Emperor's Domination จักรพรรดิบรรพกาล - ตอนที่ 3114 จักรพรรดิซีหวงลงมือแล้ว
ตอนที่ 3114 จักรพรรดิซีหวงลงมือแล้ว
ฟิวว ฟิวว ฟิวว…กิเลนคริสตัลยิ่งหมุนยิ่งเร็ว กาลเวลาที่ทิ้งเอาไว้ก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ จาการที่ระยะเวลาที่มันหมุนวนไปรอบๆ ตัวของหลี่ชิเย่ยิ่งนานเท่าไร รอบๆ ตัวของหลี่ชิเย่พลันดูพราวพร่างขึ้นมา
นั่นคือการวางซ้อนของกาลเวลา เวลานี้กาลเวลาจำนวนมากถูกกองเรียงซ้อนอยู่ข้างกายของหลี่ชิเย่
ในขณะนี้ จากการที่กาลเวลาถูกเรียงซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการที่กิเลนคริสตัลหมุนด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหลี่ชิเย่แล้ว
เสื้อผ้าที่สวมใส่บนตัวของหลี่ชิเย่เริ่มมีการผุกร่อน เสื้อผ้าบนตัวของเขาเหมือนเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการกัดกร่อนของลม พันล้านปีผ่านไปในพริบตาเดียว
อีกทั้ง ในเวลานี้ ผิวหนังของหลี่ชิเย่ปรากฏรอยเหี่ยวย่นขึ้น ประดุจดั่งมนุษย์ปุถุชนธรรมดาอย่างนั้น เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่านไป สภาพคนก็แก่ชราขึ้น
จากการที่กิเลนคริสตัลยิ่งหมุนเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่ผิวหนังของหลี่ชิเย่ที่ปรากฏรอยเหี่ยวย่นเท่านั้น แม้แต่เส้นผมก็เริ่มขาวขึ้นมาแล้ว ด้วยผมสีดอกเลาทำให้หลี่ชิเย่ดูแก่ไปมากในทันที เหมือนหนึ่งเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่พลันก้าวเข้าสู่วัยเจ็ดแปดสิบอย่างนั้น
ทุกคนที่ได้เห็นภาพนี้แล้วต่างรู้สึกใจหายใจคว่ำ โดยเฉพาะระดับคงความอมตะตลอดกาลถึงกับร่างสั่นเทิ้มทีหนึ่ง
ทุกคนต่างก็รู้ว่าหลี่ชิเย่นั้นคือผู้ที่มีกำลังความสามารถในฐานะปฐมบรรพบุรุษ ที่สำคัญที่สุดก็คือเฉกเช่นปฐมบรรพบุรุษอย่างหลี่ชิเย่นั้นนับว่ามีอายุน้อยมาก เรียกได้ว่ามีลมปราณที่คึกคักมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง อายุขัยที่เขามีอยู่นั้นต้องประเมินด้วยหลักหลายแสนปี พลังลมปราณของเขานั้นเรียกว่ายิ่งใหญ่ดั่งมหาสมุทร
ผู้ที่ดำรงอยู่ในลักษณะเช่นนี้คิดจะให้เขาแก่ชรานั้นใช่จะเป็นเรื่องง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นในฐานะที่มีกำลังความสามารถระดับปฐมบรรพบุรุษในครอบครอง ความแข็งแกร่งด้านร่างกายของหลี่ชิเย่เรียกว่าอยู่เหนือจินนาการของของยอดฝีมือทั่วไป แม้แต่อาวุธปฐมบรรพบุรุษก็ไม่เห็นจะทำให้หลี่ชิเย่บาดเจ็บได้
แต่ว่า เวลานี้หลี่ชิเย่ถึงกับเริ่มกลับกลายเป็นชราภาพเสียแล้ว ย่อมเป็นการบ่งบอกว่านาทีนี้หลี่ชิเย่ได้สูญเสียลมปราณไปเป็นจำนวนมาก และอายุขัยก็เริ่มเคลื่อนไป
“นี่แหละคือพลังของกาลเวลา น่าสยองขวัญเช่นนี้แหละ!” ระดับคงความอมตะตลอดกาลร่างสั่นเทิ้มทีหนึ่ง และรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง
ภายใต้กาลเวลาลักษณะเช่นนี้ แม้แต่หลี่ชิเย่ที่เป็นประเภทปฐมบรรพบุรุษอายุน้อย มีลมปราณคึกคักและมีชีวิตชีวายังแก่ชราลงในพริบตาเดียว ถ้าหากระดับคงความอมตะตลอดกาลอย่างพวกเขาต้องอยู่ท่ามกลางกาลเวลาเช่นนี้ เกรงว่าคงกลายเป็นโครงกระดูกไปในพริบตาแล้ว
เนื่องจากพวกเขานั้นห่างชั้นไม่ได้แข็งแกร่งเช่นหลี่ชิเย่ และไม่ได้มีอายุขัยเช่นหลี่ชิเย่ที่อายุน้อยเพียงนี้ และมีพลังลมปราณที่ยิ่งใหญ่ไพศาลเช่นนี้อยู่ในครอบครอง ดังนั้น ภายใต้ลมปราณที่น่าสยองขวัญเช่นนี้ แม้ว่าพวกเขาจะมีกำลังความสามารถระดับคงความอมตะตลอดกาล ไม่เพียงต้องแก่ตายเท่านั้น ทั้งยังจะกลายเป็นโครงกระดูกโครงหนึ่งในพริบตาเดียว
นี่แหละการฆ่าคนแบบไม่รู้ตัวที่แท้จริง ขอเพียงปล่อยกาลเวลาให้เคลื่อนที่ไปตามอำเภอใจก็พอ โดยไม่ต้องอาศัยกระบวนท่าอะไรทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยเคล็ดวิชาอะไร
“นี่แหละคือความน่ากลัวของระดับวิถีไกล!” ในเวลานี้แม้แต่ระดับคงความอมตะตลอดกาลก็เคยได้รับทราบถึงความแข็งแกร่งของระดับวิถีไกลแล้ว ความช่วงห่างระหว่างกันคือร่องน้ำที่ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้
สิ่งนี้เป็นเพียงกายนิมิตของเจ๋อหลงเท่านั้นเอง ก็สามารถสังหารพวกเขาที่เป็นระดับคงความอมตะตลอดกาลได้อย่างง่ายดาย!
“นับว่าน่าสนใจอยู่บ้างโดยแท้ เรื่องกาลเวลาเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่ข้าชอบที่สุด” หลี่ชิเย่ที่เริ่มแก่ชราไม่ได้ร้อนรนอะไร หัวเราะทีหนึ่ง และอดที่จะทอดถอนใจขึ้นมา
พริบตาเดียวนั่นเอง หลี่ชิเย่พลิกฝ่ามือทีหนึ่ง ได้ยินเสียงแว้งค์ดังขึ้นเสียงหนึ่ง ปรากฏวงแหวนแสงลอยขึ้นในพริบตา และลำแสงพลันครอบคลุมร่างกายของเขาเอาไว้ทั้งตัว
นาทีขณะที่วงแหวนแสงล้อมรอบ ลำแสงครอบคลุมร่างเอาไว้นั้น ได้ยินเสียงที่หนักอึ้งดังตูม ตูม ตูมขึ้น ภายในร่างกายลึกๆ ของหลี่ชิเย่เหมือนมีทะเลเลือดที่พลุ่งพล่านอย่างนั้น ลมปราณแต่ละสายส่งประกายเบ่งบาน ในเสี้ยววินาทีนั่นเอง ภายในร่างกายทั้งตัวเปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา
ในพริบตาเดียวนั่นเอง ทำให้ผู้คนได้กลิ่นอายของชีวิต ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนไปอยู่ท่ามกลางป่ายุคดึกดำบรรพ์อย่างนั้น ความมีชีวิตชีวากระฉับกระแฉงที่เข้ามาปะทะกับใบหน้า
นาทีนี้ หลี่ชิเย่เสมือนหนึ่งมีกลิ่นอายชีวิตล้านล้านชีวิตอยู่ภายในร่างกาย เหมือนว่าภายในร่างกายของเขาได้สืบทอดกลิ่นอายชีวิตของโลกทั้งโลกอย่างนั้น
ได้ยินเสียงจี๊ดดังขึ้นเสียงหนึ่ง จากการที่ความมีชีวิตเบ่งบาน หลี่ชิเย่จากคนแก่ได้กลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง เส้นผมของเขาได้กลายเป็นดำเงายิ่งนัก พลังลมปราณฟื้นคืนกลับมา ผิวหนังก็กลายเป็นมีน้ำมีนวลยิ่ง เขายังคงเป็นหลี่ชิเย่ที่เป็นชายหนุ่มคนนั้น
เวลานี้ หลี่ชิเย่ได้อาศัยพลังที่แข็งแกร่งยิ่งต้านการไหลเคลื่อนไปของกาลเวลา พลังชีวิตที่แข็งแกร่งยิ่งได้ฟื้นฟูพลังลมปราณกลับมา
ผู้คนที่มองเห็นหลี่ชิเย่กลับคืนสู่สภาพเหมือนเดิมในขณะนี้ ถึงกับชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง
“นี่แหละคือระดับปฐมบรรพบุรุษ หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย” ไม่ว่าใครก็ตามชมเปาะด้วยความตื่นตะลึง เมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว
การทำร้ายจากกาลเวลาเป็นเรื่องที่ฟื้นคืนได้ยากมาก เป็นสิ่งที่ไม่สามารถฝืนทวนกลับมาได้อยู่แล้ว ภายใต้กาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไป หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นต้องกลายเป็นโครงกระดูกไป มีเพียงปฐมบรรพบุรุษอย่างหลี่ชิเย่เท่านั้นที่สามารถย้อนการทำร้ายของกาลเวลากลับมาได้
ฟ่าววว ฟ่าววว ฟ่าวววในขณะนี้กิเลนหมุนไปถึงขั้นสูงสุดแล้ว และกลับกลายเป็นวังวนๆ หนึ่ง คล้ายผนังผลึกที่ห่อหุ้มตัวหลี่ชิเย่เอาไว้
เวลานี้กาลเวลาปริมาณมากกำลังเคลื่อนที่ไป ได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดดังขึ้นมา มองเห็นวงแหวนศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องบนตัวของหลี่ชิเย่ ลำแสงที่ครอบคลุมตัวทั้งตัวของหลี่ชิเย่ ล้วนแล้วแต่เริ่มเน่าสลายเสื่อมลง เหมือนต้นไม้แก่ที่พลันแห้งเสื่อมลงเป็นร้อยปีในทันทีอย่างนั้น
แม้ว่าวงแหวนศักดิ์สิทธิ์และ ลำแสงบนตัวของหลี่ชิเย่กำลังเสื่อมลง แต่ว่า มันยังคงต้านการเคลื่อนที่ไปของกาลเวลา
แต่ว่า นาทีต่อไปได้ยินเสียงฟ่าววดังขึ้นเสียงหนึ่ง กาลเวลาที่เดิมวางซ้อนอยู่รอบๆ ตัวของหลี่ชิเย่พลันเหมือนน้ำในแม่น้ำที่ไหลพลุ่งพล่านออกไป
ลองนึกภาพดู กิเลนได้วนรอบหลี่ชิเย่ไปรอบแล้วรอบเล่า ซึ่งกาลเวลาที่ถูกวางเรียงซ้อนกันข้างตัวหลี่ชิเย่เกรงว่าจะมีมากถึงพันล้านปี ในพริบตาเดียวนั่นเอง กาลเวลาพันล้านปีพลันไหลเคลื่อนไปทันที
เรื่องราวที่น่าสยองขวัญเช่นนี้เป็นสิ่งที่ใครก็สามารถจินตนาการได้ การที่กาลเวลาพันล้านปีพลันไหลพลุ่งพล่านไปก็เป็นการบ่งบอกว่าเจ้าพลันมีชีวิตผ่านไปแล้วพันล้านปี ไม่ว่าจะมีลมปราณที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ไม่ว่าจะมีอายุขัยที่แกร่งและพาลเช่นใดก็ตาม เกรงว่าก็คงค้ำยันเอาไว้ไม่อยู่ เนื่องจากใครบ้างล่ะที่สามารถต้านการไหลเคลื่อนไปของกาลเวลาเป็นพันล้านปีได้
เสียงปุดังขึ้นเสียงหนึ่ง วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ และลำแสงที่ครอบเอาไว้ก็รองรับกับกาลเวลาที่ไหลเคลื่อนไปเป็นพันล้านปีนี้ และเมื่อเสื่อมไปจนถึงที่สุดแล้วพลันแตกละเอียดไปทันที
ได้ยินเสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดที่ดังขึ้น พริบตาเดียวนั่นเอง ลมปราณทั้งตัวของหลี่ชิเย่ก็ถูกกาลเวลาพันล้านปีชะล้างไปจนไม่เหลือหลอเลย และร่างกายของหลี่ชิเย่พลันกลายเป็นหลังค่อมขึ้นมาทันที
หลี่ชิเย่ถูกชะล้างเอากาลเวลาออกไปเป็นพันล้านปีในพริบตาเดียว และกลายเป็นคนแก่อายุแปดสิบที่มีเส้นผมขาวโพลน
“ช่างน่ากลัวเหลือเกิน…” ไม่รู้ว่ามียอดฝีมือจำนวนเท่าไรที่ขาสั่นเทาตลอดเวลา และรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึง เมื่อมองเห็นกาลเวลาพันล้านปีที่พุ่งชะล้างเข้ามาในทันที
พวกเขาสามารถจินตนาการได้ถึงสภาพของกาลเวลาพันล้านปีที่พุ่งชะล้างเข้ามา หากเปลี่ยนเป็นพวกเขา เมื่อกาลเวลาพันล้านปีชะล้างเข้ามานั้น ไม่เพียงแต่พวกเขาจะถูกชะล้างจนหายวับไปกับตาในพริบตาในทันทีเท่านั้น เกรงว่าระบบถ่ายทอดทางความคิดด้านลัทธิของพวกเขาก็จะต้องแตกแยกสลายไป และหายวับไปกับตาในพริบตาในท้ายที่สุด ภายใต้การชะล้างจากกาลเวลาพันล้านปีเช่นนี้
ลองถามดู ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่สามารถยืนหยัดกับกาลเวลาเป็นพันล้านปีได้เล่า? อย่าว่าแต่มนุษย์ไม่สามารถยืนหยัดได้เลย เกรงว่าแม้แต่หินผาก็ยืนหยัดกับการชะล้างเข้ามาของกาลเวลาเป็นพันล้านปีในพริบตาเดียวนี้
เสียงตูม ตูม ตูมดังตูมตามไม่หยุด แต่ว่า ในขณะนี้บริเวณลึกเข้าไปภายในร่างกายของหลี่ชิเย่ปรากฎแสงแห่งชีวิตที่ไม่มีสิ้นสุดได้เบ่งบานขึ้นมา
ความมีชีวิตชีวายิ่งใหญ่ไพศาล จากการที่พลังชีวิตพลุ่งพล่านออกมาไม่ขาดสายนั้น ลมปราณของหลี่ชิเย่ได้กำเนิดขึ้นมาอีกแล้ว เสมือนดั่งน้ำขึ้นน้ำลงที่ไล่ตามกันมาเป็นลูกๆ และกลายเป็นทะเลเลือดที่ไหลต่อเนื่องไม่สิ้นสุด
ขณะที่พลังชีวิตคึกคักไม่มีสิ้นสุด หลี่ชิเย่ได้กลับคืนสู่ลักษณะของผู้มีอายุน้อยอีกครั้ง ในเวลานี้ หลี่ชิเย่ก็ยังคงเป็นหลี่ชิเย่คนนั้น
เสียงจี๊ด จี๊ด จี๊ดดังขึ้น ในขณะนี้มองเห็นกาลเวลาพันล้านปีที่ไหลเคลื่อนไปกับความมีชีวิตที่ไม่มีสิ้นสุดของหลี่ชิเย่กำลังประลองกันอยู่ โดยกาลเวลาพันล้านปีได้บดขยี้ลมปราณของหลี่ชิเย่อย่างคลุ้มคลั่ง
ทว่า ภายในร่างกายของหลี่ชิเย่เหมือนบรรทุกชีวิตหนึ่งล้านล้านล้านชีวิตเอาไว้อย่างนั้น พลังชีวิตไม่มีสิ้นสุดขับเคลื่อนลมปราณที่ไม่มีสิ้นสุดเสมือนดั่งคลื่นที่โหมเข้ามาเป็นลูกๆ
ด้วยลมปราณที่ไม่มีสิ้นสุดที่หนุนเข้ามาเป็นลูกๆ จึงได้ต้านกาลเวลาพันล้านปีที่ไหลเคลื่อนไปเอาไว้
ทุกคนต่างรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อมองเห็นภาพนี้ หลี่ชิเย่ยังคงสามารถรักษาลมปราณที่พลุ่งพล่าน ท่ามกลางการบดขยี้ทำลายของกาลเวลาพันล้านปี เหมือนว่าอายุขัยไม่มีวันสิ้นสุดอย่างนั้น นี่เป็นสภาพที่แข็งแกร่งเพียงใด ต้องอาศัยพลังที่แข็งแกร่งเพียงใดจึงสามารถบ่มเพาะพลังชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้
ผู้คนถึงกับร่างสั่นเทิ้มทีหนึ่งเมื่อนึกถึงตรงนี้ คนประเภทนี้มันคือฆ่าไม่ตายชัดๆ
ภายใต้สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมสามารถจินตนาการได้ว่า การที่พวกเขาคิดจะสังหารหลี่ชิเย่เหตุการณ์จะเป็นเช่นใดแล้ว
ต่อให้หลี่ชิเย่ยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว และปล่อยให้พวกเขาเข้าสังหารตามอำเภอใจ เกรงว่ากระบี่พวกเขาฟันเป็นพันเป็นหมื่นครั้งก็สังหารเขาไม่ได้
เนื่องจากในขณะนี้ หลี่ชิเย่ได้อยู่ในสภาพของพลังชีวิตไม่มีสิ้นสุดแล้ว ประดุจดั่งเป็นต้นกุ้ยบนดวงจันทร์ ที่ฟันลงไปทีหนึ่งมันก็จะสมานกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้น ต่อให้ฟันเป็นหมื่นปีก็ฟันต้นกุ้ยต้นนี้ไม่ขาด
เวลานี้สภาพของหลี่ชิเย่ก็อยู่ในสภาพเช่นนี้ เหมือนต้นกุ้ยที่ตัดไม่ขาดในตำนานอย่างนั้น
จังหวะที่ลมปราณของหลี่ชิเย่กำลังประลองกำลังกับกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไปนั้น นาทีนี้เสียงขลุ่ยดังขึ้นเสียงหนึ่ง
เสียงขลุ่ยที่สูงต่ำสลับไพเราะได้ออกมาจากรถม้าของจักรพรรดิซีหวง ในเวลานี้ จักรพรรดิซีหวงได้ลงมือแล้ว
นาทีนับแต่เสียงขลุ่ยเสียงแรกดังขึ้น ได้ยินเสียงตุบ ตุบ ตุบดังขึ้น ในพริบตาเดียวนั่นเอง บรรดายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่ยืนชมการต่อสู้จำนวนมากล้วนล้มลงนอน
ยอดฝีมือที่ล้มลงนอนเสมือนหนึ่งนอนหลับสนิทไปแล้วอย่างนั้น ทั้งยังเป็นการหลับในพริบตาเดียว
บรรดายอดฝีมือที่ล้มตัวลงกระทั่งรวมถึงส่วนน้อยของผู้ที่อยู่ในระดับคงความอมตะตลอดกาล
“แย่แล้ว…” ในเสี้ยววินาทีนี้เอง มีระดับคงความอมตะตลอดกาลที่เก่าแก่ยิ่งสีหน้าเปลี่ยนไปมากทีเดียว เมื่อได้ยินเสียงขลุ่ยเสียงแรก พลันอาศัยความเร็วที่ยอดเยี่ยมปราศจากผู้เทียบเทียมถอยหลังกลับเข้าไปยังด่านเทียนสงกวานในทันที
เสียงขลุ่ยที่ส่งเข้ามา ปรากฏเสียงล้มตัวลงตุบ ตุบ ตุบดังขึ้นไม่ขาดสาย ภายในระยะเวลาอันสั้น ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนนับพันนับหมื่นล้วนล้มลงนอนไม่ได้สติ
ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนทั้งหมดที่ล้มลงนอน รวมถึงยอดฝีมือทั่วไป เจ้าถิ่น บรรพบุรุษสำนักเจ้าลัทธิ กระทั่งส่วนน้อยของระดับคงความอมตะตลอดกาล
แม้แต่ผู้ดำรงอยู่ในระดับคงความอมตะตลอดกาล กระทั่งราชันแท้จริง ภายใต้เสียงขลุ่ยนี้แล้วก็ต้านไม่อยู่ พลันล้มตัวลงนอนและตกอยู่ในสภาพหลับลึก เหมือนว่าจะไม่สามารถฟื้นตื่นขึ้นมาได้อีกแล้ว
บรรดายอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ห่างไกลมากๆ และหรือผู้ที่หลบหนีเข้าไปในด่านเทียนสงกวานในพริบตา ต่างรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงเมื่อได้เห็นภาพนี้แล้ว
…………………………………………….