Gate of God - ตอนที่ 753 พวกเขาคือเซียน?
…
ฟางเจิ้งจือ รู้สึกงุนงงในขณะที่จ้องมองไปยังทะเลสาบที่ห่างออกไปไกล ตามปกติ เหยียน ซิว จะมาหาเขาแล้ว
อย่างไรก็ตามเหยียน ซิว ไม่มีการตอบรับแม้แต่น้อย ไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมา
”มียางอย่างผิดปกติ!”
”มีบางอย่างเกิดขึ้น!”
”เหยียนซิว ไม่มีทางเมินข้า นอกจาว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา!?”
ฟางเจิ้งจือ รีบคิดอย่างหนัก แต่เขาไม่ได้ช้าลงเลย นั่นเป็นเพราะเหล่าศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ตามเขามาติดๆ นอกจากนี้ถ้ามีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับ เหยียน ซิว เขาต้องไปช่วย
”ใกล้แล้วใกล้ถึงแล้ว!”!
ฟางเจิ้งจือ เริ่มวิตกมากขึ้นเมื่อเขาเข้าใกล้ทะเลสาบ
”เหยียนซิว เจ้าอยู่ที่ไหน?” เมื่อ ฟาง เจิ้งจือ เข้าใกล้พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวเล็กน้อย
มันส่งเสียงเบาๆออกมาฟาง เจิ้งจือ คงจะไม่รู้สึกตัว ถ้าเขาไม่ได้เติบโตมาในป่า เขาสามารถสัมผัสได้
เมื่อได้ยินเสียงจู่ๆก็มีชายชุดคนหนึ่งพุ่งออกมาจากพุ่มไม้ด้านซ้าย เขารวดเร็วอย่างมาก
”ซุ่มโจมตี?”ฟางเจิ้งจือ แค่คาดเดาว่าเป็นการซุ่มโจมตี แต่เมื่อเขาเห็นชายชุดดำคนนั้น เขาก็ตระหนักในทันทีว่ามันยิ่งกว่าที่เท่าคิดเอาไว้
เขาขว้างตะปูออกไปอย่างไม่ลังเล
”หือ?”ชายคนนั้นประหลาดใจกับการตอบสนองของฟาง เจิ้งจือ ก่อนที่เขาจะหลบในทันที
”ครึกครึก ครึก … ”
ชายชุดดำหันมองรอบๆและตระหนักว่ามันไม่ใช่อะไรอื่น เป็นแค่ตะปูธรรมดา เขารู้สึกตกใจอย่างชัดเจน การใช้วิธีแบบนี้หาได้ยากมากในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
”เจ้าเด็กเหลือขอเจ้าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”ใบหน้าของชายคนนั้นเปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะวิ่งไปหา ฟาง เจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามฟาง เจิ้งจือ ไม่มีอารมณ์มาเสวนาด้วย
เขาคิดแต่เรื่องของเหยียน ซิว หลังจากถูกซุ่มโจมตีโดยชายชุดดำ มันยิ่งทำให้เขากังวลมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม…การซุ่มโจมตียังไม่จบแค่นั้น
หลังจากฟาง เจิ้งจือ หลบการโจมตีครั้งแรก ชายสองคนก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ทั้งสองฝั่ง
ในเวลาเดียวกันเขารู้สึกถึงความเย็นด้านบนศีรษะ
”สี่คนเหรอ?!”ฟางเจิ้งจือ ผงะ เพราะเขารู้สึกได้ว่าคนซุ่มโจมตีเหล่านี้ไม่ได้อ่อนแอกลับกันพวกเขาแข็งแกร่งมาก
ถ้าเขาไม่ได้เอะใจเรื่องที่เหยียน ซิว ไม่ตอบเขา และไม่มีตะปูติดตัว เขาคงหลบการโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้
เขาไม่สามารถหลบการโจมตีจากทั้งสามทางพร้อมกันได้
มันคือความแข็งแกร่งเขาไม่แกร่งพอจะหลบการโจมตีทั้งหมดนี้ได้
นั่นเพราะพวกเขารวดเร็วมาก
”ตูม!”
เสียงระเบิดดังขึ้นร่างของ ฟาง เจิ้งจือ กระเด็นออกจากพื้น เขาหลบดาบบนหัวของเขา แต่เขาไม่สามารถหลบฝ่ามือทั้งสองที่พุ่งมาจากด้านหน้าได้
พลังที่รุนแรงปะทะที่หน้าอกของเขาแรงระเบิดส่งเขาลอยไปด้านหลังอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ในขณะเดียวกัน พลังที่รุนแรงก็ปะทะที่ด้านหลังของเขาอีก มันเป็นฝ่ามือของชายที่ลอบโจมตีไม่สำเร็จ ”อั้ก!”ฟางเจิ้งจือ กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
เขาทรุดลงกับพื้น
”ข้าไม่คิดเลยว่าพวกเราสี่คนจะต้องมาทำงานร่วมกันเพียงเพราะชายที่อยู่ในระดับจุติน่าประหลาดจริง!”ชายชุดดำคนหนึ่งพูดขึ้น
”ชายที่อยู่ในระดับจุติ…พวกเราทั้งสี่ทำงานร่วมกัน …พวกมันเป็นเซียนเหรอ?!”ฟาง เจิ้งจือ คาดเดาพลังของพวกเขาหลังจากได้ยิน
มีแต่คนที่อยู่ในระดับจุติเท่านั้นที่จะพูดถึงคนที่อยู่ในระดับจุติด้วยน้ำเสียงที่ดี
สี่เซียน…ปรากฏตัวขึ้นที่ตีนเขาของศาลาเต๋าสวรรค์พร้อมกัน?
ฟางเจิ้งจือ อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในศาลาเต๋าสวรรค์เขาได้รู้ถึงความแข็งแกร่งไม่มากก็น้อยของทั้งห้าสำนักในแดนศักดิ์สิทธิ์ในศาลาเต๋าสวรรค์มีผู้นำศาลาเพียงหนึ่งคนกับผู้อาวุโสอีกเจ็ดคน รวมถึงศิษย์ที่อยู่ในระดับเซียนอีกประมาณสิบสองคน
หรือกล่าวอีกนัยก็คือในศาลาเต๋าสวรรค์มีเซียนประมาณยี่สิบคน
ฟางเจิ้งจือ จึงพอเดาได้ว่าสำนักอื่นๆก็คงมีขุมกำลังประมาณนี้เช่นกัน
เมื่อรวมทั้งห้าสำนักจะพอสรุปได้ว่าในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเซียนอยู่ทั้งหมดประมาณร้อยคน
ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
อย่างไรก็ตามคำถามหนึ่งข้อยังคงไม่ได้รับคำตอบ
ฟางเจิ้งจือ เคยได้ยินวลีที่ว่า หนึ่งศาลา สี่เซียน สิบสามกองตรวจการ จากการจัดอันดับมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่ศาลาเต๋าสวรรค์นั้นจะอยู่เหนือสี่เซียน
นอกจากศาลาเต๋าสวรรค์ทำไมถึงมีเซียนอีกสี่คนอีก และทำไมพวกเขาทั้งสี่ถึงไม่มาช่วยตอนที่สู้ในแดนใต้?ถ้าเซียนไม่ได้รับให้เข้าไปยุ่งในสงครามของแต่ละอาณาจักร แล้วทำไม เหยียน เฉียนหลี่ ถึงทำแบบนั้นได้?
นี่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกัน
แน่นอนว่าฟาง เจิ้งจือ เคยถามเรื่องนี้กับเซียนสวรรค์พักพิง ผ่านทาง วู่ จวี้เอ๋อ
อย่างไรก็ตามเซียนสวรรค์พักพิงไม่ได้ตอบฟาง เจิ้งจือ โดยตรง เขาเพียงพูดว่าเมื่อ ฟาง เจิ้งจือ เข้าสู่ดินแดนศักสิทธิ์จะเข้าใจทุกอย่างเอง
แต่ตอนนี้…ฟาง เจิ้งจือ อยู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และศาลาเต๋าสวรรค์มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว เขาอ่านหนังสือในศาลาเต๋าสวรรค์ แต่เขาก็ยังไม่พบคำตอบ
แน่นอนว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
มีเซียนสี่คนมาที่นี่เพื่อฆ่าเขา
หรือศาลาเต๋าสวรรค์ตั้งใจวางแผนเอาไว้?
ไม่น่าเป็นไปได้
ฟางเจิ้งจือ ล้มเลิกความคิดนั้นไป เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนั้นกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ศาลาเต๋าสวรรค์เองก็ไม่มีทางรู้เรื่องนี้ล่วงหน้าได้เช่นกัน
หากเป็นเช่นนั้น… มีคำอธิบายที่เป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
อย่างที่ฉือ กูเหยียน กังวล คนจากเก้าขุนเขาและศาลาหยินยางจะมาหาเขาทันทีที่เขาออกจากศาลาเต๋าสวรรค์
พวกเขาน่าจะมาจากทั้งสองที่นี้?
ทั้งสองสำนักส่งคนมางั้นหรือ?
ฟางเจิ้งจือ เลิกคาดเดา เพราะตอนนี้เขาอยู่ในสถการณ์ที่ยากจะรับมือกว่าเดิมแล้ว
ข้างหลังเขาเป็นศาลาเต๋าสวรรค์
ด้านหน้าเขาก็เป็นเก้าขุนเขาและศาลาหยินหยาง ภายใต้สถานการณ์ปกติเขาไม่มีทางออกไปจากที่นี่แบบมีชีวิตอยู่แน่นอน
”เห้อนี่เป็นชะตาของข้างั้นหรือ?”ฟาง เจิ้งจือ สงสัย ถ้าเขาไม่รีบออกมาจากศาลาเต๋าสวรรค์ขนาดนี้ ทุกอย่างจะเลวร้ายน้อยลงกว่านี้หรือไม่?
แต่ตอนนี้เขาก็กลับไปแก้อะไรไม่ได้แล้ว
แม้ว่าเขาจะเลือกที่จะอยู่ในศาลาเต๋าสวรรค์ต่อเขาก็ไม่สามารถทนดู ฉือ กูเหยียน สู้กับคนที่ต้องการเข้ามาฆ่าเขาเรื่อยๆได้ ถ้าเป็นแบบนั้นสงครามในศาลาเต๋าสวรรค์ก็พร้อมจะปะทุขึ้นมาตลอดเวลา
มันแทบไม่ต่างกันเลยยังไงการต่อสู้ก็ต้องเกิดขึ้น ต่างกันแค่ที่เขาหรือ ฉือ กูเหยียน จะต้องเป็นผู้สู้
เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงชะตากรรมของเขาได้
อย่างไรก็ตามปัญหาในตอนนี้คือเขาไม่สามารถสู้กับชะตากรรมของเขาได้ เพราะมีเซียนถึงสี่คนยืนอยู่รอบๆเขา รวมถึงผู้อาวุโสทั้งสามและศิษย์จากศาลาเต๋าสวรรค์จำนวนมากอยู่ด้านหลัง
เขาจะสู้ได้ยังไง?
……………………………………..