Gate of God - ตอนที่ 926 กล้าดียังไงมาลอบโจมตีข้า?!
มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือมองหน้ากันด้วยความตกใจและความไม่เชื่อแต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้ฟางเจิ้งจือกำลังเผชิญหน้ากับเทพปีศาจอยู่
”ไปกันเถอะ!”มู่ฉิงเฟิงตะโกนเรียกโม่ฉานฉือ
”คิดจะหนีงั้นรึ?พวกเจ้ามันไร้เดียงสาเกินไปแล้ว!” ไป่ฉือไล่ตามโม่ฉานฉือและมู่ฉิงเฟิงไปทันที
”ท่านแม่ปล่อยพวกเขาไป” หยุนชิงวูกล่าวพร้อมกับส่ายหัวให้ไป่ฉือ
”ไม่ต้องไล่ตามงั้นรึ?’ไป่ฉือเข้าใจหยุนชิงวู แต่นางอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมหยุนชิงวูถึงตัดสินใจเช่นนี้
”ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไรพวกเขาจะหนีไปไหนได้? การที่เขาอยู่ที่นี่สำคัญกว่ามาก” หยุนชิงวูชี้ไปที่ฟางเจิ้งจือ ”เจ้าเด็กเหลือขอนี่นะรึ?”ไป่ฉือขมวดคิ้วนางไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของหยุนชิงวู อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ถามอะไรออกไป
ฟางเจิ้งจือจะสามารถหนีไปจากเทพปีศาจได้ไหม?อะไรคือจุดประสงค์ที่เขาเลือกจะอยู่ที่นี่?
ไป่ฉือไม่เข้าใจ
อย่างไรก็ตามมันเป็นอย่างที่หยุนชิงวูพูดดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร มู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือไม่มีทางหนีไปได้ไกล ยกเว้นว่าพวกเขาเลือกละทิ้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาสร้างมานับพันปี
”อืมก็ได้ งั้นปล่อยพวกมันไปก่อน” ในที่สุดไป่ฉือก็พยักหน้า นางเปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์และลงไปยืนข้างๆหยุนชิงวู
ชุดยาวสีขาวเปล่งประกายภายใต้แสงอาทิตย์แม้ว่านางจะมีรูปร่างที่งดงามไม่ต่างจากหยุนชิงวู แต่เสน่ห์ของนางกลับรุนแรงกว่ามาก การที่หญิงสาวผู้งดงามยืนอยู่เคียงข้างกันมันเป็นภาพที่น่าชมไม่น้อย
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่มีอารมณ์ที่จะชื่นชมความงามตรงหน้าแม้แต่น้อย ความสนใจของเขาอยู่ที่เทพปีศาจที่อยู่ตรงหน้า
ในความเป็นจริงเขาอยู่ใกล้หยุนชิงวูมากกว่าเทพปีศาจ
ในแง่ของกลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือจับหยุนชิงวูและใช้นางเป็นตัวประกันขู่เทพปีศาจ
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้ทำเช่นนั้
ไม่ใช่ว่าไม่ต้องการแต่เขารู้ว่าตัวเองไม่มีทางทำได้ เมื่อเขาเห็นเทพปีศาจโจมตีหยานหยิงเขารู้ในทันทีว่าเขาไม่มีทางจับหยุนชิงวูได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ต่อให้เขาจับหยุนชิงวูได้เขาจะรู้ได้ยังไงว่าเทพปีศาจจะทำตามคำสั่งของเขา?
อ้างอิงจากคำพูดของเทพปีศาจสำหรับตัวตนเยี่ยงพวกเขาแล้ว การที่จะฆ่าใครสักคนในสนามรบเป็นเรื่องง่ายราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก ความภักดีความซื่อสัตย์ไม่มีค่าในสายตาของพวกเขา
แต่อย่างน้อยเขาก็มีตัวช่วยจากการเดิมพันระหว่างหยุนชิงวูกับเทพปีศาจเขาจึงไม่คิดจะบ่นอะไรมากมาย
”เจ้าพร้อมหรือยัง?”เทพปีศาจรู้สึกประทับใจเล็กน้อยกับจิตสังหารอันรุนแรงที่ฟางเจิ้งจือปล่อยออกมาจากร่าง
”ท่านพอมีเหล้าไหม?ข้าอยากจะสงบใจลงก่อน” ฟางเจิ้งจือส่ายหัว
”ฮ่าฮ่าฮ่าข้าไม่คิดจะให้เจ้ามาดื่มต่อหน้าข้าหรอกนะ!”เทพปีศาจยิ้มออกมา ในฐานะที่เขามีประสบการณ์ต่อสู้มากมาย เขารู้ความคิดของคู่ต่อสู้ดี
แม้แต่มดตัวเล็กๆยังสามารถกัดช้างได้
เช่นนั้นขณะที่เขาพูดเขาค่อยๆยกมือขวาขึ้นไม่ปล่อยให้ฟางเจิ้งจือเล่นตลกอีกต่อไป
”เดี๋ยวก่อน!”อย่างไรก็ตามเสียงของหยุนชิงวูกลับดังขึ้นขัดจังหวะ “ข้าซื้อเหล้าชั้นดีมาจากหมู่บ้านภูเขาทางเหนือหนึ่งขวด ข้าได้ยินว่าสูตรเหล้ามาจากเจ้า ข้ายังเหลืออีกครึ่งขวดเผื่อเจ้าจะสนใจ?”
”แน่นอน”ฟางเจิ้งจือยิ้มและเดินไปหาหยุนชิงวูช้าๆ
เทพปีศาจขมวดคิ้วและมองไปที่ฟางเจิ้งจือก่อนที่เขาจะตัดสินใจลดมือขวาลง
ในขณะเดียวกันเมื่อไป่ฉือเห็นฟางเจิ้งจือเดินเข้ามานางอดเป็นห่วงไม่ได้จึงยืนขวางฟางเจิ้งจือเอาไว้
”ท่านแม่โปรดมั่นใจเขาจะไม่ฆ่าข้าแน่นอน อย่างน้อยก็ในช่วงเวลานี้” หยุนชิงวูพูดกับไป่ฉือพร้อมส่ายหน้าเบาๆ
”โอ้?”ไป่ฉือสับสนเล็กน้อย แม้นางจะชาญฉลาดแต่นางก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหยุนชิงวูถึงมั่นใจขนาดนี้
”เขาต้องการให้ข้าช่วยถ่วงเวลา”หยุนชิงวูชี้ไปยังเหล่าเซียนและศิษย์จำนวนมากที่กำลังหนีออกไปจากสนามรบ
ไป่ฉือขมวดคิ้วอีกครั้ง
นางเองก็สังเกตเห็นถึงผู้คนที่แตกระจายไปทุกทิศทางหลังจากโม่ฉานฉือและมู่ฉิงเฟิงเลือกที่จะหลบหนี
ศาลาหยินหยางศาลาเต๋าสวรรค์ หุบเขาฟู่ซี่และหอคอยหลิงหยุนรวมถึงทัพใหญ่จากทั้งสี่อาณาจักรเองก็ถอยลงไปจากภูเขาสวรรค์
ไป่ฉือไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมหยุนชิงวูถึงปล่อยโอกาสดีๆเช่นนี้ไปและปล่อยให้พวกมู่ฉิงเฟิงและคนอื่นๆหนีไปง่ายๆ
ทำไม?
ในเมื่อหยุนชิงวูไม่อธิบายอะไรไป่ฉือก็ไม่อยากใส่ใจอีกต่อไป…
สายลมเย็นพัดผ่านแต่ท่าทีของหยุนชิงวูกลับกระอักกระอวนเล็กน้อย
นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อนางจับไปที่ลำคอของตัวเองมันไม่มีสร้อยคออยู่อีกต่อไป ”เหล้าอยู่กับเจ้า”หยุนชิงวูกล่าวออกมาหลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง
”อยู๋กับข้า?โอ้ใช่…”ฟางเจิ้งจือตกใจเล็กน้อย แต่เขาก็นึกได้อย่างรวดเร็ว เขาแตะเบาๆที่หน้าอกป้องกันใจ
จากนั้นเหยือกเหล้าก็ปรากฎขึ้น
ฟางเจิ้งจือดึงดุกจุกออกด้วยความพอใจ
”เหล้าหมักจากธรรมชาตินี่เหละเยี่ยมที่สุด!”ฟางเจิ้งจือพูดออกมาขณะเขาเหลือบสายตามองสถานการณ์ด้านล่าง
เขาเห็นเต๋าซิงและเต๋าฮุนพาเหยียนซิวและเหล่าศิษย์ของศาลาหยินหยางหนีไปจากยอดเขาสำเร็จแล้ว
นอกจากศาลาหยินหยางสำนักอื่นๆก็หนีไปหมดแล้วเช่นกัน
”ตอนแรกข้าคิดว่าป้าเฉียนยู่…จะมาช่วยข้าเสียอีก”ฟางเจิ้งจือถอนหายใจ เขาคิดว่าเสมอว่าเฉียนยู่ควรจะอยู่ที่สุด
นั่นเป็นเพราะเทียบกับมู่ฉิงเฟิงและโม่ฉานฉือนางเป็นคนหนึ่งที่บาดเจ็บน้อยที่สุดนอกจากเต๋าฮุน
แต่นางจากไปแล้ว
นางจากไปพร้อมกับศิษย์หอคอยหลิงหยุนและจักรพรรดิหลินมู่ไป่รวมถึงปิงหยาง
ก่อนที่นางจะจากไปนางหันไปมองยอดของต้นไม้เทพเจ้า
แต่ฟางเจิ้งจือไม่แน่ใจว่านางมองมาที่ตัวเขาหรือประตูทั้งสองบาน
ลมยิ่งทวีความหนาวเหน็บเมื่อผู้คนจำนวนมากจากไป
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่จะจากไปในทันทีพวกเขายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้เทพเจ้าและมองขึ้นไปบนฟ้าเงียบๆ
ในไม่กี่คนนั้นฉือกูเหยียนและวู่จวี้เอ๋อร์เป็นคนที่สะดุดตาที่สุด
คนหนึ่งใส่ชุดสีชมพูอีกคนใส่ชุดสีดำราวกับดอกไม้ท่ามกลางสนามรบ
พวกนางยืนอยู่ห่างกันประมาณสิบก้าว แน่นอนว่านอกจากพวกนางทั้งคู่แล้วยังมีคนอื่นอีกสองสามคนนั่นคือเซียนสวรรค์พักพิงกับเหยียนเฉียนหลี่
ศิษย์นิกายเงาได้จากไปหมดแล้วแต่เหยียนเฉียนหลี่กับเซียนสวรรค์พักพิงยังไม่จากไป บางทีพวกเขาอาจจะกำลังรอวู่จวี้เอ๋อร์
มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจเล็กน้อยคือหนานกงเทียนไม่ได้จากไปเช่นกันความจริงไม่มีใครจากตระกูลหนานกงจากไป
แม้แต่หนานกงมู่ยังถูกวางไว้ที่เดิม
อยู่ดีๆฟางเจิ้งจือก็หัวเราะขึ้นมา
เขาไม่คิดว่าหนานกงเทียนชายผู้ฆ่าลูกแท้ๆของตัวเองยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่ในสถานการณ์เช่นนี้
เพื่ออะไร?
เพื่อหนานกงเฮา?
หรือหนานกงเทียนยังไม่ยอมแพ้? ถ้าเป็นอย่างหลังต้องบอกว่าเขาประทับใจจริงๆกับการตัดสินใจของหนานกงเทียน
….
ฟางเจิ้งจือสูดหายใจลึกๆจากนั้นเขาก็กระดกเหล้าที่แสบร้อนเข้าไปในปาก
อึก…ในขณะที่เขาดื่มเขาสัมผัสได้ถึงความแสบร้อนในท้อง
”ช่างน่าเบื่อเหลือเกินที่เจ้าต้องดื่มคนเดียว”หยุนชิงวูกล่าวพร้อมยื่นมือขวาออกมาด้วยใบหน้านิ่งสงบ
”ถูกต้อง”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าก่อนที่เขาจะจิบอีกอึกหนึ่งแล้วโยนเหยือกเหล้าไปให้หยุนชิงวู”เจ้าจะทำอะไรกับหนานกงเฮาหลังจากปล่อยพวกมู่ฉิงเฟิงไปแล้ว?”
”เจ้าพยายามจะช่วยเขางั้นหรือ?”หยุนชิงวูรับขวดด้วยมือเดียว จากนั้นก็กระดกเหล้าเข้าปากทันที มันทำให้เหล่าราชาอสูรตกตะลึงไม่น้อย
สำหรับพวกเขาแล้วหยุนชิงวูเป็นดั่งเทพธิดาผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับของไม่เหมาะสม
ตั้งแต่เมื่อไรที่นางดื่มเหล้าจากขวดเดียวกันกับคนอื่น?
”เพราะข้ากำลังจะตายในไม่ช้าและประตูเทพเจ้าของเผ่าปีศาจและเผ่าอสูรได้เปิดออก ข้าคิดว่าการช่วยหนานกงเฮา บางทีเขาอาจจะกลายเป็นความหวังของมนุษย์ในภายภาคหน้าก็ได้”ฟางเจิ้งจือกล่าวติดตลก
”อืมเจ้าพูดได้สมเหตุสมผล”หลังจากนางพูดจบนางก็โยนขวดเหล้าให้ฟางเจิ้งจืออีกครั้ง “แต่ทำไมพวกเราต้องทิ้งความหวังไว้ให้มนุษย์อีก?”
”อืมมีเวลาที่หยุนชิงวูแสดงความน่ากลัวออกมาเช่นกันสินะ?”ฟางเจิ้งจือพึมพำ
”เจ้าคิดว่าถ่วงเวลาแล้วจะได้ผลงั้นหรือ?”
”ไม่แน่ใจข้าก็แค่ต้องลองต่อไป”
”ก่อนที่เจ้าจะตาย…เจ้ามีความปรารถนาสุดท้ายไหม?” ”ข้ายังไม่ได้แต่งงานและเข้าเรือนหอกับภรรยา”
”อืมเป็นคำตอบที่เหมาะกับนิสัยของเจ้าดีอย่างไรก็ตามข้าไม่ได้บอกว่าจะให้ตามที่เจ้าขอ”
”หยุนชิงวูก็ยังเป็นหยุนชิงวูเสมอ”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าพร้อมเขย่าขวดหล้าในมือและพบว่ามันว่างเปล่า เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่นทันที “พวกเราดื่มเหล้าเสร็จแล้ว คนที่ควรจากไปก็จากไปหมดแล้ว เอาล่ะ..”
”เดี๋ยว”หยุนชิงวูขัดขึ้นมาอีกครั้ง
”ทำไมลังเลที่จะฆ่าข้างั้นหรือ?”
”เจ้ายังคงไร้ยางอายเช่นเคยเห้อ ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าต้องการช่วยหนานกงเฮาจริงๆไหม?” หยุนชิงวูกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัวขณะพูดออกมา
”มันเป็นเพียงคำพูดทั่วไปถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากช่วยชีวิตตัวเองมากกว่า” ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างสดใส ”ฮ่าฮ่า”หยุนชิงวูยิ้มออกมาราวกับดอกบัวที่บานสะพรั่งภายใต้แสงอาทิตย์”ข้าจะยังไม่ฆ่าหนานกงเฮา”
ขณะที่หยุนชิงวูพูดดวงตาของนางก็ส่องแสงจางๆ
จากนั้นหนานกงเฮาที่ยืนเงียบๆอยู่ด้านหลังก็ล้งลงกับพื้นทันที
”อย่างที่คิดคนที่ใช้วิชาขโมยดวงวิญญานมันคือเจ้าจริงๆ”ฟางเจิ้งจือมองไปยังหนานกงเฮาที่ล้มอยู่บนพื้น
”อืมเจ้าเข้าใจถูกแล้ว อย่างไรก็ตามข้าคิดว่าเจ้าควร…ระวังด้านหลังไว้หน่อยไหม?”หยุนชิงวูพยักหน้าเบาๆ
ฟางเจิ้งจือไม่ได้ยินส่วนสุดท้ายที่หยุนชิงวูพูดเขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกจากด้านหลังก่อนที่หยุนชิงวูจะพูดออกมาด้วยซ้ำ
”สวะกล้าดียังไงมาลอบโจมตีข้า?!”
……………………………………..