Gate of God - ตอนที่ 1003 สถานการณ์ผลิกผลัน
ตอนที่ 1003 สถานการณ์ผลิกผลัน
สำหรับปิงหยางที่ยืนอยู่ด้านข้างนางต่างออกไปจากเหล่าศิษย์และตัวตนระดับเทพเจ้า นางมีเพียงความคิดเดียวในใจ “ดูเหมือนว่าความไร้ยางอายของฟางเจิ้งจือจะเพิ่มขึ้นอีกแล้ว!”
ครืน…
”โจมตี!”
ขณะที่ทุกคนกำลังพูดไม่ออกในที่สุดกองทัพของปีศาจและอสูรก็มาถึงพร้อมกับเสียงตะโกนก้องไปทั่วสนามรบ
อย่างไรก็ตามเสียงนั้นกลับเงียบลงแทบจะในทันที
เพราะว่าพวกเขาเห็นฉากแปลกๆหยุนชิงวูถูกจับไปโดยชายที่สวมหน้ากากสีดำ
แสงอาทิตย์ส่องกระทบกับคำว่า’เทพเจ้า’บนหน้ากากสีดำมันทำให้เผ่าปีศาจและอสูรต่างหวาดกลัว ”นั่นเมิ่งเทียน!”
”เทพสงครามเมิ่งเทียน?!”
”จักรพรรดินีน้อยถูกเมิ่งเทียนจับตัวไป?”
”พวกตัวตนระดับเทพเจ้าไปไหน?พวกเขาทำอะไรกันอยู่? เอ๊ะ?! ทำไมพวกเขาถึงมองนางอย่างว่างเปล่า…”
ไม่มีอสูรหรือปีศาจตนไหนเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทำไมหยุนชิงวูถึงถูกจับตัวไป?
ยิ่งไปกว่านั้นตัวตนเทพเจ้าทั้งห้าอยู่ไม่ไกลจากหยุนชิงวูนักเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?
นอกจากนี้…
ยังเหลือตัวตนเทพเจ้าแค่ห้าคนเท่านั้น!
แล้วโจวฉีที่กำลังรออยู่ในศาลาเต๋าสวรรค์ล่ะรวมถึงหลี่ซาที่มาพร้อมกับหลินยู่?
ความสงสัยมากมายปรากฎขึ้นในใจของพวกเขา
”ฆ่าอสูรและปีศาจทั้งหมดด้วยดาบในมือ?”ในที่สุดหยุนชิงวูก็กล่าวออกมาด้วยท่าทีอันซับซ้อน “ฟางเจิ้งจือเลิกเสแสร้งเสียที ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า ต้องเป็นเจ้าแน่นอน มีเพียงเจ้า…เพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถจับตัวข้าได้ในสถานการณ์หนึ่งต่อห้าเช่นนี้!”
”อะไรนะ?!”
”นายน้อยเรียกเมิ่งเทียนว่าฟางเจิ้งจืองั้นหรือ?!”
”หนึ่งต่อห้า?!”
เผ่าปีศาจและเผ่าอสูรต่างเบิกตากว้างด้วยความสับสนกับคำพูดของหยุนชิงวู
แม้พวกเขาจะได้ยินคำพูดชัดเจนแต่ฟางเจิ้งจือเนี่ย? เทพสงครามเมิ่งเทียน? หนึ่งต่อห้า? พวกเขาไม่สามารถเข้าใจทุกสิ่งที่นางพูดออกมาแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามพวกเขาเข้าใจบางสิ่ง…
ดูเหมือนชายตรงหน้าจะสามารถจับตัวหยุนชิงวูไปได้แม้จะมีตัวตนระดับเทพเจ้าถึงห้าคนคอยปกป้อง
เป็นไปได้ยังไง?! หรือว่าชายตรงหน้านั้นแข็งแกร่งกว่าเหล่าตัวตนจากยุคโบราณเสียอีก
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือกลับหัวเราะ
เขาหัวเราะพร้อมโน้มตัวไปข้างหน้าและเลื่อนมือไปที่ลำคอของหยุนชิงวูพร้อมดึงนางเข้ามาใกล้
”หยุนชิงวูหยุนชิงวู เจ้ามันไร้เดียงสา ข้าได้บอกไปแล้วว่านามสกุลของข้าคือเมิ่ง ชื่อของข้าคือเทียน ข้าคือเทพสงคราม!” ฟางเจิ้งจือเยาะเย้ย
”ข้าไม่เชื่อ!”หยุนชิงวูพูดอย่างมั่นใจ
”เชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เป็นเรื่องของเจ้าอย่างไรก็ตามข้าต้องการให้กองทัพของเจ้ายอมแพ้และกลับไปที่หนองน้ำยักษ์ อย่าก้าวเท้าออกมาจากที่นั่นอีก!” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”ฮ่าฮ่าเจ้าคิดว่าเพียงจับตัวข้าจะทำให้กองทัพอสูรและปีศาจยอมถอยกลับไปงั้นหรือ?” หยุนชิงวูหัวเราะด้วยความเย็นชา
”เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้างั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือรู้นิสัยของหยุนชิงวู นางไม่กลัวความตาย แต่เขาไม่เชื่อว่ากองทัพอสูรและปีศาจจะไม่กังวลถึงความปลอดภัยของนาง
”ถ่ายทอดคำสั่งลงไปจากนี้ฉินเซียนจะกลายเป็นผู้สั่งการกองทัพปีศาจและอสูร” หยุนชิงวูพูดโดยไม่สนใจท่าทีของฟางเจิ้งจือ
”อะไรนะ?!”
”ฉินเซียนเป็นผู้นำกองทัพปีศาจและอสูรคนใหม่งั้นรึ?”
”…”
นอกจากศิษย์ฝ่ายมนุษย์ที่ตกตะลึงแม้แต่ฉินเซียนและตัวตนระดับเทพเจ้าที่เหลือรวมถึงกองทัพอสูรและปีศาจเองก็แปลกใจ
แต่หยุนชิงวูต้องการให้ฉินเซียนเป็นผู้บัญชาการกองทัพปีศาจและอสูรจริงๆ?
มันไม่น่าเชื่อเลยแม้แต่น้อย
อย่างน้อยผู้ที่เหมาะสมที่สุดก็ควรเป็นจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือหรือไม่ก็หลินยู่ผู้ที่ติดตามนางมาตลอด ฉินเซียนผู้มีนิสัยแปลกประหลาดไม่น่าจะได้รับความไว้วางใจจากนาง
”นายน้อย…ทำไมท่าน…”หลินยู่ตกใจมากเขามองหยุนชิงวูด้วยความไม่เชื่อเพราะเขาคิดว่าตัวเองเป็นปีศาจที่เข้าใจหยุนชิงวูมากที่สุด
สำหรับฉินเซียน
เขาไม่เคยแม้แต่ติดตามหยุนชิงวูแม้แต่วันเดียว
มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะฝากอนาคตของเผ่าปีศาจและอสูรไว้กับฉินเซียนทำไมหยุนชิงวูถึงตัดสินใจเช่นนี้?
หลินยู่ไม่เข้าใจ
อย่างไรก็ตามสีหน้าของฟางเจิ้งจือแข็งค้างเมื่อได้ยินสิ่งที่หยุนชิงวูกล่าวออกมา
เขาไม่เคยคาดคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อยฉินเซียน!
นางเลือกฉินเซียน!
”ฮ่าฮ่า…นายน้อยดูเหมือนว่าความภักดีต่อท่านของข้าจะไม่เสียปล่าว” ทันใดนั้นเสียงหัวเราะดังขึ้น
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉินเซียน
ไม่เหมือนกับคนอื่นที่นิ่งงัน
ฉินเซียนหัวเราะอย่างชั่วร้ายเขามองหยุนชิงวูและก้มหัวให้นาง
”ขอบคุณนายน้อยมากที่เชื่อมั่นในตัวข้าข้าฉินเซียนขอสาบานว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!” ฉินเซียนมองไปรอบอย่างๆรวดเร็ว จากนั้นก็ล่าวออกมา “ตอนนี้ข้าในฐานะผู้บัญชาการกองทัพอสูรและปีศาจ ข้าขอสั่งให้สังหารมนุษย์ทั้งหมดรวมไปถึงเมิ่งเทียน!”
”ฉินเซียนเจ้าทำแบบนี้ไม่ได้เจ้ากำลังมองข้ามความปลอดภัยของนายน้อย?!” ท่าทีของหลินยู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อได้ยินสิ่งที่ฉินเซียนกล่าว
”อะไรกัน?เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดงั้นหรือ? อย่าลืมว่าตนนี้ข้าเป็นผู้บัญชาการของปีศาจและอสูร หรือเจ้ากำลังจะต่อต้านข้า?” ฉินเซียนยิ้มเยาะ
”ข้าไม่มีวันฟังเจ้า!”หลินยู่ยังคงดื้อรั้น
”ไม่ฟังข้า?งั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้าย” หลังจากพูดจบฉินเซียนตบไปที่หน้าอกของหลินยู่ทันที
ตูม!
หลินยู่กระเด็นออกไปใบหน้าของเขาซีดขาว มีรอยเลือดอยู่ที่ริมฝีปาก
มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป
ไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้นหยุนชิงวูยังไม่ได้แสดงความโกรธเคืองใดๆกับการกระทำของฉินเซียน
”หลินยู่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉินเซียนเขาต้องถูกฆ่าทิ้ง อย่างไรก็ตามตอนนี้เป็นช่วงวิกฤติของสงคราม ปล่อยเขาไปก่อน แต่ถ้าเขายังไม่ฟังอีกให้ฆ่าเขาได้ทันที!” หยุนชิงวูกล่าวด้วยความเยือกเย็นราวกับนางไม่ตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ”ฮ่าฮ่า…เห็นไหมในเมื่อนายน้อยได้กล่าวเช่นนี้ ข้าจะปล่อยหลินยู่ไปก่อน จะไปไปไหนก็ไป ข้าไม่ต้องการเห็นหน้าเจ้าอีก” ฉินเซียนที่ยกมือขึ้นเตรียมจะตบฉินเซียนอีกครั้ง เขาค่อยๆลดมือลงหลังจากที่ได้ยินหยุนชิงวูพูด
ด้านหลังยู่เขากัดริมฝีปากแน่นจนเลือดไหลออกมาเขามองฉินเซียนด้วยดวงตาที่เคียดแค้น
อย่างไรก็ตามเขาไม่ต่อต้านอีกต่อไปเขาหันหลังไปหาหยุนชิงวูและคุกเข่าลงด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน
”ข้าขอบคุณนายน้อยมากที่ไว้ชีวิตของข้า!”หลังจากพูดจบหลินยู่ก็จากไปทันที
เห็นแบบนี้ตัวตนเทพเจ้าคนอื่นๆและกองทัพอสูรปีศาจต่างตกอยู่ในความเงียบ
”พวกเจ้ารออะไรอีกฆ่าพวกมัน ฆ่ามนุษย์ที่กล้าทำร้ายนายน้อยของพวกเจ้า!” ฉินเซียนสั่งอีกครั้ง
”รับทราบ!” ในที่สุดกองทัพอสูรและปีศาจก็เข้าใจ
คำพูดของหยุนชิงวูเป็นคำสั่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยกับความคิดของนางแต่เขาก็ต้องทำตามคำสั่ง
พวกเขาทำตามที่ฉินเซียนพูด
”มาเริ่มกันเถอะ!ช่วยอดีตนายน้อยจากเมิ่งเทียน จากนั้นข้าจะฆ่าเขาเป็นการส่วนตัว!” ฉินเซียนหัวเราะ แม้ใบหน้าของเขาจะงดงามแต่ตอนนี้รอบตัวของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เขาไม่สนใจชีวิตของหยุนชิงวู
ความจริงเขาไม่เคยเต็มใจที่จะเชื่อฟังหยุนชิงวูตั้งแต่ที่เขาออกมาจากประตูเทพเจ้า
เขาไม่สนใจเกี่ยวกับอนาคตของเผ่าปีศาจและอสูร
แผนการอะไรล้วนไม่สำคัญสำหรับเขา
ตราบใดที่ประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและปีศาจยังเปิดอยู่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่อสูรและปีศาจจะได้ยึดครองโลก
หากหยุนชิงวูไม่ได้ทำให้ตัวตนระดับเทพเจ้าก่อนหน้าเขายอมรับในตัวนางเขาไม่มีทางทำตามคำสั่งของหยุนชิงวู
ในสมัยโบราณผู้ที่มีพลังสูงสุดจะได้ควบคุมทุกสิ่ง!
และเขามีพลังนั้น!
แต่ตอนนี้หยุนชิงวูได้มอบอำนาจในการสั่งการให้กับเขาโดยที่เขาคาดไม่ถึงแม้แต่น้อยเขาจะยอมทิ้งสมบัติล้ำค่านี้ไปง่ายๆได้ยังไง?
หลังจากฆ่ามนุษย์ให้สิ้นซากเขาสามารถหาโอกาสฆ่าหยุนชิงวูเมื่อไรก็ได้ จากนั้นอสูรและปีศาจทุกตนจะต้องเคารพและเชื่อฟังเขา แม้แต่ตัวตนที่ออกมาจากประตูเทพเจ้าในอนาคตก็ต้องเชื่อฟังเขา
”โจมตี!”
”โจมตี!”
เสียงคำรามของกองทัพปีศาจและอสูรร้องตะโกนอีกครั้งธนูสีดำถูกดึงขึ้นมาอีกครั้ง ลูกธนูจำนวนมากลอยขึ้นไปในอากาศพุ่งเข้าหาฝ่ายมนุษย์
ด้านตัวตนระดับเทพเจ้าทั้งพวกเขาแลกเปลี่ยนสายตากันพวกเขากำหมัดแน่นและเดินออกไปหาฟางเจิ้งจือและหยุนชิงวู
”ปล่อยจักรพรรดินีน้อยไม่อย่างนั้นเจ้าตาย!” มู่ซิงกล่าวออกมาก่อน
”เมิ่งเทียนเจ้าไม่มีทางหนีพ้น ต่อให้เจ้าจับตัวจักพรรดินีน้อยไปก็ไม่มีประโยชน์!” ตัวตนเทพเจ้าอีกคนกล่าวขึ้น
”หยุดพูดไร้สาระได้แล้วพวกเจ้าจะรอไปถึงเมื่อไร จะรอให้อดีตนายน้อยตายไปก่อนหรือไง?” ฉินเซียนรู้สึกหงุดหงิดเมื่อได้ยิน
ตูม!
ตอนนั้นเองเสียงระเบิดดังขึ้น มันเป็นเสียงราชาของเหล่าสัตว์ร้ายขนาดยักษ์ที่กระทืบเท้าลงบนพื้น
นอกจากทหารทหารปีศาจและอสูรแล้วยังมีสัตว์ร้ายจำนวนมากที่เขาร่วมสงครามครั้งนี้
เมื่อหกเดือนที่แล้วหยุนชิงวูได้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างอสูรและสัตว์ร้ายทั้งจากภูเขาคังหลิง ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และทั้งสี่อาณาจักร นางสร้างกองทัพที่เต็มไปด้วยสัตว์รายขนาดใหญ่ขึ้น มันทรงพลังยิ่งกว่ากองทัพอสูรและปีศาจ
”ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น?”โม่ฉานฉือมองไปยังลูกธนูจำนวนมากที่ลอยเข้ามา พร้อมกับสัตว์ร้ายที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เขาคิดว่าสงครามจะจบลงเมื่อจับตัวหยุนชิงวูได้
อย่างไรก็ตามผลลัพธ์นั้นต่างออกไป
ไม่เพียงแต่สงครามจะไม่จบมันกลับรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพราะฉินเซียนที่เป็นผู้บัญชาการคนใหม่
”ทำยังไงดี?พวกเราควรทำยังไงดี? เจ้าไร้ยางอายคิดอะไรสักอย่างสิ…”สีหน้าของปิงหยางเปลี่ยนไป ความตื่นเต้นบนใบหน้าของนางหายไปอย่างสิ้นเชิง
ศิษย์ฝ่ายมนุษย์จำนวนหนึ่งเริ่มล้มลงข้างๆนางเทียบกับการต่อสู้กับตัวตนระดับเทพเจ้าทั้งห้า ตอนนี้พวกเขาพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว
แม้ปิงหยางรู้ว่านางไม่มีทางตายในสงครามแต่เมื่อมนุษย์ถูกฆ่าหมด เป้าหมายของพวกมันก็ต้องกลายเป็นนางอยู่ดี นางไม่สามารถหนีไปได้ตลอด
……………………………………..