Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3076 ช่วยให้ผู้อื่นสมปรารถนา
ตอนที่ 3076 ช่วยให้ผู้อื่นสมปรารถนา
หนึ่งหมัดปราศจากผู้เทียบเทียม ปราศจากผู้ต่อกรหมื่นยุค เหล่าเวไนยสัตว์เป็นเพียงมดปลวกเท่านั้นเอง!
สิ่งนี้คือความรู้สึกของทุกคนในเวลานี้ ทุกคนต่างเข้าใจว่าอะไรคือปราศจากผู้ต่อกร นี่แหละคือความปราศจากผู้ต่อกร นี่แหละคือความปราศจากผู้ต่อกรที่แท้จริง!
ทุกคนต่างไม่รู้ว่าควรจะเปรียบเปรยอย่างไรแล้วกับหนึ่งหมัดของหลี่ชิเย่เมื่อครู่ ไม่ว่าใครก็ไม่รู้ว่าต้องอาศัยถ้อยคำใดในการเปรียบเปรยกับหนึ่งหมัดนี้จึงจะเหมาะสม
“พาล ดุดัน สังหารเด็ดขาด ปราศจากผู้เทียบเทียม…” เหมือนว่าล้วนไม่เพียงพอที่จะนำมาเปรียบเปรยกับหมัดๆ นี้ สุดท้ายแล้วที่ทุกคนนึกถึงก็มีเพียง ‘ปราศจากผู้ต่อกร’ คำนี้ นาทีนี้คำศัพท์ทั้งหมด คำพูดทั้งหมดล้วนแล้วแต่ดูอ่อนแอปราศจากพลัง ภายใต้หมัดหนึ่งหมัดนี้
ทุกคนต่างรู้สึกว่า มีเพียงหนึ่งหมัดของหลี่ชิเย่เท่านั้นที่ปราศจากผู้ต่อกรอย่างแท้จริง สิ่งที่เรียกว่าผู้ต่อกรในหล้า สิ่งที่เข้าใจว่าปราศจากผู้ต่อกรนั้น เป็นเพียงการคำพูดที่คุยโตโอ้อวดให้กับตนเท่านั้นเอง
หนึ่งหมัดของหลี่ชิเย่เมื่อครู่ได้ฝากความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือนได้ให้กับผู้คน เกรงว่าทุกคนล้วนแล้วแต่ไม่อาจลืมเลือนอานุภาพหนึ่งหมัดนี้ไปชั่วชีวิต กระทั่งผู้คนจำนวนมากต้องตกอยู่ภายใต้เงาทมิฬของหมัดหนึ่งหมัดนี้
ยอดฝีมือจำนวนเท่าไร ระดับบรรพบุรุษมากมายเท่าไร เวลาที่มักจะเข้าใจว่าตนเองนั้นปราศจากผู้ต่อกร และหรือคิดว่าสามารถสร้างผลงานเป็นที่ภาคภูมิใจในเวลานั้น เมื่อนึกถึงหนึ่งหมัดของหลี่ชิเย่แล้ว เกรงว่ากำลังความสามารถของพวกเขาแม้จะแข็งแกร่งมากกว่านี้ หรือปราดเปรื่องมากกว่านี้ก็ตาม พลันรู้สึกสลดและอับแสงในทันทีอยู่เสมอๆ ล้วนไม่สามารถเทียบได้กับหนึ่งหมัดนี้ของหลี่ชิเย่
อัจฉริยะบุคคลจำนวนเท่าไรที่ตั้งปณิธานเอาไว้จะต้องสำเร็จเป็นผู้กล้าแห่งยุคให้จงได้ แต่ทว่า เมื่อนึกถึงหนึ่งหมัดนี้ของหลี่ชิเย่แล้วก็พลันนิ่งเงียบในทันที แม้ว่าพวกเขาจะพยายามชั่วชีวิต เกรงว่าก็ไม่สามารถก้าวไปถึงระดับความสูงเช่นหนึ่งหมัดนี่ของหลี่ชิเย่ได้ ต่อให้เป็นช่วงเวลาที่อยู่บนจุดสูงสุดในชีวิตก็ต้านรับกับหนึ่งหมัดนี้ของหลี่ชิเย่ไว้ได้ ภายใต้หนึ่งหมัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาอะไร การป้องกันเช่นใด ก็จะต้องแตกละเอียดภายในชั่วพริบตา และหายวับไปกับตาในพริบตา
ในเวลานี้ ไม่รู้ว่ามีผู้คนจำนวนเท่าไรที่รู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง ห้าสหายภูผาเมฆ หมิงหวังฝอ เทพสงครามจินเปี้ยน พวกเขาต่างเป็นผู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะแข็งแกร่งเพียงใด ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใดก็นับเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมมาก ล้วนสามารถปราดเปรื่องช่วงเวลาหนึ่ง แต่ว่า ท้ายที่สุดแล้วกลับไม่สามารถต้านรับกระทั่งหนึ่งหมัดของหลี่ชิเย่ได้ ถูกซัดจนกลายเป็นหมอกเลือดในหนึ่งหมัดไม่เหลือแม้แต่ซาก เรื่องเช่นนี้หากแพร่ออกไปมันช่างเป็นเรื่องที่หวาดหวั่นพรั่นพรึงเพียงใด
“หนึ่งหมัดปราศจากผู้ต่อกร…” สุดท้าย ทุกคนต่างให้การยอมรับว่า หนึ่งหมัดนี้ปราศจากผู้ต่อกรโดยแท้จริง
‘หนึ่งหมัดปราศจากผู้ต่อกร’ แม้แต่ราชันแท้จริงเซิ่นซวงก็ทอดถอนใจออกมาเช่นนี้ นางเคยเห็น ‘หมัดสยบสวรรค์’ ของหลี่ชิเย่มากับตาของนางเอง ทำให้กลายเป็นความทรงจำที่ไม่สามารถลบเลือนได้ให้กับนาง แต่ว่า หนึ่งหมัดนี้ของหลี่ชิเย่ก็สร้างความสะเทือนหวั่นไหวให้กับนางเช่นเดียวกัน
หนึ่งหมัดนี้ไม่ได้มีทักษะใดๆ อะไร ปราศจากความลึกซึ้งยอดเยี่ยมของสัจธรรมใดๆ หนึ่งหมัดนี้เป็นเพียงพลังที่สูงสุดล้วนๆ หลังจากที่พลังทำลายขีดสูงสุดไปแล้ว ความลึกซึ้งยอดเยี่ยมอะไร การเปลี่ยนแปลงเช่นใดล้วนกลับกลายเป็นขาวซีดปราศจากเรี่ยวแรง เมื่ออยู่ภายใต้พลังเช่นนี้
หลี่ชิเย่ยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆ หลังจากสิ้นสุดกระบวนท่า แม้ว่าเวลานี้บนตัวของเขาจะไม่ได้แผ่กระจายกลิ่นอายที่สะเทือนฟ้าดินใดๆ ออกมา แม้ว่าบนตัวของเขาจะปราศจากประกายศักดิ์สิทธิ์ใดๆ แม้ว่าตัวเขาดูไปแล้วธรรมดาจนไม่รู้ว่าจะธรรมดาได้มากกว่านี้อีกแล้ว
แต่ว่า นาทีนี้เขาคือผู้ปราศจากผู้ต่อกร เป็นตัวแทนของผู้มีฐานะสูงสุด แววตาของทุกคนที่มองไปยังหลี่ชิเย่ล้วนเปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรง ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดไม่มีผู้ใดกล้าซุบซิบกัน เหมือนว่าแม้การซุบซิบที่แผ่วเบาที่สุดก็คือความไม่เคารพต่อหลี่ชิเย่อย่างหนึ่ง
ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยเป็นศัตรูกับหลี่ชิเย่หรือไม่ เคยมีเรื่องขัดแย้งกับหลี่ชิเย่ และหรือเคยเห็นหลี่ชิเย่แล้วไม่สบอารมณ์ แต่ว่า นาทีนี้พวกเขาล้วนไม่มีท่าทีไม่ให้ความเคารพแม้แต่น้อย แววตาที่มองดูหลี่ชิเย่เปี่ยมด้วยความเคารพยำเกรง
“ใต้เท้าปราศจากผู้ต่อกร เชื่อมโยงชั่วนิรันดร์!” เวลานี้ฮ่องเต้วิหารอมตะก้มกราบแสดงคารวะสูงสุด ยอดฝีมือทั้งหมดของวิหารอมตะ และเหล่าบรรพบุรุษต่างทยอยกันคุกเข่ากราบกับพื้น
“ใต้เท้าปราศจากผู้ต่อกร เชื่อมโยงชั่วนิรันดร์!” ติดตามด้วยราชันหญิงจื่อหลงและตำหนักมังกรแท้จริง เด็กอัจฉริยะสามตาและระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถง ราชันแท้จริงหลิงซินและสวนเอเดน…บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ในเหตุการณ์ ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิที่แข็งแกร่งที่สุด ยอดฝีมือทั้งหมดต่างทยอยกันคุกเข่าลงกราบกับพื้น
แม้แต่ยอดฝีมือที่ไม่ยอมรับในหลี่ชิเย่ล้วนทยอยกันคุกเข่าอยู่ตรงนั้น พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะหอบหายใจแรง ท่าทางเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
แม้แต่ผู้โชคดีรอดชีวิตของตำหนักศักดิ์สิทธิ์จินเปี้ยนก็เข่าอ่อนทั้งสองข้างในเวลานี้ ขณะทุกคนคุกเข่าลงไปนั้น พวกเขาก็ไม่กล้ายืนได้แต่คุกเข่าตามอยู่ตรงนั้น ไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะเงยหน้ามองดูหลี่ชิเย่
กล่าวได้ว่า ในเวลานี้ผู้ที่ยังหาญกล้าไปท้าสู้หลี่ชิเย่ละก็ต้องเป็นผู้ที่ยอดเยี่ยมมากอย่างแน่นอน ต่อให้ผู้ที่หยิ่งยโสมากกว่านี้ ผู้ที่ถือว่าตนเองพวกมากและมีอิทธิพล เวลานี้ก็ขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว ขาทั้งสองข้างของพวกเขาสั่นเทาตลอดเวลา ไม่กล้าแสดงท่าทีที่ไม่ให้ความเคารพต่อหลี่ชิเย่แม้แต่น้อย
ในเวลานี้ ทุกคนล้วนคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ทั่วฟ้าดินเงียบสงัดปราศจากเสียงใดๆ ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจเอาไว้ ไม่กล้าหอบหายใจแรง
ขณะนี้ผู้คนจำนวนเท่าไรที่คุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่ตรงนั้น เหมือนหนึ่งเป็นขุนนางที่มีความผิดและคุกเข่าอยู่ตรงนั้น แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับหลี่ชิเย่ เวลานี้ยังคงมีจิตใจที่ระมัดระวังและมีความรับผิดชอบสูง เกรงว่าหากมีการไม่ให้ความเคารพแม้แต่น้อยแล้วล่วงเกินต่อหลี่ชิเย่
สำหรับผู้ที่เคยไม่ให้ความเคารพต่อหลี่ชิเย่ เคยพูดนินทาว่าร้ายหลี่ชิเย่นั้น เวลานี้ยิ่งสั่นเทาตลอดเวลา บางคนขวัญหนีดีฝ่อจนต้องหมอบอยู่กับพื้นและสั่นเทาไปทั่วร่าง หวังเพียงหลี่ชิเย่จะสามารถยกโทษให้พวกเขา
หลี่ชิเย่ที่เอ้อระเหยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพียงมองดูพวกเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉย และกล่าวเรียบๆ ว่า “ลุกขึ้นเถอะ และแยกย้ายกันไป ไม่มีความคึกครื้นอะไรให้ร่วมอีกแล้ว”
“ขอบคุณใต้เท้า ใต้เท้าประทานความสุขให้นิรันดร์ พวกเราต่างสำนึกในบุญคุณ” มีผู้ร้องเสียงดังขึ้นมา ตามติดมาด้วยผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ร้องเสียงดังขึ้นมา ในเวลานี้เสียงตะโกนดังเสมือนหนึ่งคลื่นยักษ์ที่โหมสาดซัดอย่างนั้น ต่อเนื่องกันมาลูกแล้วลูกเล่า
ท้ายสุด ทุกคนล้วนแล้วแต่แสดงคารวะแล้วคารวะอีก จึงล่าถอยไปเสมือนดั่งน้ำขึ้นน้ำลง ไม่มีใครกล้ารั้งอยู่ตรงหน้าของหลี่ชิเย่ ในเมื่อหลี่ชิเย่ได้สั่งการมาแล้ว ผู้อยู่ในเหตุการณ์ยังมีใครกล้าไม่ปฏิบัติตาม? ต่อให้มีผู้ที่คิดจะรั้งอยู่ที่อุกกาบาตลูกนี้ต่อไป แต่ ก็ไม่กล้ายืนเหม่ออยู่ตรงหน้าของหลี่ชิเย่
“การมีรักแท้หาได้ยากยิ่ง” จังหวะที่บรรพาระดับบรรพบุรุษของสวนเอเดน และระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงต่างกำลังล่าถอยไปนั้น หลี่ชิเย่ได้เรียกพวกเขาเอาไว้ และสั่งการไปว่า “หนุ่มสาวคู่นี้นับว่าหาได้ยาก ผ่านความเป็นความตายร่วมกันมา ผู้มีรักแท้สมควรได้ครองคู่กันตลอดไป”
พลันที่หลี่ชิเย่พูดออกมาเช่นนี้ เหล่าจวินนัยน์ตาเทพแห่งระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงรู้สึกดีใจขึ้นมาโดยพลัน จึงมองไปทางบรรพบุรุษของสวนเอเดนทันที
“พี่ท่าน เจ้าหนูบ้านข้าดื้อรั้นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องมีแม่นางสักคนคอยอบรมสั่งสอนเขาสักหน่อย ไม่ทราบว่าศิษย์ของพี่ท่านยินดีหรือไม่เล่า?” เหล่าจวินนัยน์ตาเทพจึงรีบเร่งเอ่ยปากสู่ขอให้กับเด็กมหัศจรรย์สามตา
เหล่าจวินนัยน์ตาเทพย่อมรู้ว่าเด็กมหัศจรรย์สามตาคิดอะไรอยู่ เพียงแต่เขาไม่สะดวกที่จะเอ่ยปากสู่ขอทันที จะอย่างไรเสียก่อนหน้านี้ราชันแท้จริงหลิงซินเคยมีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับเทพสงครามจินเปี้ยน แต่ว่า เวลานี้แม้แต่หลี่ชิเย่ก็เอ่ยปากขึ้นมาแล้ว กล่าวสำหรับเหล่าจวินนัยน์ตาเทพแล้ว มันคือโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ไม่แน่นักหากพลาดโอกาสดีนี้ไปก็จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว
เวลานี้ ยายเฒ่าของสวนเอเดนก็มองไปที่ราชันแท้จริงหลิงซิน และเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า “พวกเราก็แก่เฒ่ากันแล้ว และเป็นพวกแก่เลอะเลือนไปแล้ว เรื่องของคนหนุ่มสาวสมควรให้คนหนุ่มสาวเป็นผู้ตัดสินใจ ขอเพียงคนหนุ่มสาวไม่ขัดข้อง ตาเฒ่าอย่างพวกเราก็ไม่มีเหตุต้องคัดค้าน ย่อมจะเห็นด้วยอยู่แล้ว”
เมื่อบรรพบุรุษของสวนเอเดนพูดคำพูดลักษณะเช่นนี้ออกมา มันก็คือชัดเจนที่สุดแล้ว ขอเพียงราชันแท้จริงยินยอม บรรพบุรุษของสวนเอเดนย่อมเห็นด้วยอยู่แล้ว
ในเวลานี้ ทุกคนล้วนมองไปที่ราชันแท้จริงหลิงซิน แม้ราชันแท้จริงหลิงซินคือราชันแท้จริงคนหนึ่ง แต่ว่า นางยังคงเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง นางอดจะมีใบหน้าแดงก่ำขึ้นมากับการเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานต่อหน้าผู้คนจำนวนมากมาย เอียงอายจนก้มหน้าลง
ทุกคนต่างรอดูท่าทีของราชันแท้จริงหลิงซิน แต่ว่า ในเวลานี้ราชันแท้จริงหลิงซินก็ไม่ทราบว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี
“เจ้าคนไร้สมอง เจ้ายังจะรออะไรอีก…” ในขณะนี้ กระบือดำขนาดใหญ่ยกเท้าจัดการถีบเด็กมหัศจรรย์สามตาออกไป หัวเราะเยาะเย้ยและด่าว่า “หรือว่ายังจะต้องรอให้แม่นางมาขอแต่งงานกับเจ้าอย่างนั้นรึ?”
เด็กมหัศจรรย์สามตาพลันมีสีหน้าแดงก่ำเมื่อถูกกระบือดำขนาดใหญ่ยกเท้าข้างเดียวถีบกระเด็นออกมา เดิมทีตัวเขาที่บาดเจ็บสาหัสจึงมีสีหน้าขาวซีด แต่ว่า เวลานี้สีหน้าของเขากลับแดงจนเหมือนเมาสุราอย่างนั้น
เด็กมหัศจรรย์สามตาในขณะนี้ไหนเลยยังมีความหยิ่งยโส เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ เหมือนเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก แต่ว่า ไม่รู้ว่าเขาไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน มีความขัดแย้งในตัวอยู่บ้าง ก้าวไปด้านหน้าของราชันแท้จริงหลิงซิน
เด็กมหัศจรรย์สามตาล้วงในอกเสื้อของตนอยู่พักหนึ่ง ไม่ง่ายนักกว่าจะล้วงเอากล่องวิเศษใบนั้นออกมา ที่บรรจุอยู่ภายในก็คือหลินจือวิเศษหิมะทองคำเพลิงศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
ไม่ง่ายนัก เด็กมหัศจรรย์สามตาได้คุกเข่าข้างเดียว ใบหน้าแดงก่ำ คำพูดดูจะไม่รื่นไหล กล่าวว่า “เจ้า เจ้า เจ้ายินดี ยินดีแต่ง แต่ง แต่งงานกับข้าหรือไม่?” อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ผู้อาวุโสที่ปรกติมีท่าทีที่เข้มงวดก็อดที่จะแอบยิ้มไม่ได้ และส่ายหน้า เมื่อมองเห็นท่าทางของเด็กมหัศจรรย์สามตาที่ตื่นเต้น และพูดติดอ่างอยู่บ้าง
ปรกติแล้ว ตัวเขาที่อยู่ในฐานะอัจฉริยะบุคคลที่ปราศจากผู้เทียบเทียมช่างมีความหยิ่งยโสเพียงใด มีความอวดดีเช่นใด ท่าทางเหมือนทุกสิ่งล้วนได้มาอย่างง่ายดาย แต่ว่า เวลานี้ขณะขอแต่งงานกับราชันแท้จริงหลิงซินกลับดูตื่นเต้นอะไรอย่างนั้น ตัวเขาที่ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดแม้แต่การพูดการจาก็ไม่ลื่นไหลแล้ว
ราชันแท้จริงหลิงซินพลันมีสีหน้าที่แดงสดใส ยื่นมือรับกล่องวิเศษในมือของเด็กมหัศจรรย์สามตามา พูดเสียงแผ่วเบาว่า “ข้า ข้ายินดี” จากนั้น รีบพยุงเด็กมหัศจรรย์สามตาที่คุกเข่าอยู่ให้ลุกขึ้น
“ดี ดี ดี เรื่องมงคล น่าดีใจและน่ายินดี น่าดีใจและน่ายินดี” กระบือดำขนาดใหญ่ดูจะดีใจมากกว่าใครๆ กีบเท้าคู่นั้นของเขาตบมือดังปังปัง เมื่อเห็นหนุ่มสาวคู่นี้บรรลุผลสำเร็จในที่สุด
ไม่เพียงเด็กมหัศจรรย์สามตาเท่านั้น ทุกระดับชั้นของระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงล้วนร้องออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นราชันแท้จริงหลิงซินตอบตกลงแล้ว กลายเป็นเสมือนดั่งทะเลแห่งความไชยโยโห่ร้องด้วยความดีใจ
“เครือญาติ…” เวลานี้ เหล่าจวินนัยน์ตาเทพได้แสดงคารวะต่อยายเฒ่าแห่งสวนเอเดน เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งสองตระกูลถือว่าได้ผูกพันเป็นพันธมิตรสำเร็จแล้ว
ท่ามกลางการโห่ร้องด้วยความดีใจของทุกคน เด็กมหัศจรรย์สามตาก็มีรอยยิ้มเต็มใบหน้า เขากุมมือของราชันแท้จริงหลิงซินเอาไว้ มองดูสาวงามที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ถึงกับตะลึงงันไปแล้วเวลานี้
กล่าวสำหรับเด็กมหัศจรรย์สามตาแล้ว สิ่งนี้เสมือนดั่งเป็นความฝันอย่างนั้น ไม่นึกไม่ฝันเลยว่า เขาสมปรารถนาดั่งใจหมายได้จริงๆ ได้หญิงงามกลับบ้านจริงๆ
ราชันแท้จริงหลิงซินเองก็รู้สึกขวยเขินเมื่อเห็นท่าทีที่ตะลึงงันของเด็กมหัศจรรย์สามตา พลันมีสีหน้าแดงก่ำ และมีความเขินอายอยู่หลายส่วนจนต้องก้มหน้าลง
“งานมงคล งานมงคลยิ่งใหญ่” ในเวลานี้ไม่เพียงแต่ระบบถ่ายทอดความคิดทางด้านลัทธิเทียนถงเท่านั้น แม้แต่สวนเอเดนทุกระดับชั้นก็มีแต่ความชื่นชมยินดีไปทั่ว