Gate of God - ตอนที่ 820 ความผิด
หอคอยหลิงหยุนฝึกเต๋าไร้หัวใจแต่กลับให้ความสนใจกับความเป็นและตายของคังเยว่เป็นอย่างมาก มันหมายความว่าตัวตนของนางนั้นสำคัญกับหอคอยหลิงหยุนมาก
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เป็นเพราะนางแข็งแกร่ง?
ในแง่ของพลังอาจจะใชที่นางเป็นเซียนที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามฟาง เจิ้งจือ คิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลที่หอคอยหลิงหยุนจะส่งคนออกมาช่วย
มันอาจจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งและสถานะของนางแต่นางไม่ได้เป็นผู้อาวุโสของหอคอยหลิงหยุน
ตอนที่นางไปที่ศาลาเต๋าสวรรค์นางแนะนำตัวว่านางเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของหอคอยหลิงหยุน ดังนั้นสถานะของนางจึงถือว่าสูงมากแต่มันก็ไม่ได้เทียบเท่ากับผู้อาวุโส
เว้นแต่…
นางมีสถานะพิเศษ?
ตัวอย่างเช่นผู้คุมหอคอยต้องการให้นางสืบทอดตำแหน่งคนต่อไป?
หรือจริงๆแล้วคังเยว่จะเป็นยู่เอ๋อร์?นางมาหา ปิง หยาง เป็นคนแรกและพาตัว ปิง หยาง มาที่หอคอยหลิงหยุน
แต่เมื่อฟาง เจิ้งจือ พิจารณาเพิ่มเติมถึงบทสนทนาระหว่าง หลิน มู่ไป่ และคังเยว่ เขาก็ตัดความเป็นไปได้ข้อนี้ออกไป
รวมถึงดูเหมือนว่าหลิน มู่ไป่ จะรู้จักคังเยว่มานานแล้ว
ดังนั้นนางอาจจะเป็นคนรับใช้ของยู่เอ๋อร์
และอยู่กับหลิน มูไป่ และยู่เอ๋อร์ในช่วงที่ทั้งคู่รักกัน
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่การคาดเดา แต่สิ่งที่แสดงให้เห็นในตอนนี้คือนางนั้นสำคัญกับหอคอยหลิงหยุนจริงๆ
นางได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา
มันเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หรือว่าไม่ใช่คังเยว่ที่เป็นบุคคลพิเศษแต่เป็นยู่เอ๋อร์?!
”ผู้คุมหอคอยคือยู่เอ๋อร์!”ดวงตาของ ฟาง เจิ้งจือ ส่องประกาย มันเป็นการคาดเดาที่กล้าหาญ แต่ก็สมเหตุสมผลเช่นกัน
สิ่งนี้จะอธิบายความไร้หัวใจของนางได้แม้ว่า หลิน มู่ไป่ จะตาย หรือ ปิง หยาง จะอยู่ที่นี่มาครึ่งปี แต่นางก็ไม่คิดจะมาพบพวกเขา มันชัดเจนว่านางต้องเป็นคนกำหนดกฎไร้หัวใจแบบนี้ขึ้นมาแน่นอน
แล้วตัวนางเองจะขัดกฎนั้นได้ยังไง?
ซึ่งคังเยว่อาจจะเป็นผู้ช่วยของนางมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นางได้รับการปกป้องระดับสูง
ถ้ามันเป็นจริงนั่นหมายความว่าการท้าทายหอคอยหลิงหยุนของเขาในครั้งนี้ถือว่าเสี่ยงมาก
ผู้คุมหอคอยยู่เอ๋อร์…
นั่นหมายความว่านางไม่มีทางยอมรับความสัมพันธ์กับหลิน มู่ไป่ หรือยอมรับว่านางเป็นแม่ของ ปิง หยาง
…
ณเก้าขุนเขา
หม้อเก้าใบที่เคยตั้งอยู่กลางปล่องภูเขาไฟได้หายไปแล้วแต่ที่พื้นกลับเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้
กลิ่นเลือกเริ่มจางหายการต่อสู้อันยาวนานได้สิ้นสุด เก้าขุนเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
บ้านหินสีดำได้หายไปและถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยวัสดุอย่างอื่นมันเป็นภาพที่แปลกมาก
ร่างในชุดสีขาวยืนอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ผมสีดำของนางพัดไปตามสายลม
ดวงตาของนางเปล่งประกาย หยุนชิงวู
ร่างสีดำกำลังบินตรงเข้ามาหานางในเวลาไม่นานมันก็หยุดลงต่อหน้าหยุนชิงวู
”ยินดีที่ได้พบองค์จักรพรรดินีน้อยหลังจากที่ท่านไป่ฉือได้ยินว่าท่านสยบเก้าขุนเขาลงได้ นางได้ส่งสิบราชาอสูรพร้อมกับจดหมายมาที่นี่ ให้ข้ามอบให้ท่านเลยไหม?” ร่างสีดำคุกเข่าลงต่อหน้าหยุนชิงวู
”หืมมีข่าวเกี่ยวกับ ฟาง เจิ้งจือ บ้างไหม?” สายตาของหยุนชิงวูยังคงจับจ้องอยู่ที่ท้องฟ้า
”หอคอยหลิงหยุนนั้นตั้งอยู่ไกลกว่าสี่สำนักอื่นๆศิษย์ของพวกเขาก็ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ตอนนี้พวกเราจึงยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด แต่คนของพวกเราที่อยู่รอบนอกบอกมาว่า ฟาง เจิ้งจือ ได้เข้าไปในหอคอยหลิงหยุนแล้ว ที่ท่านถามเรื่องนี้ ท่านต้องการไปยังหอคอยหลิงหยุนงั้นหรือ?”
”ทำไมข้าถึงต้องไปที่นั่น?” ”ท่านไป่ฉือได้ส่งสิบราชาอสูรพร้อมกับจดหมายมาโดยคาดหวังว่าจักรพรรดินีน้อยจะใช้ประโยชน์ตอนที่ฟาง เจิ้งจือ กำลังโจมตีหอคอยหลิงหยุน…” ดวงตาของร่างสีดำสว่างวาบขณะพูด
”พิชิตหอคอยหลิงหยุนและท้าทายอีกสามสำนักที่เหลือ ใช่ไหม?” หยุนชิงวู ขัดจังหวะพร้อมกับหันมามอง
”ถ้าเราจัดการหอคอยหลิงหยุนได้รวมทั้งมีกองทัพปีศาจร่วมด้วย ข้ามั่นใจว่าอีกสามสำนักต้องไม่มีใครกล้ามายุ่งกับพวกเราแน่นอน!” ร่างสีดำพูดออกมาด้วยความมั่นใจ
”ทุกสิ่งที่เจ้าพูด…เป็นจุดประสงค์ของท่านแม่งั้นรึ?”หยุนชิงวู ถามกลับทันที
”ใช่… มันเป็นความต้องการของท่านไป่ฉือ… ” ร่างสีดำผงะไปทันที ดวงตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่จะกัดฟันพูดออกมา
”เจ้าคงจะต้องทำลายไข่มุกอสูรของเจ้า…”หยุนชิงวูพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ”หา?”ร่างสีดำนิ่งไปทันที
”เจ้าได้ทำความผิดต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้า” หยุนชิงวูอธิบาย
”อะไรกัน…ข้าเป็นราชาอสูรนะท่านไม่คิดว่าการสั่งแบบนั้นเป็นเรื่องที่ผิดงั้นหรือ?” ใบหน้าของร่างสีดำเต็มไปด้วยความไม่ยอมรับในสิ่งที่หยุนชิงวูพูด
”ราชาอสูรสามารถหลบหนีความตายหลังจากทำความผิดได้งั้นหรือ?”
”พวกเรา…ไม่…ข้าแค่ไม่เข้าใจข้าจำได้ว่าตอนที่ท่านเข้าบึงยักษ์มา ตอนที่เซี่ยยี่ไม่รู้ถึงตัวคนที่แท้จริงของท่าน แต่ท่านก็ไว้ชีวิตเขา ทำไมท่านถึงต้องการให้ข้าตายทั้งๆที่ข้าช่วยท่านพิชิตเก้าขุนเขา?” ร่างสีดำพูดออกมามาอย่างตกใจ
”เพราะเจ้าถ่ายทอดคำปลอม”หยุนชิงวูกล่าว
”ปลอม?ท่านหมายความว่าอะไร? ท่านมีหลักฐานงั้นหรือ?” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแต่ก็รีบกลับมาอยู่ในความสงบทันที
”หลักฐาน?ใหข้าถามเจ้าอีกครั้ง ท่านแม่ของข้าได้สั่งให้ไปที่หอคอยหลิงหยุนหรือไม่?”
”เรื่องนี้…ท่านไป่ฉือไม่ได้พูดออกมาชัดเจนแต่นางได้ถามถึง ฟาง เจิ้งจือ และหอคอยหลิงหยุน ข้าเลยเดาว่า…”
”เจ้าคาดเดา?”
”ใช่มันเป็นการคาดเดา…ต่อให้มันจะผิดไปบ้าง แต่ท่านก็ไม่ถึงกับลงโทษข้าหให้ถึงตาย นอกจากนี้เผ่าพันธุ์อสูรยังต้องการข้า อย่างน้อยก็ให้ข้าชดใช้ความผิดโดยการตายในสนามรบ !” ร่างดำอยากจะเถียงมากกว่านี้ แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจคุกเข่าลง
”เจ้ารู้ไหมว่าการคาดเดาของเจ้าจะทำให้ทั้งอสูรและปีศาจต้องพบกับความสูญเสีย?” หยุนชิงวู จ้องมองไปที่ร่างสีดำ
”ข้า…ข้าไม่รู้!”
”เจ้ารู้เกี่ยวกับหอคอยหลิงหยุนมากน้อยแค่ไหน?”
”ข้ารู้มาบ้างศิษย์ของหอคอยหลิงหยุนนั้นถูกแบ่งเป็นสามระดับ โดยแบ่งตามสีชุด เขียว ขาว และทอง สีเขียวคือศิษย์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระดับเซียน สีขาวคือศิษย์ที่อยู่ในระดับเซียน สีทองคือศิษย์ชั้นสูงของหอคอยหลิงหยุน นอกจากนั้น…”
”เจ้ารู้ไหมว่าแม่ของปิง หยาง คือใคร?” หยุนชิงวูถามขัดขึ้นมา
”ปิงหยาง?”
”ใช่เจ้าได้ส่งกองกำลังไปคอยสอดแนม ฟาง เจิ้งจือ เจ้าไม่รู้งั้นหรือว่าทำไมเขาถึงมุ่งไปที่หอคอยหลิงหยุน?”
”ข้าได้ยินมาว่าเป็นเพราะหญิงสาวนางหนึ่ง…หรือว่านางจะเป็น ปิง หยาง?!” ในที่สุดร่างสีดำก็นึกได้
”ใช่แล้วเจ้าจำการต่อสู้ครั้งสำคัญในอดีตได้ไหม?”
”แน่นอนข้ารู้ ข้าจะไม่มีวันลืมมันตราบเท่าที่ข้ายังหายใจ มันเป็นความอัปยศของพวกเราอย่างถึงที่สุด!”
”เจ้ารู้ไหมว่าใครเป็นคนเริ่มสงคราม?”
”ข้ารู้!”
”แล้วถ้าข้าบอกว่าคนนั้นเป็นแม่ของปิง หยาง ล่ะ?”
”เป็นนาง?!”
”ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงสั่งให้เจ้าตาย?” ดวงตาของหยุนชิงวูเต็มไปด้วยความเย็นชา
”ข้า…ข้ายังไม่เข้าใจ … ” ร่างสีดำส่ายหัวอย่างไม่มั่นใจ
”ตอนนี้เจ้ารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครและ ฟาง เจิ้งจือ ไปที่นั่นเพื่อช่วย ปิง หยาง เจ้าคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบไหนถ้าพวกเราโจมตีหอคอยหลิงหยุน?”
”ข้าสมควรตายข้ารู้ความผิดพลาดของข้า แต่… แต่ข้ายังไม่รู้… ”
”ถ้าข้าจำไม่ผิดลูกชายคนเดียวของเจ้าได้ตายในสงครามเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เขาตายเพราะหอคอยหลิงหยุนใช่ไหม?”
”ท่าน…ท่าน…”ร่างสีดำดูหวาดกลัวเล็กน้อย
”ท่านแม่ของข้าไม่ได้สั่งให้โจมตีหอคอยหลิงหยุนนางเป็นจักรพรรดินีของเผ่าอสูร นางมีความละเอียดรอบคอบเป็นอย่างมาก แต่เจ้ากลับกล้าถ่ายทอดคำสั่งของนางผิดๆ เจ้าคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะล้างแค้นให้ลูกชายของเจ้า!” หยุนชิงวู พูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา
”ข้า…ข้า..”ร่างสีดำตัวสั่นอย่างรุนแรงเขาดูเจ็บปวดอย่างมาก แต่ไมนานเขาก็ลุกขึ้น
”ข้าประทับใจในความสามารถของท่านมาก
”เจ้าหมายถึงความแตกต่างเรื่องพลังระหว่างข้ากับเจ้าใช่หรือไม่?”หยุนชิงวู มองไปที่ร่างสีดำ นางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมา
”ใช่แล้วในเมื่อท่านรู้เรื่องนี้ ท่านก็ควรระวังตัวไว้ให้ดี อย่างน้อยจนกว่าท่านจะมีสิบราชาอสูรอยู่ในมือ ท่านถึงจะท้าทายข้าได้!”
”งั้นเจ้าจะข้าฆ่าตอนนี้งั้นรึ?”
”ไม่ข้าไม่ได้ต้องการฆ่าท่าน ความปรารถนาเดียวคือล้างแค้นให้ลูกชายของข้า ปล่อยข้าไปสักครั้ง หลังจากนี้ข้ายังคงเลือกที่จะภักดีกับท่าน ข้าสาบานว่าจะไม่ปลอมคำสั่งอีก!”
”ถ้าข้ายืนยันที่จะให้เจ้าตายล่ะ?”
……………………………………..