Gate of God - ตอนที่ 959 ปลุกพลัง
”หึ!ไร้เดียงสามาก!”ฟางเจิ้งจือยิ้มเยาะ เขาต้องยอมรับว่าแปลกใจที่เผ่าปีศาจรู้ตัวเร็วขนาดนี้
ขณะที่พูดฟางเจิ้งจือได้พุ่งไปหาหยิงเต๋าและเหล่าหัวหน้าดินแดนคนอื่นๆ
”หัวหน้าดินแดนหยินเมิ่งเทียนกำลังตรงมาทางพวกเรา!”
”ขวางทางเขาไว้!”
”ข้าไปเอง!”
ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคหัวหน้าดินแดนคนหนึ่งเข้าใกล้ฟางเจิ้งจือโดยไม่ลังเล
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้ตั้งใจจะสู้กัหัวหน้าดินแดนเขาผลักหัวหน้าดินแดนที่เขามาใกล้ทิ้งทันที
”อะไรกัน?!”หัวหน้าดินแดนตกตะลึงขณะที่ร่างของเขากระเด็นขึ้นไปบนอากาศ
จากนั้นเท้าของฟางเจิ้งจือก็เหยียบลงมาบนใบหน้าเขาอย่างรุนแรงก่อนที่ร่างของฟางเจิ้งจือจะกระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้า
ตูม!ร่างของหัวหน้าดินแดนกระแทกลงกับพื้นอย่างรุนแรงพร้อมกับกระอักเลือดออกมา เขาบาดเจ็บจนไม่สามารถลุกได้อีกแล้ว
ฉากที่น่าหวาดกลัวนี้ทำให้ทหารปีศาจที่กำลังวิ่งเข้าไปหาฟางเจิ้งจือพร้อมกับหอกในมือหน้าซีดขาว
”เมิ่งเทียน?!”
”นี่คือพลังของเทพปีศาจงั้นรึ?!”
”เขาเป็นเทพ…เขาเป็นเทพสงครามตัวจริงเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเทพปีศาจเสียอีก!”
ขณะที่ทหารปีศาจกำลังตกใจฟางเจิ้งจือพุ่งเข้าไปหาหยิงเต๋าและหัวหน้าดินแดนที่เหลือ
”หัวหน้าดินแดนหยิงเมิ่งเทียนเข้ามาใกล้อีกแล้ว!”
”เร็วขนาดนี้?!บัดซบ! มีแต่พวกไม่ได้เรื่อง!”หยิงเต๋าสบถออกมาก่อนที่จะหันไปมองฟางเจิ้งจือที่เข้ามาใกล้เขา
เขาจัดการหัวหน้าดินแดนได้เร็วขนาดนี้?
หัวหน้าดินแดนคนอื่นๆต่างกำมือแน่นหัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
แม้พวกเขาจะรู้นิสัยของหยิงเต๋าแต่ในดินแดนปีศาจสถานะของพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกัน การที่ถูกหยิงเต๋าดูถูกเช่นนั้นพวกเขาจะไม่โกรธได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังจำตอนที่หยิงเต๋าถูกเมิ่งเทียนโจมตีใส่จนแขนหักได้
”หัวหน้าดินแดนหยิงเจ้าบอกว่าพวกเราไร้ประโยชน์งั้นรึ แล้วตัวเจ้าเองล่ะ?”
”หึข้าไม่อย่างพูดคุยเรื่องไร้สาระต่อหน้าศัตรู ถ้าหัวหน้าดินแดนหยิงเก่งกาจขนาดนั้นก็ช่วยแสดงให้พวกเราดูหน่อย!”
หัวหน้าดินแดนสองคนไม่สามารถอดกลั้นความโกรธไว้ได้อีกต่อไป
”พวกไร้ประโยชน์ข้าไม่ต้องการเสวนากับพวกเจ้าอีก!” หยิงเต๋ากล่าวออกมาด้วยความเย็นชา เขาพุ่งไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่องพร้อมกับสั่งทหารปีศาจที่อยู่รอบๆ “ฟังคำสั่งของข้า ขวางเมิ่งเทียนเอาไว้ทุกครั้งที่มีโอกาส!”
”รับทราบ!”ทหารปีศาจรับฟังคำสั่งของเขาในทันที
เรื่องนี้ทำให้ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้วเขาไม่เข้าใจว่าทำไมหยิงเต๋าถึงออกคำสั่งเช่นนี้?
”ดูเหมือนเขาจะไม่กลัวว่าข้าจะฆ่าเจ้าจริงๆ?”ฟางเจิ้งจือกล่าวกับเจ้าปีศาจ
”ฮ่าฮ่าใช่แล้ว เขาอยากให้ฆ่าตาย ถ้าข้าตายหยุนชิงวูจะได้กลายเป็นเจ้าปีศาจ แน่นอนว่าเขาต้องการแบบนั้น!”จักรพรรดิหยุนยิ้มอย่างขมขื่น
”อืมแล้วตัวเจ้าปีศาจเองต้องการจะตายไหมล่ะ?”
”ถ้าท่านจะฆ่าข้าก็ฆ่าเลยเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว!”
”เจ้าปีศาจไม่คิดจะลิ้มรสความสำเร็จหลังจากที่ประตูเทพเจ้าของเผ่าอสูรและเผ่าปีศาจถูกเปิดออกงั้นรึ?อีกไม่นานเผ่าปีศาจจะยึดครองโลกใช่ไหม ในฐานะเจ้าปีศาจ เจ้าน่าจะได้ผลประโยชน์หลายอย่าง?”
”ท่านหมายถึงอะไร?”จักรพรรดิหยุนถามฟางเจิ้งจือ
”กลายเป็นตัวตนระดับเทพเจ้าปกครองโลก…เจ้าไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลยงั้นรึ?” ฟางเจิ้งจือถามอีกครั้ง
”เมิ่งเทียนข้าถูกท่านจับไว้แล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องพูดถึงเรื่องเหล่านั้นอีก!”จักรพรรดิหยุนตะโกนออกมา
”สักวันหนึ่งเจ้าอาจจะเป็นหนึ่งในตัวตนเหล่านั้นก็ได้”ฟางเจิ้งจือกล่าวอีกครั้ง
”ฮ่าฮ่า…เมิ่งเทียนท่านคิดว่าข้าไร้เดียงสาพอที่จะช่วยเหลือท่านให้ออกไปจากเมืองนี้งั้นรึ?”จักรพรรดิหยุนหรี่ตาพร้อมกับหัวเราะ
”ไม่จำเป็นที่ข้าจะต้องทำเช่นนั้นถ้าข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ข้าก็เพียงแค่ข้าเจ้าซะและจัดการปีศาจที่เหลือ เจ้าอยากรู้ไหมว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง?”ฟางเจิ้งจือเหลือบมองเจ้าปีศาจอีกครั้ง
รอยยิ้มบนใบหน้าของเจ้าปีศาจแข็งค้างทันทีเขามองหยิงเต๋าที่กำลังพุ่งเข้ามาพร้อมกับทหารปีศาจ จากนั้นความเยือกเย็นก็ปรากฎขึ้นบนดวงตาของเขาทันที
”ท่านจะปล่อยให้ข้ามีชีวิตนานเท่าไร?”ในที่สุดจักรพรรดิหยุนก็ถามออกมา
”หนึ่งปี?”
”หนึ่งปี?ไม่มีทาง!”จักรพรรดิหยุนขมวดคิ้ว และปฏิเสธในทันที
”งั้นหนึ่งปีครึ่ง”
”ไม่อย่างน้อยสามปี!”
”สามปีนานเกินไปสองปีไม่มีนอกจากนี้อีกแล้ว!”
”สองปี?!ท่านจะปล่อยข้ามีชิวตไปถึงสองปีจริงๆงั้นรึ?”เสียงของจักรพรรดิหยุนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของฟางเจิ้งจือก็เปล่งประกายเช่นกัน
ในความเป็นจริงฟางเจิ้งจือมักคาดเดาการโจมตีครั้งสุดท้ายของหยุนชิงวูจากหลายสัญญาน
อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงการคาดเดา
บางทีแม้แต่พวกตัวตนระดับเทพเจ้าเองก็ไม่รู้เวลาที่แน่นอน แต่หยุนชิงวู เจ้าปีศาจ และจักรพรรดินีอสูรไป่ฉือย่อมรู้แน่นอน
และแน่นอนจากท่าทีของเจ้าปีศาจในตอนนี้เขารู้คำตอบแล้ว
”วางใจได้ถ้าข้าบอกสองปีก็คือตามนั้น!” ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมา
”ไม่ท่านต้องสาบาน!”
”ได้ข้าเทพสงครามเมิ่งเทียนขอสาบานว่าถ้าเจ้าปีศาจช่วยให้ข้ารอดพ้นไปจากสถานการณ์ในปัจจุบันได้ ข้าจะปล่อยให้เจ้าปีศาจมีชีวิตรอดอีกสองปี!”ฟางเจิ้งจือสาบานโดยไม่ลังเล ”เมิ่งเทียนข้าจะลองเชื่อท่านสักครั้ง!” จักรพรรดิหยุนไม่เต็มใจแต่เขาไม่มีทางเลือก
อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ต้องการตายในตอนนี้
แม้ว่าจะต้องมีชีวิตต่อไปท่ามกลางความดูถูกเขาก็จะทน!
”พวกเจ้ากำลังหลงผิด!”เสียงของจักรพรรดิหยุนดังขึ้นพร้อมกับมือของเขาที่ยกขึ้นเป็นสัญญาน “หยิงเต๋าเป็นพวกกบฎ จัดการเขาเสีย!”
”อะไรนะ?!”ทหารปีศาจรอบๆต่างงงวยเมื่อได้ยินสิ่งที่เจ้าปีศาจกล่าว
”พวกเจ้ากำลังรออะไร?พวกเจ้าไม่ฟังคำสั่งข้างั้นรึ?”
”รับทราบ!”
”จัดการหยิงเต๋า!”
…
ทหารปีศาจถอยออกไปและพุ่งเข้าไปหาหยิงเต๋าแทนด้านหยิงเต๋าและหัวหน้าดินแดนคนอื่นๆที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถปฏิเสธคำสั่งของเจ้าปีศาจได้
”หยิงเต๋าพวกเราช่วยเจ้าไม่ได้อีกต่อไป!”
”ข้าขอโทษหัวหน้าดินแดนหยิง!”
เมื่อเห็นเช่นนี้หัวหน้าดินแดนคนอื่นๆหลบออกไปด้านข้างทันที
”พวกเจ้า…”หยิงเต๋ากัดฟันเขารู้ว่ามันเป็นคำสั่งของเจ้าปีศาจ ความจริงเขาตั้งใจจะฆ่าเจ้าปีศาจที่อยู่ในมือของเมิ่งเทียนจริงๆ
มันเป็นการละเมิดคำสั่งของหยุนชิงวู!
อย่างไรก็ตามตอนนี้สถานการณ์ได้ต่างออกไปแล้ว
ถ้าเจ้าปีศาจไม่ได้ถูกจับตัวเขาอาจจะปกป้องเจ้าปีศาจต่อไป แต่ตอนนี้เจ้าปีศาจถูกจับตัวไปแล้ว
ถ้าเขาปล่อยให้เจ้าปีศาจกลายเป็นตัวประกันของฝ่ายมนุษย์มันอาจจะเป็นภัยต่อหยุนชิงวูในอนาคต ดังนั้นเขาจึงเสี่ยง
ใช่เขาเสี่ยงในความเป็นไปได้ที่ว่าเมิ่งเทียนนั้นไม่กล้าฆ่าเจ้าปีศาจจริงๆถ้าเขาสามารถจับตัวเมิ่งเทียนตัวปลอมด้านนอกได้แล้วขอแลกตัวกับเจ้าปีศาจ ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
อีกความเป็นไปได้หนึ่งคือเมิ่งเทียนฆ่าเจ้าปีศาจนั่นหมายความว่าหยุนชิงวูไม่มีทางปฏิเสธตำแหน่งผู้นำของเผ่าปีศาจได้อีกต่อไป
ผลลัพธ์ทั้งสองอันล้วนออกมาดีทั้งนั้น
อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าเมิ่งเทียนจะสามารถโน้มน้าวเจ้าปีศาจได้ในเวลาอันสั้น ทำให้เจ้าปีศาจเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขา
”ทำไม?ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น?!” หยิงเต๋ากล่าวออกมาด้วยความคับแค้นใจ อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำอะไรได้เพราะหอกของทหารปีศาจเข้ามาใกล้เขาแล้ว
”อ้าก!!!”เสียงคำรามด้วยความแค้นเคืองดังก้องไปทั่วเมืองเงาเลือด …
”เมิ่งเทียนปีกสีดำเป็นของท่าน!”หลังจากเห็นหยิงเต๋าถูกพวกทหารล้อมไว้ จักรพรรดิหยุนกัดฟัน ปีกสีดำหายไปจากหลังของเขาและกลายเป็นอัญมณีสีดำ
ด้านในมีปีกขนาดเล็กสีดำคู่หนึ่งบรรจุอยู่
”อา…เจ้าปีศาจช่างใจกว้างจริงๆ”ฟางเจิ้งจือยิ้มพร้อมกับหยิบอัญมณีเม็ดนั้นไป
”…”จักรพรรดิหยุนได้แต่ถอนหายใจเงียบๆ”เมิ่งเทียนข้าได้ทำตามสัญญาแล้ว ท่านคงจำที่สาบานไว้ได้ใช่ไหม?”
”มั่นใจได้ข้าเมิ่งเทียนไม่เคยคืนคำ!” ฟางเจิ้งจือกล่าวออกมาราวกับเขานั้นเป็นเมิ่งเทียนตัวจริง
มันเป็นคำสาบานของเมิ่งเทียนไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเขาเสียหน่อย!
ฟางเจิ้งจือไม่สนใจเขามองอัญมณีสีดำในมือ “ข้าจะใช้มันยังไง?”
”…”จักรพรรดิหยุนนิ่งไปเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเทพสงครามเมิ่งเทียนถึงไม่รู้วิธีใช้สมบัติเช่นนี้? อย่างไรก็ตามเขาไม่มีทางเลือก “แค่ปล่อยพลังเข้าไปในอัญมณี”
ฟางเจิ้งจือพยักหน้าจากนั้นเขาก็ค่อยส่งพลังเข้าไปในอัญมณีสีดำ
จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความโบราณความทรงพลังและความลึกลับ
”หรือปีกสีดำนี้จะเคยเป็นปีกของสัตว์ร้ายในยุคโบราณ?”ฟางเจิ้งจือคิดในใจอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้สนใจมากนัก ร่างของเขาค่อยๆผสานเข้ากับปีกสีดำ
ตูม!
ปีกสีดำขนาดใหญ่กว่าตัวฟางเจิ้งจือเกือบสองเท่าปรากฎขึ้นมันใหญ่กว่าตอนที่เจ้าปีศาจใช้อย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งไปกว่านั้นขนสีดำยังส่องแสงสีทองจางๆออกมา ความทรงพลังของมันทำให้ฟางเจิ้งจือตื่นเต้นมาก
”วู้ว!!!”ฟางเจิ้งจือตะโกนออกมาในขณะเดียวกันเขารู้สึกว่าร่างของตัวเองนั้นใหญ่ขึ้นเล็กน้อย
”นี่…นี่มันเป็นปีกสีดำรูปแบบที่แท้จริง?!ขีดจำกัดสายเลือดเดียวกัน…ปลุกพลังที่แท้จริงของปีกที่มีสายเลือดแบบเดียวกันให้ตื่นขึ้น!…มันเหมือนกับที่เคยบันทึกไว้ในสารานุกรมของปีศาจ!” ดวงตาของจักรพรรดิหยุนเบิกกว้าง
……………………………………..