Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3086 ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่
ตอนที่ 3086 ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่
ตึง…ดาบคำรณเก้าชั้นฟ้า ในพริบตาเดียวนั่นเอง บรรพบุรุษดาบไคเทียนก็ได้ลงมือแล้ว ดาบยาวในมือตั้งขึ้น พลันปรากฏประกายดาบที่แผ่กระเพื่อมเป็นคลื่นออกไปเป็นชั้นๆ ท่ามกลางเสียงดาบคำรณดังตึง ตึง ตึง ดาบศักดิ์สิทธิ์นับล้านล้านเล่มเรียงซ้อนกันขึ้นมา พริบตาเดียวนั่นเองได้กลับกลายเป็นช่องว่างดาบศักดิ์สิทธิ์ที่หนามากที่สุด
ช่องว่างดาบศักดิ์สิทธิ์ได้กลับกลายเป็นอาณาจักรทันที พริบตาเดียวที่อาณาจักรเปิดออก ก็จะเห็นอาณาจักรดาบศักดิ์สิทธิ์หมื่นพันกำลังเรียงซ้อนกัน ดาบศักดิ์สิทธิ์หนึ่งหมื่นล้านล้านล้านล้านเล่มเรียงซ้อนกันจนกลายเป็นดาบปกป้องที่แข็งแกร่งที่สุด
“หนึ่งดาบป้องหมื่นชาติ…” ขณะที่ประกายดาบแวบวับ กาลเวลาแข็งตัว ฟ้าดินถูกหยุดเอาไว้ โลกทั้งโลก อาณาประชาราษฎร์นับล้านล้านชีวิตก็จะได้รับการคุ้มครองจากดาบลักษณะเช่นนี้
สิ่งนี้คือการปกป้องคุ้มครองสูงสุดที่มาจากบรรพบุรุษดาบ มันมีพลังอาณาจักรดาบที่แข็งแกร่งที่สุดปราศจากผู้เทียบเทียมในโลกอยู่ในครอบครอง มันมีดาบปกป้องสูงสุดที่แกร่งที่สุด ลึกซึ้งยอดเยี่ยมที่สุด หนาและหนักแน่นที่สุดคอยปกป้องคุ้มครอง
หนึ่งดาบปกป้อง ปลอดภัยหมื่นชาติ สิ่งนี้คือระบบป้องกันสูงสุดของบรรพบุรุษดาบไคเทียน ปราศจากผู้ต่อกรทั่วหล้า หนึ่งเดียวนับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ปราศจากผู้เทียบเทียม
ดาบปกป้องลักษณะเช่นนี้คือผลงานของบรรพบุรุษดาบไคเทียนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจมาชั่วชีวิต เรียกได้ว่าเป็นแนวป้องกันที่แกร่งที่สุดของเขา
พลันที่ดาบปกป้องเช่นนี้ถูกสำแดงขึ้นมา ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ มันสามารถรองรับการโจมตีทุกอย่าง และสามารถปกป้องคุ้มครองนับพันนับหมื่นชาติ สุดแต่กาลเวลาจะเคลื่อนผ่านไป มันยังคงตั้งตระหง่านไม่สั่นคลอน
ปุ…เสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการก้าวข้ามลักษณะเช่นใด ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องคุ้มครองอย่างใด แต่ทว่า เมื่อสะเก็ดไฟสองลูกถูกดีดเข้ามานั้น มันได้ไหม้เป็นเส้นทางขึ้นมาสายหนึ่ง
ลักษณเช่นนี้ประดุจดั่งมอดที่กัดเทะเป็นรู้เล็กๆ ขึ้นมา แม้ว่าจะก้าวข้ามผลกรรม แม้ว่าจะอยู่เป็นเอกเทศนอกแดนสามเซียน แต่ว่า รูเล็กๆ ที่มันชอนไชเข้ามานั้นสามารถเชื่อมต่อไปได้
เนื่องเพราะสะเก็ดไฟที่เสมือนดั่งมอดที่สามารถกัดเทะเป็นรูเล็ดกๆ ได้ ต่อให้ระบบป้องกันที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ ต่อให้สามารถปกป้องคุ้มครองหมื่นชาติ มันยังคงสามารถเทะเป็นรูเล็กๆ ขึ้นมาได้
สะเก็ดไฟสองลูกเทะเป็นรูขนาดเล็กขึ้น ทำการเชื่อมต่อผลกรรม ทะลุผ่านแนวป้องกัน ขณะที่มันเทะเป็นรูขนาดเล็กเช่นนี้นั้น ประกายไฟบนตัวของมันเกือบจะมองไม่เห็น และอ่อนจนแทบจะดับลงแล้ว
ทว่า สะเก็ดไฟที่อ่อนแอจนเกือบจะดับลงนี้ยังคงดีดไปบนตัวของบรรพบุรุษดาบไคเทียนกับปราชญ์กระบี่ได้
ได้ยินเสียงจี๊ด…ดังขึ้นเสียงหนึ่ง สะเก็ดไฟน้อยนิดนี้ดีดไปอยู่บนอกของปราชญ์กระบี่ พลันไหม้บริเวณอกของปราชญ์กระบี่จนกลายเป็นรู อีกทั้งไฟที่ไม่ค่อยลุกไหม้ยังคงขยายวงออกไป สามารถได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดที่บางเบายิ่งดังขึ้นมา บริเวณที่มีการขยายวงไปถึงพลันกลายเป็นเถ้าธุลีไปทันที ลักษณะคล้ายไฟที่ไม่ค่อยลุกไหม้กำลังไหม้กระดาษอย่างนั้น
ได้ยินเสียงจี๊ด…ดังขึ้นเสียงหนึ่ง สะเก็ดไฟน้อยนิดนี้ดีดไปอยู่บนอกของปราชญ์กระบี่ พลันไหม้บริเวณอกของปราชญ์กระบี่จนกลายเป็นรู อีกทั้งไฟที่ไม่ค่อยลุกไหม้ยังคงขยายวงออกไป สามารถได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดที่บางเบายิ่งดังขึ้นมา บริเวณที่มีการขยายวงไปถึงพลันกลายเป็นเถ้าธุลีไปทันที ลักษณะคล้ายไฟที่ไม่ค่อยลุกไหม้กำลังไหม้กระดาษอย่างนั้น
ปราชญ์กระบี่พลันหันกระบี่กลับ ได้ยินเสียงตุบดังขึ้นเสียงหนึ่ง กระบี่ของปราชญ์กระบี่แทงเข้าไปยังรูที่เป็นแผลไฟทันที ได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดดังขึ้น กระบี่ยาวของปราชญ์กระบี่ปรากฏควันดำขึ้นมา เหมือนว่ากระบี่ยาวของเขาถูกเผาจนแดงไปหมดและประทับสลักลงไปในร่างกายอย่างแรง
ขณะที่ปราชญ์กระบี่ดึงกระบี่ยาวของตนออกมานั้น กระบี่ยาวของเขาถูกเผาจนแดงไปทั้งเล่ม ขณะที่บาดแผลจากไฟที่อกของเขาก็ได้ถูกสกัดเอาไว้แล้ว บาดแผลจากไฟได้ทะลุผ่านร่างกายของเขา เหมือนเป็นตราประทับสลักที่ทะลุผ่านร่างกายของเขาไปอย่างนั้น
ขณะที่สะเก็ดไฟอีกลูกหนึ่งถูกดีดไปอยู่บนแขนซ้ายของบรรพบุรุษดาบไคเทียน ได้ยินเนสียงตูมดังขึ้น ขณะสะเก็ดไฟยิงไปถูกแขนของบรรพบุรุษดาบไคเทียนนั้น แขนซ้ายของเขาพลันถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปทันที ขณะที่ไฟที่ไม่ค่อยจะลุกไหม้ยังคงลุกลามไปยังไหล่ของเขาต่อไป
เสียงตึงดังขึ้นเสียงหนึ่ง บรรพบุรุษดาบไคเทียนไม่ได้เลิกระทั่งหนังตา ตวัดดาบกลับเข้าหาตัว และฟันใส่บริเวณหัวไหล่ของตน จัดการตัดเอาแขนซ้ายออกไปทั้งแขน
พวกของราชันแท้จริงเซิ่นซวงต่างรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงเมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว พวกเขาถึงกับร่างสั่นเทาทีหนึ่ง การโจมตีลักษณะเช่นนี้ช่างสยองขวัญเหลือเกิน
แม้ว่าดูไปแล้วมันก็เป็นเพียงสะเก็ดไฟสองลูกเท่านั้นเอง เหมือนเป็นอะไรที่เล็กน้อยไม่คู่ควรจะกล่าวถึง แต่ว่า สะเก็ดไฟลักษณะเช่นนี้หากตกลงไปในระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิๆ หนึ่งล่ะก็ ไม่ว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิจะมีความแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม เกรงว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิดังกล่าวจะต้องถูกเผาผลาญจนสิ้นในพริบตาเดียว ลองนึกภาพดู สะเก็ดไฟลักษณะเช่นนี้มันช่างน่ากลัวเพียงใด
ในเวลานี้ พวกของราชันแท้จริงหวงจุนต่างจ้องตากันและกัน พวกเขาต่างสั่นเทาทีหนึ่ง ปฐมบรรพบุรุษอัคคีนับว่าแข็งแกร่งมากเหลือเกิน
เหมือนเช่นสะเก็ดไฟเมื่อครู่อย่างนั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงสะเก็ดไฟน้อยนิดที่กระเด็นเข้ามา ก็สามารถไหม้พวกเขาจนเป็นผงธุลีได้ในทันที พวกเขาไม่สามารถต้านได้อยู่แล้ว็ด็
สะเก็ดไฟสองลูกสามารถทำให้ทั้งปราชญ์กระบี่และบรรพบุรุษดาบไคเทียนได้รับบาดเจ็บสาหัส มันช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัวอะไรอย่างนั้น นี่ขนาดเป็นถึงระดับปฐมบรรพบุรุษที่ปราศจากผู้ต่อกร หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น สามารถหายวับไปกับตาในพริบตาเดียว
“น่าสยองขวัญเหลือเกิน” ไท่เสวียนฟงถึงกับหวาดหวั่นพรั่นพรึง สิ่งนี้สามารถจินตนาการได้อย่างสิ้นเชิงว่า หากสะเก็ดไฟลักษณะเช่นนี้กระเด็นตกลงพื้นดินผลจะเป็นอย่างไร? เกรงว่าโลกทั้งโลกก็ต้องถูกหลอมละลายไปสิ้น จะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ จากนี้เป็นต้นไป กลายเป็นแดนอาถรรพ์ไป
“จะอย่างไรเสียก็เป็นหนึ่งในสิบสุดยอดปฐมบรรพบุรุษนะเนี่ย ใช่เป็นชื่อเสียงจอมปลอม” ราชันแท้จริงหวงจุนถึงกับเสียวสันหลังวาบ
ยิ่งภายในใจของราชันแท้จริงเซิ่นซวงแล้วยิ่งรู้สึกหวาดเสียว แม้ว่านางเองก็รู้เรื่องปฐมบรรพบุรุษอัคคีมานาน และเข้าใจว่าเขาคือหนึ่งในสิบสุดยอดปฐมบรรพบุรุษ แต่ว่า เมื่อเห็นการลงมือของปฐมบรรพบุรุษอัคคีในเวลานี้แล้ว จึงเข้าใจถึงความน่าสยองขวัญของปฐมบรรพบุรุษอัคคีอย่างแท้จริง และมีแนวความคิดเรื่องความแข็งแกร่งของสิบสุดยอดปฐมบรรพบุรุษที่ชัดเจน
ลองจินตนาการดู ผู้ที่แข็งแกร่งดั่งเช่นปฐมบรรพบุรุษอัคคีที่เป็นหนึ่งในสิบสุดยอดปฐมบรรพบุรุษ ยังคงต้องเสียทีแก่ศัตรูในที่สุด เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ผู้ที่เขาต้องเผชิญในครั้งนั้นมันช่างน่าสยดสยองเพียงใดเล่า? มันคือเรื่องที่ไม่สามารถจินตนาการได้โดยสิ้นเชิงอยู่แล้ว
เสียงตูม…ดังขึ้นมาเสียงหนึ่ง ในพริบตาเดียวนั่นเอง บนตัวของปฐมบรรพบุรุษอัคคีปรากฎเป็นเปลวไฟที่แลบขึ้นมาอีกครั้ง บนท้องฟ้าพลันสว่างไสวขึ้นมา ดุจดั่งระหว่างฟ้าดินมีเชื้อไฟขึ้นมาอีก
ในเวลานี้ เปลวไฟที่อยู่บนตัวของปฐมบรรพบุรุษอัคคีวูบวาบขึ้นทีหนึ่ง เหมือนจะจางลงนิดหนึ่ง สิ่งนี้สามารถมองออกได้ว่า เมื่อครู่นี้ปฐมบรรพบุรุษอัคคีได้ดีดสะเก็ดไฟไปสองลูก ดูไปแล้วกระบวนท่า ‘เผาเซียน’ นี้เหมือนสบายๆ ดูไปแล้วเหมือนง่ายมาก แต่ความจริงก็คือทำให้ปฐมบรรพบุรุษอัคคีสูญเสียไฟสมาธิไปเป็นปริมาณมากทีเดียว
อย่าได้ดูถูกว่าสะเก็ดไฟน้อยๆ สองลูกนี้ มันคือสะเก็ดไฟที่เกิดจากการหลอมรวมเอาเชื้อไฟเป็นล้านล้านในพริบตาเดียวของปฐมบรรพบุรุษอัคคี สะเก็ดไฟน้อยๆ นี้มีกำลังไฟที่ดุดัน และอุณหภูมิที่สูงที่สุดในโลก แข็งแกร่งจนวุ่นวายไปหมด
เสียงตูมดังขึ้นเสียงหนึ่ง เปลวไฟบนตัวของปฐมบรรพบุรุษอัคคีได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้งภายในระยะเวลาอันสั้น กำลังไฟได้ฟื้นฟูพลังชีวิตขึ้นอีกครั้ง จังหวะที่ปฐมบรรพบุรุษอัคคีได้ฟื้นคืนพลังชีวิตกลับมาแล้วนั้น เขาเหินฟ้าขึ้นไปและพุ่งเข้าหาปราชญ์กระบี่และบรรพบุรุษดาบไคเทียน มาคราวนี้เขาต้องการลงมือสังหารปราชญ์กระบี่และบรรพบุรุษดาบไคเทียนเสีย
“ปราชญ์กระบี่และบรรพบุรุษดาบไคเทียนสู้ไม่ได้” ระดับบรรพบุรุษถึงกับผวาจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นปฐมบรรพบุรุษอัคคีพลันบุกเข้าไป
เสียงตูม…ดังสนั่นหวั่นไหว ในพริบตาเดียวนั่นอง บนท้องฟ้าปรากฏลำแสงหนึ่งที่ยิงลงมา โดยลำแสงสายนี้พลันล็อกตัวปฐมบรรพบุรุษอัคคีเอาไว้
ขณะที่ลำแสงนี้ยิงเข้ามานั้น ได้พันธนาการฟ้าดิน ทำให้กาลเวลาแข็งตัว ปิดกั้นช่องว่างเอาไว้
ได้ยินเสียงปังดังขึ้นมาเสียงหนึ่ง ขณะที่ลำแสงลักษณะเช่นนี้สาดส่องบนตัวของปฐมบรรพบุรุษอัคคีนั้น ร่างกายของปฐมบรรพบุรุษอัคคีพลันทรุดตัวลงและเซจนเกือบล้มลง
ลำแสงสายนี้สาดส่องเข้ามากะทันหันยิ่ง ทำให้ปฐมบรรพบุรุษอัคคีตั้งตัวไม่ทัน แต่ว่า ทันใดที่เขาทรงตัวได้ เขาละทิ้งเรื่องที่จะเข้าสังหารปราชญ์กระบี่และบรรพบุรุษดาบไคเทียน ยกแขนทั้งสองขึ้นกันลำแสงที่สาดส่องเข้ามา
“อย่าได้ทำร้ายใคร…” จากการที่สำแสงสายหนึ่งสาดส่องลงมา บนท้องฟ้าปรากฏผู้เฒ่าคนหนึ่ง ผู้เฒ่าผู้นี้มีพระจันทร์อยู่ที่ศีรษะดวงหนึ่ง
ลำแสงที่สาดส่องลงบนตัวของปฐมบรรพบุรุษอัคคีก็มาจากพระจันทร์ดวงนี้นั่นเอง
“เขาเป็นใคร…” ระดังบรรพบุรุษถึงกับตกใจ เมื่อเห็นผู้เฒ่าผู้นี้โจมตีจนปฐมบรรพบุรุษอัคคีตั้งตัวไม่ทัน
“เขา เขาคือปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่ใช่ไหม?” ไท่เสวียนฟงกล่าวด้วยความไม่มั่นใจนักขณะมองดูผู้เฒ่าผู้นั้น
“ถูกต้อง คือเขานั่นแหละ” ราชันแท้จริงเซิ่นซวงพยักหน้า นางไม่รู้สึกเหนือความคาดคิดที่ได้พบเห็นปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่ที่นี่
ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่ที่ปรากฏตัวที่นี้ก็คือปฐมบรรพบุรุษคนนั้นที่เคยขวางทางพวกของหลี่ชิเย่เอาไว้ ขณะอยู่ภายในเรือปราบปรามไกล ในที่สุดเขาได้ปรากฏตัวขึ้นแล้วในเวลานี้ ช่วยชีวิตปราชญ์กระบี่ และบรรพบุรุษดาบไคเทียนในยามคับขัน
“เป็นระดับปฐมบรรพบุรุษอีกคน” พวกของราชันแท้จริงหวงจุนต่างใจหายใจคว่ำ เมื่อมองเห็นปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครก็มองออกว่าปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่ได้ตายไปแล้ว เขาเหมือนกับปราชญ์กระบี่กับบรรพบุรุษดาบไคเทียน เป็นเพียงจิตที่ยึดติดและไม่อาจสลายไปเป็นเวลานานเท่านั้น
ในเวลานี้ พวกของไท่เส่วียนฟงต่างจ้องตากันและกัน ภายในระยะเวลาอันสั้น ได้ปรากฎระดับปฐมบรรพบุรุษขึ้นมาถึงห้าคนด้วยกัน และยังเป็นปฐมบรรพบุรุษที่ตายไปแล้วทั้งสิ้น มันคือสถานการณ์ที่อลังการเช่นใด เป็นขบวนที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
ตูม ตูม ตูม ในเวลานี้ ฟ้าดินปรากฏเสียงดังตูมตาม เห็นเพียงมือทั้งสองข้างของปฐมบรรพบุรุษอัคคีทำท่าคล้ายโลกบาลหลี่ผู้ถือเจดีย์ ทำการยกเอาลำแสงที่สาดส่องลงมาขึ้นไปดื้อๆ จากการที่มือทั้งสองข้างของปฐมบรรพบุรุษอัคคีที่ยกขึ้นช้าๆ ทำให้แสงจันทร์ถูกดันขึ้นไปช้าๆ
สุดท้าย ได้ยินเสียงปังดังขึ้นมาเสียงหนึ่ง แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทั้งหมดพลันถูกปฐมบรรพบุรุษอัคคีผลักออกไป และได้ยินเสียงปังดังสนั่นหวั่นไหว ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่ถูกพลังที่ปราศจากผู้ต่อกรกระแทกจนก้าวถอยหลังตึง ตึง ตึงติดต่อกันหลายก้าว แล้วจึงหยุดและทรงตัวเอาไว้ได้
“ฮึ…” หลังจากที่ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่ทรงตัวได้มั่นคงแล้ว ได้ส่งเสียงฮึหนักแน่นขึ้นมา ดวงตาทั้งสองพลันระเบิดเป็นประกายที่เจิดจ้ายิ่งขึ้นมา ในชั่วพริบตาเดียวนั่นเอง เหมือนว่าเขาเตรียมที่จะลงมืออีกแล้ว ตัวเขาในเวลานี้ดูจะมุทะลุยิ่งกว่าบรรพบุรุษดาบไคเทียนเสียอีก
“ได้ยินมาว่า ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่กับปฐมบรรพบุรุษอัคคีออกปราบปรามไกลด้วยกัน” ระดับบรรพบุรุษผู้หนึ่งพูดเสียงแผ่วเบาเมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว
คนอื่นๆ ต่างพยักหน้า ภายในใจของพวกเขาอดที่จะสั่นเทานิดหนึ่ง ครั้งนั้น ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่กับปฐมบรรพบุรุษอัคคีเดินทางด้วยกัน ก้าวสู่เส้นทางการปราบปรามไกลยังทะเลปุ๊ตู้ไห่ แต่ทว่า ท้ายที่สุดแล้ว ปฐมบรรพบุรุษอัคคีและปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่กลับผิดใจกันกลายเป็นศัตรู
“สหายเก่า ไม่พบเจอนานแล้ว” หลังจากที่ปฐมบรรพบุรุษอัคคียืนได้มั่นคงแล้วไม่ได้ลงมือทันที แต่เอ่ยขึ้นช้าๆ
“ข้าไม่มีสหายเช่นเจ้า” ท่าทางของปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่เย็นชา กล่าวน่าเกรงขามขึ้นมา
“ข้าเข้าใจ” ปฐมบรรพบุรุษอัคคีไม่ได้โกรธ พยักหน้าและกล่าวว่า “ภายในใจของสหายเก่ายังคงแค้นเคืองข้า แต่ว่า ท่านยังคงเป็นสหายเก่าของข้า!”
“สหายของข้าไม่เคยลอบสังหารข้า” ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่กล่าวเสียงเย็นชา
“หากสหายเก่ายังคงมีชีวิตอยู่ แล้วมันจะเป็นเช่นใดเล่า?” ปฐมบรรพบุรุษอัคคีเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า “มันก็คงเหมือนดั่งพวกเจ้าอิทธิพลเหล่านั้น”
“พูดแบบนี้ ข้าต้องขอบคุณในความหวังดีของเจ้าน่ะสิ!” ปฐมบรรพบุรุษเสินเยว่กล่าวเสียงน่าเกรงขาม
ปฐมบรรพบุรุษอัคคีส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวขึ้นช้าๆ ว่า “ข้ารู้นิสัยของสหายเก่า ดังนั้นจึงให้สหายเก่าได้สมปรารถนา แน่นอน สหายเก่าจะด่าว่าข้าต่ำช้าไร้ยางอายก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างข้าล้วนสามารถแบกรับเอาไว้ได้”
……………………………………………