Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ - ตอนที่819 องค์ชายแปดโดนปาไข่
- Home
- Divine Doctor Daughter of the First Wife แพทย์เทวะ หัตถ์ปีศาจ
- ตอนที่819 องค์ชายแปดโดนปาไข่
ศัตรูถูกลิขิตให้มาพบกัน!
ในช่วงเวลานี้เป็นเพราะองค์ชายแปดก่อเรื่องขึ้นมาและทำให้
เกิดปัญหาพยายามที่จะไล่เฟิงหยูเองออกจากเมืองหลวง และบังคับให้
นางปิดร้านห้องโถงสมุนไพร เป็นสิ่งที่แพร่กระจายออกไปทั่วเมือง
หลวง แม้ว่าผู้คนจะไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าองค์ชาย แต่พวกเขาก็ก่น
ด่าองค์ชายแปดกันทั้งเมือง
นับตั้งแต่ซวนเทียนโมออกมาจากตำหนักเซียงเขาอยู่บนม้าของ
เขาเพื่อเดินไปรอบ ๆ เขามีหน้าตาคมคาย พลเมืองไม่ได้ทำอะไรอย่าง
เปิดเผย แต่มีบางคนแอบทำอย่างลับ ๆ มีบางอย่างที่ถูกขว้างใส่ใต้กีบ
ม้า
ซวนเทียนโมไม่เหมือนกับองค์ชายสามเขาจะไม่เริ่มสาปแช่ง
พวกพลเมืองในถนน เพราะเห็นได้ชัดว่าถ้าเขาต้องการได้โลกนี้ เขา
ต้องกุมจิตใจของพลเมืองด้วย ตอนนี้เขาตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบ ถ้า
เขาสร้างปัญหาให้กับพลเมืองในท้องถนนเขาไม่สามารถแบกรับก้น
หม้อดำนั้นได้ นั่นเป็นสาเหตุที่องค์ชายทนอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่ง
เขามาพบเฟิงหยูเองโดยบังเอิญ มีความเย็นชาปรากฏในแววตาของ
เขา และไม่สามารถรั้งตัวเขาไว้ได้
เฟิงหยูเองเงยหน้าขึ้นและมองเข้าไปในดวงตาคมเหมือนเหยี่ยว
ข้อความที่มาจากดวงตาเหล่านั้นดูเหมือนจะเปล่งประกายด้วยความ
ตายและเย็นชามาก
เฟิงเซียงหรูรู้สึกหวาดกลัวและจิตใต้สำนึกก็สั่งการให้นางถอย
กลับไปหนึ่งก้าวแม้กระนั้นนางสูญเสียการทรงตัวและไม่สามารถยืนได้
นางล้มลงไปที่พื้น นางอุทาน “อุ๊ย” เมื่อนางล้มลง
จะเห็นได้ว่าเฟิงหยูเองช่วยประคองนางให้ยืนอยู่ได้อย่างชัดเจน
แต่ใครจะรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะนางไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยเฟิง
เซียงหรูเท่านั้น แต่นางก็ยังก้าวถอยหลังด้วยความกลัว จากนั้นนางก็
ประสบความสำเร็จในการสะดุดเท้าของเฟิงเซียงหรูและล้มลง
ต้องบอกว่าเฟิงเซียงหรูล้มอาจจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายอย่าง
มากมันจะทำให้เกิดความกังวล แต่เฟิงหยูเองนั้นแตกต่างกัน ชื่อเสียง
ของนางในเมืองหลวงนั้นยิ่งใหญ่เกินไปโดยเฉพาะในวันล่าสุด ด้วย
เรื่องของร้านห้องโถงสมุนไพรนั้น องค์หญิงจี่อันได้กลายเป็นคนที่ถูก
พูดถึงอยู่ตลอดเวลา มีแม้กระทั่งบางคนที่จะเช็ดน ้าตาขณะทาน
อาหารและคิดเกี่ยวกับห้องโถงสมุนไพร ในขณะที่สาปแช่งคนที่ไม่
เห็นด้วยกับองค์หญิง
ตอนนี้เฟิงหยูเองล้มลงนางเกิดหกล้มตรงกลางทางแยกที่เต็มไป
ด้วยผู้คนพลุกพล่านที่เดินผ่านไปมา มันดึงดูดความสนใจของทุกคน
ในทันที ทุกคนมองมา วังซวนและหวงซวนจ้องมองเฟิงหยูเอง พวก
นางรีบไปช่วยเฟิงเซียงหรูและคุณหนูของพวกนางเอง ในขณะที่ช่วย
พวกนางก็ถามว่า “คุณหนูเป็นยังไงบ้างเจ้าค่ะ? คุณหนู ข้าบอกแล้ว
ว่าคุณหนูไม่ควรออกมาข้างนอก มีขุนนางจำนวนมากในราชสำนัก
ไม่พอใจคุณหนู ใครจะรู้ว่ามีกี่คนที่คิดจะทำร้ายคุณหนู ! ” หลังจาก
กล่าวอย่างนี้วังซวนคุกเข่าต่อองค์ชายแปดและกล่าวด้วยความกลัว
“องค์ชายแปด เราไม่ได้ตั้งใจที่จะขวางทางเดินของพระองค์ และเรา
ไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดกั้นเส้นทางของพระองค์ ได้โปรดเมตตาด้วยเพคะ”
ขณะที่นางกล่าวนางกับหวงซวนก็ไปหาองค์ชายแปด ขณะที่
พวกนางเริ่มร้องไห้ ทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้าเฟิงหยูเองราวกับว่าม้าของ
องค์ชายแปดจะกลับมาได้ตลอดเวลา แม้แต่เฟิงเซียงหรูที่อยู่ข้างหลัง
พวกนางก็เริ่มร้องไห้ ในอีกด้านหนึ่งนางต้องตกใจ แต่ก็ไม่เพียง
พอที่จะทำให้นางร้องไห้ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการแสดง
องค์ชายแปดซึ่งยังคงอยู่บนหลังม้าสูงรู้สึกราวกับว่ามีเสียง
กึกก้องอยู่ในหัวของเขา ในอดีตเขารู้เพียงว่าเฟิงหยูเองนั้นมีวาจาที่
แหลมคม และนางก็ดุร้ายมากเมื่อลงมือทำ นางเป็นผู้เชี่ยวชาญใน
การต่อสู้บนสนามรบ อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคิดเลยว่าความสามารถ
ในการแสดงของนางนั้นดีเช่นกัน นางเป็นคนที่สามารถพูดจาปั้นน ้า
เป็นตัวได้ไม่กระพริบตา แต่ม้าของเขาไม่ได้เข้าไปสัมผัสนาง พวก
เขาห่างกันไม่กี่ก้าว ท้ายที่สุดทั้งสองนั่งลงบนพื้นอย่างไร ? นี่ไม่ใช่แค่
การบีบคั้นหรือ ?
ดวงตาของเขามีความรู้สึกคล้ายกันขณะที่เขามองไปที่เฟิงหยู
เองแม้กระนั้นเขาเห็นว่าดวงตาของหญิงสาวมีท่าทางยั่วยุ ข้อความ
นั้นชัดเจน : แล้วถ้าข้าบีบคั้นเจ้าล่ะ ?
แม้แต่คนที่มีทักษะสูงในการปรับอารมณ์ของพวกเขาเขายังคง
โกรธ สีหน้าขององค์ชายแปดกลายเป็นย ่าแย่เล็กน้อย และเขาก็ยังคง
อยู่บนหลังม้า ด้วยตำแหน่งที่สูงขึ้นภาพของเด็กสาวร้องไห้ทำให้เกิด
ความรู้สึกขุ่นเคืองใจ เขาเกลียดจริง ๆ ที่เขาไม่สามารถเหยียบย ่า
พวกนางทั้งหมดให้ตายได้
ถนนที่เต็มไปด้วยพลเมืองที่มองดูสามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
ผ่านคำพูดของวังซวนและหวงซวนปรากฏว่าคนขี่ม้าเป็นองค์ชาย
เซียง ! ผู้คนมีปฏิกิริยาตอบสนองและคุกเข่าอย่างว่องไว ไม่กล้า
แม้แต่จะหายใจเสียงดัง สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว
ขณะที่พวกเขาแสดงท่าทางที่ยอมแพ้ แต่พวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขา
คิดภายในนั้นแตกต่างจากสิ่งที่พวกเขาทำ ในเวลานี้พลเมืองทุกคนที่
คุกเข่าลงบนพื้นอดนึกสาปแช่งองค์ชายแปดไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะ
บิดาของเขาเป็นฮ่องเต้และต้องเคารพเขา พวกเขาจะเริ่มสาปแช่ง
บรรพบุรุษของเขา
ด้วยอิทธิพลของร้านห้องโถงสมุนไพรและด้วยคำพูดจาก
ปากขององค์ชายแปดได้ก่อให้เกิดการปิดร้านห้องโถงสมุนไพร และ
เขาได้ผลักดันขุนนางเหล่านั้นให้ไล่องค์หญิงจี่อันออกจากเมืองหลวง
อาจกล่าวได้ว่าในหมู่พลเมืองของเมืองหลวงตั้งแต่ขุนนางจนถึง
สามัญชน ทุกคนต่างก็สาปแช่งองค์ชายแปด แม้แต่ขุนนางที่
สนับสนุนองค์ชายแปดก็มีท่าทีคอยระวัง ทั้งหมดนี้เกิดจากการขโมย
ที่ฉับพลันและลึกลับ
แน่นอนซวนเทียนโมสามารถคาดเดาได้ว่าขุนนางเหล่านั้น
กำลังคิดอะไรอยู่แต่ในเวลาเดียวกันเขาสงสัยว่าขุนนางเหล่านั้น
ร่วมมือกันและทำรายงานเท็จเพื่อที่จะไม่ต้องมอบเงินให้เขา ทั้งสอง
ฝ่ายมีความคิดของตนเอง และสถานการณ์ในปัจจุบันถูกแช่แข็ง ทั้ง
สองฝ่ายก็เต็มใจที่จะเปิดเผยอีกฝ่ายแรก
สำหรับพลเมืองเหล่านี้ซวนเทียนโมนั้นไม่ใช่คนโง่อย่างแน่นอน
“พันธมิตรต่อต้านองค์ชายแปด” ได้เติบโตขึ้นอย่างมากในเมืองหลวง
ไปที่ตำหนักเซียงเพื่อสร้างความวุ่นวาย เขาจะไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ?
แต่เขาจะทำอะไรได้แม้ว่าเขาจะรู้ เขามีวิธีจัดการกับขุนนางไม่กี่คน
แต่พลเมืองทั้งเมืองหลวงทำให้เขามีปัญหาเล็กน้อย เขาไม่สามารถ
ฆ่าพวกเขาทั้งหมดได้
สีหน้าของซวนเทียนโมกลายเป็นอัปลักษณ์ยิ่งขึ้นในขณะที่เขา
จ้องตรงไปที่เฟิงหยูเองสักพัก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยิ้มแล้วกล่าว
ขึ้นว่า “น้องสะใภ้นั้นไม่สนใจเวลาเดิน เจ้าอยู่ห่างจากม้าขององค์ชาย
ผู้นี้ ทำไมเจ้าถึงล้ม ? พื้นดินไม่เรียบหรือ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหน้า“ถนนของเมืองหลวงนั้นได้รับการซ่อมแซม
โดยคนของเสด็จพ่อจากเงินที่เตรียมไว้ในแต่ละปี มันจะไม่เรียบได้
อย่างไรเจ้าคะ ? อาเองไม่เคยคิดเลยว่าจะมีม้าที่สูงขนาดนี้ปรากฏขึ้น
ในความโกลาหลนี้ และข้าก็ตกใจ จากนั้นข้าก็ล้มลง ข้าไม่กล้าตำหนิ
พี่แปด พระองค์ต้องมีเรื่องเร่งด่วนที่จะจัดการ ดังนั้นพระองค์จึงขี่ม้า
และถูกรบกวน พระองค์ต้องไม่ปล่อยปละละเลย เพราะนั่นไม่ใช่ความ
รับผิดชอบที่อาเองสามารถแบกรับได้เจ้าค่ะ”
นางนั่งลงบนพื้นโดยไม่ตั้งใจลุกขึ้นนางกล่าวเรื่องไร้สาระของนาง
ด้วยน ้าเสียงที่น่าสมเพชและมันฟังดูสมจริงมาก แม้แต่ซวนเทียนโมก็
ยังสงสัยว่าม้าของเขาทำให้นางตกใจจริง ๆ หรือไม่ แน่นอนเขารู้ว่า
เฟิงหยูเองไม่กลัวม้า มันดีพอถ้านางไม่ทำให้ม้ากลัว แต่เขาจะเริ่ม
เถียงกับผู้หญิงคนนี้ที่ถนนได้อย่างไร ?
เขาไม่มีความตั้งใจที่จะทำสิ่งนี้ต่อหน้าพลเมืองไม่ว่าสถานะของ
เฟิงหยูเองจะเป็นเช่นไร เมื่อใดก็ตามที่นางวางท่าและทำตัวเหมือน
เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นางก็เป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร
วันนี้เขาจะจบลงด้วยการถูกเยาะเย้ย ในจิตใจของพลเมือง ความรู้สึก
ไม่ดีของเขาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือเหตุผลที่เขาเลือกที่จะ
ประนีประนอม เขายังเตรียมที่จะใช้ความคิดริเริ่มที่จะขอโทษ แต่เดิมนี้
เป็นเรื่องเล็ก เขาเป็นผู้ชาย การทำให้ผู้หญิงตกใจแล้วขอโทษก็ไม่ได้
น่าละอาย
ซวนเทียนโมเตรียมพร้อมที่จะลงจากหลังม้าและช่วยเหลือเฟิง
หยูเองด้วยตัวเองแต่เมื่อความคิดนี้เข้ามาในใจ และก่อนที่เขาจะ
ตระหนักถึงมัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างเขา
ตะโกนว่า “เจ้ากล้าที่จะปิดกั้นเส้นทางขององค์ชายแปด เจ้าคิดว่า
เป็นความผิดประเภทใด?”
เมื่อเสียงตะโกนดังออกมาองค์ชายแปดก็หวาดกลัว จากนั้นเขา
ก็จ้องมองทหารองครักษ์อย่างโกรธเคือง อย่างไรก็ตามทหารองครักษ์
ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เขาทำผิด เขาเป็นทหารองครักษ์ที่ได้รับการแต่งตั้ง
ใหม่ และเขาได้รับมอบหมายให้ทำงานภายใต้บังบัญชาขององค์ชาย
แปด จิตใจของเขามีความสุขมาก และเขาหวังว่าจะมีโอกาสที่ดีและ
คิดว่าจะปกป้องเจ้านายของเขาอย่างไร หากเขาทำได้ดี การได้เลื่อน
ตำแหน่งจะไม่เป็นปัญหา ในความเป็นจริง เขาไม่มีความสามารถ
มากหรือไม่มีความสามารถในการชั่งน ้าหนักคำพูดของเขา ถ้าเป็น
เช่นนี้ในอดีตซวนเทียนโมจะไม่นำทหารองครักษ์แบบนี้มากับเขา แต่
ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากของที่หายไปจาก
ตำหนัก เขาจึงฆ่าคนจำนวนมาก ชั่วระยะเวลาหนึ่งเขาขาดกำลังคน
และเขาไม่สามารถออกมาได้ด้วยตนเอง ดังนั้นเขาจึงเลือกคนผู้นี้
อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลให้เกิดผลลัพธ์นี้
ทหารองครักษ์ได้กล่าวเช่นนี้ซึ่งหมายความว่าเขาไม่สามารถ
ทำตามแผนเดิมของเขาได้อีกต่อไป เขาไม่สามารถลงจากม้าของเขา
เพื่อขอโทษได้ เขาทำให้นางขุ่นเคือง ตอนนี้ประเด็นของความดีคือ
อะไร ? ชั่วครู่หนึ่งบรรยากาศก็เย็นยะเยือก
แต่ทหารองครักษ์นั้นรู้สึกว่าเขาทำได้ดีมากด้วยความยุติธรรม
ที่ด้านข้างของเขา เขายืนอยู่ที่นั่นในขณะที่แสดงความแข็งแกร่งของ
เขา เขายังคงกล่าวหาว่ากลุ่มของเฟิงหยูเองไม่รู้ว่าอะไรดีสำหรับพวก
นาง เขาชักดาบออกมาแล้วชี้ไปที่หวงซวน ในสายตาของเขา เฟิงหยู
เองเป็นเพียงองค์หญิงที่ไม่ได้มาจากราชวงศ์ ในขณะที่เจ้านายของ
เขาเป็นองค์ชายที่แท้จริง และพลังขององค์ชายแปดไม่ใช่สิ่งที่องค์
ชายคนอื่นสามารถเปรียบเทียบได้ ! องค์หญิงผู้นี้กล้าทำตัวแบบนี้กับ
เจ้านายของเขา เขาต้องระบายความโกรธแทนเจ้านายของเขา
ทหารองครักษ์ดังกล่าวมีความแข็งแกร่งอย่างมากแต่ไม่ใช่คน
กลุ่มเดียวของเฟิงหยูเองที่เคลื่อนไหว แม้แต่หวงซวนก็ยังอดทนได้
เป็นเพราะพวกนางเห็นแล้วว่าพลเมืองคุกเข่ารอบตัวพวกเขาเริ่มตอบ
โต้แล้ว !
พลเมืองได้เริ่มตอบสนองแน่นอนเมื่อเผชิญหน้ากับองค์ชาย
แปด พวกเขาเพียงแต่กล้าที่จะโกรธ แต่ไม่กล้าที่จะพูด แต่เมื่อพวก
เขาเผชิญหน้ากับทหารองครักษ์ที่ต ่าต้อย พวกเขาสามารถระบาย
ความโกรธแทนองค์หญิงจี่อันได้ พวกเขาสามารถไปข้างหน้ากับมัน
ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นองครักษ์ชักดาบออกมา บาง
คนตะโกนทันที “ฆ่า ! ทหารองครักษ์ฆ่าคนที่อยู่ตามท้องถนน ! ”
มีคนจำนวนมากขึ้นที่เริ่มส่งเสียงร้องเรียนของพวกเขา“เจ้าเป็น
แค่ทหารองครักษ์ เจ้ากล้าพูดกับองค์หญิงจี่อันเช่นนี้หรือ ? ”
“ข้อพิพาทอยู่ระหว่างองค์หญิงและองค์ชายเจ้าจะพูดอะไรได้
บ้าง”
“เจ้าเป็นคนที่ไร้ยางอายชายหนุ่มที่โตแล้วกำลังชี้ดาบใส่เด็ก
สาว ตูดของข้า ! น่าละอายเหลือเกิน ! ”
”ถูกต้อง! ไร้ยางอาย ! ”
การกล่าวหาและการสาปแช่งเหล่านี้ดังเซ็งแซ่และทหาร
องครักษ์รู้สึกว่าเขาเสียหน้ามากเกินไป ในขณะที่เขาหันหลังกลับและ
ชี้ดาบของเขาไปที่พลเมือง แต่มีพลเมืองมากมาย พวกเขาจะกลัว
อะไรเขา พวกเขาโกรธมากและผู้คนเริ่มโจมตี ชายและหญิงที่ถือ
ตะกร้าเอาก้านผักกาดหอม ไข่และมันฝรั่งออกมา จากนั้นก็เริ่มขว้าง
ไปที่องครักษ์
ในทันใดนั้น“ไข่และผัก” เต็มถนน มีแม้แต่ “ลูกเห็บ” ที่หลงทาง
องค์ชายแปดโดนไข่ปาเข้าที่หน้าผาก !