Gate of God - ตอนที่ 1016 ชีวิตและความตาย
ตอนที่ 1016 ชีวิตและความตาย
การฆ่าเต๋าฮุนนั้นไม่ใช่เรื่องผิดเพราะเขาได้ลอบโจมตีเมิ่งเทียนจริงๆ
อย่างไรก็ตามเต๋าซิงไม่ได้โจมตีเมิงเทียน
แม้นางต้องการจะช่วยเต๋าฮุนก่อนหน้านี้มันก็เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้และไม่จำเป็นต้องฆ่านาง
โม่ฉานฉือไม่เข้าใจว่าทำไมเมิ่งเทียนถึงต้องการฆ่าเต๋าซิง
นอกจากเขาแล้วแม้แต่มู่ฉิงเฟิงและกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ก็ไม่เข้าใจเรื่องสำคัญในตอนนี้คือกองทัพปีศาจและอสูรที่กำลังจะเดินทางมาถึง
”ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนพวกเราไม่ควรจะ…” ขณะที่โม่ฉานฉือกำลังจะพูด เขาเห็นเมิ่งเทียนเดินเข้าไปหาเต๋าซิง
ทีละก้าวทีละก้าว
ฟางเจิ้งจือไม่ได้เดินเร็วนักเพราะเขาต้องอุ้มหยุนชิงวูและมีปิงหยางเดินตามมาไม่ห่าง
ปิงหยางนั้นรู้เหตุผลดี
นางไม่แปลกใจที่ฟางเจิ้งจือต้องการฆ่าเต๋าซิงเพราะปิงหยางเองก็ต้องการให้นางตายเช่นกัน
บางทีมันอาจจะเป็นการสื่อถึงใจของอีกฝ่าย
ถ้าเจ้าโกรธข้าก็โกรธถ้าเจ้าเกลียดใครสักคนข้าก็จะเกลียดด้วย ถ้าเจ้ารักบางสิ่งข้าเองก็จะรักสิ่งนั้นเช่นกัน หรือต่อให้ต้องตาย ข้าก็จะอยู่กับเจ้า
เหยียนซิวจับพัดในมือแน่น
เขาไม่เคลื่อนไหวดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่
เหยียนซิวไม่ได้พูดอะไรหรือร้องขอความเมตตามันเป็นนิสัยของเหยียนซิว เมื่อเขาตัดสินใจแล้วเขาจะไม่เปลี่ยนใจ
ฟางเจิ้งจืออยู่ห่างจากเหยียนซิวห้าก้าว
ทุกคนต่างกลั้นหายใจ เขาจะฆ่าเต๋าซิงจริงๆงั้นหรือ?
เพื่ออะไร?
”ท่านไม่สามารถฆ่าข้าได้”ทันใดนั้นเต๋าซิงก็พูดออกมา นางก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของเหยียนซิว
”เหตุผล?”ฟางเจิ้งจือถามอย่างตรงไปตรงมา
”ท่านยังถามคำถามข้าไม่จบ”เต๋าซิงโบกมือให้เหยียนซิวหลบออกไป
”หืมมันคงทำให้เจ้ามีชีวิตต่อไปอีกสักหน่อย แล้วคำตอบของเจ้าล่ะ?” ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
เขาต้องการฆ่าเต๋าซิงแต่ถ้านางต้องการจะตอบคำถามเขาก็จะให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักหน่อย
”ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของท่าน”เต๋าซิงส่ายหัว
”ฮ่าฮ่า…”ฟางเจิ้งจือหัวเราะขณะที่เขายกดาบชี้ไปที่ลำคอของเต๋าซิงแสงสีเงินเปล่งออกมาจากใบดาบ
”อย่างไรก็ตามข้ามีคำตอบที่ท่านน่าจะสนใจอยู่”เต๋าซิงไม่ได้กังวลกับท่าทีของฟางเจิ้งจือ
”เรื่องอะไรงั้นรึ?”
”มันเป็นวิธีที่ศาลาหยินหยางใช้คืนชีพเหยียนซิว”เต๋าซิงกล่าว
”มันคงเป็นเพียงการแลกชีวิตด้วยอีกชีวิตหนึ่ง”ฟางเจิ้งจือไม่เข้าใจว่าทำไมเต๋าซิงถึงพูดเรื่องนี้ในเวลาเช่นนี้
”ผู้อาวุโสนั้นรู้เรื่องราวมากกว่าที่ข้าคาดหมายไว้นักอย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านพูดไม่ถูกนัก พวกเราไม่เพียงแต่แลกชีวิตด้วยชีวิตเท่านั้น”
”เจ้าหมายความว่ายังไง?”
”ท่านเคยได้ยินการรวมกันของหยินหยางและหยางไหม?”
”การรวมกันของหยินและหยาง?”ฟางเจิ้งจือตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่ได้ยิน ”ชีวิตในหยางจะสิ้นสุดลงเมื่อชีวิตของคนหนึ่งจบลงโดยการเป็นอาชูร่าคลั่งไม่ว่าจะใช้ยาที่ทรงพลังขนาดไหนก็ไม่มีทางช่วยชีวิตคนคนนั้นไว้ได้ มีทางเดียวที่จะยืดอายุขัยของเขา”
”โดยใช้ชีวิตของตัวเจ้าเอง?”
”ใช่แล้ว”
”เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้างั้นรึ?”
”มันขึ้นอยู่กับท่านข้าได้พูดทุกอย่างไปแล้ว ถ้าท่านยังต้องการฆ่าข้าอยู่ก็เชิญลงมือ” เต๋าซิงหลับตาขณะพูด
ฟางเจิ้งจือจับดาบในมือแน่น
เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เต๋าซิงพูดความเข้าใจในเต๋าของเขาไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเต๋าฮุนหรือเต๋าซิง หยินและหยางอ้างถึงสองสิ่งที่เป็นวงจรสนับสนุนซึ่งกันและกัน
อย่างไรก็ตามพวกมันยังคงต่างกันและไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งได้
มันเหมือนกับน้ำและไฟสองอย่างที่อยู่คนละขั้ว แม้ในบางสถานการณ์จะสามารถใช้พวกมันพร้อมกันได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์จนกลายเป็นหนึ่ง
ไม่มีทาง
แม้ทั้งสองกรณีอาจจะคล้ายคลึงกันแต่ใช่ว่าเหมือนกัน
อย่างเช่นมนุษย์นั้นมีสองสิ่งคือชีวิตและความตายพวกเขาสามารถเป็นได้อย่างใดอย่างหนึ่ง แค่มีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้วเท่านั้น พวกเขาไม่สามารถเป็นทั้งสองสิ่งในเวลาเดียวกันได้
นางโกหก!ฟางเจิ้งจือคิดออกอย่างรวดเร็วและตระหนักว่าเป็นไปไม่ได้ที่เหยียนซิวและฟางเจิ้งจือจะใช้ชีวิตร่วมกัน
ยิ่งไปกว่านั้นลักษณะของเต๋าฮุนนั้นเป็นปัจจัยสำคัญ
ไม่มีทางที่หญิงสาวที่หน้าตาเหมือนกับเต๋าซิงจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด เช่นนั้นต่อให้เต๋าซิงยอมสละชีวิตตัวเองแต่เต๋าฮุนไม่มีทางยอมแน่นอน
ตอนที่ฟางเจิ้งจือพาเหยียนซิวไปที่ศาลาหยินหยางเขาหมดสติอยู่และไม่มีทางที่เขาจะได้พูดคุยกับเต๋าซิง
ยิ่งไปกว่านั้นฟางเจิ้งจือยังโดนจับตัว
สำหรับเต๋าฮุนและเต๋าซิงพวกเขาเชื่อว่าฟางเจิ้งจือต้องตายแน่นอนหลังจากถูกส่งไปเก้าขุนเขา ดังนั้นการคาดการณ์ล่วงหน้าและผูกชีวิตของตัวเองไว้กับอีกคนเพราะกลัวฟางเจิ้งจือจะมาแก้แค้นไม่มีทางเป็นเรื่องจริง
มันเป็นไปไม่ได้
และไม่มีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้น
มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวที่เต๋าซิงพูดเรื่องนี้ออกมานางเห็นความกังวลที่ฟางเจิ้งจือมีต่อเหยียนซิวและใช้ประโยชน์จากจุดนั้น
ช่างเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจ
หากฟางเจิ้งจือไม่เข้าใจในเต๋าหยิงและหยางมากพอเขาคงมองไม่เห็นช่องโหว่ในคำโกหกของนาง
”ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผลน่าเสียดายที่ข้าไม่เชื่อคำพูดของเจ้า” ฟางเจิ้งจือกล่าว
”ในเมื่อท่านไม่เชื่อข้าแล้วทำไมท่านถึงยังไม่ลงมือ?”เต๋าซิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
นางดูสงบมาก
อย่างไรก็ตามหลังจากที่นางลืมตาท่าทีของนางก็ไม่สงบเช่นเคย เพราะดาบแทงเข้าที่ลำคอของนาง
ฟางเจิ้งจือโจมตี
ตอนที่เต๋าซิงคิดว่าแผนของตัวเองสำเร็จแล้วแต่ฟางเจิ้งจือ กลับลงมือและไม่ให้นางอธิบายอะไรแม้แต่น้อย
เป็นไปได้ยังไง?
เต๋าซิงไม่เข้าใจว่ามีช่องโหว่ตรงไหนในคำพูดของนางยกเว้นเมิ่งเทียนจะมีความเข้าใจในเรื่องของเต๋าหยินและหยางมากกว่านาง อย่างไรก็ตามมันยิ่งเป็นไปไม่ได้
ใครจะเชี่ยวชาญในเต๋าหยินและหยางได้มากกว่าศาลาหยินหยางเอง?
เต๋าซิงไม่เชื่อเรื่องนี้แต่ดาบของเขาได้มาถึงคอนาง
”ถอยไป!”เสียงของเหยียนซิวดังขึ้น จากนั้นภาพภูเขาและแม่น้ำสีเลือดก็ปรากฎขึ้นปกคลุมเขาและฟางเจิ้งจืออย่างสมบูรณ์
”มีเลือดอยู่ในแม่น้ำ!”
”แต่มันไม่ใช่เลือดจริงๆ!”
”มันเป็นน้ำตาของวีรบุรุษ!”
เสียงของเหยียนซิวดังขึ้นอย่างต่อเนื่งแสงสีเลือดพุ่งเข้าใส่ฟางเจิ้งจือราวกับสายน้ำที่ไหลอย่างไม่สิ้นสุด
”ผมสีดำกลายเป็นขาวข้ารอให้ท่านแต่งแต้มมันอย่างเงียบๆ” ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมกับมองแสงสีแดงเลือดพุ่งมาที่เขา
”ท่าน?!”เหยียนซิวตกใจมาก นั่นเป็นเพราะฟางเจิ้งจือพูดถึงจิตวิญญานของภาพภูเขาและแม่น้ำแต่ละวิชาล้วนมีจิตวิญญานและคำพูดนั้นแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญานภาพภูเขาและแม่น้ำ
ขณะที่ฟางเจิ้งจือกล่าวแสงสีแดงเลือดที่พุ่งมาหาเขากลับหยุดเคลื่อนไหว ราวกับน้ำตาที่ไม่สามารถหยดลงถึงพื้นดิน
เส้นผมยาวสลวยที่กลายเป็นสีแดงบ่งบอกถึงจิตใจที่มีปัญหา
ฟางเจิ้งจือต้องการจะจบทุกอย่างลงด้วยดาบในมือแต่เขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
มันรบกวนจิตใจและทำให้เขาเศร้าเล็กน้อยเมื่อมองไปที่เหยียนซิว
เขาไม่ต้องการทำร้ายเหยียนซิวที่เป็นสหายของเขา
อย่างไรก็ตามเหยียนซิวต้องบาดเจ็บเพราะเขาแน่นอนเพราะฟางเจิ้งจือกำลังจะฆ่าใครบางคนที่เหยียนซิวต้องการจะปกป้อง
ซู่ม!ลำแสงสีเงินพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทำลายแสงสีแดงเลือดจนกลายเป็นจุดสีเงินจางๆร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า
ราวกับฝน
ฝนที่ตกลงมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ฝนจะไม่ตกในฤดูหนาวแต่จุดแสงสีเงินที่ร่วงหล่นลงมาบนร่างของเหยียนซิวราวกับน้ำตาและหยาดฝน
ท่าทีของเหยียนซิวเปลี่ยนไปทันที
ท่าทีอันเย็นชาของเขาเหมือนถูกเขียนทับด้วยความเศร้าเขาดูราวกับได้รับบาดเจ็บจากจุดแสงเหล่านั้น
”เหยียนซิวได้เวลาตื่นแล้ว!” เสียงดังขึ้นมาจากจิตวิญญานของเขา ลำแสงสีเงินไหลผ่านร่างกายของเหยียนซิวและตกกระทบพื้น ชำระล้างเงาสีดำที่ใต้เท้าของเหยียนซิวให้กลับกลายเป็นสีแดงอันสดใสอีกครั้ง
”กรี้ด!”
”อ้าก!!!”
เสียงสองเสียงดังขึ้นในเวลาเดียวกัน เหยียนซิวกุมหัวของตัวเองราวกับกำลังเจ็บปวดเป็นอย่างมากด้านเต๋าซิงที่อยู่ด้านข้างเองก็ดูเจ็บปวดมากเช่นกัน
เหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของทั้งสองคน
หยาดเหงื่อสีเงินพวกมันหยดและไหลลงไปบนแสงสีแดงที่พื้นราวกับถูกนรกกกลืนกิน
”การรวมกันของหยินหยาง?!”
”มันเป็นการรวมกันของหยินและหยางจริงๆงั้นหรือการทำร้ายเหยียนซิวเท่ากับทำร้ายเต๋าซิงไปด้วย!”
”ผู้อาวุโสเมิ่งเทียนไม่!”
มู่ฉิงเฟิงและกลุ่มพันธมิตรสวรรค์ต่างกระวนกระวายกับฉากแปลกๆตรงหน้า
แม้แต่ปิงหยางเหยียนเฉียนหลี่ เซียนสวรรค์พักพิงและวู่จวี้เอ๋อเองก็ดูเป็นกังวลอย่างมากเช่นกัน
พวกเขารู้ว่าเหยียนซิวสำคัญสำหรับฟางเจิ้งจือ แม้พวกเขาจะไม่เชื่อว่าเหยียนซิวมีชีวิตอยู่ได้โดยการใช้ชีวิตร่วมกันกับเต๋าซิง(ผู้หญิงนั้นแทนถึงพลังด้านหยินผู้ชายแทนถึงพลังด้านหยาง) แต่ฉากตรงหน้าทำให้พวกเขาต้องเชื่อ
แม้ความเป็นไปได้ของมันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
”เจ้า…เจ้าไม่ใช่เมิ่งเทียน!”ทันใดนั้นเองดวงตาของเต๋าซิงเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
นางไม่เชื่อในการคาดเดาของตัวเอง
อย่างไรก็ตานางต้องเชื่อเพราะตอนที่ฝนสีเงินตกลงมาตอนที่ฟางเจิ้งจือกล่าวว่า’ผมสีดำกลายเป็นขาว ข้ารอให้ท่านแต่งแต้มมันอย่างเงียบๆ’ นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อว่าชายตรงหน้าไม่ใช่เมิ่งเทียนแต่เป็นคนที่ควรจะอยู่ในหมู่บ้านภูเขาทางเหนือ
ฟางเจิ้งจือ!
มีเพียงฟางเจิ้งจือเท่านั้นที่สามารถอ่านใจและเข้าใจความเศร้าของเหยียนซิวได้มีเพียงฟางเจิ้งจือเท่านั้นที่เข้าใจจิตวิญญานของเขตแดนภาพภูเขาและแม่น้ำ
”เต๋าซิงเจ้าฉลาดจริงๆ!” ดาบของฟางเจิ้งจือเคลื่อนไหวอีกครั้งหยาดฝนสีเงินกลายเป็นฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก แสงสีเงินนับไม่ถ้วนพุ่งลงมาจากท้องฟ้า
มันราวกับเป็นแม่น้ำที่ไหลลงมาจากสวรรค์แต่งแต้มท้องฟ้าให้สว่างจ้า
”ทำไม?ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?!” ร่างของเต๋าซิงสั่นสะท้าน ความเจ็บปวดบนใบหน้าของนางเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เลือดเริ่มไหลออกมาจากมุมปากของนาง
”มันสำคัญด้วยงั้นหรือ?”
”ไม่!แต่เจ้าไม่อยากได้คำตอบงั้นหรือ? ถ้าเจ้าฆ่าข้าตอนนี้ เจ้าจะไม่ได้คำตอบ! เจ้าจะไม่ได้คำตอบตลอดไป!!!” เต๋าซิงตะโกนออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
”เจ้าผิดแล้วข้าได้รับคำตอบแล้ว” ฟางเจิ้งจือส่ายหน้า ”ไม่มีทางไม่มีทาง! เจ้ายังไม่ได้รับคำตอบ ไม่มีทางที่ใครจะคาดเดาคำตอบได้!” ใบหน้าของเต๋าซิงซีดขาว อย่างไรก็ตามนางยังอยู่ข้างๆเหยียนซิวโดยไม่คิดจะหนีไปไหน
บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะนางไม่ต้องการหนี
แต่เป็นเพราะนางรู้ว่านางไม่สามารถหนีไปได้หลังจากรู้ตัวตนที่แท้จริงของเมิ่งเทียน
”คาดเดา?ฮ่าฮ่า…ในที่สุดเจ้าก็พูด’ความจริง’ออกมาบ้าง” ฟางเจิ้งจือมั่นใจเต็มที่กับคำตอบในใจของเขา
”…”ท่าทีของเต๋าซิงแข็งค้าง
ร่างของนางหยุดสั่นแต่ความเจ็บปวดบนใบหน้าของนางชัดเจนขึ้นเรื่อยๆความเจ็บปวดและโศกเศร้าที่นางไม่ได้แกล้งทำ
นางกำลังเจ็บปวดจริงๆเจ็บปวดจากความเศร้า
มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับเหยียนซิวเคยสัมผัสแต่มันรุนแรงจนเต๋าซิงไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมาได้
”ไม่เป็นไปไม่ได้…ไม่มีทาง!” เต๋าซิงต้องการระบายความโกรธและความเจ็บปวดของนาง
อย่างไรก็ตามตอนนี้เหยียนซิวทรุดลงกับพื้นร่างของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ฝนสีเงินดูเหมือนจะส่งผละกระทบกับร่างกายของเขาเป็นอย่างมาก ลมหายใจของเขาผิดปกติ แสงสีขาวและดำกำลังกระพริบอยู่ในดวงตาของเขาอย่างต่อเนื่อง
”อ๊าก!!!”เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
……………………………………..