Gate of God - ตอนที่ 781 มือใหม่
”ข้าเป็นนายน้อยของเหล่าปีศาจแล้ว”หยุน ชิงวู เงียบไปสักพัก ก่อนที่จะพูดออกมาอย่างชัดเจน
”นายน้อย?ฮ่าฮ่า … น่าสนใจนี่ เจ้าได้รับตำแหน่งก่อนมาที่นี่หรือ?”
”ไม่ข้าได้มันตั้งแต่ห้าขวบตั้งแต่นั้นมา ข้าเป็นนายน้อยมาตั้งแต่ตอนนั้น” หยุน ชิงวู พูดพร้อมกับส่ายหัว
”ห้าขวบ?”ท่าทีของหญิงสาวเริ่มเปลี่ยนไปดวงตาของนางจ้อง หยุน ชิงวู เขม็ง อย่างไรก็ตาม หยุน ชิงวู ยังคงอยู่ในท่าทีสงบ”น่าสนใจนี่ เผ่าปีศาจให้เด็กอายุห้าขวบขึ้นเป็นนายน้อย!”
”แม้ข้าจะไม่มีดวงตาปีศาจแต่ข้าก็สืบทอดความสงบของเหล่าปีศาจมา ในขณะเดียวกัน แม้ข้าจะไม่มีร่างกายเหมือนอสูร แต่ก็ได้ความฉลาดจากจิ้งจอกเก้าหาง มันยังไม่พออีกงั้นหรือ?”หยุน ชิงวู โต้กลับ ”งั้นหรือ?เจ้าทำอะไรลงไป?”หญิงสาวยังคงถาม
”ข้าไม่ได้ทำอะไรข้ารวมทัพปีศาจทั้งหกทัพ และบุกเข้าไปในเมืองเงาเลือด!”หยุน ชิงวู พูดชัดเจน
”ฮ่าฮ่าฮ่าเจ้าบุกเมืองเงาเลือดงั้นหรือ? ด้วยตัวเอง? เจ้าจะบอกว่าเหล่าปีศาจยอมรับเจ้าเป็นนายน้อยด้วยเรื่องนี้งั้นรึ?”
”ใช่ข้าบุกเมืองเงาเลือดด้วยหกกองทัพปีศาจ” ข้าปิดล้อมทั้งสี่ทิศและเดินไปที่ทางเข้าพระราชวังของปีศาจ
”เจ้าทำเรื่องนั้นตอนอายุห้าขวบ?”
”ใช่”หยุน ชิงวู พูดพร้อมกับพยักหน้า
”อายุห้าขวบ… ” เมื่อหญิงสาวได้ยินสิ่งนี้นางก็เงียบลง ผ่านไปครู่หนึ่ง ดวงตาของนางก็ส่องประกาย “บอกมา เจ้าต้องการอะไรจากข้า?”
”อย่างแรกข้าต้องการให้ท่านแต่ตั้งข้าเป็นจักรพรรดินีน้อย” ”เจ้าเป็นแค่ลูกสาวข้าและตามปกติเจ้าก็เป็นจักรพรรดินีน้อยอยู่แล้ว แม้ข้าจะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้” หญิงสาวพูดออกมา
”ข้าไม่ต้องการชื่อข้าต้องการสิทธิ์ในการควบคุมเหล่าอสูร”
”เจ้าต้องการกองกำลังมากแค่ไหน?”
”ทั้งหมดรวมถึงตัวท่าน!”
”ฮ่าฮ่าฮ่า…เจ้าอายุแค่20 ปี? เจ้าเป็นคนที่โลภจริงๆ ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้า อย่างไรก็ตาม เจ้าต้องทำบางอย่างให้ข้าก่อน”
”อะไร?”
”สำนักทั้งห้าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้อมล้อมเรามาหลายปีเลือกทำลายหนึ่งสำนัก ข้าคิดว่ามันคงไม่ยากสำหรับเจ้าใช่ไหม?”
”ย่อมได้แต่ข้าต้องการราชาอสูรสักห้าตน” หยุน ชิงวู พูดขณะพยักหน้า นางยังคงสงบเหมือนสายน้ำนิ่ง
”ห้า?ฮ่าฮ่า เจ้าจะทำลายหนึ่งในห้าสำนักด้วยราชาอสูรห้าตนงั้นหรือ? เจ้าไม่รู้หรือว่าพวกมันอีกสี่สำนักที่เหลือจะเข้ามาวุ่นวายด้วย? ข้าจะให้เจ้าสิบตน เพื่อตอบแทนที่ข้าไม่ได้ไปเยี่ยมเจ้าตลอดยี่สิบปีที่ผ่านมา!”
”ไม่ข้าต้องการแค่ห้าเท่านั้น”
”หืม?!ถ้าเจ้าสามารถทำลายหนึ่งในห้าสำนักด้วยราชาอสูรแค่ห้าตนได้จริงๆ ข้า ไป่จือ จะยอมฟังคำสั่งเจ้า!”
”ข้าไม่ต้องการเวลาเป็นปีหรอกสามเดือนก็เพียงพอ” หยุน ชิงวู พูดขณะที่เดินออกจากประตูโถง
จักรพรรดินีไป่จือของเหล่าอสูร มองดูร่างสีขาวที่หายไปอย่างเงียบๆ ใบหน้าที่บอบบางของนางเผยให้เห็นความอบอุ่น อย่างไรก็ตาม มันหายไปอย่างรวดเร็ว และกลับมาอยู่ในท่าทีที่ไร้อารมณ์
”จัดโถงฝั่งตะวันออกให้จักรพรรดินีน้อยพักผ่อน!”
”รับทราบ!”เสียงดังมาจากด้านนอก …
ในเวลาเดียวกันกับที่หยุน ชิงวู ไปที่บึงน้ำยักษ์ มีสัตว์ร้ายบินไปทางภูเขาฝั่งตะวันตกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์
สัตว์ร้ายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในขณะที่บินผ่านภูเขา ปีกของมันสร้างลมแรงในอากาศ พัดกลุ่มเมฆสีขาวหายวับไป
ดินแดนค่อยๆถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มเมฆ
เส้นทางขนาดใหญ่บนภูเขาที่เต็มไปด้วยสมุนไพรมีสมุนไพรหลายชนิดอยู่ที่นั่น บางต้นเป็นสีแดง บางต้นสีเขียว บางต้นสีม่วง และสีฟ้า …
์ในตอนนั้นเองร่างๆหนึ่งกระโดดออกมาจากหลังของสัตว์ตัวนั้นภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง เห็นได้ชัดเลยว่าเขาอุ้มใครบางคนเอาไว้อยู่
ลมกระโชกแรงเสื้อคลุมสีน้ำเงินของเขาพริ้วไหวไปในอากาศ
สวนสมุนไพรถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาแต่บนใบของสมุนไพรแต่ละต้นกลับส่องแสงสีเหลืองออกมาจางๆ
มันเป็นแบบนี้ทั่วทั้งภูเขาเห็นได้ว่าชัดว่าศาลาหยินหยางนั้นให้ความสำคัญกับการเพาะปลูกสมุนไพรมากแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม…
ขณะที่ร่างนั้นกระโจนลงมาเท้าของเขาเหยียบลงบนสมุนไพรอย่างไม่สนใจแม้แต่น้อย เสี้ยงกิงก้านที่แตกหักสามารถได้ยินชัดเจน
”ใครกันที่กล้าบุกรุกสวนสมุนไพรของศาลาหยินหยาง?!”เสียงดังขึ้นในทันที พร้อมกับร่างหนึ่งทรีบวิ่งมาที่สวน ในมือของเขาถือดาบแน่น เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธมาก
เพราะสมุนไพรนั้นมีค่ากับศาลาหยินหยางมากแต่อยู่ดีมีใครไม่รู้กระโดดลงมาเหยีบสมุนไพรกลางสวนของพวกเขา จากจุดนี้ก็พอเดาได้ว่าเขาไม่ใช่คนของศาลาหยินหยาง
แน่นอนว่า…เขาคิดถูก เพราะคนคนนั้นคือฟาง เจิ้งจือ เขามาที่นี่โดยไม่ได้รับคำเชิญ เขาจึงร่อนลงที่สวนสมุนไพรนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ
เพราะแม้เขาจะรู้ว่าศาลาหยินหยางนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่เขาก็ไม่รู้แน่ชัดว่ามันอยู่ตรงไหน
ดังนั้นเขาจึงวนรอบภูเขาแถวนี้มาประมาณสองวันแล้วจนในที่สุดเขาก็พบบริเวณหนึ่งที่มีสวนสมุนไพรตั้งอยู่ เขาจึงลงมาดูให้ชัดเจน
”ที่นี่คือศาลาหยินหยางจริงๆข้าถามหน่อยว่าที่ตั้งศาลาอยู่ตรงไหน?” ฟาง เจิ้งจือ หันไปหาศิษย์ศาลาหยินหยางที่วิ่งเข้ามาหาเขา แน่นอนว่าเขาแบก เหยียน ซิว อยู่ เขาเลยไม่รู้ว่าเท้าของเขาเหยียบไปโดนอะไรบ้าง ขณะที่เขาพยายามระมัดระวังเขากลับเหยียบสมุนไพรไปอีกสองถึงสามต้น
”หยุดอยู่กับที่เดี๋ยวนี้!”เมื่อศิษย์เห็นสมุนไพรถูกเหยียบเขายิ่งโกรธแค้นมากกว่าเดิม นอกจากนี้มันชัดเจนว่าร่างที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นศัตรู เพื่อความปลอดภัยของสวนสมุนไพร เขาไม่คิดจะให้ชายตรงหน้าขยับไปมากกว่านี้
”โอ้”ฟาง เจิ้งจือ พูดพร้อมพยักหน้า เขาหยุดยืนอยู่กับที่ เขาก้มมอง เหยียน ซิว ที่หลับอยู่ก่อนจะพูดออกมา “ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะให้ เต๋าฮุนช่วยเจ้าให้ได้!”
เมื่อเห็นแบบนี้ศิษย์ของศาลาหยินหยางเริ่มสับสนอย่างไรก็ตามไม่นานรอยยิ้มอันเย็นชาก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเขา
การที่ชายตรงหน้าแสดงความเคารพแบบนี้…
นั่นหมายความว่าเขาอ่อนแอ!
หลังจากพิจรณาฟาง เจิ้งจือ อย่างใกล้ชิดเขาน่าจะอายุไม่ถึงสิบแปดปีด้วยซ้ำ เทียบกับศิษย์ศาลาหยินหยางแล้วนั้นเขามีอายุน้อยกว่า นอจากนี้เขายังอุ้มใครบางคนที่หมดสติอยู่ด้วย…
เขาสามารถตัดสินใจได้อย่างง่ายดายในเมื่อเขาไม่รู้ว่าศาลาหยินหยางเป็นสถานที่แบบไหน เขาไม่น่าจะใช่คนของทั้งห้าสำนัก
เขาน่าจะเป็นผู้ฝึกตนที่ยังไม่ได้ขึ้นตรงกับสำหนักไหนและพึ่งเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาได้พบกับอันตรายและเพื่อนของเขาได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเขาก็หลงทางมาที่สวนสมุนไพรของศาลาหยินหยาง
นี่คือสิ่งที่เขาวิเคราะห์ได้
ศิษย์ของศาลาหยินหยางไม่คิดจะปราณีกับ’มือใหม่’ ที่พึ่ง่างเท้าเข้ามาในแดนศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะคนคนนั้นได้ทำลายสมุนไพรที่พวกเขาตั้งใจปลูกไป
จับตัวเขาก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน!
ตามแผนศิษย์ศาลาหยินหยางเข้าโจมตีทันที อย่างไรก็ตามเขายังไม่รู้ความแข็งแกร่งที่ชัดเจนของฝ่ายตรงข้าม เขาจึงไม่คิดประมาท “โย่” เขาตะโกน
ทันใดนั้นร่างสามร่างปรากฎขึ้นใกล้ๆทันทีเห็นได้ชัดว่าเขาเรียกศิษย์คนอื่นๆมา สามคนปรากฏตัวขึ้นทันทีพวกเขาไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาล้อมรอบ ฟาง เจิ้งจือ จากทั้งสี่ทิศทางทันทีดาบของพวกเขาชี้ไปที่ ฟาง เจิ้งจือ อย่างไม่ลังเล
”เจ้าเป็นศิษย์ของหนึ่งในห้าสำนักหรือไม่?”เพื่อความปลอดภัยศิษย์คนแรกจึงตัดสินใจถามก่อน
”ไม่ข้าไม่ใช่” ฟาง เจิ้งจือ พูดพร้อมกับส่ายหัว
เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งนั้นศิษย์ทั้งสี่คนต่างก็หันมองกัน พวกเขาตัดสินใจเหมือนกัน
”ในเมื่อเจ้าไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักทั้งห้าเจ้ารู้ไหมว่าเจ้าได้ทำความผิดขึ้นแล้ว บุกเข้าศาลาหยินหยางและทำลายสวนสมุนไพร?ยอมแพ้ซะ แล้วเราจะพาเจ้าไปหาศิษย์พี่หลี่เพื่อรับโทษ แต่ถ้าไม่ยอม เจ้าต้องตาย!”ศิษย์ของศาลาหยินหยางพูดขึ้น
”ถ้าไปพบศิษย์พี่หลี่แล้วข้าจะโดนอะไร?”ฟางเจิ้งจือ ถามในขณะที่พยักหน้า ”เจ้าต้องชดใช้ที่ทำลายสวนสมุนไพรแล้วจากนั้นพวกเราจะเตะเจ้าออกไปจากศาลาหยินหยาง” ศิษย์พูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
”ข้าจะได้พบเต๋าฮุนไหม?”ฟางเจิ้งจือ ถามขึ้นมา
”เจ้า… เจ้ากล้าดียังไง! กล้าเรียกชื่อของอาจารย์พล่อยๆได้ยังไง?!”ศิษย์ศาลาหยินหยางตกใจมาก พวกเขาตะโกนด้วยความโกรธ
”ข้าจะพบเขาไม่ได้หรือ?ข้าคิดว่าทำตามขั้นตอนปกติ …แต่ดูน่าจะมีปัญหามากขึ้น” เมื่อ ฟาง เจิ้งจือ ได้ยินพวกเขา เขาก็เข้าใจ
พวกเขาปฏิบัติกับเขาในฐานะ’มือใหม่’ที่พึ่งเข้าสู่ดินแดนศิักดิ์สิทธิ์
แน่นอนฟาง เจิ้งจือ รู้ตัวว่าเขาเป็น มือใหม่ เขาพึ่งเข้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์มาได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกนั้นทำกับเขาเหมือนเป็นมือใหม่จริงๆ ดูเหมือนจะต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อจัดการปัญหาเรื่องนี้ มันอาจจะทำให้เขาไม่ได้พบกับเต๋าฮุน
……………………………………..