Gate of God - ตอนที่ 799 ผู้นำคนต่อไป
”แลกเปลี่ยนกับชีวิตของเหยียน ซิว งั้นหรือ?” ในที่สุดหญิงสาวในชุดสีแดงก็เปิดปาก แม้น้ำเสียงของนาง
”ใช่ใช้ชีวิตหนึ่งแลกกับความตาย มันเป็นเงื่อนไขของศาลาหยินหยาง” คังเยว่พยักหน้า
หญิงสาวในชุดสีแดงไม่ได้พูดอะไรอีกนางเพียงยืนกำมือแน่นเท่านั้น
”เจ้าฉลาดอยู่แล้วน่าจะรู้เหตุผลที่ข้ามาวันนี้ เปลี่ยนชุดของเจ้าและตามข้าไปที่หอคอยหลิงหยุน ตอนนี้การรอคอยของเจ้านั้นไร้ความหมายอีกต่อไป!” น้ำเสียงของคังเยว่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
”ท่านรู้ไหมว่ามิตรภาพคืออะไร?”หญิงสาวในชุดสีแดงนำมือไปไว้ที่หน้าอกและถามขึ้นมา
”เจ้าหมายความว่าอะไร?”คังเยว่ขมวดคิ้ว
”ท่านคงไม่เข้าใจเพราะท่านไม่มีเพื่อนท่านไม่เข้าใจว่ามิตรภาพนั้นเป็นเช่นใด”
”ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่ยอมแพ้แต่วันหนึ่งท่านคงเข้าใจว่าบางอย่างก็มีความหมายมากกว่าชีวิต!”
”เจ้ามันน่าสมเพช”
”?!”
”เจ้าดูเหมือนจะเข้าใจอะไรหลายๆอย่างแต่เจ้าไม่ได้เข้าใจโลกใบนี้เลย”
”หุบปากท่านไม่มีวันเข้าใจหรอก ต่อให้ข้าอธิบาย…. ” หญิงสาวในชุดสีแดงหันไปมองขอบฟ้าอีกครั้ง
”ท่านยังไม่ไปอีกหรือ?”นางถามหลังจากผ่านไปสักพัก
”เจ้าจะรอที่นี่ต่อไปจนตายงั้นหรือ?”คังเยว่ถามอีกครั้ง
”ข้าจะรอต่อไป”
”ถ้าผ่านไปหกเดือนแล้วล่ะ?”
”ข้าจะรอต่อไป!” ”แล้วถ้าเข้าไม่มาล่ะเจ้าก็ยังจะรอต่อไปงั้นหรือ?”
”ใช่แล้ว!”
”ไร้สาระนี่คือสิ่งที่เจ้าบอกว่ามันคือมิครภาพงั้นรึ?!” เสียงของคังเยว่เย็นชามาก ก่อนที่นางจะกระโจนหายไปในทันที
หญิงสาวในชุดสีแดงยังคงยืนเงียบนางไม่ได้สนใจการจากไปของคังเย่ว แม้แต่น้อย สายตาของนางยังคงจับจ้องไปที่ท้องฟ้า ก่อนที่นางจะกระโจนลงไปในทะเลสาบอีกครั้ง…
…
ในสุสานตระกูลหนานกงพายุกำลังก่อตัว
เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินฝ่าพายุไปอย่างรวดเร็ว
หนานกงมู่
คนที่หายตัวไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ตอนนี้เขาปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งในสุสานตระกูลหนานกง
”เจ้ากลับมาแล้ว”ร่างหนึ่งเดินออกมาต้อนรับเขา เสียงของเขาราวกับคนแปลกหน้า
เขาคือหนานกง เทียน ผู้นำตระกูลหนานกงคนปัจจุบัน
หนานกงมู่ ไม่ได้เอ่ยปากอะไร เขาแค่พยักหน้าเบาๆ จากนั้นเขาก็หันไปมองต้นไม้โบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสุสาน
มันเป็นต้นไม้ขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาวนับไม่ถ้วนพวกมันส่องแสงออกมาจางๆแม้จะอยู่ท่ามกลางหิมะ
หนานกงมู่ มองดูสักพัก ก่อนจะถอนสายตาออกมา
”ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้วและยังมีชีวิตยู่ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าควรทำอะไรต่อไป” หนานกงเทียน พูดขึ้นมาอีกครั้ง
”ท่านพี่ตายแล้วงั้นหรือ?” ในที่สุด หนานกง มู่ ก็เปิดปาก
”ไม่มีอะไรบนโลกที่แน่นอนข้าไม่สามารถตอบคำถามของเจ้าได้ แต่เขาได้ทำหน้าที่เพื่อตระกูลหหนานกงอย่างสุดความสามารถแล้ว ครั้งนี้เป็นตาของเจ้า!”
”ทำไมต้องเป็นแบบนี้?ชีวิตของพวกเรายังดีไม่พออีกงั้นหรือ?”
”ดี?ดียังไง?”
”ความสงบสุข…อย่างน้อยพวกเราก็ได้รับความเคารพเป็นอย่างดี…”
”หุบปาก!”ท่าทีของหนานกงเทียนเปลี่ยนไปทันที “สงบสุข? แล้วพวกเขาล่ะ?”
หลังจากพูดจบหนานกงเทียน ก็ชี้ไปที่แผ่นหินจำนวนนับไม่ถ้วนที่ตั้งอยู่ในสุสาน
ร่างกายของหนานกงมู่ สั่นเล็กน้อยเมื่อมองไปที่มัน
”ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งเจ้ารู้ภารกิจของตัวเองหรือไม่? หากเจ้าไม่รู้ ก็คุกเข่าอยู่ที่นี่จนกว่าจะรู้!” หนานกง เทียน พูดออกมาด้วยความเย็นชา
”ท่านพ่อ…ถ้าข้ายอมรับภารกิจพี่ชายข้าหนานกง เฮา จะกลับมาไหม?” การแสดงออกของหนานกง มู่ เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ”นั่นเป็นชีวิตของเขาไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับเจ้า เจ้าต้องทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ” หนานกง เทียน พูดเหมือนเดิมอีกครั้ง
”ท่านพ่อไม่คิดจะโกหกข้าแม้สักครั้งเดียวงั้นหรือ?”
”ตระกูลหนานกงไม่คิดจะทำเช่นนั้นถ้าเจ้าเข้มแข็งไม่พอ งั้นเจ้าก็ไปอยู่ที่แดนศักดิ์สิทธิ์ซะ ไม่ต้องกลับมาอีก?” หนานกง เทียน ตอบ
”ข้า…”
”เจ้าต้องตัดสินใจด้วยตัวเองข้าจะไม่แนะนำเจ้าอีก”
หนานกงมู่ ยืนอยู่ที่เดิม ชุดของเขาพัดไปตามสายลม เขาไม่ได้ตอบทันที แต่เขามองไปที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
…
ณเก้าขุนเขา
ในป่องภูเขาไฟที่ครุกกรุ่นลูกหนึ่งมีหม้อขนาดใหญ่เก้าหม้อตั้งอยู่ตรงกลาง พื้นผิวของมันถูกแกะสลักเป็นลวดลายอันสลับซับซ้อน
ใต้หม้อนั้นเป็นพื้นราบเรียบห่างออกไปบ้านหินจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่
วันนี้เก้าขุนเขาต่างไปจากเดิม
ศิษย์กว่าพันคนมายืนรอรอบๆหม้อหลอมด้วยท่าทีอันจริงจัง
ผู้อาวุโสคนหนึ่งที่บนหัวของเขาวงแหวนหินยืนอยู่ด้านหน้าหม้อทั้งเก้า
เขาเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของเก้าขุนเขา’หยิงยู่’ เขาออกคำสั่งทันที”คุกเข่าลง!”
ศิษย์ทุกคนคุกเข่าลงตามคำสั่งของเขาทันที
”จะมากพืธีกันไปทำไม?”ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากที่ไกลๆ
เหล่าศิษย์ล้วนงุนงงแต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ใช่แล้ว… พวกเขาไม่สามารถมีปากเสียงกับเครื่องสังเวยได้
เครื่องสังเวยที่ไม่ใช่ใครอื่นฟาง เจิ้งจือ
เขาถูกล่ามโซ่ไว้ที่เสาหน้าหม้อทั้งเก้าเสื้อสีน้ำเงินของเขาตอนนี้เปรอะเปรื้อนจนกลายเป็นสีดำ
ทำให้เขาดูน่าสมเพชเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามสีหน้าของเขาไม่ได้ดูแย่เท่าไรนัก
”คุกเข่าเพื่อแสดงความเคารพอีกครั้ง”หยิงยู่ไม่สนใจคำพูดของ ฟาง เจิ้งจือ เขาคุกเข่าลงไปบนพื้นอีกครั้ง
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสที่อยู่รอบๆก็คุกเข่าเช่นกัน
เพื่อเป็นการระลึกถึง”เทียนซิง”
พวกเขาจึงต้องคุกเข่าแสดงความเคารพแม้เสียงบ่นของ ฟาง เจิ้งจือ จะทำให้พวกเขาเหมือนกำลังทำความเคารพ ฟาง เจิ้งจือ มากกว่า ”คุกเข่าครั้งที่สาม!”หยิงยู่เปิดปากอีกคร้ง
หลังจากทำการคุกเข่าครบสามครั้งก็เป็นอันเสร็จพิธีต่อไปก็เป็นเรื่องการหลอมยา
สำหรับยา…
แน่นอนว่ามันต้องมาจากฟาง เจิ้งจือ
”ผู้อาวุโสหก”หยิงยู่ ลุกขึ้นและมองไปทางผู้อาวุโสอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เขาไมใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสหกแห่งศาลาหยินหยางที่มาช่วยเรื่องการหลอมยา
ผู้อาวุโสหกก้าวไปข้างหน้าและทำความเคารพหยิงยู่
”ท่านตั้งการใช้หม้อหลอมใบไหนงั้นหรือ?”ผู้อาวุโสมองไปทั้งหม้อทั้งเก้าและพูดขึ้น
”ใช้’หม้อหลอมสายธาร’แล้วกัน อย่างน้อยเจ้าเด็กนี่ก็ถือว่าโชคดีถึงมีบุญได้ใช้หม้อนี้ ” หยิงยู่ พูดออกมา
”เขาโชคดีจริงๆนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราจะได้ใช้หม้อหลอมสายธาร ข้าได้ยินมาว่าหม้อหลอมนี้สามารถผลิตยาชั้นยอดได้!” ผู้อาวุโสหกพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
”ใช้หม้อหลอมสายธารเคยผลิตยาชั้นยอดให้ผู้ฝึกตนในระดับเซียได้ถึงเจ็ดครั้ง”หยิงยู่พยักหน้า
”ฮ่าฮ่าก่อนที่พวกเราจะหลอม ฟาง เจิ้งจือ ข้าขอถามคำถามกับท่านก่อน” ผู้อาวุโสหกยิ้ม
”เชิญท่านถามได้เลย”
”ผู้นำศาลาของพวกเราอยากรู้ว่าใครจะเป็นผู้นำของเก้าขุนเขาคนต่อไป?”
”ไม่ต้องกังวลพวกเราวางแผนไว้หมดแล้ว ตอนแรกพวกเราวางแผนไว้ว่าใครที่จับตัว ฟาง เจิ้งจือ ได้จะมีสิทธิ์เป็นผู้นำเก้าขุนเขา แต่ตอนนี้…”
”พวกเราเข้าใจจากคำแนะนำของผู้นำศาลาของพวกเรา เขาบอกว่าท่านผู้อาวุโสสูงสุดหยิงยู่ นั้นมีสถานะและพลังอันสูงส่ง ถ้าท่านกลายเป็นผู้นำ เก้าขุนเขาต้องกลับมายิ่งใหญ๋อีกครั้งแน่นอน!”
”อืมเราค่อยมาคุยปัญหานี้ที่หลัง” หยิ่งยู่หัวเราะออกมาพร้อมกับพยักหน้า
เมื่อผู้อาวุโสรอบๆได้ยินสิ่งที่ผู้อาวุโสหกพูดบ้างก็มีความสุข บ้างก็ยินดี บ้างก็ไม่พอใจ …
”จริงๆแล้วข้ามีความคิดดีๆอยู่นะ!” ทันใดนั้นเสียง ฟาง เจิ้งจือ ก็ดังขึ้น
”หือ?”ร่างของผู้อาวุโสหกสั่นสะท้านเล็กน้อย
ไม่เพียงแต่ผู้อาวุโสหกเท่านั้นผู้อาวุโสคนอื่นที่ยืนอยู่รอบๆก็แปลกใจ
”ในเมื่อท่านบอกว่าตอนแรกใครที่จับข้าได้จะมีสิทธิ์ขึ้นเป็นผู้นำเก้าขุนเขาแล้วทำไมไม่ให้คนจากของศาลาหยินหยางที่จับข้าได้เป็นผู้นำเก้าขุนเขาเล่า?” ฟาง เจิ้งจือ พูดตรงๆ
”ไร้สาระ!”ท่าทีของหยิงยู่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ผู้อาวุโสคนอื่นๆสามารถบอกได้ว่าฟาง เจิ้งจือ ตั้งใจยั่วยุพวกเขา
อย่างไรก็ตามเป็นอย่างที่ฟาง เจิ้งจือ พูด ตอนนี้การเลือกผู้นำเก้าขุนเขาขึ้นอยู่กับศาลาหยินหยาง
ฟางเจิ้งจือ พูดได้ตรงจุดมาก
ความสนใจทุกคนหันไปหาผู้อาวุโสหกแห่งศาลาหยินหยางทันที
……………………………………..