Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่ 985 ข่วนเจ้าให้ตาย ! เจ้าสารเลว
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่ 985 ข่วนเจ้าให้ตาย ! เจ้าสารเลว
ฝ่ายขององค์ชายแปดยุ่งเหยิงและเฟิงหยูเองนำทุกคนจากร้านห้อง
โถงสมุนไพรเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามในครั้งนี้นาง
ไม่ได้ไปขโมยเงินจากตำหนักเซียง นางยังปฏิเสธที่จะรับเงินที่
ตำหนักเซียงมอบให้อีกด้วย โดยนางกล่าวด้วยเสียงดังต่อหน้าทุกคน
“เก็บเงินสกปรกของตำหนักเซียงกลับไป ! ร้านห้องโถงสมุนไพร
สามารถจัดการค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ แม้ว่าร้านห้องโถงสมุนไพรไม่
สามารถจ่ายได้ ก็ยังมีคฤหาสน์ขององค์หญิงและตำหนักหยู อย่ามา
แสดงความเมตตาจอมปลอมของเจ้า เมื่อเจ้าทำสิ่งที่ไร้หัวใจเช่นนี้
เจ้าคิดอะไรอยู่ ? เจ้าคิดจะมาทำตัวเป็นคนดีในตอนนี้หรือ ? มันสาย
เกินไป ! ”
พลเมืองต่างตอบรับท่าทีเด็ดเดี่ยวของเฟิงหยูเองหลังจากคิด
เล็กน้อย เมื่อพูดถึงพระโพธิสัตว์ตัวจริง มันจะเป็นพราชายาหยูใน
ปัจจุบันซึ่งเป็นอดีตองค์หญิงจี่อัน ! ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อใดก็
ตามที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น ก็ยังคงเป็นเฟิงหยูเองที่ทำสิ่งดี ๆ และ
ช่วยเหลือผู้คนอย่างเงียบ ๆ ย้อนกลับไปเมื่อมีภัยพิบัติในฤดูหนาว
และน ้าท่วม มีเวลาใดที่เฟิงหยูเองถอยหลังกลับ ? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในช่วงน ้าท่วม นางได้ทำงานกับองค์ชายเก้าและออกจากเมืองหลวง
เพื่อรักษาผู้ลี้ภัย ในท้ายที่สุดนางป้องกันการแพร่ระบาดและไม่ปล่อย
ให้เมืองหลวงตกสู่ความโกลาหล
ตอนนี้องค์ชายแปดได้สร้างความวุ่นวายพวกเขาจำเป็นต้อง
พึ่งพาเฟิงหยูเองเพื่อจัดระเบียบ “สนามรบ” ในเวลาไม่นาน ผู้คนรู้สึก
ว่าเมืองหลวงจะปกติดีถ้าคนอื่นหายไป แต่ไม่สามารถขาดพระ
ชายาหยูได้
ออกจากร้านห้องโถงสมุนไพรสำนักศึกษาทางการแพทย์ได้ส่ง
คนมาช่วย มันจะเป็นโอกาสสำหรับนักเรียนที่จะฝึกฝน ใน
ขณะเดียวกันก็จะบรรเทาแรงกดดันจากการขาดแคลนหมอ
หมอหลวงในพระราชวังก็ออกมาเช่นกันแต่หมอหลวงโบราณ
เหล่านั้นไม่มีอะไรมากที่พวกเขาสามารถทำได้ ไม่เพียงแต่พวกเขา
ไม่สามารถทำอะไรได้มาก แต่ยังเป็นอุปสรรค เฟิงหยูเองให้พวกเขา
สังเกตการณ์และไม่เข้าร่วม พวกเขาจะเฝ้าดูสถานการณ์ที่นี่จากนั้น
ไปที่พระราชวังเพื่อรายงานต่อฮ่องเต้
เหยาเซียนก็มาเพื่อช่วยชีวิตด้วยเฟิงหยูเองพบสถานที่ซึ่งไม่มี
ผู้คนและส่งเขาไปในมิติของนาง เขามีหน้าที่รับผิดชอบในการเตรียม
ยา และเฟิงหยูเองเข้าร่วมเพื่อพยายามหาวิธีแก้พิษอย่างรวดเร็ว
เฟิงหยูเองถอนหายใจด้วยความโล่งอกขณะที่นางเช็ดเหงื่อออก
จากหน้าผากของนาง นางเห็นว่ากงซานมาถึงด้านข้างของนางแล้ว
ก้มตัวลงถามนางว่า “ข้าเฝ้าดูมาเกิน 1 ชั่วยามแล้ว แต่ไม่สามารถคิด
ได้ว่าข้าจะทำอะไรได้บ้าง ดู… ข้าจะช่วยอะไรเหลือได้บ้าง ? ”
เฟิงหยูเองพูดจาเย้ยหยัน“ข้าไม่กล้าถามคุณหนูตระกูลจู้
เหตุผลในการเสียชีวิตและวางยาพิษของพลเมืองทางเหนือของเมือง
หลวง เจ้าควรมีความชัดเจนจากสาเหตุนี้ ข้าจะไม่พูดอะไรอีกแล้ว
ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้ว่าเจ้าควรทำอะไร”
กงซานพยักหน้า“ข้าเข้าใจ ไม่ต้องกังวล ข้าจะชดใช้ด้วยชีวิต
ของข้าสำหรับผู้ที่เสียชีวิต แต่ตอนนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น” ขณะที่นาง
กล่าว นางมองไปที่ปลายอีกด้านของถนนและกล่าวอย่างเยือกเย็น
“คนผู้นั้น ข้ารู้สึกว่าต้องลากเขาลงนรก มิฉะนั้นคนเหล่านี้จะตาย
อย่างไร้เหตุผล” หลังจากกล่าวอย่างนี้นางก็ลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งไปใน
ทิศทางนั้น
เฟิงหยูเองหันกลับมามองที่นั่นนางเห็นรถม้าของราชสำนักมา
นางยอมรับว่ารถม้านั้นเป็นของตำหนักเซียง ในเวลานี้นางได้ยินกง
ซานวิ่งไปพลางตะโกนดัง ๆ “องค์ชายแปดมาแล้ว หากทุกคน
ต้องการการตัดสินที่เป็นกลาง ให้ไปล้อมพระองค์ไว้กับข้า หาก
พระองค์ไม่ได้ให้คำอธิบายในวันนี้ เราจะไม่ปล่อยให้พระองค์ออกไป
ทางเหนือของเมืองหลวง ! ”
กงซานเป็นผู้นำผู้คนจำนวนมากพุ่งไปในทิศทางของรถม้าของ
ราชสำนัก มันเป็นเช่นนั้น รถม้าของราชสำนักถูกบังคับให้หยุด
ก่อนที่มันจะถึงกลางทางทางเหนือของเมืองหลวง เมื่อคนในรถยก
ผ้าม่าน พวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องหญิงสาว “องค์ชายแปด ! ชดใช้
ชีวิตของพระองค์ในการฆ่าคนอื่น ! พระองค์ต้องให้คำอธิบายแก่
ผู้คนจากทางเหนือของเมืองหลวง ! ”
ซวนเทียนโม่ขมวดคิ้วเขาคุ้นเคยกับเสียงนี้มากเกินไป นี่ใช่กง
ซานหรือไม่ ? ผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าอะไร ?
ซวนเทียนโมยังไม่รู้สถานการณ์ที่นี่หลังจากเขาออกจาก
พระราชวังมาแล้ว เขาก็ถูกเชิญไปที่สำนักการลงโทษทำให้เขาล่าช้า
เป็นเวลานาน แม้ว่าเขาจะส่งบ่าวรับใช้มาทางเหนือของเมืองหลวง
พร้อมกับเงิน แต่เขาไม่ได้รับรายงานจากทางเหนือของเมืองหลวง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่รู้ว่ากงซานเปลี่ยนด้าน เขายังคงคิดว่าเขาจะใช้กง
ซานเพื่อทำให้คนในเมืองสงบลงได้อย่างไรขณะที่กำลังเดินทาง
น่าเสียดายที่การคำนวณของเขาผิดพลาดยืนอยู่ด้านนอกรถ
ม้า มีพลเมืองยืนอยู่ทุกหนทุกแห่งด้วยท่าทางโกรธและดูถูกเหยียด
หยาม ตามความเป็นจริง ตามที่เขาเห็นถ้าคนเหล่านี้ในทางเหนือ
ของเมืองหลวงเสียชีวิต พวกเขาก็ตาย พวกเขาทุกคนมีค่าน้อยมาก
มันเป็นการสิ้นเปลืองอาหารเพื่อให้พวกเขามีชีวิตอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้อง
ไม่เกิดขึ้นคือพวกเขาจะไม่ตายในเวลานี้และไม่ตายในแบบนี้ ตอนนี้
เขาไม่สามารถพ้นข้อกล่าวหานี้ได้อย่างหมดจด มันเป็นความคิดที่
น่ารังเกียจอย่างแท้จริง
เห็นซวนเทียนโมยืนอยู่บนรถม้าแต่ไม่พูดกงซานกล่าวขึ้นมา
อีกครั้ง ท่าทางขี้อายของนางก่อนหน้านี้กลายเป็นดุร้าย ผู้หญิงคนนี้
ไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากเกลียดเขา เขาเชื่อว่าการมีอิทธิพลเหนือ
ร่างกายของนางจะหมายถึงการควบคุมนางในฐานะบุคคล แต่ใครจะรู้
ว่าความคิดของผู้หญิงคนนี้จะโหดร้ายกว่าตัวเขาเอง ขณะที่เขา
กำลังวางแผน นางก็วางแผนเช่นกัน นางทำมันอย่างเงียบ ๆ และลง
เอยด้วยการใส่ร้ายเขา
เมื่อกล่าวถึงข้อกล่าวหาของกงซานซวนเทียนโมก็ไม่สามารถ
ยอมรับได้ เขามองดูพลเมืองยืนข้างกงซานและกล่าวเสียงดัง “เจ้า
ต้องการคำอธิบายอะไรจากองค์ชายผู้นี้ ? มีอะไรที่เจ้าสามารถ
นำไปสู่แสงสว่าง ? องค์ชายผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่อพสกนิกร อย่างไรก็
ตามตอนนี้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว ข้าต้องการที่จะมาตรวจสอบโดย
ส่วนตัวว่าทำไมคนจำนวนมากถึงตายในคืนเดียว และทำไมคน
จำนวนมากถูกวางยาพิษ และ…” เขาจ้องที่กงซานอย่างรุนแรง “นี่
ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสามารถปัดความผิดให้พ้นตัวได้ ! ”
กงซานเงยหน้าขึ้นและยืนอยู่ตรงนั้นดูเหมือนว่านางกำลัง
เผชิญหน้ากับซวนเทียนโม หลังจากเรียกความกล้าทั้งหมดของนาง
ในเวลาเดียวกันนางกล่าวเสียงดัง “ข้าไม่กังวลว่าพระองค์จะ
ตรวจสอบ ข้ากังวลว่าพระองค์จะไม่ตรวจสอบ ! พระองค์และท่าน
ผู้หญิงหยวนเปลี่ยนของดี ๆ มาเป็นของกระจอก มอบเสื้อผ้าห่วย ๆ
แก่คนที่นี่ ในคืนเดียวมีผู้คนจำนวนมากต้องตาย ! องค์ชายแปดอาจ
เป็นไปได้หรือไม่ที่หัวใจของพระองค์ไม่ได้ทำมาจากเลือดเนื้อ ? ใน
สายตาของพระองค์ คนเหล่านี้ต ่ากว่าจิ้งหรีดและมดงั้นหรือ ?
”..Aileen-novel
ข้อกล่าวหาของนางเชื่อมโยงกับหัวใจของผู้คนขณะที่พวกเขา
เข้าร่วมกับนางด้วยการตะโกนว่า “องค์ชายแปด จงชดใช้ด้วยชีวิต
ของพระองค์ จิตใจขององค์ชายแปดเป็นสีดำ ! ”
ชั่วครู่ซวนเทียนโมเกือบจะรู้สึกราวกับว่าเขากลับไปถึงเวลาที่
เฟิงหยูเองปิดร้านห้องโถงสมุนไพรในเวลานั้นยังมีพลเมืองจำนวน
มากที่มารวมตัวกันที่หน้าพระราชวังเพื่อทำลายเขา มันเป็นเพียงแค่
ว่าเวลานี้มีความร้ายแรงมากกว่าตอนนั้นหลายเท่า การสูญเสียชีวิต
จำนวนมาก มันไม่ใช่สิ่งที่เขาสามารถเพิกเฉยได้
“เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าถูกครอบงำ? ” ซวนเทียนโมเพิกเฉยต่อ
พลเมือง และกล่าวกับกงซานโดยตรง “คำพูดของเจ้าไร้สาระที่สุด
และข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้าพูด บ่าวรับใช้” เขากล่าวกับลูกน้องที่เขา
“คุณหนูตระกูลจู้นั้นบ้าไปแล้ว พานางไปที่รถม้าของราชสำนัก แล้ว
ส่งนางกลับไปที่พระราชวัง”
“เจ้ากำลังบอกว่าข้าเป็นบ้าหรือ? ” กงซานเยาะเย้ย “งั้นเหตุผล
ที่ข้าเป็นบ้าไปแล้ว มันคืออะไร ? อย่าลืมว่ามีหมอมากมายที่นี่ หาก
ข้าเป็นบ้าจริง ๆ พวกเขาก็จะรู้ทันที”
เมื่อได้ยินคำว่า“หมอ” ซวนเทียนโมมองไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว
เขาเห็นเฟิงหยูเองยืนอยู่ที่นั่น นางเหลือบมองเขาและเผยให้เห็น
รอยยิ้มอันร้ายกาจ รอยยิ้มทำให้เขารู้สึกหนาวจับใจ สัญชาตญาณ
บอกเขาว่าการเห็นเฟิงหยูเองที่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับเขาแน่นอน ซวน
เทียนโมอยากจะหันกลับเข้าไปในรถม้าของราชสำนักเพื่อกลับ
พระราชวัง แต่ในท้ายที่สุดมีดวงตาจำนวนมากเฝ้ามองอยู่ แม้ว่าเขา
อยากจะจากไป เขาก็ทำไม่ได้
เขามองพราชายาหยูเดินช้าๆ และยืนข้างกงซาน นางจับข้อมือ
ของกงซานด้วยรอยยิ้ม นางแสดงการตรวจสอบครู่หนึ่งก่อนที่จะ
กล่าวว่า “คุณหนูตระกุลจู้ ชีพจรมั่นคง นอกจากความโกรธ ไม่มี
อะไรผิดปกติ ส่วนองค์ชายแปด ทำไมถึงเห็นความมืดมิดที่หว่างคิ้ว
ของพระองค์ ? วันนี้ต้องมีลางร้ายอะไรสักอย่าง ! ”
หลังจากพูดอย่างนี้แล้วคนจนบางคนที่เกี่ยวข้องกับคนที่ตายไป
ในทันใดก็กลายเป็นกระวนกระวายและตะโกนว่า “ฆ่าพระองค์ ! ฆ่า
พระองค์ แก้แค้นเพื่อคนที่เรารัก ! ” ขณะที่พวกเขากล่าวอย่างนี้
หลายคนก็พุ่งไปข้างหน้าและล้อมองค์ชายแปด พลเมืองตาแดงก ่า
และเริ่มชกต่อยและเตะเขา แม้ว่าองค์ชายแปดมีทหารองครักษ์มาด้วย
พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะทำร้ายพลเมืองจำนวนมาก
เฟิงหยูเองหลบอย่างรวดเร็วและออกห่างจากฝูงชนนาง
หลีกเลี่ยงการถูกฝูงชนบีบอัด แต่กงซานไม่โชคดี นางไม่รู้จักศิลปะ
การต่อสู้และร่างกายของนางอ่อนแอ เมื่อฝูงชนผลักไปข้างหน้า นาง
พุ่งเข้าหาซวนเทียนโมโดยไม่รู้ตัว นางยืนอยู่ข้างหน้าแล้วและถลาไป
หาซวนเทียนโมโดยตรง สำหรับซวนเทียนโม เขาเห็นนาง เขาคว้า
นางในทันทีและใช้นางเป็นเกราะเนื้อเพื่อป้องกันตัวเองจากการโจมตี
จากผู้คน
กงซานเกลียดผู้ชายคนนี้มากในขณะนี้นางไม่สามารถคิดอะไร
อีกเลย ในขณะที่ซวนเทียนโมมองไปด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงการถูก
ชกต่อยจากฝูงชน นางยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วและข่วนหน้าของเขา
ซวนเทียนโมไม่คิดว่ากงซานจะหันมาใช้สิ่งนี้และไม่สามารถ
หลบได้แก้มซ้ายของเขามีรอยขีดข่วนทิ้งไว้ กงซานใช้กำลังอย่าง
มาก และผู้หญิงก็มีเล็บมือยาวอยู่แล้ว รอยขีดข่วนนี้เป็นเนื้อและเลือด
ซึมออกมา
กงซานหัวเราะออกมาอย่างไรก็ตามนางผลักซวนเทียนโมด้วย
ความโกรธ นางเดินออกจากฝูงชนและเกือบจะล้มลง แต่ได้รับการ
ประคองจากเฟิงหยูเอง เมื่อมองดูเลือดบนเล็บมือของนาง เฟิงหยูเอง
หัวเราะ “เจ้าทำได้จริง ๆ ! ”
กงซานยิ้มให้เห็นฟันของนางการปรากฏตัวของพระโพธิสัตว์
นั้นได้จางหายไปนาน นางกล่าวอย่างเกลียดชังว่า “ถ้าข้ามีมีด ข้า
อยากจะแทงเขาจนตาย ! ” หลังจากกล่าวแบบนี้ นางมองไปที่เฟิงหยู
เองและชี้ไปที่เสื้อผ้าบางอย่างที่ได้รับไปเมื่อวันก่อน และกล่าวว่า “เจ้า
ช่วยพาข้าเข้าไปในพระราชวังเพื่อร้องเรียนกับฮ่องเต้ได้หรือไม่ ?
นอกจากองค์ชายแปดแล้ว ยังมีท่านผู้หญิงหยวนอีกด้วย ! แม้ว่าเจ้า
ไม่สามารถทำได้เจ้าต้องลอง ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดองค์ชายแปด
เนื่องจากเรามีศัตรูคนเดียวกัน เราจึงอยู่ฝ่ายเดียวกัน”
เฟิงหยูเองยักไหล่แล้วหัวเราะ“ข้าไม่กล้าอยู่ฝ่ายเดียวกับเจ้า
อย่างน้อยที่สุดข้าก็จะไม่ทำร้ายพลเมืองผู้บริสุทธิ์อันเนื่องมาจาก
ความเกลียดชังของข้า แต่ข้าสนใจมากในการร้องเรียนนี้ ไม่ต้อง
กังวล ข้าจะจัดการให้” หลังจากกล่าวแบบนี้ นางก็กล่าวกับวังซวนซึ่ง
อยู่ข้างนาง “พาคุณหนูตระกูลจู้ไปที่คฤหาสน์ขององค์หญิง และให้
นางอยู่ที่นั่นสองสามวัน ข้าจะต้องเตรียมการขั้นต่อไปเอง”