Gate of God - ตอนที่ 840 ดอกไม้ที่หวนคืน
ศิษย์ต่างประหลาดใจพวกนางไม่เคยเห็นคังเยว่ขัดคำสั่งเฉียนยี่มาก่อน
แต่พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
”คังเยว่เจ้าถามคำถามเดิมกับข้าถึงสามครั้ง” ดวงตาของเฉียนยี่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
”ใช่ข้าได้ถามท่านถึงสามครั้ง แต่ยังไม่ได้คำตอบ…”คังเยว่พูดออกมาด้วยความโดดเดี่ยวและเศร้าศร้อยราวกับความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้านี้ของนางทั้งหมดได้หายไป
ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนนางไม่ต้องการจะถามอีกต่อไปนายเงยหน้ามองท้องฟ้า
ดินแดนหลินหยุน!
สมบัติชั้นยอดของหอคอยหลิงหยุนแต่ตอนนี้คังเยว่กลับมองมันด้วยสายตาอันเลื่อนลอย
เฉียนยี่ขมวดคิ้วเพราะคังเยว่ไม่ได้ถามอะไรนางอีกอย่างไรก็ตามการแสดงออกของนางนั้นซับซ้อนเมื่อเห็นท่าทีของคังเยว่
ดูเหมือนว่านางกำลังกังวลมากมันซ่อนอยู๋ในความสงบของนาง
แต่ไม่นานนางก็ต้องแสดงความแปลกใจออกมา
ไม่ใช่แค่นางแม้แต่หลินมู่ไป่และศิษย์หอคอยหลิงหยุนก็เช่นกัน
นั่นเป็นเพราะมีดสั้นปรากฎขึ้นที่มือของคังเยว่โดยไม่มีใครทันใดสังเกตุเห็นแสงสีเงินที่ปลายมีดช่างดูหนาวเหน็บเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องสำคัญที่สุดคือปลายมีดนั้นชี้ไปที่หน้าอกของนางแล้วไม่นานเลือดก็หลั่งไหลออกมา
”คังเยว่เจ้าทำอะไร?!”ดวงตาของเฉียนยี่เบิกกว้าง ประกายสีทองที่ส่องออกมาจากดวงตาของนางนั้นเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์ หาไม่ใช่เพราะนางถือบอลน้ำขนาดใหญ่อยู่ นางคงรีบเข้าไปหยุดคังเยว่ในทันที ”ศิษย์พี่!”
”คังเย่วอย่าทำแบบนี้!”
”อย่าทำอะไรโง่ๆนะท่านสามารถอธิบายเรื่องที่ท่านเข้าใจผิดได้ ข้าเชื่อว่าผู้คุมหอคอยต้องเขาใจ”
ศิษย์หอคอยหลิงหยุนต่างตะโกนออกมาพวกเขารู้ว่าคังเยว่กำลังทำอะไรอยู่
ฆ่าตัวตาย?!
ใครจะไปคิดว่านางจะฆ่าตัวตายในเวลานี้!
แม้แต่หลินมู่ไป่ก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
”จริงๆแล้วข้าไม่ได้เชื่อฟางเจิ้งจือ!”คังเยว่ยังคงมองท้องฟ้าที่กลายเป็นสีทอง “เพราะข้าไม่ต้องการจะเชื่อเขา เขาไม่ได้รู้อะไรเลย การคาดเดาของเขานั้นเต็มไปด้วยข้อผิดพลาดเช่นกัน!”
”คังเยว่เจ้าจะพูดอะไรก็ได้แต่วางมีดลงก่อน!” เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เฉียนยี่กำลังกังวลมาก ”ข้าไม่เชื่อเขาข้าไม่อยากจะเชื่อเขาจริงๆ!” คังเยว่ยังคงพูดต่อไปไม่สนใจเสียงรอบข้าง “แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าเขาพูดเรื่องหนึ่งถูก ข้าเป็นอีกคนที่เกี่ยวข้องกับนายหญิงด้วยสายเลือด!”
”ศิษย์พี่คังเยว่!”
”หรือว่าท่านคิดว่า….”
”เป็นไปไม่ได้!มันไม่มีทางเป็นไปได้ ฟางเจิ้งจือ แค่พูดจาเหลวไหล!”
ศิษย์ของหอคอยหลิงหยุนรู้ว่าคังเยว่จะพูดอะไรมันทำให้พวกเขาประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
เฉียนยี่จะฆ่าท่านหลันด้วยไหม?
นางเป็นคนผนึกยู่เอ๋อร์ด้วยงั้นหรือ?
ไม่มีทางเฉียนยี่ไม่มีทางทำแบบนั้น
ไม่มีใครเชื่อว่าเฉียนยี่จะลงมือทำ
อย่างไรก็ตามมีดได้แทงเข้าไปที่หน้าอกของคังเยว่แล้วเลือดไหลทะลักออกมาเรื่อยๆ ”นายหญิงคังเยว่เป็นเด็กรับใช้ของท่าน ถ้าไม่มีท่าน…ข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ แต่ท่านกลับถูกขังไว้นานกว่าสิบปี…”
”นายหญิงของข้า…”
คังเยว่กัดฟันแน่นและแทงมีดลึกลงไปกว่าเดิมโดยไม่ลังเล
”ไม่ศิษย์พี่ ไม่!!”
”ได้โปรดหยุด!”
”คังเยว่ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้?!”
ท่าทีของศิษย์ทั้งหมดเปลี่ยนไปทันทีพวกเขาตกตะลึงเมื่อเห็นเลือดพวยพุ่งออกมามากขึ้น
จากน้ำเสียงของคังเยว่บอกได้ชัดเจนว่านางไม่ได้เชื่อฟางเจิ้งจือ แล้วทำไมนางถึงเลือกที่จะทำแบบนี้ล่ะ?
ไม่มีใครรู้ว่าคังเยว่คิดอะไรอยู่กันแน่
”คังเยว่หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าจะตอบคำถามของเจ้า…ข้าไม่ได้กลัวยู่เอ๋อร์หลุดออกมาได้ อย่าทำอะไรโง่ๆ!” สีหน้าของเฉียนยี่เปลี่ยนไปเช่นกัน
”ใช่… แน่นอนท่านไม่กลัว ข้าก็เชื่อว่าท่านจะไม่ทำร้ายนายหญิงของข้าเช่นกัน อย่างไรก็ตามในเมื่อผู้คุมหอคอยหลันเป็นคนผนึกคังเยว่ แม้แต่ท่านก็ไม่สามารถช่วยนายของข้าได้!” คังเยว่พยักหน้า จากนั้นนางก็เริ่มหมดแรงและล้มลงบนพื้น
”อย่างไรก็ตามในฐานะเด็กรับใช้ของนายหญิงข้าจะยอมทนดูนายหญิงถูกขังอยู่เฉยๆขณะที่ข้าอยู่สุขสบายด้านนอกได้ยังไง? ข้าเลือกที่จะเดิมพันด้วยชีวิตของข้า!”
”เดิมพัน?”
”เดิมพันอะไรกัน?”
ศิษย์หอคอยหลิงหยุนมองหน้ากันพวกเขาไม่เข้าใจว่าคังเยว่พูดอะไร
ซึ่งตอนนี้คังเยว่ก็ไม่มีแรงพอที่จะอธิบายอะไรแล้วน้ำตาของนางไหลลงพื้น ในมือของนางยังคงกำมีดแน่น
”คังเยว่เองที่ไร้ประโยชน์ข้าไม่ได้อยู่ข้างท่านตอนที่ท่านถูกผนึก ข้าไม่สามารถหาทางที่จะช่วยท่านได้ มันก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว…ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ข้าหวังว่าจะได้เจอท่านอีกครั้ง หรือเสียงของท่านสักครั้งเดียวก็เพียงพอ”
”นายหญิงคังเยว่นั้นไร้ความสามารถ ต้องปล่อยให้ท่านต้องทนทุกข์ทรมาร…”
”อย่างไรก็ตามข้าไม่สามารถฆ่าปิงหยางได้!นางเป็นลูกของท่าน ข้ารู้ว่าท่านรักนางมากขนาดไหน….ข้าจะทำสิ่งที่ขัดกับความต้องการของท่านได้ยังไง?”
”เป็นเวลานับสิบปีที่ข้ารอให้ปิงหยางตายเพื่อท่านจะได้หลุดออกมาจากผนึก…”
คังเยว่หยุดพูดท่าทีอันโศกเศร้าของนางกลายเป็นความแน่วแน่
”ตอนนี้ข้าไม่ต้องรออีกต่อไปแล้ว! ร่างกายของข้ามีเลือดของนายหญิงไหลเวียนอยู่ และมันน่าจะช่วยทำให้ผนึกคลายได้ แม้โอกาสจะมีน้อย…แต่ข้าก็ยอมจะเสี่ยงเพื่อช่วยท่าน!” ขณะที่คังเยว่พูดมีดก็ทะลุร่างกายของนางออกไปอย่างสมบูรณ์ เลือดไหลออกมาก่อเป็นลำธารเล็กๆใต้ตัวของนาง
ศิษย์ทุกคนตกตะลึงในที่สุดพวกนางก็เข้าใจในสิ่งที่คังเยว่คิด
ถูกต้องแล้ว!
อย่างที่คังเยว่บอกนางไม่ได้เชื่อฟางเจิ้งจือ
แล้วยังไงล่ะ?
มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าในร่างกายของคังเยว่มีเลือดของยู่เอ๋อร์ไหลเวียนอยู่
มันสามารถคลายผนึกได้
แม้โอกาสมันจะน้อยมากก็ตาม
”นายหญิงข้าขอลาก่อน ท่าน…ท่านต้องออกมาให้ได้…อั้ก!” คังเยว่กระอักเลือดออกมากลายเป็นดอกไม้ที่สวยงามบนอากาศ
แสงสีทองตกกระทบดอกไม้เลือดเป็นฉากที่งดงามมาก ตูม!
คังเยว่ทรุดตัวลงบนพื้นแต่ใบหน้าของนางกลับมีรอยยิ้มราวกับในที่สุดนางก็ได้เป็นอิสระ
ศิษย์ของหอคอยหลิงหยุนเงียบไปพวกเขาไม่ได้รักหรือสนิทกับคังเยว่ เพราะตลอดสิบปีที่ผ่านมานางมักจะอยู่คนเดียว
พวกนางคิดว่าคังเยว่หยิ่งยโสเกินไป
อย่างไรก็ตามในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจความทรมารของคังเยวในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
และตอนนี้นางได้ตายลงแล้ว
แม้นางจะดูเหมือนตายอย่างไร้ประโยชน์แต่ก็แสดงให้เห็นความภักดีอันสูงสุดของนาง
”คังเยว่… ” หลินมูไป่กัดริมฝีปากแน่น เขามองไปที่ร่างไร้ชีวิตของคังเยว่ ก่อนจะมองไปที่บอลน้ำขนาดใหญ่ เขารู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ประโยชน์เหมือนที่คังเยว่รู้สึกในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
เขาอยากเจอยู่เอ๋อร์อีกครั้งเขารอคอยมาตลอด เขาได้แต่หวัง และสิ้นหวังมานับครั้งไม่ถ้วน
เขาต้องการจะปกป้องปิงหยางแต่ทั้งสามอาณาจักรและเผ่าปีศาจกลับรุกรานอาณาจักรเซี่ยตลอดเวลา เขาไม่กล้าปล่อยปิงหยางออกไปนอกสายตา
ตอนนี้…เขากำลังยืนอยู่หน้าหอคอยลิงหยุน
แต่เขาก็ยังไม่พบยู่เอ๋อร์เขาเพียงทำได้แค่ยืนเฉยๆมองเฉียนยี่จับตัวปิงหยางและฟางเจิ้งจือไป ความหวังของเขาพังทลายอีกครั้ง
หัวใจของเขาราวกับถูกมีดทิ่มแทง
ขณะที่หลินมู่ไป่กำลังตกตะลึงเขาก็ได้ยินเสียงของเฉียนยี่
เสียงของนางสั่นไหวอย่างรุนแรงนางดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
”ตายนางตายแล้ว นางตายแล้วจริงๆ!มันเป็นไปได้ยังไง…เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ นางตายง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง?!” มือของเฉียนยี่เริ่มสั่น
”ท่านเฉียนยี่…”
”โปรดใจเย็นการตายของคังเยว่ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับท่าน…”
ศิษย์เริ่มพูดออกมาเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเฉียนยี่พวกเขาต่างเข้าไปรุมล้อมเฉียนยี่
อย่างไรก็ตามเฉียนยี่ราวกับอยู่ในโลกของตัวเอง
”ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น?”
”ข้าทำอะไรผิด?ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาหอคอยหลิงหยุนพัฒนาขึ้นตลอดเวลา ความแข็งแกร่งของพวกเรานั้นเหนือกว่าทั้งสี่สำนัก ข้าทำอะไรผิดในฐานะผู้คุมหอคอย?”
”คังเยว่…ข้าปฏิบัติกับเจ้าอย่างดีแต่เจ้า! กลับทรยศข้าเพราะเจ้าเด็กโสโครกฟางเจิ้งจือ! ”
”เจ้าไม่เชื่องั้นหรือ?แล้วเจ้าจะฆ่าตัวตายทำไม?” ”ตาย…พวกเจ้าทุกคนต้องตายฟางเจิ้งจือ, ปิงหยางและเจ้า…หลินมู่ไป่ ไปลงนรกซะเถอะ!”
ใบหน้าของเฉียนยี่แดงก่ำขณะพูดนางปลดปล่อยอารมณ์ทั้งหมดของนางออกมา
ศิษย์ของหอคอยหลิงหยุนไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรู้สึกแปลกใจแต่ทันใดนั้นพวกนางก็ได้ยินเสียงใครบางคน
”ผ่านมานานแล้วสินะ….พี่ใหญ่!”
……………………………………..