Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3046 พวกไก่อ่อน
ตอนที่ 3046 พวกไก่อ่อน
เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว หนึ่งฝ่ามือที่ฟาดออกไป ทำลายล้างรุนแรงไร้สิ่งต้านทาน
ภายใต้เสียงตูมที่ดังสนั่น มองเห็นมีดหมุนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกตบจนแหลกละเอียดโดยพลัน สมควรทราบว่า มีดหมุนที่ไม่ขาดช่วงนี้คือของวิเศษของเทพสงครามจินเปี้ยน แต่ว่า ภายใต้หนึ่งฝ่ามือของหลี่ชิเย่ที่ตบลงมา ยังคงถูกตบจนแหลกละเอียด
หลังจากที่หนึ่งฝ่ามือได้ตบมีดหมุนจำนวนนับไม่ถ้วนจนละเอียดไปแล้ว พลังฝ่ามือยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านั้น ได้ตบใส่มุทรารอยพิมพ์มือของหมิงหวังฝอ
เสียงปังเสียงหนึ่งดังก้องฟ้าดิน และก้องกังวานอยู่ระหว่างฟ้าดินเป็นเวลานาน หนึ่งฝ่ามือที่ตบลงมามุทรารอยพิมพ์มือของหมิงหวังฝอพลันแตกละเอียด เป็นภาพที่อลังการมาก จากนั้น ได้ยินเสียงดังคร๊ากกกไม่ขาดสาย เห็นพระพุทธรูปทองคำหมื่นจ้างหลังจากถูกฝ่ามือเข้าให้แล้ว ปรากฏเป็นรอยร้าวขึ้นทั่วทั้งองค์
สุดท้าย ท่ามกลางเสียงปังที่ดังขึ้น พระทองคำหมื่นจ้างแตกละเอียดโดยสิ้นเชิง พลันมองเห็นเศษชิ้นส่วนสีทองนับไม่ถ้วนที่ปลิวว่อนไปทั่วฟ้า
การโจมตีผ่านช่องว่างของหมิงหวังฝอ และเทพสงครามจินเปี้ยนเรียกได้ว่าปราศจากผู้ต่อกร แต่ว่า กลับถูกหลี่ชิเย่อาศัยหนึ่งฝ่ามือตามอารมณ์ทำลายจนแหลกละเอียดไป
“อ๊ากก…” ในขณะนี้ เสียงร้องแหลมและเศร้ารันทดดังก้องไปทั่วฟ้าดิน มองเห็นเทพสวรรค์กระบี่ครึ่งเล่ม และเสินกู่จ้านทั้งสองคนถูกมือขนาดใหญ่ของหลี่ชิเย่บดขยี้ สุดท้าย เสียงปุดังขึ้นมาเสียงหนึ่ง พวกเขาทั้งสองถูกทำลายโดยสิ้นเชิงทั้งกายเนื้อและจิตวิญญาณ เหลือไว้เพียงหมอกเลือดที่ลอยล่องอยู่ตรงนั้น
ในเวลานี้ กลิ่นคาวเลือดสะท้อนอยู่ระหว่างฟ้าดิน ทำให้ทุกคนอดจะหวาดหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้
อ๊วกก…หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ มีผู้อดที่จะสำรอกอาเจียนขึ้นมา นี่คือระดับคงความอมตะตลอดกาลที่ปราศจากผู้ต่อกรถึงสองคนเลยนะ แต่ว่า เวลานี้กลับถูกหลี่ชิเย่บดขยี้ทำลายเป็นๆ มันช่างเป็นเรื่องที่น่าสยองขวัญอะไรอย่างนั้น มีผู้ที่ได้กลิ่นคาวเลือดอดที่จะกระเพาะปั่นป่วนจนอาเจียนออกมาอย่างหนัก
ในเวลานี้ ฟ้าดินเงียบสงัด นับตั้งแต่ลงมือกระทั่งถูกบดขยี้ทำลาย มันก็แค่ดีดนิ้วเท่านั้นเอง พวกของเทพสวรรค์กระบี่ครึ่งเล่มสี่คนมีเพียงกระบี่เหินเทียนเจียวที่หลบหนีไปได้ คนอื่นๆ อีกสามคนล้วนตัวตายจิตวิญญาณสลายทั้งสิ้น ขณะที่กระบี่เหินเทียนเจียวก็ถูกถล่มจนกลายเป็นหมอกเลือด เหลือเพียงแค่ครึ่งชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดแม้แต่การลงมือของหมิงหวังฝอ และเทพสงครามจินเปี้ยนก็ไม่สามารถช่วยชีวิตของเทพสวรรค์กระบี่ครึ่งเล่ม และเสินกู่จ้าน พวกเขายังคงตายอนาถภายใต้เงื้อมมือของหลี่ชิเย่
เหมือนว่าขอเพียงหลี่ชิเย่ต้องการสังหารใครสักคน ไม่ว่าผู้ใดในเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดินลงมือช่วยก็ไร้ประโยชน์ สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถหนีพ้นชะตาต้องถูกสังหารไปไม่ได้
หลังจากที่หลี่ชิเย่ได้สังหารเสินกู่จ้าน และเทพสวรรค์กระบี่ครึ่งเล่มไปแล้ว ได้ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น ท่าทางเอ้อระเหยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เหมือนว่านั่นเป็นเพียงเหยียบมดตายไปแค่สองสามตัวเท่านั้นเอง
เวลานี้ไม่ว่าใครก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีสีหน้าซีดเผือดขณะจ้องมองดูหลี่ชิเย่ ไม่ทราบว่ามีผู้คนจำนวนกี่มากน้อยที่ขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้
บางที ก่อนหน้านั้นอาจจะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับชื่อของคนโหดอันดับหนึ่ง จะอย่างไรเสียพวกเขาไม่เคยเห็นหลี่ชิเย่ลงมือด้วยตนเองกับตา คิดว่าเป็นเพียงการพูดให้เกินจริงของคนอื่นเท่านั้น
เวลานี้ได้เห็นกับตาตนเองที่หลี่ชิเย่สังหารพวกของเสินกู่จ้านอย่างง่ายดายแล้ว พลันทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยต้องขวัญหนีดีฝ่อ ความแข็งแกร่งของหลี่ชิเย่นั้น น่าสยองขวัญยิ่งกว่าที่พวกเขาจินตนาการเสียอีก
ในเวลานี้ แววตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรงขณะมองไปที่หลี่ชิเย่ กระทั่งมีผู้ที่ไม่กล้าจ้องมองหลี่ชิเย่โดยตรง แววตาของหลี่ชิเย่ที่มองมาตามอารมณ์ก็ทำให้ขาทั้งสองข้างของพวกเขาต้องสั่นเทา ผู้ที่ดำรงอยู่ในสถานะเช่นนี้ได้ทำให้ผู้คนต้องกราบไหว้แล้ว
ดังนั้น ในขณะนี้จึงมีผู้ที่ทักษะอ่อนคุกเข่าก้มกราบกับพื้นเป็นเวลานานโดยไม่ได้ลุกขึ้นมา
ต่อให้หลี่ชิเย่ไม่ได้แผ่พลังที่ปราศจากผู้ต่อกรใดๆ ไปสยบผู้อื่น แต่ว่า มีผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยที่ก้มกราบกับพื้นและไม่กล้าเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน
เด็กอัศจรรย์สามตา และราชันแท้จริงหลิงซินต่างรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง เมื่อเห็นหลี่ชิเย่สังหารพวกของเสินกู่จ้านอย่างง่ายดาย
พวกเขารู้ว่าหลี่ชิเย่นั้นแข็งแกร่งมาก รู้ว่าหลี่ชิเย่นั้นน่าสยองขวัญยิ่ง แต่ว่ายังไม่มีแนวความคิดในรายละเอียดเกี่ยวกับกำลังความสามารถของหลี่ชิเย่
เวลานี้พลันที่หลี่ชิเย่ลงมือก็สามารถสังหารพวกของเทพสวรรค์กระบี่ครึ่งเล่มได้อย่างง่ายดาย แม้แต่พวกของเทพสงครามจินเปี้ยนยื่นมือเข้าช่วยก็ไร้ประโยชน์ พวกเขาพลันมีความชัดเจนในกำลังความสามารถของหลี่ชิเย่ขึ้นมาทันที
“โชคยังดี โชคยังดี” ในเวลานี้แม้แต่เด็กมหัศจรรย์สามตาก็มีสีหน้าที่ขาวซีด และมีเหงื่อเย็นออกมาจากฝ่ามือ ในใจรู้สึกโชคดีอย่างยิ่ง
ในครั้งนั้นเขาเองก็ไปหาเรื่องหลี่ชิเย่มิใช่รึ หวังจะออกหน้าแทนราชันแท้จริงหลิงซิน ตอนนั้นเขาเองก็เปี่ยมด้วยความอวดดีและไม่เห็นหลี่ชิเย่อยู่ในสายตา
โชคดีตรงที่เขามีดวงตาทองคำดวงหนึ่ง ถ้าหากไม่เป็นเพราะดวงตาทองคำของเขามองออกถึงความนัยนิดหนึ่ง ทำให้เขาตกใจจนหนีเตลิดไป มิฉะนั้นล่ะก็ เกรงว่าตัวเขาที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคงตายอนาถภายใต้เงื้อมมือของหลี่ชิเย่ไปนานแล้ว
ในขณะนี้ เด็กอัศจรรย์สามตาเองไม่รู้ว่าตนเองนั้นช่างโชคดีอะไรอย่างนั้น โชคดีที่ตอนนั้นก่อนลงมือได้อาศัยดวงตาทองคำมองดูหลี่ชิเย่ทีหนึ่ง จึงมองออกถึงความนัยอะไรบางอย่าง มิฉะนั้นล่ะก็ตัวเขาก็ต้องตายอนาถภายใต้เงื้อมมือของหลี่ชิเย่ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะพลิกตัวหากไม่เป็นเพราะมีดวงตาทองคำในครอบครอง
เวลานี้เองเด็กอัศจรรย์สามตารู้สึกว่าตนเองนั้นช่างโชคดีอะไรอย่างนั้น หากไม่เป็นเพราะมีดวงตาทองคำในครอบครอง จุดจบของตนก็เหมือนเช่นพวกเสินกู่จ้านอย่างนั้น
ราชันแท้จริงหลิงซินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่ง ในฐานะที่นางเป็นระดับราชันแท้จริง ภายในใจก็รู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงเช่นกันกับผู้ดำรงอยู่ในฐานะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ในขณะนี้ภายในใจของนางเข้าใจว่า เกรงว่าความแข็งแกร่งเช่นนี้ของหลี่ชิเย่แม้แต่พระอาจารย์จินกวง ปราชญ์อัจฉริยะหลันซูก็เทียบไม่ได้
นาทีนี้เอง เสียงฮึน่าเกรงขามดังขึ้น อำนาจสยบทั่วหล้า ทำให้ในใจของผู้คนถึงกับสะท้าน
“เป็นเทพสงครามจินเปี้ยน” มีผู้ที่รู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด เมื่อได้ยินเสียงฮึน่าเกรงขามนี้แล้ว
ไม่ว่าใครก็ฟังออกได้ว่า เสียงฮึน่าเกรงขามเสียงนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น แน่นอนทุกคนย่อมเข้าใจได้ เมื่อศิษย์พี่ของตนถูกหลี่ชิเย่สังหารไปต่อหน้าต่อตา จะไม่ให้เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟได้รึ? ในเวลานี้ บนท้องฟ้าปรากฏร่างเงาสองสาย ซึ่งก็คือหมิงหวังฝอกับเทพสงครามจินเปี้ยนนั่นเอง
แม้ว่าห่างไกลกันเป็นล้านล้านลี้ แต่ว่า เมื่อร่างเงาของพวกเขาปรากฏตัวขึ้นที่ตรงนั้น บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยลักษณะของการอยู่เหนือทั่วหล้าที่น่าเกรงขามของพวกเขา
“หมิงหวังฝอและเทพสงครามจินเปี้ยน” ผู้คนจำนวนมากล้วนไม่รู้สึกเหนือความคาดคิด เมื่อเห็นร่างเงาของหมิงหวังฝอกับเทพสงครามจินเปี้ยนปรากฎอยู่บนท้องฟ้า เนื่องจากพวกเขาสองคนมาถึงที่นี่นานมากแล้ว
“สาธุ สาธุ อมิตาพุทธ” เวลานี้ปรากฎเสียงเอ่ยนามพุทธองค์ของหมิงหวังฝอดังก้องเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน และเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า “ประสก ชื่นชอบการเข่นฆ่า ถือเป็นความโชคร้ายของแดนลัทธิเซียน…”
“เอาล่ะ หลวงจีน อย่าได้แสร้งทำเป็นมีเมตตาต่อหน้าข้า” หลี่ชิเย่โบกมือเบาๆ และกล่าวว่า “จะเป็นพระอะไร หรือเทพสงครามอะไร ล้วนแล้วแต่เป็นการโอ้อวดตนเองเท่านั้นเอง สังหารพวกเจ้าหากเป็นศัตรูกับข้า”
คำพูดของหลี่ชิเย่เรียบเฉยมาก แต่ว่า กลับทำให้ในใจของผู้คนจำนวนมากสะท้านทีหนึ่ง ในเวลานี้ไม่มีใครสักคนคิดว่าเป็นการขี้โม้ของหลี่ชิเย่ ไม่มีใครสักคนที่คิดว่าหลี่ชิเย่นั้นโง่เขลาและอวดดี
“ดี…” เสียงของเทพสงครามจินเปี้ยนดังก้องอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน เปี่ยมด้วยปณิธานการต่อสู้ กล่าวด้วยความทะนงองอาจว่า “พวกเราสู้กันสักครั้งก็แล้วกัน ไม่ตายไม่เลิกรา กล้าหรือไม่”
คำพูดเทพสงครามจินเปี้ยนที่เด็ดขาดดุดันเช่นนี้ก็ได้ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยเคารพนับถือ ชื่อเทพสงครามหาใช่เป็นชื่อจอมปลอม ทุกคนในแดนลัทธิเซียนต่างก็รู้ว่าเทพสงครามจินเปี้ยนนั้นดุดันชื่นชอบการต่อสู้ เมื่อใดที่เป็นศัตรูกับเขาแล้ว เขาจะไม่ตายไม่เลิกอย่างแน่นอน
“มีอะไรไม่กล้า รับคำท้าก็แล้วกัน” หลี่ชิเย่ไม่ใส่ใจโดยสิ้นเชิง กล่าวตามสบายขึ้นมา
“ดีมาก สิบวันให้หลัง ข้ากับหมิงหวังฝอจะรอที่ข้างปราชญ์กระบี่ ตัดสินความเป็นความตาย” เทพสงครามจินเปี้ยนฆ่าฟันเด็ดขาด น้ำเสียงเข้มและน่าเกรงขาม เปี่ยมด้วยปณิธานฆ่า
“ได้ เช่นนั้นแล้วก็ให้เวลาพวกเจ้าสิบวัน” หลี่ชิเย่กล่าวพลางและหัวเราะขึ้นมา
“บวกเพิ่มห้าสหายหวินฟงพวกเราที่หนึ่ง” ในเวลานี้ เสียงที่แก่หง่อมดังขึ้นเสียงหนึ่ง
บนท้องฟ้าบังเกิดปรากฏการณ์ที่แปรปรวน ลมและเมฆไม่มีสิ้นสุดพลันกระจายบดบังฟ้าดินไปทั่ว ท่ามกลางลมและเมฆที่ไม่สิ้นสุดปรากฏร่างเงาห้าสาย เป็นผู้เฒ่าห้าคน พวกเขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นดุจดั่งเป็นภูผาห้าลูกที่ต่างตระหง่านอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน
“เทพเมฆาม้วน…” มีผู้ร้องเสียงดังขึ้นมา เมื่อมองเห็นร่างเงาห้าสายที่ปรากฏท่ามกลางลมเมฆ
“ห้าสหายภูผาเมฆก็มาแล้ว” ระดับบรรพบุรุษกระซิบขึ้นมาเมื่อมองเห็นคนห้าคนที่อยู่ท่ามกลางลมเมฆ พึมพำขึ้นมาว่า “ห้าสหายภูผาเมฆเก็บตัวมากี่ยุคกี่สมัยแล้ว ปรากฏตัวออกมาได้อย่างไรกันเล่า?”
“เรื่องนี้ท่านไม่ทราบแล้วล่ะ” มีผู้ที่พูดเสียงแผ่วเบาขึ้นมาว่า “คนโหดอันดับหนึ่งได้สังหารบุตรชายของเทพเมฆาม้วน การปรากฏตัวของเทพเมฆาม้วนก็เพื่อล้างแค้นให้กับบุตรชายของตน”
ห้าสหายภูผาเมฆคือระดับบรรพบุรุษที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก พวกเขาเคยสยบมายุคสมัยหนึ่ง แม้แต่ปฐมบรรพบุรุษในยุคนั้นยังต้องยกย่องพวกเขาเป็น ‘พี่ท่าน’
ผ่านไปแล้วกี่ปี ห้าสหายภูผาเมฆถึงกับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เป็นเพราะบุตรชายคนนั้นของเทพเมฆาม้วนที่ตายไปแล้ว
“ได้ เพิ่มอีกคนไม่นับว่ามาก น้อยกว่าสักคนไม่ถือว่าน้อย” หลี่ชิเย่หัวเราะทีหนึ่ง และกล่าวว่า “จัดกันทีเดียวพร้อมๆ กัน หลังจากนี้สิบวัน ไม่ว่าพวกเจ้าจะมีคนมากันกี่คน ข้าจะกวาดล้างพวกเจ้าให้สิ้น”
คำพูดที่พาลเช่นนี้ทำให้ผู้คนจำนวนมากอดที่จะลิ้นจุกปากพูดอะไรไม่ออก และมีผู้คนจำนวนมากที่หัวเราะเจื่อนๆ ทีหนึ่ง
คนโหดอันดับหนึ่งย่อมเป็นคนโหดอันดับหนึ่ง พาลขนาดนี้ไม่มีผู้ใดเทียบได้อีกแล้ว เพียงแต่ ในขณะนี้ไม่มีผู้ใดคิดว่าคนโหดอันดับหนึ่งนั้นโง่เขลาและอวดดี เขามีต้นทุนพอที่จะอวดดีเช่นนี้
เทพเมฆาม้วนไม่พอใจอย่างยิ่งในคำพูดที่โอหังอวดดีเช่นนี้ของหลี่ชิเย่ กล่าวน่าเกรงขามขึ้นว่า “หลังจากสิบวันก็จะเป็นวันตายของเจ้า ข้าจะเอาศีรษะเจ้ามาเซ่นลูกของข้า!”
คำพูดของเทพเมฆาม้วนเต็มไปด้วยความโกรธแค้น กระทั่งเรียกได้ว่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เกลียดหลี่ชิเย่เข้ากระดูก อยากจะถลกหนัง กินเนื้อของเขา และดื่มเลือดของเขาให้รู้แล้วรู้รอดไป
จะไปโทษว่าเทพเมฆาม้วนโกรธแค้นขนาดนี้ก็ไม่ถูก เขาได้บุตรชายมาขณะที่อายุมากแล้ว จึงโปรดปรานยิ่งนัก เรียกได้ว่าถือไว้ในมือกลัวว่าจะตก อมไว้ในปากเกรงจะละลาย
เวลานี้ลูกของเขากลับต้องตายอนาถภายใต้เงื้อมมือของหลี่ชิเย่ แล้วเขาไม่โกรธแค้นหลี่ชิเย่จนเข้ากระดูกได้รึ?
ด้วยเหตุนี้เอง เทพเมฆาม้วนจึงได้เชิญสหายเก่าอีกสี่คนออกมา เพื่อแก้แค้นให้กับบุตรชายที่ตายไป
ห้าสหายภูผาเมฆต่างเป็นระดับคงความอมตะตลอดกาลปราศจากผู้ต่อกรที่สะเทือนเลื่อนลั่นใต้หล้า พวกเขาเก็บตัวไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกมานานมากแล้ว และจะไม่ลงมืออีก มาคราวนี้หากไม่เป็นเพราะการเชื้อเชิญจากเทพเมฆาม้วน เป็นไปไม่ได้ที่สหายอีกสี่คนจะลงมือ
แน่นอนที่สุด เมื่อบุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของเทพเมฆาม้วนถูกสังหาร สหายอีกสี่คนย่อมนั่งไม่ติด และยินดีปรากฏตัวแก้แค้นกับหลี่ชิเย่
“ใครจะเป็นผู้กำชัย อีกสิบวันก็จะรู้ผล” หลี่ชิเย่หัวเราะทีหนึ่ง ท่าทางอย่างไรก็ได้อย่างสิ้นเชิง
“อมิตาพุทธ…” หมิงหวังฝอก็เอ่ยนามพุทธองค์และกล่าวว่า “หลังจากนี้สิบวันก็จะทราบว่าเป็นหรือตาย!”