Gate of God - ตอนที่ 879 ไม่มีทางแพ้
เขาเข้าใจถึงผลึกนี้ได้จากชีวิตที่ผ่านมาความรู้ด้านเคมีและตรีโกณมิติรวมถึงวิทยาศาสตร์จากในโลกก่อนจากโลกก่อน
และด้วยเหตุนั้นทำให้เขาสร้างวิชาเต๋าผลึกน้ำแข็งนรกขึ้นมาได้
เขาไม่ได้ยึดติดเรื่องของชื่อวิชามากนักจึงตั้งชื่อง่ายๆให้กับมัน ‘การปะทะกันของไฟและน้ำแข็ง’
เขารู้สึกชื่นชมกับชื่อของมัน
อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้สึกสนใจชื่อของมันแม้แต่น้อย กลับกันพวกเขากลับแสดงท่าทีแข็งค้างออกมากับพลังอันรุนแรงที่ปรากฎไปทั่วท้องฟ้า
พวกเขาอ้าปากค้างแต่ไม่ส่งเสียงออกมา
กลายเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ
เวลาดูเหมือนหยุดลงชั่วคราว
”นี่มันอะไรกัน?วิชาของข้าทำให้พวกเจ้านิ่งตะลึงไปเลยงั้นหรือ?” ฟางเจิ้งจือม้วนงอริมฝีปากลงพร้อมกับชูนิ้วกลางอย่างไม่พอใจ
ทันทีที่เขาชูนิ้วกลางขึ้นสายตาของทุกคนก็เปลี่ยนไป ดูเหมือนมันจะดึงสติของทุกคนกลับมาอีกครั้ง ราวกับปลุกให้ตื่นจากความฝัน
”อะไร…อะไรกัน!” เสียงที่ดังขึ้นมาทำให้วินาทีนั้นตกกลับกลายเป็นความโกลาหล
ราวกับมีคนเทน้ำเย็นลงบนน้ำมันที่กำลังเดือด
”ปรากฎการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นบนท้องฟ้านั่น!มันทำให้ท้องฟ้า… ไม่ มันเป็นเพราะวิชาที่ฟางเจิ้งจือใช้ออกมา? เต๋าผลึก เต๋านรก รวมไปถึงเต๋าน้ำแข็งและหิมะ ….!”
”มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?!”
”แข็งแกร่งมากเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง? อายุแค่ 18ปี แต่กลับแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ แล้วข้าล่ะ? ข้าคิดว่าข้าเป็นอัจฉริยะแล้วนะ แต่กลับไม่สามารถเทียบเคียงเขาได้แม้แต่น้อย?”
”เดี๋ยวก่อนข้าคิดว่าชายคนกำลังนี้ดูถูกพวกเรา”ศิษย์คนหนึ่งเห็นฟางเจิ้งจือชูนิ้วกลางใส่พวกเขา
”ดูถูก?”
เหล่าศิษย์อยากจะโกรธอย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาไม่สามารถโกรธได้แม้จะรู้ว่าโดนดูถูกก็ตาม
ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็เผยยิ้มออกมา
”การปะทะของไฟและน้ำแข็ง”ถือว่าเป็นวิชาแรกที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองจริงๆ ดังนั้นจึงต่างไปจากวิชาอื่นๆที่เขาเคยใช้ เขาภูมิใจกับวิชานี้มาก มันสร้างความปั่นป่วนได้ในช่วงเวลาอันสั้น
”พวกเจ้าไม่อยากรู้ชื่อของมันงั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือเงยหน้าขึ้นมอง
เหล่าศิษย์หันมองหน้ากันด้วยความสับสนพวกเขาไม่รู้ว่าควรตอบว่า ใช่ หรือไม่ กันแน่ แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาไม่อยากรู้ชื่อของมัน
อย่างไรก็ตาม…
ใบหน้าของฟางเจิ้งจือมันกวนใจพวกเขา
ดังนั้นบรรยากาศจึงเงียบสงบอีกครั้งหลังจากคำถามของฟางเจิ้งจือ
”เอาล่ะดูเหมือนเจ้าทุกคนจะอยากรู้ชื่อวิชากันไม่ไหวแล้ว ข้าจะบอกเอง ชื่อของมันคือ ‘การปะทะของไฟและน้ำแข็ง’ สุดยอดเลยใช่ไหม” ในขณะที่พูดเขาชี้ไปที่หนานกงเฮา ซึ่งกำลังตกอยู่ในกับดักผลึก ร่างส่วนบนถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งในขณะที่ส่วนล่างกำลังถูกเผาด้วยไฟสีดำ
”การปะทะของไฟและน้ำแข็ง?”
”ทุเรศ”
”ไร้ยางอาย”
”จะใช้ชื่อที่ไร้ยางอายเช่นนี้กับวิชาที่ทรงพลังขนาดนั้นได้ยังไงกัน!”
เหล่าศิษย์ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินแต่ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อตระหนักถึงความหมายของชื่อ จากนั้นสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
”เห้อ!”แม้แต่เฉียนยู่ส่ายหัวของนางด้วยความอับอายเล็กน้อย
”อืม..”หลินมู่ไป่เองก็หลบสายตาจากคนอื่นๆเช่นกัน
อย่างไรก็ตามปิงหยางที่ยังสติไม่สมบูรณ์ลืมตาขึ้นมาในทันที ท่าทีของนางยังคงดูไม่ดีเท่าไร บรรยากาศรอบๆตัวเต็มไปด้วยความอ่อนแอ
แต่นางก็ยังสามารถได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นรอบๆนางเอ่ยปากออกมาเบาๆ”การปะทะของน้ำแข็งและไฟ? มันคืออะไรงั้นหรือ?”
”…”ริมฝีปากของฉือกูเหยียนกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่นางจะตอบกลับไปเบาๆ “มันเป็นวิชาหนึ่ง”
”วิชางั้นหรือมันรุนแรงไหม?” ”อืมมันเป็นวิชาที่แข็งแกร่งมาก…”
ผู้อาวุโสของศาลาเต๋าสวรรค์และหุบเขาฟู่ซี่ต่างรู้สึกพูดไม่ออกแม้แต่มู่ฉิงเฟิงหรือโม่ฉานฉือก็ตาม
ขณะเดียวกันด้านเต๋าฮุนเขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมา”เจ้าเด็กนี่ไร้ยางอายจนถึงแก่นแท้จริงๆ!”
”ไร้ยางอาย?กล้าพูดอย่างนี้กับชื่ออันงดงามได้ยังไง เห็นได้ชัดว่าจิตใจของเจ้านั้นเดียงสาไม่พอ!” ฟางเจิ้งจือตอกกลับไปในทันที
”…”
”…”
ศิษย์ที่อยู่รอบๆรู้สึกพูดไม่ออกอีกครั้ง
ทันใดนั้นเองพวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากด้านล่างของฟางเจิ้งจือ”อ้าก!!!”
ตอนนี้หนานกงเฮาโกรธอย่างเห็นได้ชัด
เขานั้นมักจะได้รับความเคารพและความรักมาตั้งแต่เด็ก เขาคุ้นชินกับเรื่องเหล่านั้นเขาคุ้นชินกับการเป็นที่หนึ่งและก้มมองคนอื่นลงมาจากยอดเขา
แต่ตอนนี้ฟางเจิ้งจือกำลังเหยียดย่ำเขาภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เขาจะยังสามารถใจเย็นอยู่ได้ยังไง?
ตูม!แสงสีแดงระเบิดออกมาจากร่างของหนานกงเฮา พลังอันรุนแรงของมันปะทะเข้ากับคุกผลึกน้ำแข็งอย่างรุนแรง
”หืม?พยายามจะต่อต้านงั้นหรือ?” ฟางเจิ้งจือกระโจนออกไปบนอากาศ
แน่นอนที่เขาทำอย่างนี้เพราะแสงสีแดงนั้นทรงพลังเกินไปจนผลักร่างเขาออกมา
จากนั้นดาบเล่มหนึ่งก็ปรากฎขึ้นบนฝ่ามือของเขาแสงสีม่วงส่องประกายไปทั่ว
มันคือดาบไร้ร่องรอย!
เขาพยายามทีจะยับยั้งการหลบหนีของหนานกงเฮา
เสียงของมังกรคำรามดังก้องไปทั่วท้องฟ้าจากนั้นร่างของฟางเจิ้งจือก็หายไปบนท้องฟ้า มีเพียงสายฟ้าสีม่วงที่ผ่าใส่หนานกงเฮาที่อยู่ในคุก
มันเป็นวิชาดาบผ่ามังกร
อย่างไรก็ตามมันต่างจากที่ฟางเจิ้งจือเคยใช้ก่อนหน้านี้
แกรก!ดวงตาของหนานกงเฮาเป็นสีแดงก่ำขณะที่เขาเอามือเปล่าจับสายฟ้าที่พุ่งลงมา คลื่นปะทะอันรุนแรงกระจายไปรอบๆ
ตอนนี้รอบตัวของหนานกงเฮาเต็มไปด้วยบรรยากาศอันชั่วร้ายเขากัดริมฝีปากแน่นจนเลือดไหลออกมา
”ตาย!”เสียงของฟางเจิ้งจือดังขึ้นท่ามกลางลำแสงสีม่วง ก่อนที่ดาบของเขาจะแทงลงไปที่ฝ่ามือของหนานกงเฮาลากยาวไปจนถึงไหล่
”เฮ่าเอ๋อร์ไม่!” หนานกงเทียนไม่สามารถรักษาความสงบได้อีกต่อไป เขาก้าวเท้าไปด้านหน้าและพุ่งเข้าไปในลานประลองอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามเขากลับถูกหยุดเอาไว้
เป็นผู้อาวุโสสูงสุดหยานหยิงของศาลาเต๋าสวรรค์ที่หยุดเขาเอาไว้
หยานหยิงไม่ใช่ชื่อจริงของผู้อาวุโสสูงสุดแต่เป็นเพียงชื่อที่คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใช้เรียกเขา
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ชื่อจริงของผู้อาวุโสสูงสุด
”หยานหยิงเจ้าต้องการอะไร?”
”หัวหน้าตระกูลหนานกงในเมื่อท่านเลือกที่จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้แล้ว ท่านก็ควรจะทำตามกฎไม่ใช่รึ?”
”ชีวิตของลูกชายข้า…”
”ท่านก็แค่ยอมรับความพ่ายแพ้แล้วท่านจะเข้าไปช่วยลูกชายของท่านหรือไม่ก็ไม่มีใครว่าอะไร”
”ยอมรับความพ่ายแพ้?”หนานกงเทียนกำหมัดแน่นก่อนจะหันไปมองที่ลานประลองทันใดนั้นความกังวลบนใบหน้าของเขาได้หายไป เขายิ้มก่อนจะพูดออกมา “ตระกูลหนานกงไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆเพราะแค่ฟางเจิ้งจือคนเดียวหรอ!”
ตูม!เมื่อหนานกงเทียนพูดจบเสียงระเบิดก็ดังขึ้นทันที ก่อนที่ร่างสีแดงจะหายไปจากลานประลองอย่างไร้ร่องรอย
คุกผลึกที่ขังหนานกงเฮาเอาไว้ก็หายไปเช่นกัน
”หืม?”หยานหยิงเหลือบตามองร่างสีแดงที่มีแสงสีม่วงเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ
”ฮ่าฮ่า…ไม่มีใครเอาชนะเฮ่าเอ๋อร์ได้!ไม่มี!” หนานกงเทียนไม่สามารถอดกลั้นเสียงหัวเราะได้อีกต่อไป
ศิษย์ที่อยู่รอบๆต่างเบิกตากว้าง
”หนานกงเฮาดูดกลืนคุกผลึกรวมทั้งวิชาการปะทะกันของน้ำแข็งและไฟ?”
”มันเป็นการต่อสู้แบบไหนกันแน่เนี่ย?!”
”แข็งแกร่งพวกเขาทั้งคู๋แข็งแกร่งมาก!” เหล่าศฺิษย์ต่างรู้สึกหวาดกลัวกับพลังของหนานกงเฮาและฟางเจิ้งจืออย่างแท้จริง
”นั่นมันอะไรกัน?”ฟางเจิ้งจือค่อยๆร่อนลงข้างๆฉือกูเหยียน ก่อนที่จะเอาดาบชี้ไปบนพื้น
”แค่กแค่ก….ถ้าข้าเดาไม่ผิด หนานกงเฮาคงได้รับพลังบางอย่างมาจากประตูสวรรค์และผสานมันเข้ากับวิชาสังเวยเลือด ดังนั้นตอนนี้เขาไม่เพียงแต่จะสามารถใช้วิชาสังเวยเลือดได้เท่านั้น แต่เขายังสามารถดูดกลืนพลังหรือวิชาของคนอื่นได้อีกด้วย” ฉือกูเหยียนอธิบายด้วยความนิ่งสงบ
”วิชาสังเวยเลือด?ที่ปรากฎเหนือท้องฟ้าศาลาเต๋าสวรรค์เมื่อหนึ่งปีที่แล้วหรือเปล่า?” ฟางเจิ้งจือเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน
”ใช่แล้ว”ฉือกูเหยียนพยักหน้า
”ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีพลังสายเลือดของเทียนซิง”ข้าคิดว่าตอนนี้หนานกงเฮาอาจจะมีพลังใกล้เคียงกับข้า” จากนั้นฟางเจิ้งจือก็ขมวดคิ้วและถามต่อ”นี่…เจ้าคิดว่าหนานกงเฮาปล่อยให้ประตูดูดตัวเองเข้าไปด้วยความตั้งใจหรือเปล่า?”
”ด้วยความตั้งใจ?”ฉือกูเหยียนตัวสั่นเล็กน้อย ความคิดมากมายปรากฎขึ้นในหัวของนาง “ถ้าหนานกงเฮาตั้งใจทำแบบนั้น แสดงเขารู้ว่าประตูสวรรค์ต้องมอบพลังให้เขาแน่นอน!”
”ตอนนี้หนานกงมู่ก็มีพลังสายเลือดด้วยหรือเปล่า?”
”อืมยิ่งไปกว่านั้น พลังสายเลือด ‘ต้นไม้เทพเจ้า’ ข้ามีลางสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับมันเป็นอย่างมาก” หน้าของฉือกูเหยียนซีดลงเรื่อยๆ
”อืมช่างเรื่องนั้นเถอะ หน้าอกของเจ้าบาดเจ็บหรือเปล่า? ข้าไปเรียนนวดแบบใหม่มา มันสามารถช่วยให้เจ้าหายเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว”
”…”ฉือกูเหยียนยืนนิ่งหน้าของนางขึ้นสีเล็กน้อย”เจ้าไร้ยางอายนี่ไม่ใช่เวลาที่เจ้าควรจะมาเล่นตลกเช่นนี้” ”ฮ่าฮ่าสบายใจได้ ข้าอยู่ที่นี่เพื่กป้องเจ้า ต่อให้ท้องฟ้าถล่มทลายก็ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้” ฟางเจิ้งจือยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นก็อยู่ได้ไม่นานและถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นและตึงเครียดกว่าครั้งไหนๆ