Gate of God - ตอนที่ 757 ลงมือด้วยตัวเอง
และทันใดนั้นพวกเขาก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเพราะพวกเขาเห็นเงาของ ฟาง เจิ้งจือ
เงาที่ไม่มีตัวตน
แต่มันรู้สึกคุ้นเคยมาก
ที่สำคัญทำไมถึงมีเงาอยู่ที่ด้านหลังฟาง เจิ้งจือ
ฟางเจิ้งจือ เองก็ใช้วิชาจากแกนเลือดได้ด้วยงั้นหรือ?
พวกเขาสับสนมาก
อย่างไรก็ตามเงาที่หลังฟาง เจิ้งจือ นั้นเป็นของจริง นอกจากนี้ยังมีสัญลักษณ์สีทองนับไม่ถ้วนอยู่บนเงา
จากนั้นทั้งร่างของฟาง เจิ้งจือ ก็เริ่มเปล่งประกายสีดำออกมา จากนั้นชุดเกราะมือสีดำก็ปรากฎขึ้นที่มือของเขา
”ตูม!” ทันใดนั้นเสียระเบิดก็ดังขึ้นจากนั้นร่างหนึ่งก็ลอยกระเด็นขึ้นไปบนอากาศ เลือดไหลออกมาจากปากของเขา
”อั้ก!”
รางของเขาหล่นลงกระแทกกับพื้นใบหน้าของเขาซีดขาวอย่างไม่น่าเชื่อ
พื้นที่โดยรอบต่างตกอยู่ในความเงียบ
หนึ่งหมัด!
แค่หมัดเดียว!
มันสามารถทำร้ายหยินซือ ที่อยู่ในระดับเซียนได้
”แค่กแค่ก…เขาสามารถใช้วิชาจากแกนเลือดได้จริงๆงั้นหรือ?” หยินซือ พูดพร้อมกับดวงตาที่ปูดโปน
เขาคิดว่าเขารู้ความแข็งแกร่งของฟาง เจิ้งจือ ดีแล้ว
เขารู้ว่าฟาง เจิ้งจือ ใช้ได้ทั้งเต๋าสวรรค์และเต๋าแห่งชีวิต แต่ตอนนี้ความจริงอีกอย่างทำให้เขาตกตะลึง เร็วเกินไป
ฟางเจิ้งจือ ที่อยู่ในระดับจุติเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?
หยินซือไม่อยากจะเชื่อ อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลาคิด เพราะตอนนี้ ฟาง เจิ้งจือ มาอยู่ด้านหน้าเขาอีกครั้ง
”เจ้าเด็กโสโครกเจ้าคิดว่าข้าที่อยู่ในระดับเซียนจะเอาชนะเจ้าไม่ได้งั้นรึ?!” ดวงตาของ หยินซือ แคบลง
แม้เขาจะพึ่งเข้าสู่ระดับเซียนเมื่อสามปีที่แล้ว
แต่เซียนก็ยังคงเป็นเซียนความแข็งแกร่งย่อมต่างจากคนที่อยู่ในระดับจุติอยู่แล้ว
”ตูม!”บรรยากาศอันทรงพลังถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างหยินซือ ในเวลาเดียวกันอักขระสีแดงที่ซับซ้อนก็ปรากฎขึ้นบนหน้าผากของเขา
ราวกับเป็นดวงไฟดวงหนึ่ง
จากนั้นออร่ารอบตัวเขาก็ร้อนระอุขึ้นทันทีราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่ง
เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
มันเป็นทางเลือกของหยิงซือถ้า ฟาง เจิ้งจือ ไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้ จะสู้กับเขาได้ยังไง?
อย่างไรก็ตามทันทีหยิงซือปล่อยความร้อนออกมา เขาได้เห็นดาบ ดาบสีม่วง
มันมาถึงเขาแล้ว!
คลื่นความร้อนรอบตัวเขาถูกผ่าออก!
”เป็นไปได้ยังไง?!”หยินซือไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่อยู่ในระดับจุติจะเอาชนะผู้ที่อยู่ในระดับเซียนได้ยังไง?
ยังไงก็ตามไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ ดาบก็อยู่หน้าเขาแล้ว มันพุ่งมาที่ลำคอของเขาอย่างรวดเร็วจนเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบ
”ฉึก!”ลำคอของเขาถูกฟันขาดราวกับเป็นกระดาษบางๆแค่แผ่นหนึ่ง
ไร้การต่อต้านแม้แต่น้อย เลือกสาดกระเซ็นไปทั่วทุกหนแห่ง
อย่างไรก็ตามมันหายไปทันทีราวกับดาบไร้ร่องรอยได้ดูดกลืนมันไปจนหมด
”ดาบนี้… แปลกมาก!” ตอนแรก ฉือฟ่าน ไม่กังวลแม้แต่น้อย เพราะผู้ที่อยู่ในระดับเซียน แม้จะถูกดาบปาดขอก็ไม่อันตรายถึงชีวิต
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเห็นดาบไร้ร่องรอยฟันไปที่คอของหยินซือเขาพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“อา…”ปากของหยินซืออ้าออก ราวกับเขาอยากจะพูดบางอย่าง อย่างไรก็ตามมันสายเกินไปแล้ว
”โจมตีเดี๋ยวนี้!”ฉือฟ่าน ไม่อาจทนดูหยินซือตายเฉยๆได้ ดังนั้นเขาจึงออกคำสั่งให้ทุกคนโจมตีทันที
อย่างไรก็ตามมันก็สายเกินไป
นั่นเป็นเพราะฟาง เจิ้งจือ ตวัดดาบขึ้นแล้ว ในเวลาเดียวกันหัวของหยินซือก็กระเด็นไปตกที่พื้น จากนั้น ฟาง เจิ้งจือ ก็ดึงดาบกลับมาพร้อมกับแทงไปที่หัวใจของ หยินซือ อีกครั้ง
รวดเร็วและเด็ดขาด
ฟางเจิ้งจือ ลงมือเร็วมาก เพราะความต้องการฆ่าตอนนี้ท่วมท้นในใจของเขา เขาต้องการฆ่าทุกคนที่กล้าทำอันตรายกับเพื่อนเขา เขาจะฆ่าพวกมันทั้งหมด!
เขาเตะศพของหยินซือกระเด็นออกไป
ฟางเจิ้งจือ ก้มลงมองหยินซืออีกครั้ง แสงสีม่วงอันชั่วร้ายค่อยๆลุกโชนร่างของเขา
ในเวลาเดียวกันชุดเกราะของเขาก็ดูเหมือนจะค่อยๆขยายออกไปจากมือจนถึงไหล่
”เขาฆ่าหยินซือ!”
”เป็น…เป็นไปได้ยังไง?เขาอยู่ระดับเซียนนะ?!”
”ผู้ที่อยู่ในระดับจุติสามารถฆ่าผู้ที่อยู่ในระดับเซียนได้งั้นหรือ?นอกจากนี้เขาโจมตีเพียงไม่กี่กระบวนท่า…”
ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์ทุกคนต่างตกตะลึงพวกเขารู้ว่า ฟาง เจิ้งจือ แข็งแกร่ง แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้
เขาอยู่ในระดับจุติจริงๆงั้นหรือ?
”มันเป็นวิชาจากแกนเลือกขีดจำกัดสายเลือดจากเทพสวรรค์!” ผู้อาวุโสสามจากเกราะจันทราสีดำ หยุดนิ่งด้วยความตกตะลึง
”หา?สายเลือดเทพสวรรค์?” ผู้อาวุโสสองหันไปมองชุดเกราะสีดำที่ปกคลุมร่างของ ฟาง เจิ้งจือ อยู่
”สายเลือดของเทพสวรรค์?!”
”เป็นไปได้อย่างไรนั่นไม่ใช่สายเลือดของ เทียนซิง… ”
”ฟางเจิ้งจือ จะมีสายเลือดนั้นได้ยังไง?”
เหล่าศิษย์เมื่อได้ยินพวกเขาแทบจะทรุดลงกับพื้น ฟาง เจิ้งจือ จะมีพลังนั้นได้ยังไง? พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไร?
ทุกคนต่างมองไปที่ฟาง เจิ้งจือ ด้วยความหวาดกลัว
”ไม่…ไม่ใช่สายเลือดของเทพสวรรค์มันแตกต่างออกไป!” ผู้อาวุโสสามจากเกาะจันทราสีดำ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มั่นใจ ส่ายหัวอีกครั้ง
”มันไม่ใช่งั้นรึ?!น้องสามเจ้ามั่นใจนะ? ข้าคิดว่ามันคล้ายกับของเทียนซิงมาก…”ผู้อาวุโสสองจากเกาะจันทราสีดำถามออกมาด้วยความแปลกใจ
”มันแตกต่างกันเล็กน้อย…พลังของท่านเทียนซิงนั้นให้บรรยากาศที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่แต่พลังของ ฟาง เจิ้งจือ นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารและความต้องการฆ่า เหมือนดาบเล่มนั้น!”
”เหมือนดาบ?!”เมื่อผู้อาวุโสจากเกาะจันทราสีดำทั้งสองได้ยิน เขาก็นึกถึงตอนที่ ฟาง เจิ้งจือ โจมตีทันที
ด้วยหมัดเดียวเขาสามารถเจาะไหล่ของหยินซือได้ จากนั้น…
ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวเขาสามารถทะลุการป้องกันของหยิงซือและสามารถฆ่าได้ในทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
”ต่อไป!”เสียงของ ฟาง เจิ้งจือ ดังขึ้นขัดจังหวะ คราวนี้เขายกดาบขึ้น เงาที่อยู่ด้านหลังของเขาชัดเจนขึ้น
ขีดจำกัดสายเลือด?
เขาไม่มีทางที่จะมีมันได้!
อย่างไรก็ตามแม้เขาจะไม่มี ก็ใช่ว่าเขาจะใช้มันไม่ได้ ร่างของเขานั้นมีเต๋ามากกว่าพันชนิด หลังจากถูกชะล้างด้วยวัจนะศักดิ์สิทธิ์มันได้กลายเป็นสัญลักษณ์สีทอง
มันเหมือนกับมังกรที่เขาได้เห็นในเก้าสวรรค์มังกรนั้นเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการวิวัฒนาการ แนวคิดเกี่ยวกับขีดจำกัดทางสายเลือดก็มีแนวคิดเช่นเดียวกัน การวิวัฒนาการของเต๋า…
ฟางเจิ้งจือ ไม่ได้เห็นพลังจากแกนเลือดมากนัก และไม่ได้ต่อสู้กับพลังพวกนั้นบ่อยนักมีแค่ ฉาน ยู่ เทียน ซิง และ ฉือ กูเหยียน
ถ้าเขาต้องเลือก…
ฟางเจิ้งจือ รู้สึกว่าพลังแกนเลือดของ ฉาน ยู่ นั้นน่ากลัวเกินไป เขาไม่ชอบมัน ส่วนพลังของ ฉือ กูเหยียน ก็ผู้หญิงเกินไป
ผู้หญิงยืนอยู่ด้านหลังเขา?
แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือพลังแกนเลือดของเขาเป็นของปลอม เพื่อให้สมจริง ฟาง เจิ้งจือ จึงต้องเลียนแบบมัน
อย่างไรก็ตามพลังที่ตามมาเองก็ไม่เหมือนกับพลังจากแกนเลือดของจริง อย่างเช่นเรื่องของแรงกดดันและการควบคุมบางอย่าง เขาทำไม่ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไร้ประโยชน์
ฟางเจิ้งจือ ไม่สามารถเลียนแบบพลังแกนเลือดที่เป็นรูปแบบเฉพาะได้ แต่เขาสามารถประยุกต์ใช้จากสิ่งเหล่านั้นได้
เขาต้องการความคม ความคมที่จะสามารถทำลายการป้องกันของเซียนลงได้
ดังนั้นเขาจึงรวมชิ้นส่วนของเต๋าไว้ในพลังแกนเลือดและทำลายโล่ของหยินซือ ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว และฆ่าเขาในทันที
ความจริงแล้วมันมีปัจจัยอื่นด้วย อย่างเช่น หยินซือ ไม่คิดว่า ฟาง เจิ้งจือ จะรวดเร็วนัก เขาจึงไม่คิดว่า ฟาง เจิ้งจือ จะทำลายโล่ของเขาได้
มันสร้างโอกาสทองให้กับฟาง เจิ้งจือ
ถ้าไม่เป็นไปตามที่เขาวางไว้
ฟางเจิ้งจือ รู้สึกว่าเขาต้องเคลื่อนไหวอย่างน้อยอีกสามกระบวนท่า!
”ผู้อาวุโสฉือข้าคิดว่าเราควรโจมตีเขาพร้อมกัน ข้าอย่างรู้ว่าพลังแกนเลือดของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน!”ผู้อาวุโสสองจากเกาะจันทราดำมองที่ดาบในมือ ฟาง เจิ้งจือ และค่อยๆก้าวออกมา ดวงตาของเขาส่องประกายสีดำ
”ไม่จำเป็นข้าจัดการเอง!”ฉือฟ่าน โบกมือเล็กน้อยและท่าทีของเขากลายเป็นความมืดมนในทันที
ในฐานะผู้อาวุโสของศาลาหยินหยานนี่เป็นภารกิจของเขา
ห้าเซียน…
ดักโจมตีเด็กที่อยู่ในระดับจุติ?
ถ้าไม่เป็นเพราะว่านเล่ย ฉือฟ่าน จะไม่มาที่นี่อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเขามาอยู่ที่นี่แล้ว ไอลีนโนเวล
ผลที่ออกมาคือเซียนคนหนึ่งของศาลาหยินหยางตายไปแล้วนอกจากนี้มันยังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขา! เขาจะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง?
”ฉือฟ่านต้องการฆ่าเขาด้วยตัวเอง?”
”เขาเป็นถึงผู้อาวุโสทั้งเก้าของศาลาหยินหยางข้าเคยได้ยินว่าเขาแข็งแกร่งมาก!” ”อืมฉือฟ่านได้เข้าสู่ระดับเซียนเมื่อสิบปีที่แล้ว ข้าได้ยินว่าตอนนั้นเขาอายุสามสิบปีเท่านั้น นอกจากนี้เขายังเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆของศาลาหยินหยาง!”
ศิษย์ศาลาเต๋าสวรรค์มองฉือฟ่าน ที่เดินไปหา ฟาง เจิ้งจือ พร้อมกลั้นหายใจ เพราะ ฉือฟ่านนั้นต่างจากหยินซือ แม้พวกเขาจะอยู่ในระดับเซียนเหมือนกันแต่ความแข็งแกร่งนั้นต่างกันลิบลับ
”ฟางเจิ้งจือ…” เหยียน ซิว พึมพัมขณะมอง ฉือฟ่าน ที่เดินไปหา ฟาง เจิ้งจือ ทีละก้าว ใบหน้าของเขาซีดขาว แขนทั้งสองข้างของเขาขยับไม่ได้ แต่เขากลับกัดฟันแน่นจบฟันแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
หมัดที่พุ่งเข้ามานั้นเร็วมากเกินไป
มันต่อยเข้ามาที่หัวใจของเขาถ้าไม่ใช้เพราะเขาย่อตัวเพื่อหลบเลี่ยงอย่างกระทันหัน แล้วเอาไหล่รับหมัดนั้นแทน เขาคงตายไปแล้ว…
……………………………………..