Gate of God - ตอนที่ 1012 ฆ่าเต๋าฮุนก่อนฆ่าเต๋าซิง
ตอนที่ 1012 ฆ่าเต๋าฮุนก่อนฆ่าเต๋าซิง
”…”
”เขาจับ…”
”เขาจับหยุนชิงวูได้โดยบังเอิญ?!”
”เทพสงครามหรือว่าเขาจะเป็นเทพสงครามเมิ่งเทียน?!”
เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่ฟางเจิ้งจือพูดพวกเขาแลกเปลี่ยนสายตากันและมองไปที่สัญลักษณ์คำว่า’เทพเจ้า’บนหน้ากากสีดำของชายตรงหน้า จากนั้นพวกเขาก็นึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง
มีเพียงแต่เทพสงครามเมิ่งเทียนที่สามารถจับตัวหยุนชิงวูได้!
ผู้คนจากกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ล้วนตกตะลึง
ไม่ใช่แต่เหล่าศิษย์เท่านั้นแม้แต่วู่จวี้เอ๋อที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของฟางเจิ้งจือยังอ้าปากค้างเมื่อเห็นหยุนชิงวูในแขนของฟางเจิ้งจือ ”เจ้าไร้ยางอายสามารถจับตัวหยุนชิงวูได้จริงๆ?เขาทำได้ยังไง?” ขณะที่วู่จวี้เอ๋อคิดได้ นางก็ลุกขึ้นยืนในทันที “ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนจับตัวหยุนชิงวูได้ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนคือผู้กอบกู้!”
”ใช่แล้วเขาคือผู้กอบกู้มนุษยชาติ!”
”มันยอดเยี่ยมมาก!”
”ตอนนี้พวกเราจับตัวหยุนชิงวูได้แล้วพวกเราต้องชนะแน่นอน!”
เหล่าศิษย์ต่างมองฟางเจิ้งจือด้วยความเคารพ
อย่างไรก็ตามเต๋าฮุนที่สวมหน้ากากผ้าสีดำกลับขมวดคิ้ว
เมิ่งเทียนจับตัวหยุนชิงวูได้นั้นนับเป็นความสำเร็จที่น่าสะพรึงกลัวหากไม่มีอะไรผิดพลาดและมนุษย์เป็นฝ่ายชนะในสงคราม เมิ่งเทียนจะกลายเป็นกษัตริย์ของมนุษย์และได้รับความเคารพอย่างมาก ส่วนเต๋าฮุน…
เขาจะกลับเป็นผู้นำศาลาหยินหยางอีกครั้ง
ไม่แน่ชัดว่าเขาจะได้กลับเป็นเช่นนั้นเพราะมนุษยชาติได้จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรขึ้นจึงทำให้ไม่มีสำนักทั้งห้าอีกต่อไป
”ไม่!”
”ข้าใช้ความพยายามอย่างมากข้าไม่สามารถยกตำแหน่งให้คนอื่นได้”
เต๋าฮุนไม่พอใจเขาวางแผนจนได้รับตำแหน่งนี้มาและทุกอย่างกำลังจะพังลง เขาจะยอมรับได้ยังไง
คำโบราณกล่าวว่าผู้คนยอมตายเพื่อเงินทองและนกยอมตายเพื่ออาหาร
เต๋าฮุนในตอนนี้ไม่ได้ต้องการในเงินทองสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพลังอำนาจ
…
ฟางเจิ้งจือไม่ได้สังเกตุท่าทีของเต๋าฮุนเพราะเขากำลังจ้องมองร่างที่อยู่ด้านหลังเต๋าฮุนสายตาเย็นชากำลังมองมาที่เขา
เหยียนซิว!
ดูเหมือนเขาจะซูบผอมลง?
ฟางเจิ้งจือกำลังจะทักเหยียนซิวแต่ทันใดนั้นมีร่างหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน จากนั้นหน้ากากผ้าสีดำที่มีคำว่า’เทพเจ้า’ถูกดึงออก ออกและเผยให้เห็นหน้ากากที่น่ากลัว
”ข้าคือเต๋าฮุนผู้นำของกลุ่มพันธมิตรฝ่ายมนุษย์ ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนสามารถจับตัวหยุนชิงวูได้นับเป็นเกียรติสำหรับมนุษย์อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามข้ามีบางสิ่งต้องชี้แจงกับผู้อาวุโสเมิ่งเทียน”เต๋าฮุนพูดอย่างสุภาพต่อฟางเจิ้งจือขณะที่เขาเดินออกไป
”รีบพูด”ฟางเจิ้งจือมองที่เต๋าฮุนและไม่แสดงความเคารพใดๆ
”ฮืมม?!”ร่างของเต๋าฮุนสั่นไหวอย่างไรก็ตามหลังจากที่เห็นดวงตาคู่หนึ่งมองมาที่เขา เต๋าฮุนก็สงบลงอย่างรวดเร็วและพูดอย่างสุภาพ “ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนเป็นคนตรงไปตรงมา ต้องขอโทษที่ทำให้ท่านขุ่นเคือง ข้าต้องการถามว่าเหตุใดท่านถึงมาที่นี่?”
”โอ้เจ้าหมายความว่าข้าเข้ามาไม่ได้งั้นหรือ?”
”ข้าจะกล้าพูดเช่นนั้นได้เยี่ยงไรอย่างไรก็ตามข้าจำได้ว่ารองแม่ผู้นำโม่ฉานฉือเฝ้าคุ้มกันอยู่ด้านนอกปราสาท การที่ผู้อาวุโสอยู่ที่นี่หมายความว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นด้านนอกใช่หรือไม่?”เต๋าฮุนเป็นคนฉลาด
”ใช่มีเรื่องเกิดขึ้นเล็กน้อย”ฟางเจิ้งจือไม่ได้โกหก
”เล็กน้อยหรือ?ข้าขอถามท่านผู้อาวุโส รองผู้นำโม่ปลอดภัยหรือไม่?”เต๋าฮุนก้าวไปข้างหน้าในขณะที่พูด
”หยุดพูดเรื่องไร้สาระและเลิกเสียเวลาได้แล้วถ้าไม่มีอะไรสำคัญอย่ามาขวางข้า ข้าอยากดูจารึกหิน”ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่พอใจกับเต๋าฮุนอย่างชัดเจน
”ท่าน…”สายตาของเต๋าฮุนเย็นชาและมองที่หยุนชิงวู”ผู้อาวุโสยังไม่ได้ตอบคำถามของข้าว่ารองผู้นำโม่ปลอดภัยหรือไม่? หรือท่านเป็นคนทำให้เขาบาดเจ็บ?”
”ข้าทำให้เขาบาดเจ็บ?”ฟางเจิ้งจือไม่เข้าใจในสิ่งที่เต๋าฮุนพูดไปชั่วขณะหนึ่ง
นอกจากเขาแล้วเหล่าศิษย์คนอื่นรวมไปถึงมู่ฉิงเฟิงก็ขมวดคิ้วและสับสนกับความหมายที่เต๋าฮุนพูด
”ท่านจะบอกว่าท่านไม่ได้ทำหรือ?”เต๋าฮุนกดดันเขาต่อไป
”จากคำพูดเจ้า…กำลังกล่าวหาข้างั้นหรือ?”แม้ว่าฟางเจิ้งจือจะไม่แน่ใจถึงความหมายที่เต๋าฮุนพูด เขาก็สามารถคาดเดาสิ่งที่เต๋าฮุนจะทำได้
”ข้าเพียงพูดถึงความเป็นไปได้เนื่องจากท่านมาจากด้านนอก ทำไมถึงไม่ได้มาพร้อมกับรองผู้นำโม่? ท่านฆ่าเขาหรือท่านเป็นอสูรหรือปีศาจ?”น้ำเสียงของเต๋าฮุนเปลี่ยนไปในขณะที่พูดและไม่มีความสุภาพอีกต่อไป นั้นเพราะเขามีความรู้สึกบางอย่างต่อทัศนคติของฟางเจิ้งจือ
บางอย่างเกิดขึ้นกับโม่ฉานฉือ!
แม้ว่าเขาจะยังไม่ตายแต่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส!
”…”
จากนั้นเขาก็เห็นรอยเลือดของฟางเจิ้งจือและปิงหยางซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขาทั้งสองก็อาจจะได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
ถ้าเขาไม่เคลื่อนไหวตอนนี้จะต้องทำเมื่อไหร่กัน? มันเป็นโอกาสดีของเขา!
”ผู้นำกลุ่มพันมิตรเต๋าท่านหมายถึงอะไร ข้าบอกแล้วว่าผู้อาวุโสเมิ่งเทียนคือผู้กอบกู้ของมนุษยชาติ เขาเป็นคนฆ่าเทพอสูรหลินจีลงได้!”วู่จวี้เอ๋อไม่สามารถทนต่อไปได้อีก นางตะโกนพร้อมกระโดดออกมาจากกลุ่มผู้คน
”สิ่งเหล่านั้นมาจากคำพูดของผู้นำวู่เพียงคนเดียวมีใครได้เห็นกับตาตัวเองหรือไม่? ยิ่งไปกว่านั้นแม้เขาจะฆ่าหลินจี นั่นอาจเป็นเพียงการแสดงของอสูรและปีศาจ เทพสงครามเมิ่งเทียน …ฮ่าฮ่า คนที่ตายไปหลายร้อยปีจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้อย่างไร?”
เต๋าฮุนไม่สนใจวู่จวี้เอ๋อแม้แต่น้อยเขาพูดต่อพร้อมโบกมืออย่างไม่เป็นทางการ “ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่ารองผู้นำโม่ถูกฆ่าตายและคนที่ฆ่าก็คือเจ้า …คนที่เรียกตัวเองว่าเทพสงครามเมิ่งเทียน ถ้าข้าเดาไม่ผิดตอนนี้กองกำลังอสูรและปีศาจต้องกำลังตามมาใช่หรือไม่?”
”อะไรกัน?!”
”เมิ่งเทียนฆ่ารองแม่ทัพโม่เป็นไปได้ยังไงกัน?!”
”เขาสามารถจับตัวหยุนชิงวูได้?มันจะเป็นไปได้หรือที่เขาฆ่ารองผู้นำโม่?”
เห็นได้ชัดว่าเหล่าศิษย์ฝ่ายมนุษย์ไม่เชื่อเต๋าฮุนอย่างไรก็ตามคำพูดของเขาก็สมเหตุสมผลและปัญหาหลักก็คือ…
ทำไมโม่ฉานฉือถึงไม่ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับเมิ่งเทียน!
”เจ้าพูดกำลังพูดเรื่องอะไรไร้สาระ..”ปิงหยางไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตามเต๋าฮุนไม่ปล่อยให้ปิงหยางพูดจนจบเขาก็พูดแทรกขึ้นมา “หุบปาก ข้าสนใจแต่ความจริง ตอนนี้พวกเราไม่รู้ว่ารองผู้นำโม่ยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว ตัวตนของเทพสงครามเมิ่งเทียนน่าสงสัย ถ้าเจ้าต้องการพิสูจน์ตัวเองก็ง่ายมาก เพียงแค่ส่งหยุนชิงวูมาแล้วพวกเราจะเชื่อว่าเจ้าไม่ใช่อสูรหรือปีศาจ!”
”เจ้าต้องการตัวหยุนชิงวู”ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็รู้ถึงสิ่งที่เต๋าฮุนต้องการ
แม้เขาจะรู้ว่ากองกำลังอสูรและปีศาจไม่ได้อยู่ใต้บัญชาของหยุนชิงวอึกต่อไปแต่เต๋าฮุนไม่คิดเช่นนั้น
ความจริงแล้วใครๆต่างก็คิดว่าการควบคุมหยุนชิงวูนั้นเท่ากับได้ควบคุมเผ่าอสูรและปีศาจ เต๋าฮุนต้องการตัวหยุนชิงวูเพราะนางมีอำนาจ
ถ้าหยุนชิงวูตกอยู่ในมือของเต๋าฮุนเขาก็จะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ไว้ได้อย่างแน่นอน
”งั้นหรือ?เจ้าไม่เชื่อใจข้า? หรือ …เจ้าไม่มีความตั้งใจจะส่งตัวหยุนชิงวูให้กลุ่มพันมิตร?”เต๋าฮุนมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นฟางเจิ้งจือลังเล
”ฮ่าฮ่าเต๋าฮุนเจ้าเข้าใจคำว่าการทำอะไรที่ใหญ่เกินตัวไหม?”ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างสดใส
เขารู้ว่าหลายคนต้องการแสวงหาในอำนาจแต่ก็ยังพูดไม่ออกเมื่อเจอคนแบบนั้นจริงๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ..
เต๋าฮุนกล้าที่จะทำเช่นนั้น!
แน่นอนว่าเขากำลังทำการใหญ่และประเมิณตัวเองสูงเกินไป
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงความคิดที่เกิดขึ้นในใจของฟางเจิ้งจืออย่างไรก็ตามเต๋าฮุนคิดแบบอื่นเพราะเขามีกลุ่มพันมิตรคอยสนับสนุน
เขาไม่รู้ว่าโม่ฉานฉือยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว
นอกจากนี้ยังมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนตามร่างกายของเมิ่งเทียนจากการต่อสู้ที่รุนแรงด้านนอก
บางที’เมิ่งเทียน’ อาจจะกำลังบาดเจ็บหนัก
ในสถานการณ์เช่นนี้เขาสามารถคว้าตัวหยุนชิงวูและเอาชนะเมิ่งเทียนได้ไม่เพียงแค่มนุษย์จะได้รับชัยชนะ แต่เขายังสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำกลุ่มพันธมิตรไว้ได้อีกด้วย
”‘งั้น…เจ้าจะไม่คิดจะส่งตัวหยุนชิงวูให้เรางั้นหรือ?”เต๋าฮุน ก้าวเข้ามาใกล้กับฟางเจิ้งจือในขณะที่พูด
”ข้าจับตัวหยุนชิงวูได้ด้วยความสามารถของตัวข้าเองทำไมข้าต้องส่งตัวนางให้เจ้าด้วย?”ฟางเจิ้งจือไม่พอใจ ”ถ้าเจ้าไม่ส่งตัวหยุนชิงวูให้นั่นหมายความว่าเจ้าคือพวกของอสูรและปีศาจ และแสร้งทำตัวเป็นเทพสงครามเมิ่งเทียนเพื่อรอเวลาที่จะสังหารพวกเราทุกคน!”เต๋าฮุนอยู่ห่างจากฟางเจิ้งจือเพียงห้าก้าว
”งั้นเจ้าจะทำยังไงกับข้า?”ฟางเจิ้งจือดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตท่าทีของเต๋าฮุนที่เอามือข้างหนึ่งไว้ด้านหลัง
ฉากนี้ทำให้สายตาของเต๋าฮุนกลายเป็นเย็นเยือกในขณะที่วางมือข้างหนึ่งไว้ที่เอวพร้อมกับเดินไปข้างหน้าอีกสองก้าว
”ข้าไม่ต้องการทำอะไรกับเจ้าข้าแค่หวังให้เจ้าส่งตัวหยุนชิงวูให้เท่านั้นและนั่นจะทำให้ทั้งเจ้าและกลุ่มพันธมิตร ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนอย่าบอกนะว่า…”
เต๋าฮุนหยุดพูดชั่วขณะเพราะเขาโจมตีออกไปแล้วดาบที่เอวของเขาถูกดึงออกมาและดาบที่ส่องแสงสีเงินอ่อนก็จ่อไปที่คอของฟางเจิ้งจือในขณะที่มืออีกข้างยกขึ้น
ในขณะมือซ้ายของเต๋าฮุนยกขึ้นก็มีสองสามร่างปรากฎขึ้นจากกลุ่มพันมิตร
ผู้อาวุโสศาลาหยินหยาง!
พวกเขาได้เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วในตอนที่เต๋าฮุนเดินเข้าหาฟางเจิ้งจือเพราะพวกเขาเข้าใจความคิดของเต๋าฮุนเป็นอย่างดี
มันคือสัญญาณที่ได้รับจากเต๋าฮุน
ในขณะที่เต๋าฮุนโจมตีเซียนนับสิบก็โจมตีเช่นกัน ดาบของพวกเขาทุกคนส่องแสงประกายอยู่ในมือและเคลื่อนไหวราวกับนักฆ่า
สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน
แม้เหล่าศิษย์โดยรอบของกลุ่มพันธมิตรจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่พวกเขาไม่สามารถเชื่อได้ว่าเต๋าฮุนจะโจมตีใส่ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนจริงๆ
”ผู้นำกลุ่มพันธมิตรท่านทำเช่นนั้นไม่ได้!”มู่ฉิงเฟิงต้องการจะหยุดแต่เต๋าฮุนอยู่ใกล้กับฟางเจิ้งจือมากจนมันเป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเขา
วู่จวี้เอ๋อก็ตกตะลึงเช่นกัน อย่างไรก็ตามนางเรียกสติกลับมาอย่างรวดเร็วและเคลื่อนที่ไปขัดขวางเหล่าเซียนที่พุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือด้วยความรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับเซียนแล้วนางค่อนข้างช้า
แน่นอนว่าอีกสองคนที่ทรงพลังพวกเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเหยียนเฉียนหลี่และเซียนสวรรค์พักพิง พวกเขาทั้งสองโจมตีเกือบจะในเวลาเดียวกันกับที่เต๋าฮุนเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาสามารถปิดกั้นได้เพียงผู้อาวุโสสองคนของศาลาหยินหยาง และไม่สามารถปิดกั้นดาบทั้งหมดที่พุ่งเข้าหาฟางเจิ้งจือได ้
”การรู้ถึงข้จำกัดของตัวเองนั้นเป็นสิ่งสำคัญ…”ฟางเจิ้งจือยกมือข้างหนึ่งขึ้นอย่างตั้งใจและจับแสงสีเงินได้อย่างง่ายดายด้วยปลายนิ้วของเขา
ทันใดนั้นแสงสีเงินก็หยุดนิ่งตรงหน้า
มันไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย เหตุการณ์นี้ทำให้ร่างของเต๋าฮุนกลายเป็นสั่นเทาในขณะที่เขาไม่เชื่อเขาไม่คิดเลยว่าฟางเจิ้งจือจะสามารถรับดาบของเขาได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ใช้นิ้ว ทั้งๆที่หยุนชิงวูเองก็ยังอยู่ในมืออีกข้างด้านหลัง
เขารับการโจมตีด้วยนิ้ว!
มันเป็นเรื่องเกินจริงแค่ไหนกัน?!
นอกจากนี้เขาใช้เพียงสองนิ้ว
สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายมีพลังที่แตกต่างกันอย่างมาก
”เมิ่งเทียนเจ้า …เร็วเข้า รีบฆ่าเขา!”เต๋าฮุนตกใจแต่เมื่อเขาโจมตีออกไปแล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น ดังนั้นเขาจึงตะโกนให้เหล่าผู้อาวุโสของศาลาหยินหยางที่อยู่ด้านหลังโจมตี
ผู้อาวุโสนับสิบคนของศาลาหยินหยางก็เคลื่อนไหวพร้อมดาบที่ส่องสว่างด้วยจิตสังหาร
เช่นเดียวกับเต๋าฮุน ผู้ฮาวุโสศาลาหยินหยางรู้ว่าหากไม่สามารถฆ่าเมิ่งเทียนได้สถานะของศาลาหยินหยางภายในกลุ่มพันธมิตรจะได้รับผลกระทบอย่างมาก
ผู้ชนะจะขึ้นเป็นกษัตริย์และผู้แพ้จะกลายเป็นกบฏมันเป็นเรื่องธรรดาของโลกใบนี้
”ตาย!”สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาดาบของผู้อาวุโสศาลาหยินหยางต่างพุ่งเข้าหาส่วนสำคัญทั้งหมดบนร่างกายของฟางเจิ้งจือ
……………………………………..