Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 2953 ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งพันล้าน
ตอนที่ 2953 ซื้อหนังสือเล่มหนึ่งพันล้าน
ห้าร้อยล้าน คัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง เสนอราคาห้าร้อยล้าน พลันทำให้ทุกคนต้องงงงัน
หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลตื่นเต้นยิ่งนัก นี่ยังไม่ใช่ของวิเศษที่ยอดเยี่ยมเป็นอันดับที่สองเลย แค่คัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งก็สามารถประมูลไปได้ถึงห้าร้อยล้าน ทั้งยังเป็นศิลาแกร่งคงความอมตะตลอดกาลขั้นสมบูรณ์ ราคาที่สูงลิ่วเช่นนี้ จะไม่สร้างความตระหนกผู้คนจนทำอะไรไม่ถูกได้อย่างไรเล่า
นี่เป็นมูลค่าการซื้อขายที่สูงที่สุดเท่าที่หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลเคยได้มา และเป็นการซื้อขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดอีกด้วย
“อ้ายบ้าเอ๊ย นี่ไม่เห็นเงินเป็นเงินเลยนะเนี่ย” ในเวลานี้ ทุกคนต่างมองไปที่หลี่ชิเย่ สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนแล้วแต่รวมอยู่บนตัวของหลี่ชิเย่
“เจ้าหนูคนนี้บ้าไปแล้วรึ? ตัวร้อนจนสมองพิการไปแล้วรึ? ” มีผู้ที่รู้สึกสงสัย ถ้าหากเป็นไปได้พวกเขาอยากจะคลำดูหัวของหลี่ชิเย่สักหน่อยว่า หัวของมันร้อนมากหรือไม่ ร้อนจนสมองเสื่อมไปแล้ว
พลันที่เสนอราคาห้าร้อยล้านออกไป ทำให้กุมารซ้ายหมิงหวัง และกุมารขวาหมิงหวังพูดอะไรไม่ออกอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว เกือบจะต้องกระอักเป็นเลือดออกมา พวกเขาได้ถูกความเป็นมือเติบของหลี่ชิเย่ทุบจนบาดเจ็บภายในเสียแล้ว
ห้าร้อยล้าน แม้ว่าพวกเขาจะเป็นสามเณรใต้หมิงหวังฝอก็จริง แต่ก็ถูกเงินจำนวนนี้ทำให้งงงันไปแล้ว
นี่มันหาใช่ศิลาแกร่งทั่วๆ ไป มันคือศิลาแกร่งเฉพาะของระดับคงความอมตะตลอดกาลขั้นสมบูรณ์ ศิลาแกร่งลักษณะเช่นนี้มีความล้ำค่าเพียงใด และพบเห็นได้ยากเพียงใด หลี่ชิเย่ควักออกมาง่ายๆ ตามอารมณ์ก็คือห้าร้อยล้าน เรียกว่าสยบผู้คนจำนวนเท่าไรในทันที
“ห้าร้อยล้าน ห้าร้อยล้าน ยังมีผู้ใดจะประมูลเพิ่มเติมอีกหรือไม่…” ในเวลานี้เอง หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลตื่นเต้นจนเคาะค้อนที่อยู่ในมือแล้ว
“สหาย ท่านกับข้ามาผูกวาสนากันดีไหม…ในเวลานี้ แม้ว่าหมิงหวังฝอจะไม่ได้มา และเงาสะท้อนบนกระจกยังคงเลือนลางไม่ชัดเจน แต่ว่า เสียงของเขากลับถูกส่งผ่านมาแล้ว
พุทธวาจายิ่งใหญ่ไพศาล เสียงที่เรียบเฉยของเขาเปี่ยมด้วยจังหวะของพุทธะ ขณะที่เสียงของเขาดังขึ้นเหมือนมีเสียงของพระจำนวนหมื่นพันเทศนาธรรมอยู่ข้างหูอย่างนั้น ทันใดนั้นเอง เสียงพุทธวาจาเหมือนได้เอ่อท่วมจิตใจของเจ้า ทำให้หลงทางอยู่ท่ามกลางทะเลธรรมที่ไร้ขอบเขต
เสียงหมิงหวังฝอที่ดังขึ้น เสมือนดั่งได้ถ่ายทอดคำบัญชาพุทธองค์ลงมา ทำให้ทั่วทั้งสถานที่ประมูลเงียบสงบขึ้นมาทันที นาทีนี้ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่ก้มศีรษะลง กระทั่งมียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยที่จิตถูกจังหวะเสียงเสนาะของพระที่ชุมนุมจำนวนมากโน้มน้าว ถึงกับคุกเข่าก้มลงกราบอยู่ตรงนั้น
พลันที่ขาดคำของหมิงหวังฝอ เหมือนว่าทั่วทั้งบริเวณประมูลทั้งหมดได้กลับกลายเป็นแดนพุทธะอย่างนั้น ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าใดที่ถูกปกคลุมด้วยเงาของพุทธะ เกิดคลื่นกระเพื่อมเป็นวงกว้างออกไปในจิตใจ
หมิงหวังฝอยังไม่ทันมาด้วยตนเอง ลำพังอาศัยเพียงพุทธวาจาก็สามารถทำให้ผู้คนนั่งลงแสดงความเคารพเลื่อมใสสูงสุดได้ มันช่างเป็นพลังการโน้มน้าวที่น่ากลัวอะไรอย่างนั้น บรรดาผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในเหตุการณ์ แม้แต่ราชันแท้จริงหวงจุน ราชันแท้จริงเซิ่นซวงต่างรู้สึกเย็นวาบในใจเมื่อได้ยินเสียงเทศนาเช่นนี้ ไม่อาจไม่ยอมรับว่าพลังพุทธะของหมิงหวังฝอนั้นลึกซึ้งยากจะหยั่งถึง
หนึ่งพันล้าน…แต่ว่า หมิงหวังฝอพูดยังไม่ทันจบ หลี่ชิเย่ก็ได้เอ่ยขึ้นบางๆ
หลี่ชิเย่ไม่ได้รับผลกระทบจากหมิงหวังฝอแม้แต่น้อย อีกทั้งคำพูดที่เขาได้พูดออกมาโดยพลัน ได้ทำลายจังหวะธรรมะศาสนาพุทธของหมิงหวังฝอจนแตกละเอียด เหมือนก้อนหินก้อนเดียวก่อเกิดคลื่นนับพัน ทำให้คติธรรมที่หมิงหวังฝอได้สร้างขึ้นมาพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาเดียว
ทุกคนต่างได้สติกลับมาในพริบตาเดียว สถานที่ประมูลยังคงเป็นสถานที่ประมูล บรรยากาศทึ่คึกครื้นยังคงไม่ได้จางหาย ที่นี่คือสถานที่ที่มีแต่ผลประโยชน์ ทุกๆ ลมหายใจที่นี่ ผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยกลิ่นของเงินตรา
“แม่จ๋า หนึ่งพันล้าน…” เมื่อมีผู้ได้สติกลับมา ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่ร้องเสียงแหลมขึ้นมา
เทียบกับคติธรรมของหมิงหวังฝอแล้ว เงินหนึ่งพันล้านก็คือระเบิดที่มีอานุภาพไร้ขีดจำกัด พลันจัดการระเบิดคติธรรมระเบิดจนแหลกเป็นจุน
ในพริบตาเดียวนั่นเอง ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนเท่าไรที่ถูกความมือเติบเช่นนี้ทำให้ตกใจจนร้องเสียงแหลมขึ้นมา
นาทีนี้ทุกคนต่างจ้องมองไปที่หลี่ชิเย่ ไม่เพียงเพราะหลี่ชิเย่ทุ่มเงินออกมาหนึ่งพันล้านตามอารมณ์ แต่มันคือการนำเอาเงินหนึ่งพันล้านฟาดใส่หน้าของหมิงหวังฝออย่างแรง
เหมือนว่านี่เป็นการบอกหมิงหวังฝออย่างโจ่งแจ้งว่า ต่อให้หน้าใหญ่แค่ไหน ข้าก็จะใช้เงินนี่แหละทุบเจ้าให้ม้วย!
นี่แหละคือเสน่ห์ของเงินตรา แม้คติธรรมจะทรงพลังมากกว่านี้ นาทีนี้ก็ได้ถูกทุกจนแหลกละเอียดไปด้วยเงินทองที่เต็มได้ด้วยกลิ่นเหม็นสาบจำนวนหนึ่งพันล้าน
ในเวลานี้ ทุกคนต่างจ้องมองไปที่หลี่ชิเย่ สิ่งนี้ไม่เพียงเพราะหลี่ชิเย่ที่ทุ่มเงินหนึ่งพันล้านออกมาตามอารมณ์เท่านั้น อีกทั้ง เขายังอาศัยเงินทองฟาดใส่หน้าของหมิงหวังฝอ เป็นการไม่ให้เกียรติหมิงหวังฝออย่างสิ้นเชิง อาศัยเงินหนึ่งพันล้านฟาดเขาอย่างแรง
เป็นการประกาศความเป็นศัตรูกับหมิงหวังฝอโดยแท้
เมื่อครู่นี้ หมิงหวังฝอออกปากว่าจะผูกวาสนาของหลี่ชิเย่ เป็นการบอกเป็นนัยๆ ว่าหมิงหวังฝอได้ยื่นความปรารถนาดีต่อหลี่ชิเย่ ความหมายนั้นชัดเจนอย่างยิ่ง ต้องการขอให้หลี่ชิเย่อย่าเรียกประมูลต่อไปอีก
แต่ทว่า หมิงหวังฝอพูดยังไม่ทันจบ หลี่ชิเย่ก็โยนไปหนึ่งพันล้าน เป็นการฟาดใส่หน้าของหมิงหวังฝอโดยตรง ต่อให้หน้าใหญ่ขนาดไหนก็ดังไม่เท่าถูกเงินพันล้านฟาดใส่ ทำให้หมิงหวังฝอหุบปากลงทันที
เงินหนึ่งพันล้านที่หลี่ชิเย่โยนออกไปได้ผูกศัตรูคนหนึ่ง เป็นการประกาศเป็นศัตรูกับหมิงหวังฝอโดยสิ้นเชิง
จะอย่างไรเสีย หน้าพระไร้รูป การที่ถูกคนใช้เงินพันล้านฟาดใส่หน้า อีกทั้งยังเป็นการตบหน้าที่ธรรมดาที่สุด เป็นการตบหน้าหมิงหวังฝออย่างแรงต่อหน้าธารกำนัลทั่วหล้า ส่งผลให้หมิงหวังฝอ วัดลังกาไม่เหลือไว้ซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรี
พลันที่มีการเสนอราคาหนึ่งพันล้าน หมิงหวังฝอไม่ได้ส่งเสียงขึ้นมาอีกแล้ว ต่อให้เขามาด้วยตนเองก็รู้ว่า เรื่องนี้ไม่เหลือทางหนีทีไล่เอาไว้อีกแล้ว
กล่าวสำหรับวัดลังกา สำหรับหมิงหวังฝอ สำหรับระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิทั้งหมดแล้ว เงินหนึ่งพันล้านก็คือเงินจำนวนมาก
กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า นี่คือเงินจำนวนมหาศาล ผู้ที่สามารถควักเงินจำนวนนี้ออกมารวดเดียวได้นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ต่อให้วัดลังกาของพวกเขาสามารถนำเอาเงินหนึ่งพันล้านออกมาได้ เกรงว่าก็คงสุดความสามารถ และหมดคลังแล้วล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้นกล่าวสำหรับวัดลังกาของพวกเขาแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินหนึ่งพันล้านเพื่อซื้อ ‘คัมภีร์สือหลันจิง’ โดยสิ้นเชิง จะอย่างไรเสียวัดลังกาของพวกเขามีความเป็นศาสนาพุทธที่สมบูรณ์ มีคัมภีร์ทางพุทธศาสนาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ต่อให้ต้องขาด ‘คัมภีร์สือหลันจิง’ ไปสักเล่มก็ไม่ส่งผลกระทบสักเท่าไรต่อวัดลังกาของพวกเขา
“หนึ่งพันล้าน หนึ่งพันล้าน หนึ่งพันล้าน ตกลงซื้อขาย! ” ในที่สุด ค้อนของหญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลได้ทุบลง และ ‘คัมภีร์สือหลันจิง’ ราคาหนึ่งพันล้านเป็นของหลี่ชิเย่
ในเวลานี้ บรรยากาศทั่วบริเวณลานประมูลเหมือนจับตัวแข็งอย่างนั้น ทุกคนต่างจ้องมองไปที่หลี่ชิเย่ ทุกคนไม่รู้ว่าควรจะมองดูด้วยแววตาอย่างไร การอาศัยเงินหนึ่งพันล้านประมูล ‘คัมภีร์สือหลันจิง’ เล่มหนึ่ง ทั้งยังเป็นศิลาแกร่งคงความอมตะตลอดกาลขั้นสมบูรณ์ การใช้เงินอย่างบ้าบิ่นเช่นนี้ คนแบบนี้หรือจะเป็นคนเสียสติ?
ถ้าหากคนเช่นนี้คือคนเสียสติ เช่นนั้นแล้ว ตนเองยังสู้คนเสียสติไม่ได้ จะอย่างไรเสียคนเสียสติเช่นนี้สามารถทุ่มศิลาแกร่งคงความอมตะตลอดกาลขั้นสมบูรณ์ออกมาหนึ่งพันล้านได้ตามอารมณ์ โลกนี้ยังจะมีคนเสียสติเช่นนี้สักกี่คน?
เวลานี้ บริเวณลานประมูลเหมือนเงียบจนกระทั่งสามารถได้ยินเสียงเข็มที่หล่นลงพื้นอย่างนั้น แม้แต่หญิงสาวผู้ดำเนินการประมูลยังรู้สึกว่าสามารถได้ยินเสียงหายใจที่ถี่ๆ ของตนอย่างนั้น
ใช้เงินหนึ่งพันล้าน ซื้อ ‘คัมภีร์สือหลันจิง’ เล่มหนึ่งมันไม่คุ้ม” ขณะที่บริเวณลานประมูลเงียบสงบจนถึงขีดสุดนั้น แม้แต่กระบือดำขนาดใหญ่ก็ส่ายน้าและพึมพำขึ้นมา
“ไม่มีอะไร เห็นสามเณรน้อยสองรูปนั้นแล้วขัดตาเท่านั้นเอง ดังนั้นจึงได้ซื้อมา” หลี่ชิเย่กล่าวเรียบเฉยยิ่งขึ้นมา
พลันที่พูดคำๆ นี้ออกมา ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกคำพูดคำนี้ทำให้สลบไป แม้แต่กุมารซ้ายหมิงหวัง และกุมารขวาหมิงหวังก็โมโหจนเกือบสลบ
แค่มองเห็นสามเณรสองรูปแล้วขัดตาก็ทุ่มเงินหนึ่งพันล้านซื้อ ‘คัมภีร์สือหลันจิง’ เล่มนี้มา คนลักษณะเช่นนี้ช่างหยาบคายเหลือเกิน
แม้แต่ราชันแท้จริงหวงจุน ราชันแท้จริงเซิ่นซวงที่นั่งอยู่สูงเด่น พวกเขาต่างหัวเราะเจื่อนๆ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของหลี่ชิเย่ พวกเขาต่างรู้สึกอับอาย และรู้สึกระอายใจ
มองคนอื่นแล้วขัดตาก็ทุ่มเงินเป็นพันล้านง่ายๆ ตามอารมณ์ พวกเขาที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ และเป็นราชันแท้จริงที่อยู่สูงเด่นเช่นนี้ พวกเขาถามตนเองทีหนึ่ง พวกเขาทำตัวเป็นเจ้าถิ่นไม่ได้ถึงเพียงนี้ และเป็นลูกที่ล้างผลาญทรัพย์สมบัติพ่อแม่ไม่ได้ถึงขั้นนี้
แม้ว่าให้พวกเขาต้องควักเอาเงินพันล้านออกมาทุ่มคน พวกเขาก็คิดว่าตนเองนั้นทำเช่นนั้นไม่ได้ ต่อให้พวกเขามีเงินจำนวนนี้จริงๆ ก็เสียดาย
แต่ว่า เมื่อครู่หลี่ชิเย่ทุ่มเงินไปเป็นจำนวนมากมาแล้ว เวลานี้ยังทุ่มเงินหนึ่งพันล้านออกมาตามอารมณ์ เหมือนว่าเงินของเขามีมากจนไม่อาจจะจินตนาการได้
มีเงิน ดื้อรั้น ในเวลานี้ ทุกคนได้แต่นึกถึงคำพูดคำนี้แล้ว
กระทั่งมีคนที่อยากจะวิ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าหลี่ชิเย่ และกอดขาของหลี่ชิเย่เอาไว้ ร้องด้วยเสียงที่โศกเศร้าว่า นายท่าน ท่านรีบมองดูข้าแล้วรู้สึกขัดตาเถอะ และอาศัยหนึ่งพันล้านทุบข้าให้สลบไปเลย
“พี่ใหญ่ ข้ายอมแล้ว” เวลานี้ เจ้าถังเปิงที่เป็นทายาทเศรษฐีก็หมดอารมณ์แล้ว ยอมศิโรราบอย่างราบคาบ และกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ข้าสมควรเรียกท่านว่าหลี่พันล้าน ชื่อนี้เหมาะกับท่านมากเหลือเกิน”
“หลี่พันล้าน ข้ารู้สึกว่าชื่อนี้ใช้ได้” เมื่อทุกคนได้สติกลับมา และพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว ต่างรู้สึกว่าแม้ชื่อนี้จะดูพื้นๆ แต่ดูเหมือนเหมาะสมกับหลี่ชิเย่เป็นพิเศษ เมื่อได้ยินถังเปิงที่เป็นทายาทเศรษฐีตั้งชื่อฉายานี้ให้กับหลี่ชิเย่
“หลี่พันล้าน…” ในเวลานี้ ทุกคนต่างไม่รู้ว่าชื่อที่แท้จริงของหลี่ชิเย่คืออะไรแล้ว สรุปก็คือ ทุกคนรู้จักเขาใจนามหลี่พันล้าน!
“หลี่พันล้าน หลี่พันล้าน ผู้ลงมือคือหลี่พันล้าน! ” ในขณะนี้ถังเปิงได้ร้องกล่าวเสียงดังขึ้นมา ปลุกระดมบรรยากาศ
“หลี่พันล้าน หลี่พันล้าน ผู้ลงมือคือหลี่พันล้าน! ” ในเวลานี้ ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยในลานประมูลต่างก้มลงกับพื้นและร้องตามขึ้นมา
บางทีแรกเริ่มทีเดียว มีผู้คนจำนวนเท่าไรที่ดูแคลนหลี่ชิเย่ ในสายตาของพวกเขาเหล่านั้นมองว่าหลี่ชิเย่กับถังเปิงนั้นเป็นประเภทเดียวกัน เป็นเพียงผู้ที่ร่ำรวยเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น เป็นพวกบ้านนอกคนหนึ่ง ในสายตาของผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นเพียงมดปลวก
แต่ทว่า เมื่อหลี่ชิเย่ทุ่มเงินออกมาพันล้าน ฟาดใส่หน้าหมิงหวังฝออย่างแรงง่ายๆ ตามอารมณ์ ทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไป
เมื่อมีเงินมากเพียงพอถึงระดับหนึ่ง การมีเงินก็คือนายท่าน สามารถฟาดจนหมิงหวังฝอไม่กล้ากระทั่งผายลมเหมือนกันมิใช่รึ
ต่อให้หมิงหวังฝอเก่งกว่านี้แล้วจะอย่างไร เวลานี้เขาก็ไม่ได้เสนอราคาตามมิใช่หรือ นี่แหละมีเงินคือนายท่าน
“หลี่พันล้าน หลี่พันล้าน ลงมือก็คือพันล้าน! ” ในเวลานี้ เสียงร้องคำว่าหลี่พันล้านดังก้องไปทั่วลานประมูล
แม้แต่หญิงสาวผู้ทำหน้าที่ดำเนินการประมูลก็ร้องตามขึ้นมา ทำให้บรรยากาศในลานประมูลถูกจุดติดสูงขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
แม้แต่ราชันแท้จริง และระดับคงความอมตะตลอดกาลที่แข็งแกร่งมากไปกว่านี้ในลานประมูลต่างก็นิ่งเงียบ ที่ตรงนี้ มีเงินคือนายท่าน!
………………………………………………………………………………………………