Gate of God - ตอนที่ 1060 ลูกแก้วมังกร
ตอนที่ 1060 ลูกแก้วมังกร
มังกรทองกำลังโกรธจัดอย่างไรก็ตามเขาสามารถกลับสู่ความสงบได้หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง
ดวงตาสีทองของมันจ้องไปที่หยุนชิงวูและฟางเจิ้งจือ”พวกเจ้าทั้งคู่ต้องมีความสามารถที่พิเศษจึงเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้ ข้าจะตอบคำถาม เจ้าเข้าใจถูกแล้วนามสกุลของข้าเมื่อนานมาแล้วคือซวนหยวนจริงๆ”
”จริงๆแล้วข้าก็นามสกุลซวนหยวนเมื่อนานมาแล้วเช่นกัน…”ฟางเจิ้งจือพูดด้วยความใส่ซื่อหลังจากได้ยินมังกรทองตอบออกมา
”…”
”…”
ทั้งหยุนชิงวูและมังกรทองต่างมองไปยังฟางเจิ้งจือด้วยความสับสน
”เจ้าก็มีนามสกุลว่าซวนหยวนงั้นรึ?”เห็นได้ชัดว่ามังกรทองไม่เชื่อ ”ใช่มันนานมาแล้วจนข้าจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้าเพียงเห็นสนามรบที่เต็มไปด้วยเลือด ในความฝันของข้าข้าเห็นตัวตนระดับเทพเจ้าจำนวนมากกำลังต่อสู้กัน…”
”…”มังกรทองนิ่งงันไปอีกครั้ง
ด้านหยุนชิงวูนางกำลังมองฟางเจิ้งจือด้วยสายตาแปลกๆ”เจ้าไร้ยางอาย สิ่งที่เจ้าพูดมันไม่น่าขันเกินไปหน่อยรึ?”
สนามรบโบราณ?
หากหยุนชิงวูไม่รู้ว่าฟางเจิ้งจือไร้ยางอายแค่ไหนนางคงเชื่อเขาไปแล้ว
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่สนใจหยุนชิงวูเขายังคงพร่ำเพ้อราวกับเรื่องนั้นเป็นความทรงจำของเขาจริงๆ
”ไฟสวรรค์ตกลงมาจากท้องฟ้า….ผืนดินเต็มไปด้วยความตายและชาวบ้านที่บาดเจ็บ…ข้ารู้สึกเจ็บปวดเป็นที่สุดเมื่อฝันเห็นฉากนี้ข้าต้องการจะฝังตัวเองเพื่อให้ความเจ็บปวดจางหาย…” ”ฝังตัวเองเพื่อให้ความเจ็บปวดจางหาย?”การแสดงออกของมังกรทองจากความสงสัยกลายเป็นจริงจัง
”เห้อ…ในฝันของข้า…ข้ายังจำภาพที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยอสูรและปีศาจที่ทรงพลังร่วมกันป้องกันภัยพิบัติจากจักรวาลนอกจากนั้นยังมีร่างสีขาวที่เป็นผู้นำของมนุษย์ ปีศาจและอสูรอยู่ด้านหน้า…” ฟางเจิ้งจือดูค่อนข้างเศร้าในตอนท้ายของประโยค
ด้านมังกรทองดูเหมือนมันกำลังจมลึกอยู่ในความคิด
หลังจากนั้น…
ดวงตาของมันพลันกระจ่างใสมองฟางเจิ้งจือราวกับมองร่างที่คุ้นเคยในอดีต
”เจ้าจำได้ไหมว่าข้าเป็นคนให้นามสกุลกับเจ้า”ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมกับดวงตาที่เปล่งแสงสีเงิน
เต๋าวิญญาน!
ครืน!ท้องฟ้าและโลกสั่นสะเทือน โลกทั้งใบกลายเป็นสีดำและขาวในทันที
”แน่นอนว่าข้าจำได้…”มังกรทองพูดโดยสัญชาตญานอย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปครึ่งประโยคมันส่ายหัวในทันที “เด็กน้อยเจ้ามันไร้ยางอายจริงๆ ข้าเกือบถูกเจ้าหลอก!”
”เจ้าไม่เชื่อข้างั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่เขายังอยู่ในความสงบ
”ข้าจะเชื่อเจ้าได้ยังไง?”การแสดงออกของมังกรทองเปลี่ยนไปพร้อมกับใช้กรงเล็บโจมตีไปที่ฟางเจิ้งจือ
”เจ้าไม่ได้รอข้ามาที่นี่งั้นรึ?”ฟางเจิ้งจือก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญไม่เกรงกลัวการโจมตีของมังกรทองแม้แต่น้อย
กรงเล็บของมังกรทองหยุดลงอย่างกระทันหัน
มันห่างจากฟางเจิ้งจือไม่ถึงสองนิ้ว
”เจ้าอยู่มานับพันปีตอนนี้ประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและปีศาจได้เปิดออกอีกครั้ง ตัวตนอันทรงพลังจากจักรวาลได้กลับมาบนโลกนี้อีกครั้ง เจ้าจะรอจนถึงเมื่อไร” ฟางเจิ้งจือถามอีกครั้ง
”…”มังกรทองนิ่งงันไปอีกครั้ง
ด้านหยุนชิงวูนางจ้องฟางเจิ้งจือเขม็งจากนั้นก็หันไปดูมังกรทอง
แบบนี้ก็ได้งั้นหรือ?
หยุนชิงวูตกตะลึงเล็กน้อย
ฟางเจิ้งจือมีความรู้น้อยมากเกี่ยวกับในอดีตอย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือทำราวกับเขาเห็นทุกอย่างได้ด้วยตาตัวเอง
ตอนแรกหยุนชิงวูรู้สึกว่าฟางเจิ้งจือเพียงทำเรื่องขำขันแต่ปฏิกริยาของมังกรทองทำให้นางรู้สึกราวกับโดนฟ้าผ่า
ซวนหยวน!
มังกรทองที่มีนามสกุลว่าซวนหยวน!
ฟางเจิ้งจือรู้ความหมายของคำว่าซวนหยวนด้วยงั้นหรือ? เป็นไปได้ยังไง?
มีเพียงหนังสือจากยุคโบราณเท่านั้นที่บันทึกเรื่องนี้เอาไว้
”ฟางเจิ้งจือเจ้า…” หยุนชิงวูต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่นางไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี
”ไม่เป็นไรถ้าเจ้าจะไม่เชื่อข้าตอนนี้แต่เจ้าต้องการจะรออยู่ที่นี่จริงๆงั้นหรือ ต้องการจะถูกกักขังอยู่ที่นี่ตลอดไป?” ฟางเจิ้งจือไม่สนใจหยุนชิงวูและยังคงพูดกับมังกรทองตลอดไป
แน่นอนเขารู้ว่าซวนหยวนนั้นเป็นนามสกุลของจักรพรรดิฮวง
เขารู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติตอนที่หยุนชิงวูถามถึงนามสกุลของมังกรทอง
นานมาแล้วนามสกุลของมังกรทองคือซวนหยวนแม้มันอาจจะดูคลุมเคลือแต่มันทำให้ฟางเจิ้งจือมั่นใจในตัวตนของมังกรทองมากขึ้น สัตว์ร้ายที่จักรพรรดิฮวงเป็นเจ้านายมังกรร้ายจากยุคโบราณ
มันต้องแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก…
ดังนั้นแล้วเขาจะปล่อยโอกาสดีๆอย่างนี้ไปได้ยังไง?
เขาต้องหลอกล่อมัน
ฟางเจิ้งจือไม่เคยฝันถึงสนามรบโบราณอย่างไรก็ตามเขาเคยอ่านเกี่ยวกับเรื่องจักรพรรดิหยานและจักรพรรดิฮวงในโลกก่อน
จากนั้นเขาก็เอาข้อมูลเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับข้อมูลในโลกนี้ที่เขาอ่านมาจากจารึกหินสีดำ
ถ้าเขาไม่สามารถหลอกล่อมังกรได้…
เขาคงไม่กล้าเรียกตัวเองว่าฟางเจิ้งจืออีกต่อไป
”เจ้ารู้ว่าข้าถูกพันธนาการอยู่ที่นี่งั้นหรือ?”มังกรทองไม่เชื่อฟางเจิ้งจือ แต่การที่ฟางเจิ้งจือกล่าวว่าเขาถูกกักขังไว้ที่นี่ทำให้มันเริ่มตั้งคำถามออกมา ”ใช่แล้ว”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า จากนั้นเขาก็โบกมือ แผ่นจารึกหินขนาดใหญ่ที่มีตัวอักษรสีทองได้ปรากฎขึ้น
มันเป็นแผ่นจารึกในปราสาทหินสีดำที่บันทึกเรื่องราวภัยพิบัติในยุคโบราณเอาไว้
หลังจากที่ฟางเจิ้งจือทำลายมันเขาได้เอามันมากับตัวด้วย
”หืม?”มังกรทองมองดูเศษแผ่นหินจารึกแล้วเอื้อมมือกรงเล็บไปหยิบมันมาตรวจสอบอย่างละเอียด
ด้านฟางเจิ้งจือเขากำลังอธิษฐานอยู่ในใจ
’ขอให้ข้าทำสำเร็จด้วยเถิด’
แผ่นจารึกหินมีภาพขนาดใหญ่ด้านหลังแต่เขาไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับอะไร ฟางเจิ้งจือได้แต่สันนิษฐานว่ามันน่าจะมีประโยชน์
จากนั้นเขาก็จำได้ว่ามังกรทองปรากฎตัวยังไง
พื้นดินเริ่มเปล่งแสงสีทองเมื่อแสงสีทองมารวมตัวกันร่างของมังกรทองได้ปรากฎขึ้น
มันยืนยันได้ว่ามังกรทองสามารถมีชีวิตรอดได้เพราะข้อจำกัดบางอย่าง
”ข้าเดาถูกใช่ไหม?”ฟางเจิ้งจือมองมังกรทองด้วยความคาดหวัง
ด้านหยุนชิงวูนางยังคงมองฟางเจิ้งจือและมังกรทองด้วยสีหน้าแปลกๆ
ถ้าฟางเจิ้งจือเดาถูกจริงๆ…
มันคงบ้าบอเกินไปแล้ว
เมื่อคิดถึงจุดนี้นางเห็นมังกรทองเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเก็บเศษแผ่นหินจารึกนั้นไป
”เด็กน้อยข้าไม่เชื่อเจ้า แต่ถ้าเจ้าสามารถปลดปล่อยข้าจากพันธนาการได้ ข้าจะทำตามความปรารถนาของเจ้าสามข้อ”
”งั้นท่านช่วยใบ้ให้ข้าหน่อยได้ไหม?”ฟางเจิ้งจือรู้สึกเหมือนตัวเองพึ่งรวบรวมลูกแก้วมังกรได้สำเร็จครบเจ็ดลูก แต่กลับทำพวกมันหล่นหายเพราะเขาไม่รู้จริงๆว่าอะไรที่พันธนาการมังกรทองเอาไว้ ”เจ้ามั่นใจใช่ไหมว่าสามารถเข้าใจตัวอักษรในแผ่นจารึกหินนี้ได้?”มังกรทองถามเพื่อยืนยัน
”แน่นอน”ฟางเจิ้งจือตอบอย่างมีความสุข ถ้าการปลดพันธนาการเกี่ยวข้องกับตัวอักษรบนแผ่นจารึกจรงๆก็ถือว่าเขาโชคดีสุดๆ!
”เอาล่ะข้าจะให้คำใบ้กับเจ้า” มังกรทองพยักหน้าอีกครั้ง จากนั้นดวงตาของมันก็ส่องสว่าง ลำแสงสีทองพุ่งเข้าหาหยุนชิงวูและฟางเจิ้งจือ
”ลอบโจมตีงั้นรึ?!”ฟางเจิ้งจือตกใจมากเขาดึงหยุนชิงวูและกลิ้งตัวหลบไปด้านหลัง
ลำแสงสีทองพุ่งผ่านตำแหน่งที่พวกเขาอยู่มันชนเข้ากับแท่นบูชาที่ไร้ตัวอักษร
ทันใดนั้นแท่นบูชาส่องแสงออกมาทันที
สัญลักษณ์สีทองจำนวนมากปรากฎขึ้น
ร่างกายของหยุนชิงวูถูกฟางเจิ้งจือทับอย่างแรงใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะหายใจลำบาก อย่างไรก็ตามนางไม่สนใจเพราะสายตาของนางจับจ้องอยู่ที่แท่นบูชา
”อย่าบอกนะว่าเจ้าไร้ยางอายกำลังจะทำสำเร็จอีกครั้ง?”หยนุชิงวูพูดไม่ออก
อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูรู้ว่าฟางเจิ้งจือสามารถอ่านอักษรเหล่านั้นได้อย่างแท้จริงแม้นางจะไม่รู้ว่าทำไมก็ตาม
”มันเป็นเรื่องบังเอิญข้าอ่านพวกมันได้เพราะ…ข้าเคยมีนามสกุลว่าซวนหยวนเมื่อนานมาแล้ว” ดวงตาของฟางเจิ้งจือสว่างขึ้นเมื่อเห็นตัวอักษรเหล่านั้น จากนั้นเขาก็กล่าวกับหยุนชิงวูเบาๆ
”หน้าด้าน!”หยุนชิงวูด่าฟางเจิ้งจือเพราะนางไม่สามารถทนได้อีกต่อไป
ด้านมังกรทองมันไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ฟางเจิ้งจืออย่างไรก็ตามหากฟางเจิ้งจือสามารถอ่านตัวอักษรเหล่านั้นได้…
มันหมายความว่า…
มังกรทองพยายามหยุดความคิดตัวเองเพราะเขารู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้
ท้ายที่สุดแล้วบุคลิกของฟางเจิ้งจือนั้นต่างจากคนที่เขารู้จักมาก
ทั้งสองจะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง?
ความเป็นจริงแม้แต่ฟางเจิ้งจือก็ไม่เชื่อเช่นกันเขาไม่ได้มีสายเลือดพิเศษ เขาเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น
”มังกรที่มีนามสกุลว่าซวนหยวน…ดังนั้นหลุมศพที่อยู่ด้านหน้าข้าต้องเป็นที่ฝังศพของจักรพรรดิในตำนานแน่นอน!”ฟางเจิ้งจือมั่นใจมาก
แต่มีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ
ตามบันทึกของโลกนี้จักรพรรดิฮวงไม่ได้ติดอยู่ในจักรวาลนอกโลกเขารอดชีวิตมาพร้อมกับจักรพรรดิหยานและได้สร้างโลกของมนุษย์ขึ้นมา
แล้วทำไมถึงมีสุสานของเขาอยู่ที่จักรวาลได้?
ฟางเจิ้งจือยังคงไม่เข้าใจอย่างไรก็ตามเขาเดินไปที่แท่นบูชาที่มีตัวอักษรสีทองปรากฎขึ้น
”งั้นชื่อเต็มของเจ้าก็คือ’ซวนหยวนห้า’มันเป็นเชื่อที่เรียบง่ายเหมาะสมกับมังกรทองห้ากรงเล็บเช่นเจ้าดี!” ฟางเจิ้งจือกล่าวหลังจากอ่านไปไม่กี่บรรทัด
”เจ้า…เด็กน้อยเจ้าสามารถอ่านมันออกจริงๆงั้นรึ?!” ร่างของมังกรทองสั่นสะท้านเมื่อได้ยินฟางเจิ้งจือพูด แม้แต่เมฆรอบตัวของมันยังสั่นไหว
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังตื่นเต้นเล็กน้อย
หลังจากผ่านมาหลายปี…
ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของมัน
ซวนหยวนห้า!
นานมาแล้ว…
ซวนหยวนห้านั้นเคยเป็นสัตว์ร้ายที่อยู่บนจุดสูงสุดมังกรทองห้ากรงเล็บ!
……………………………………..เขาเดินไปที่แท่นบูชาที่มีตัวอักษรสีทองปรากฎขึ้น
”งั้นชื่อเต็มของเจ้าก็คือ’ซวนหยวนห้า’มันเป็นเชื่อที่เรียบง่ายเหมาะสมกับมังกรทองห้ากรงเล็บเช่นเจ้าดี!” ฟางเจิ้งจือกล่าวหลังจากอ่านไปไม่กี่บรรทัด
”เจ้า…เด็กน้อยเจ้าสามารถอ่านมันออกจริงๆงั้นรึ?!” ร่างของมังกรทองสั่นสะท้านเมื่อได้ยินฟางเจิ้งจือพูด แม้แต่เมฆรอบตัวของมันยังสั่นไหว
เห็นได้ชัดว่ามันกำลังตื่นเต้นเล็กน้อย
หลังจากผ่านมาหลายปี…
ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของมัน
ซวนหยวนห้า!
นานมาแล้ว…
ซวนหยวนห้านั้นเคยเป็นสัตว์ร้ายที่อยู่บนจุดสูงสุดมังกรทองห้ากรงเล็บ!
……………………………………..