแขนเสื้อของท่านผู้หญิงหลี่เล็กน้อยเพื่อเตือนอีก
ฝ่าย แต่ท่านผู้หญิงหลี่ก็พูดออกไป และนางก็ผลักจูเอ่อออกไปกล่าว
ว่า “ตอนนี้ข้ากำลังพูดคุยกับองค์หญิงจี่อัน อย่าทำให้เกิดปัญหาที่นี่”
เมื่อคำเหล่านี้ออกมาเฟิงหยูเองกล่าว“ท่านผู้หญิงหลี่ไม่ควร
เรียกข้าว่าองค์หญิงเจ้าค่ะ”
ท่านผู้หญิงหลี่ตัวแข็งแล้วตอบโต้“ถูกต้อง ! เนื่องจากการสนิท
กับเฟิงเอ๋อ เราควรสนิทสนมมากกว่านี้ นอกจากนี้เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้
ในระหว่างการล่าสัตว์ในฤดูหนาว ถ้าอย่างนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าอาเอง
! ”
เฟิงหยูเองไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี“ถึงแม้จะมีการเชื่อมโยง
ผ่านพี่หก ท่านผู้หญิงหลี่และข้าก็เป็นเพียงแค่คำพูดเท่านั้น มันจะดี
ที่สุดถ้าท่านเรียกข้าว่าพราชายาหยู” หลังจากกล่าวอย่างนี้นางก็ย ้า
“พระสนมคนอื่น ๆ ขององค์ชาย ก็เรียกข้าแบบนี้เจ้าค่ะ”
มีความอับอายปรากฏบนใบหน้าของท่านผู้หญิงหลี่และนางก็
พยักหน้ากล่าวอย่างแห้ง ๆ ว่า “เอาล่ะ ข้าจะเรียกพราชายาหยู ! ”
“เจ้าค่ะ”เฟิงหยูเองพยักหน้าอย่างต่อเนื่อง “ในอดีตข้าไม่ค่อยได้
ยินเกี่ยวกับพี่หก ได้ยินท่านผู้หญิงพูดเกี่ยวกับพระองค์วันนี้ดีมาก พี่
หกเป็นคนดีจริง ๆ ”
“แล้วถ้าเขาเป็นคนดี”ท่านผู้หญิงหลี่ถอนหายใจ “ข้ายังกังวล
เกี่ยวกับการแต่งงานของเขา ข้ายังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ตำหนักเซียนจะมี
เจ้านายหญิงที่เหมาะสม”
“ข้าจะช่วยพี่หกตามหาผู้หญิงที่ดีหากมีคนที่เหมาะสมข้าจะพา
พวกนางเข้ามาในพระราชวังเพื่อให้ท่านดู ดีหรือไม่เจ้าคะ ? ”
“ฮะ! ” ท่านผู้หญิงหลี่คว้ามือของนางอีกครั้ง แต่นางเอามือหลบ
ไปโดยไม่สังเกตเห็น ท่านผู้หญิงหลี่กล่าวต่อ “ด้วยนิสัยของเฟิงเอ๋อ
เขาจะไม่พูดอะไรที่เขาอยากจะพูด พูดถึงผู้หญิงที่ดีที่ไหนในโลกนี้ดี
ไปกว่าองค์หญิง อ่า…ไม่ ดีไปกว่าพราชายาหยู ! เฟิงเอ๋อ…”
“ท่านผู้หญิงหลี่คำชมของท่านไม่ถูกต้อง” การแสดงออกของ
เฟิงหยูเองทรุดตัวลงเล็กน้อย “มีคนจำนวนมากที่บอกว่าองค์หญิงจี่
อันนั้นหยิ่งยโสและชอบกดขี่ข่มเหง ! ”
“นั่นเป็นเพราะพวกเขาตาบอด! ” ท่านผู้หญิงหลี่พูดจาเย้ยหยัน
“คนดีแบบนี้จะพบที่ไหน ? แม้แต่ความเย่อหยิ่งก็ต้องการรากฐาน !
ข้าคิดว่าเจ้าดี ยิ่งข้ามองมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น พูดว่าเจ้าและเฟิง
เอ๋อ…”
เมื่อเห็นว่าท่านผู้หญิงหลี่ได้พูดอะไรไปไกลเรื่อยๆ จากหัวข้อ
หลัก เฟิงหยูเองก็ขัดจังหวะโดยไร้ประโยชน์ “ท่านผู้หญิงหลี่ ! ข้าได้
กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าองค์ชายเก้าและข้าเข้ากันได้ดีมาก ถ้าท่าน
ผู้หญิงหลี่กำลังคิดถึงพี่หก ท่านไม่ควรพูดสิ่งที่ท่านพูดในวันนี้”
ในขณะที่นางกล่าว ใบหน้าเล็ก ๆ ของนางก็ดูเคร่งขรึมอย่างแท้จริง
เมื่อนางมองที่ท่านผู้หญิงหลี่ มันเต็มไปด้วยพลังที่ไม่สามารถต่อต้าน
ได้ เรื่องนี้ทำให้ท่านผู้หญิงหลี่ตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เพราะนางรู้สึกราวกับ
ว่าห้องที่ถูกทำให้ร้อนนั้นค่อนข้างเย็น สำหรับเฟิงหยูเอง นางกล่าว
ต่ออีกว่า “น้องสี่ของข้ายังเด็กและไม่เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ท่านผู้หญิงหลี่
จะเป็นการดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับนาง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่
พี่หกจะไปถึงจุดที่เขาเป็นอยู่ในปัจจุบัน สถานการณ์ในราชสำนักมี
การเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะเกิด
อะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ ในฐานะที่เป็นมารดา ท่านควรเข้าใจในสิ่งที่ดี
สำหรับเด็ก ๆ แทนที่จะผลักดันความคิดของท่านไปสู่บุตรของท่าน
เองซึ่งมีความคิดแตกต่างกัน ท่านผู้หญิงหลี่ นี่คือทั้งหมดที่ข้าจะพูด
คิดให้รอบคอบ” หลังจากกล่าวอย่างนี้นางก็ไม่อยู่ต่อ นางพาหวงซวน
จากไปอย่างรวดเร็ว
ท่านผู้หญิงนั่งอยู่ที่นั่นอย่างงุนงงเมื่อมองเฟิงหยูเอง แล้วนางก็
ไม่มีความกล้าที่จะขอให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ ความกล้าหาญและความ
อบอุ่นที่นางรวบรวมไว้ด้วยความพยายามอย่างมากได้ถูกดับไปใน
เวลาไม่นาน เฟิงหยูเองทิ้งความรู้สึกเย็นชาไว้ จูเอ่อก้าวไปข้างหน้า
และช่วยประคองนาง ให้คำแนะนำว่า “ท่านผู้หญิงยอมแพ้เถิดเจ้าค่ะ !
ข้าบอกให้ท่านทราบก่อนหน้านี้ว่ามันจะไม่ได้ผล พราชายาหยูพูดถูก
สิ่งที่คุณหนูสี่ของตระกูลเฟิงกล่าวไว้เมื่อครั้งที่แล้วนั้นถูกต้องแล้ว ไม่
เพียงแต่ท่านไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้ แต่ท่านยังต้องให้คำแนะนำแก่องค์
ชายหกด้วย ! องค์ชายเก้าเป็นคนแบบไหน ? ถ้าวันหนึ่งที่คำนี้ไปถึงหู
ของพระองค์…” จูเอ่อกัดฟันของนางให้นิ่งเงียบและปล่อยให้อีกฝ่าย
คิดเอาเอง
“พระองค์จะกล้าทำหรือ! ” ภาพสยองขวัญปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ของท่านผู้หญิง “ทั้งคู่เป็นองค์ชาย พระองค์จะฆ่าใครก็ได้ที่พระองค์
ต้องการได้อย่างไร”
“แต่พระองค์เป็นองค์ชายเก้า! ” จูเอ่อกระทืบเท้าของนางอย่าง
กังวลใจ “ในโลกนี้มีอะไรที่องค์ชายเก้าไม่กล้าทำเจ้าคะ ? ท่านคิดสัก
หน่อยเพื่อองค์ชายหก ท่านต้องไม่ทำสิ่งเหล่านี้ซึ่งไม่ควรทำต่อไปเจ้า
ค่ะ ! ”
ในด้านนี้นางกำนัลเตือนท่านผู้หญิงซ ้า ๆ ส่วนในตำหนักศศิ
เหมันต์ไม่นานหลังจากเฟิงหยูเองออกไป ฮ่องเต้ก็เสด็จไปถึง ในเวลา
นี้เขากำลังถือชามอาหาร ขณะนั่งอยู่บนพื้นและเฝ้าดูพราชายาหยุน
เล่นกับเสือขาวที่ถูกขังอยู่
เสี่ยวไป๋โตขึ้นแต่ก็ไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับเสือธรรมดา มันยัง
เล็กอยู่ อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถนำติดตัวไปได้เหมือนลูกแมวอีก
ต่อไป พราชายาหยุนมีกรงที่ทำด้วยเงินอย่างสวยงามและกระดิ่งก็ถูก
แขวนไว้รอบกรง เสี่ยวไป๋สั่นกระดิ่งบ่อยครั้งสร้างเสียงที่ชัดเจนซึ่งจะ
ทำให้พราชายาหยุนหัวเราะ
ฮ่องเต้ชอบเสียงหัวเราะของพราชายาหยุนราวกับว่าพวกเขา
กลับไปที่หมู่บ้านบนภูเขาเมื่อกว่า 20 ปีก่อน มันเป็นเรื่องสบาย ๆ ที่
สนุกสนานและดุเดือด เขาถือชามขนาดใหญ่ในมือของเขาที่บรรจุ
ข้าวราดด้วยไหล่หมูครึ่งหนึ่ง, ซี่โครงและลูกชิ้นขนาดใหญ่ เขานั่งลง
บนพื้นและตักอาหารเข้าไปในปากขณะที่ดูภรรยาของเขาเล่นกับเสือ
ในบางครั้งเขาจะหัวเราะอย่างโง่เขลาเล็กน้อย ฉากนี้อบอุ่นใจมาก
แต่จางหยวนไม่สามารถทนดูต่อได้เมื่อได้เห็นฮ่องเต้ไม่ได้เสวย
อย่างอื่นนอกจากเนื้อเข้าไปในปากของเขา เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า
“ฝ่าบาทอย่าเสวยแบบนี้พะยะค่ะ ? ”
ฮ่องเต้งงงวย“เกิดอะไรขึ้นกับการกินแบบนี้ ? รสชาติค่อนข้างดี
! มันดีกว่าการสลับระหว่างข้าวกับผัก อาเองไม่ได้บอกด้วยซ ้าอีกว่า
มันคืออะไร… นี่เรียกว่ามื้อรวมข้าว ผักและเนื้อสัตว์ ใช่ นั่นคือชื่อที่ดี”
พราชายาหยุนเหลือบตา“นั่นไม่ใช่ความหมาย เป็นการบอกฝ่า
บาทว่า อย่ากินเนื้อมาก ๆ !”
จางหยวนพยักหน้า“ใช่ มันเป็นเรื่องของเนื้อสัตว์ มันไม่เกี่ยวกับ
การกินของฝ่าบาทพะยะค่ะ”
“เนื้ออืม ! ” ฮ่องเต้รู้สึกผิดเล็กน้อย “เนื้อนี้ค่อนข้างดี”
“ค่อนข้างดีหรือ? ” พราชายาหยุนขมวดคิ้ว “ข้าสงสัยว่าพ่อ
ครัวที่โง่เขลาคนไหนที่ทำเนื้อนี้ให้ฝ่าบาท ข้าจะสั่งให้พวกเขาประหาร
ชีวิตเพื่อดูว่าใครจะกล้าทำในครั้งต่อไป”
“ไม่! ” ฮ่องเต้เริ่มวิตกกังวล ในที่สุดเขาก็ได้พบกับพ่อครัวใหม่
2 คนสำหรับห้องเครื่องของฮ่องเต้ พวกเขายังไม่รู้เรื่องที่พราชายา
หยุนไม่ยอมให้เขากินเนื้อสัตว์ เป็นเพราะสิ่งนี้ทำให้เขาสามารถ
เพลิดเพลินกับเนื้อสัตว์ได้สองสามมื้อ หากพวกเขาถูกประหารชีวิต
เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะกลายเป็นเหมือนกระต่ายและกินผักได้ทุกวัน
? “แค่ครั้งเดียว ข้าจะไม่กินมันอีกต่อไปในอนาคต”
จากนั้นพราชายาหยุนก็หันหลังกลับและกวักมือเรียกเขากล่าว
ด้วยน ้าเสียงที่ชัดเจนว่า “ซวนจ้านมานี่”