Gate of God - ตอนที่ 961 ฉวยโอกาสกับข้า?
คำโบราณกล่าวว่า’การประนีประนอมจะช่วยแก้ไข้ความขัดแย้งได้มากกว่า’
ฟางเจิ้งจือไม่ชอบความพ่ายแพ้เพราะเขารู้ว่าถ้าหากยอมแพ้ไปแล้วครั้งหนึ่งก็จะจบลงด้วยความเสียเปรียบ
เขาตัดสินใจที่จะก้าวไปทีละขั้นการบังคับให้ฉานยู่ยอมแพ้ในดินแดนภูเขาทางใต้ก็เพื่อให้เขามั่นใจในความปลอดภัยของนาง
นั่นคือแผนการของฟางเจิ้งจือ
อย่างไรก็ตามเมื่อทหารปีศาจและจักรพรรดิปีศาจเห็นสิ่งนี้พวกเขาก็หมดคำพูด
เขาคือเทพสงครามเมิ่งเทียนผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนจุดสูงสุดของโลก!
ทหารปีศาจรู้สึกแปลกแต่พวกเขาไม่สามารถพูดอะไรได้นั่นเพราะไม่มีใครเคยเห็นตัวตนที่แท้จริงของเทพสงครามเมิ่งเทียน
จึงไม่มีใครรู้ว่าเมิ่งเทียนมีนิสัยอย่างไรและหญิงสาวแบบไหนที่เขาชอบ
”เมิ่งเทียนแม้ท่านจะเป็นเทพสงครามและท่านผู้อาวุโสของพวกเรา ท่านก็ไม่ …ไม่สามารถ…”หนึ่งในหัวหน้าถิ่นฐานพูดด้วยน้ำเสียงติดขัด
”ไม่ได้เหรอ?เอาเถอะเลิกพูดไร้สาระ ไปกันได้แล้ว”ฟางเจิ้งจือไม่ได้สนใจและหยุดมองดูฉานยู่ทันที
”เดี๋ยวก่อน…”ฉานยู่กัดริมฝีปากเล็กน้อยและขมวดคิ้วราวกับกำลังคิดหนักและตัดสินใจบางอย่าง
เมื่อเห็นเช่นนั้นหัวใจของฟางเจิ้งจือก็เต้นรัว”บ้าน่ะ อย่าบอกนะว่าฉานยู่จะยอมขายตัวเองเป็นทาสจริงๆ?”
เป็นอย่างที่เขาคิดฉานยู่สูดหายใจเข้าลึกแล้วอ้าปากกว้าง
”เจ้าไม่ต้องรีบให้คำตอบข้าหรอก”ฟางเจิ้งจือชูแขนขึ้นและหยุดฉานยู่เอาไว้จากนั้นก็มองไปรอบๆ “ในฐานะราชินีแดนใต้ เจ้าควรจะคิดให้ดี นอกจากนี้ข้าหวังจะได้ยินคำตอบที่คิดไตร่ตรองแล้วเท่านั้น”
หลังจากฟางเจิ้งจือพูดเขาก็ไม่ได้รอให้ฉานยู่ตอบและชี้ไปทางแดนใต้”ราชินีแดนใต้ ถ้าเราไม่รีบไปตอนนี้จะไม่สามารถออกไปได้แล้ว”
”…”ฉานยู่กลืนคำพูดกลับเข้าไปในขณะที่จ้องมองฟางเจิ้งจือ
ในขณะเดียวกันเหล่าทหารปีศาจรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า
หลังจากได้ยินคำพูดของฟางเจิ้งจือหัวหน้าถิ่นฐานต่างก็สับสนอย่างไรก็ตามพวกเขาสังเกตุถึงบางอย่างด้านหน้าประตูเงาเลือดในทันที
พวกเขาตกตะลึงเพราะทหารปีศาจจำนวนมากพุ่งไปที่ประตูพร้อมกับหัวหน้าดินแดนสองสามคนและปีศาจอาวุโสจำนวนหนึ่ง
”ฝ่าบาทหนีก่อน!”
”ใช่แล้วพวกเราค่อยคุยกันหลังจากหนีออกไปจากที่นี่!”
หัวหน้าถิ่นฐานพูดขึ้น
”ผู้อาวุโสข้าหวังว่าท่านจะทำตามที่กล่าวเอาไว้!”ฉานยู่มองไปทางประตูเมืองเงาเลือดที่มีปีศาจจำนวนมากวิ่งออกมา ก่อนที่นางจะตัดสินใจวิ่งออกไปในทิศทางตรงกันข้าม ดินแดนภูเขาทางใต้…
”ทำตามที่พูดงั้นเหรอ?”ฟางเจิ้งจือยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่มองดูแผ่นหลังของฉานยู่”ฉานยู่ ผู้หญิงคนนี้ …ดื้อรั้นจริงๆ ถ้าข้าหลอกให้นางลงนามในสัญญาขายตัว นางคงจะฆ่าข้าเมื่อรู้ความจริงอย่างแน่นอน”
…
สองวันต่อมาในยามรุ่งสางสัตว์ร้ายสองตัวที่ส่งอประกายสีทองบินลงมาที่ประตูเมืองเงาเลือด หางของมันยาวลงไปถึงพื้นดิน
หงส์ทองคำ!
”นายน้อย!!!!”
”ท่านเทพปีศาจ!” ทหารปีศาจที่ซ่อมแซมประตูเห็นร่างทั้งสองบนหลังของหงส์ทองคำจากนั้นก็คุกเข่าลง
หลังจากนั้นไม่นานหัวหน้าดินแดนและปีศาจอาวุโสก็ไปที่ประตู
”นายน้อยข้าทำให้ท่านต้องผิดหวัง ได้โปรดลงโทษข้า!”
”ท่านพ่อของข้าอยู่ที่ไหน”แทนที่จะมองดูประตูที่แตกหักนางกลับมองไปที่หอปีศาจอย่างเงียบเชียบ
นางจะไม่สังเกตุความผิดปกติของหอปีศาจได้ยังไงในขณะที่นางบินจากบนฟ้า?
”ท่านเจ้าปีศาจ…”
”พวกเราอ่อนแอเกินไป!”
”นายน้อยท่านเจ้าปีศาจ …ถูก …ถูกเมิ่งเทียนจับตัวไป…”
ปีศาจอาวุโสและหัวหน้าดินแดนก้มหัวลงและไม่กล้าสบตาหยุนชิงวู
”เมิ่งเทียน…ท่านพ่อถูกเมิ่งเทียนจับตัวไป…”ร่างของหยุนชิงวูสั่นสะท้านและมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นางไม่สามารถสงบใจลงได้
”นายน้อยข้าจะไล่ตามไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะพาตัวท่านเจ้าปีศาจกลับมาอย่างแน่นอน!”หลินยู่พูดขึ้นในที่สุด
”ไม่ผ่านไปสองวันแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะพาเขากลับมา”หยุนชิงวูมองดูประตูแตกหัก รอยดาบยาวไปจนถึงทางเข้า “เมิ่งเทียน ..เขาพูดหรือยื่นข้อเสนออะไรไว้หรือไม่?”
”เรื่องนั้น…”
”ข้าคิดว่าเขาไม่ได้เสนออะไร…”
”เมิ่งเทียนแค่บอกให้พวกเราถอนตัวจากเหมืองที่ดินแดนภูเขาทางใต้นอกจากนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก”
หลังจากหันมองกันปีศาจอาวุโสและหัวหน้าดินแดนปีศาจก็ส่ายหัวอย่างหดหู่
”ถอนตัวจากเหมืองทองงั้นหรือ?”หยุนชิงวูขมวดคิ้วแต่ทันใดนั้นเองร่างของนางกลับร่วงลงมาจากหลังหงส์ทองคำ
”นายน้อยไม่ได้นอนเลยตลอดสองวันมานี้โปรดไปพักผ่อนก่อน!”เมื่อเห็นเช่นนั้นหลลินยู่เดินไปหาหยุนชิงวูแต่ไม่ได้แตะต้องนาง
”ไม่เป็นไร”หยุนชิงวูส่ายหน้าก่อนหันมองหัวหน้าดินแดนปีศาจและปีศาจอาวุโส”หัวหน้าดินแดนหยิงอยู่ที่ไหน ทำไมข้าไม่เห็นเขา?”
”นายน้อยเนื่องจากหัวหน้าหยิง …ก่อกบฏ ตอนนี้เขาจึงอยู่ที่คุก..”ปีศาจอาวุโสและหัวหน้าดินแดนหันมองกันอย่างลังเลก่อนจะพูดออกไป
”กบฏ?”หยุนชิงวูยกมือพยุงหัวไว้ข้างหนึ่งจากนั้นดวงตาก็ส่องประกายก่อนจะพูด “ในเมื่อหัวหน้าดินแดนหยิงอยู่ในคุก ข้าจะให้เทียนยู่รับหน้าที่ดูแลเมืองเงาเลือดชั่วคราว”
”รับทราบ!”หัวหน้าดินแดนเทียนยู่ตอบรับคำสั่งของหยุนชิงวูทันที
ในขณะที่หัวหน้าดินแดนคนอื่นหัวมองกันด้วยความสับสนหยิงเต๋าเป็นคนที่หยุนชิงวูเชื่อถืออย่างมาก
พวกเขาคิดว่าหยิงเต๋าจะได้รับการปล่อยตัวทันทีที่หยุนชิงวูกลับมาอย่างไรก็ตามนางไม่ได้ทำเช่นนั้น อีกทั้งยังมอบหมายหน้าที่ให้เทียนยู่?
ทำไมกัน?
หัวหน้าดินแดนต่างสับสนและไม่สามารถรู้คำตอบ
อย่างไรก็ตามแม้จะไม่เข้าใจเหตุผลของหยุนชิงวูแต่ก็ไม่มีใครคัดค้านเพราะการตัดสินใจของหยุนชิงวูทำให้พวกเขารู้สึกว่ามันยุติธรรมแล้ว
”นายน้อย…”หลังจากได้เห็นท่าทีของหัวหน้าดินแดนโดยรอบปีศาจอาวุโสสูงสุดก็ก้มหัวลง
ในขณะเดียวกันเทียนยู่ก็เริ่มพูดขึ้น”นายน้อยเราควรส่งทหารไปตรวจสอบหาที่อยู่ของท่านเจ้าปีศาจหรือไม่?”
”ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น”หยุนชิงวูส่ายหัว”แม้ว่าเมิ่งเทียนจะไม่ได้ยื่นเงื่อนไขใดไว้ๆ เขาจะกลับมาหาข้าอย่างแน่นอนหลังจากที่จับตัวท่านพ่อไป”
”ท่านต้องการให้เรารออยู่ที่นี่งั้นหรือ?”
”เขาไม่น่าจะกลับมาที่เมืองเงาเลือดถ้าข้าเดาถูก เขาคงจะไปที่ดินแดนศักดิ์ศักดิ์”หยุนชิงวูส่ายหัวอีกครั้ง
”ดินแดนศักดิ์สิทธิ์…งั้นพวกเรา…”
”ไม่มีการเปลี่ยนแผน”หยนุชิงวูขัดจังหวะประโยคของหัวหน้าดินแดนและหันมองหลินยู่”ไปกันเถอะ เขารอเราอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
”ท่านไม่ต้องการพักผ่อนสักหน่อยหรือนายน้อย?”หลินยู่ถามเมื่อเห็นหยุนชิงวูที่เหนื่อยล้า
”อาจต้องมีการเปลี่ยนแผนสำหรับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ข้าจำเป็นต้องยืนยันบางเรื่อง”
”ยืนยันบางเรื่องงั้นหรือ?เข้าใจแล้ว”หลินยู่พยักหน้าโดยไม่ถามอะไรอีกและกระโดดขึ้นหลังหงส์ทองอีกครั้ง
เสียงร้องที่คมชัดของหงส์ดังขึ้น
หงส์ทองเริ่มกางปีกอีกครั้งก่อนจะบินขึ้นไปบนฟ้าในพริบตา
ในขณะเดียวกันหยุนชิงวูเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ดวงอาทิตย์ไม่ได้ส่องสว่างเจิดจ้าเป็นเพียงแสงสีแดงทองสลัวๆ อย่างไรก็ตามหยุนชิงวูกัดริมฝีปากเล็กน้อย “เมิ่งเทียนจริงๆงั้นหรือ?”
…
ฟางเจิ้งจือยืนอยู่หน้าปากถ้ำและแหงนหน้ามองท้องฟ้าในขระเดียวกันภายในถ้ำฉานยู่กำลังคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพหิน มีคำพูดบางอย่างสลักอยู่บนนั้น
”หลุมศพของราชาแห่งดินแดนภูเขาทางใต้!”
”ท่านราชินีแม้ว่าผู้อาวุโสเมิ่งเทียนจะช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ แต่ท่านยังคงเป็นราชินีแห่งดินแดนภูเขาทางใต้ ท่าจะยอมตกเป็นทาสของเมิ่งเทียน…”หลังจากเห็นฉานยู่คุกเข่าบนพื้นหัวหน้าถิ่นฐานก็หยุดพูดไปกลางคัน
”เจ้าคิดว่าข้ามีทางเลือกอื่นงั้นรึ?”ฉานยู่เช็ดน้ำตาที่หางตาก่อนจะเงยหน้ามองหัวหน้าถิ่นฐาน
”เรื่องนี้…”หัวหน้าถิ่นฐานหันมองกันด้วยความเงียบเชียบ
ในตอนนั้นเองหลินจีที่ถูกมัดอยู่มุมถ้ำก็เริ่มหัวเราะในขณะที่มองเจ้าปีศาจที่ถูกมัด
”ขายตัวเองเป็นทาสเพื่อซากศพไร้ค่า?ช่างน่าสมเพช!”หลินจีเยาะเย้ย
”ข้าไม่แน่ใจว่าเทพอสูรหลินจีขายตัวเป็นทาสให้กับหยุนชิงวูไม่ใช่หรือ?”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากปากถ้ำร่างหนึ่งค่อยๆเดินเข้ามา
”ไร้สาระข้าขายตัวเป็นทาสตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”หลินจีตอบกลับโดยไม่คิดมากเพราะนางรู้ว่าร่างนั้นคือใคร ”โอ้เจ้าไม่ได้ทำเช่นนั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือเยาะเย้ย
”ไม่อย่างแน่นอน!”น้ำเสียงของหลินจีเต็มไปด้วยความมั่นใจ
”ถ้าเช่นนั้นข้าไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ที่อยู่ในระดับเทพเจ้าถึงยอมทำตามคำสั่งคนอ่อนแออย่างหยุนชิงวู”ฟางเจิ้งจือกล่าว
”อ่อนแอ?ฮ่าฮ่า…” หลินจีหัวเราะแล้วมองดูราวกับกำลังคิดบางอย่าง “ข้าไม่แน่ใจว่าเทพสงครามรู้จักวิธีเล่นหมากรุกหรือไม่?”
”เล็กน้อย”ฟางเจิ้งจือพยักหน้า
”ถ้าข้ามีตัวหมากหนึ่งร้อยและเจ้ามีแค่ห้าสิบเจ้ามั่นใจว่าจะชนะข้าหรือไม่?”หลินจีสอบถาม
”หนึ่งร้อยกับห้าสิบ?”ฟางเจิ้งจือตกตะลึงครู่หนึ่งก่อนที่จะนั่งลง”ถ้าฝ่ายตรงข้ามคือเจ้า ข้าคิดว่ามีโอกาสสูงที่จะชนะ”
”ฮ่าฮ่าเมิ่งเทียนข้าเริ่มชอบความมั่นใจของเจ้า …หรือความไร้ยางอายกันแน่นะ?”หลินจีหัวเราะอีกครั้ง “ยังไงก็ตามแม้เจ้าจะเอาชนะหมากหนึ่งร้อยตัวของข้าได้ แต่ข้าจะไม่เชื่อฟังเจ้าเพราะจักรพรรดินีน้อยใช้เพียงหมากสิบห้าตัวเท่านั้น!”
”สิบห้าตัว?”
”ใช่แล้วที่ภูเขาสวรรค์ จักรพรรดินีน้อยชนะข้าด้วยหมากสิบห้าตัวเท่านั้น!”หลินจีพูดอย่างประทับใจ
”ชนะด้วยหมากสิบห้าตัว?”ในที่สุดฟางเจิ้งจือก็เข้าใจว่าทำไมผู้ที่อยู่ในระดับเทพเจ้าถึงได้เชื่อฟังหยุนชิงวู
มันฟังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาแต่เฉพาะผู้ที่เข้าใจและมีความรู้กว้างของอย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะอ่านเกมได้อย่างชาญฉลาด
แน่นอนว่าฟางเจิ้งจือรู้ดีว่าเกมที่เกิดขึ้นบนภูเขาสวรรค์ไม่ใช่แค่เกมเท่านั้นแต่มันเป็น ‘แผนการ’ แผนการการต่อสู้ระหว่างมนุษย์และอสูรกับปีศาจ
แม้จะมีจำนวนน้อยกว่าแต่ชนะหนึ่งร้อยคนด้วยสิบห้าคนเท่านั้น!
”ดูเหมือนเจ้ากำลังพยายามหลอกล่อให้ข้าไปที่ภูเขาสวรรค์เพื่อดูการเล่นหมากรุกที่เจ้าว่างั้นหรือ?”ฟางเจิ้งจือมองดูหลินจี
ร่างกายของหลินจีสั่นสะท้านหลังจากที่ความคิดของนางถูกเปิดเผยอย่างไรก็ตามนางหัวเราะออกไปอย่างมั่นใจอีกครั้ง “เข้าใจถูกแล้ว ไม่รู้ว่าเทพสงครามเมิ่งเทียนจะกล้าไปหรือเปล่า?”
”ไป…แน่นอนว่าข้าต้องไปอย่างไรก็ตามก่อนที่ข้าจะไป ข้าต้องแก้ปัญหาส่วนตัวระหว่างพวกเราก่อน” ฟางเจิ้งจือกล่าวพร้อมทอดสายตาไปยังร่างของหลินจี
”แหม…เจ้ากำลังจะพยายามฉวยโอกาสกับข้างั้นหรือ?”หลินจีกล่าวพร้อมบิดร่างไปมาแทนที่จะหลบหรือหวาดกลัวนางกลับยื่นหน้าอกของนางไปทางฟางเจิ้งจือ
……………………………………..