Gate of God - ตอนที่ 965 เสียสละเพื่อแผนที่ยิ่งใหญ่
น่าเศร้าที่หลินจีโลภมากเกินไป
ถ้านางไม่บอกฉานยู่เรื่องแหล่งพลังเทพเจ้าฟางเจิ้งจือคงไม่สังเกตุแผนการของนางแน่นอน
ฟางเจิ้งจือได้สติและดึงไข่มุกอสูรกลับมาอย่างรวดเร็ว
”นายน้อยฟางท่านจะปล่อยท่านฉานยู่ไว้แบบนี้ไม่ได้!” ดวงตาของหัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามแดงก่ำเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
”ไร้สาระ!ข้าไม่มีทางปล่อยให้นางตายแน่นอน! แต่ไข่มุกอสูรไม่สามารถช่วยชีวิตนางได้” ฟางเจิ้งจือค่อยๆวางฉานยู่ลงบนพื้นช้าๆก่อนที่เขาจะเดินไปยังร่างของหลินจี
”ช่วยนางไม่ได้?อย่างไรก็ตามนายน้องฟางไม่ได้บอกงั้นหรือว่าไข่มุกอสูรสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้?”หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามมองหน้ากันด้วยความสับสน อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้และแม้ฟางเจิ้งจือจะไร้ยางอายแต่พวกเขามั่นใจว่าฟางเจิ้งจือต้องช่วยฉานยู่แน่นอน
”ไข่มุกอสูรสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้จริงๆแต่ฉานยู่ไม่สามารถกินไข่มุกอสูรเม็ดนี้เข้าไปได้ ร่างของนางจะระเบิดออกจากภายในทันทีที่กินมันเข้าไป”
”โอ้ข้าเข้าใจแล้ว…งั้นพวกเราควรทำยังไงดี?”หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามรู้ดีว่าความรู้ของพวกเขาไม่สามารถเทียบกับฟางเจิ้งจือได้
ร่างกายนั้นเป็นปัจจัยหลักในการฝึกพลังยุทธ
เหมือนขวดน้ำถ้าขวดน้ำเล็กเกินไป มันจะไม่สามารถรับน้ำจำนวนมากเข้ามาได้และจะแตกออกทันทีที่น้ำไหลเข้ามากเกินไป ระดับพลังไข่มุกเทพอสูรนั้นมีพลังมากเกินกว่าที่ฉานยู่จะรับไหว
ฟางเจิ้งจือไม่ได้อธิบายเรื่องนี้ให้หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามฟังแต่เขากำลังหาบางอย่างจากร่างของหลินจี
”มันคืออะไรกัน?!”
”หรือว่ามันคือ…”
หัวหน้าถิ่นฐานทั้สามเบิกตากว้างมองสิ่งที่ฟางเจิ้งจือถืออยู่
”มันคือถุงน้ำดีงู”ฟางเจิ้งจือพยักหน้าเบาๆแม้เขาจะไม่ได้เรียนหมอหรือเภสัช แต่เขาก็รู้เรื่องทั่วไปของพิษงู
อย่างน้อยเขาก็เคยใช้ชีวิตในช่วงสั้นๆอยู่ในป่าอันโหดร้ายของแดนใต้
ฟางเจิ้งจือถือถุงน้ำดีงูแต่แทนที่เขาจะป้อนน้ำดีงูให้กับฉานยู่โดยตรง เขากลับเอาปากดูดไปที่ลำคอของนาง
”อย่าทำแบบนี้นายน้อยฟางมันอันตรายเกินไป!”
”ใช่แล้วถ้าท่านจะทำแบบนี้ก็ให้พวกเราทำแทน!”
”นายน้อยฟาง!” หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามรู้ว่าฟางเจิ้งจือกำลังจะทำอะไรพวกเขาต้องการจะหยุดแต่มันสายเกินไป
ถุย!ฟางเจิ้งจือถ่มพิษที่ดูดเข้าไปออกมาของเหลวสีม่วงละลายพื้นดินในทันที
”ออกไปจากถ้ำและอย่าให้ใครเข้ามาที่นี้ได้”ฟางเจิ้งจือพูดขึ้นหลังจากที่ถ่มพิษออกมา
ความจริงแล้วเขาไม่ได้พยายามทำตัวเป็นฮีโร่แต่อย่างใดเขาแค่จำเป็นต้องทำเพราะพิษรุนแรงเกินกว่าที่หัวหน้าถิ่นฐานจะรับไหว
”นายน้อยฟาง!”
”ออกไป!”
”ถ้างั้นพวกเราขอฝากให้นายน้อยฟางจัดการด้วย!”หัวหน้าถิ่นฐานพยักหน้าและรีบออกไปในทันทีแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม
ฟางเจิ้งจือยังคงดูดพิษออกจากคอของฉานยู่อย่างต่อเนื่อง
มันเป็นวิธีรักษาที่เก่าแก่และอันตรายที่สุด นั่นเพราะพิษที่รุนแรงอาจเข้าสู่ร่างกายของฟางเจิ้งจือได้ถ้าเขาไม่ระวังให้มากอย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลามากังวลเรื่องนั้น
หลังจากนั้นไม่นานพิษสีม่วงบนพื้นค่อยๆกลายเป็นสีแดงสดในขณะที่ฟางเจิ้งจือเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
หลีนจีผู้ที่อยู่ในระดับเทพเจ้า!
ความรุนแรงของพิษอันตรายอย่างแน่นอน
รสชาติของพิษไม่สามารถอธิบายออกมาได้มันทำให้รู้สึกแสบร้อนและชาทั่วทั้งปาก
หลังจากดูดพิษออกจนหมดฟางเจิ้งจือถือถุงน้ำดีงูและพยายามเปิดปากฉานยู่ด้วยมืออีกข้าง
อย่างไรก็ตามฉานยู่หมดสติและริมฝีปากของนางปิดแน่นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปิดมันออก
เขาจะให้ถุงน้ำดีได้อย่างไรในเมื่อนางไม่ยอมเปิดปากออก ฟางเจิ้งจือขมวดคิ้วและหันมองถุงน้ำดีก่อนจะมองไปที่ฉานยู่จากนั้นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะใช้ฟันกัดไปที่ถุงน้ำดี
ของเหลวที่แสบร้อนไหลเข้าปากของเขาจนฟางเจิ้งจือเบิกตากว้าง
ขม…
รสชาติของมันห่วยมาก!
ถ้าพิษก่อนหน้านี้ขมที่สุดแล้วรสชาติของถุงน้ำดีจะเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้
อย่างไรก็ตามเขามีทางเลือกหรือไม่?
ไม่!
ดังนั้นเขาค่อยๆก้มโค้งลงแล้วป้อนน้ำดีงูด้วยปากของเขา
”อื้อออ….”ฉานยู่ครวญครางอย่างไม่เต็มใจเมื่อน้ำดีไหลเขาปากนางเริ่มต่อต้าน
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ยอมหยุดอย่างแน่นอน!
เขาใช้ร่างของเขากดทับฉานยู่โดยสมบูรณ์เขารู้สึกอบอุ่นราวกับกำลังนั่งอยู่บนหลังมาที่มีผิวนุ่มนวล
”อื้อออ!!!”เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่สั่นไหวทั้งแขนและขาของนางกระตุกไปมาอย่างต่อเนื่อง
ฟางเจิ้งจือไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนแต่เขารู้ว่าไม่ตัวเองสามารถทำอะไรได้
”ดูเหมือนข้าจะต้องกดนางแน่นกว่านี้!”ฟางเจิ้งจือไม่ชอบความรุนแรงแต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น
ตามคำกล่าวที่ว่า’ใช้วิธีให้เหมาะสมกับสถานการณ์’ ฟางเจิ้งจือเริ่มใช้แขนและขากดลงบนร่างของฉานยู่
หลังจากพายุผ่านพ้นไป…
สายรุ้งย่อมปรากฎ
ฟางเจิ้งจือไม่รู้ว่าเขาต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการป้อนน้ำดีจนหมดร่างของเขากดทับลงบนร่างของฉานยู่โดยสมบูรณ์ ในขณะที่เดียวกันแสงเริ่มส่องสว่างเข้ามาในถ้ำ ”เชี่ยอะ..ไร…”ฟางเจิ้งจืออยากจะสาปแช่งแต่ก็ตระหนักว่าเขาไม่สามารถพูดจนจบประโยคได้เพราะปากของเขาชา
เหงื่อไหลโชกไปทั่วร่างของเขา
ความจริงแล้ว…
การที่จะต้องอยู่บนหลังม้าทั้งคืนไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่เขาคิดเอาไว้!
เห้อ!ฟางเจิ้งจือฉีกกัดถุงน้ำดีออกเป็นชิ้นเล็กๆและป้อนมันให้กับฉานยู่
ในขณะเดียวกันที่ปากถ้ำหัวหน้าถิ่นฐานมองกันด้วยสีหน้าที่แดงก่ำและพูดไม่ออก
”เหยียนหยาเจ้าคิดว่า นะ …นาย …นายน้อยฟาง ..ช่วยฝ่าบาทอยู่ใช่ไหม?”หนึ่งในหัวหน้าถิ่นฐานพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่สับสนของเหยียนหยา
”นายน้อยฟางไม่ใช่คนแบบนั้น!”เหยียนหยาส่ายหัว
”ยังไงก็ตามข้าได้ยินว่านายน้อยฟางเข้าถึงเต๋าหยินหยางเป็นไปได้ไหม…เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำเช่นนั้นเพื่อช่วยฝ่าบาท?”
”นี่…”ท่าทีของเหยียนหยาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น
”ข้าคิดว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้ายถ้านายน้อยฟางจะทำเช่นนั้นกับฝ่าบาท”หัวหน้าถิ่นฐานอีกคนพูดขึ้น
”เจ้าหมายความว่ายังไง?”
”พวกเรารู้ถึงความรู้สึกที่ฝ่าบาทมีให้กับนายน้อยฟางนอกจากนี้ราชาองค์ก่อนก็ให้พรแก่เขาทั้งสอง ข้าพูดถูกไหม?”
”ใช่เจ้าพูดถูกราชาองค์ก่อนตั้งใจเช่นนั้นจริงๆแต่ในคืนนั้นนายน้อยฟางแอบขึ้นเตียงของฝ่าบาท…”
”เขาถูกหลอกล่อโดยองค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรเซี่ย!”
”ข้ารู้แล้วงั้นถ้านายน้อยฟางจะทำเช่นนั้นเพื่อช่วยฝ่าบาท มันก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีแล้ว!”
”แน่นอน!” ”…”
”อะไรกัน?ข้าคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องดี!”ในขณะที่หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามถกเถียงกันเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากภายในถ้ำ
หลังจากนั้นฟางเจิ้งจือที่ตัวเปียกเหงื่อก็เดินออกมาเขาถอดเสื้อออกแล้วพาดไว้ที่แขนข้างหนึ่ง
หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามหันมองด้วยความรวดเร็วและเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
”นายน้อยฟางให้พวกเราช่วยอะไรไหม?”
”หาถังน้ำให้ข้าหน่อยข้าอยากอาบน้ำ”ฟางเจิ้งจือส่ายหัวขณะที่มองเหงื่อบนร่างกาย เขาหาที่นั่งลงก่อนจะพูดอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อน หามาสองถังเลยฉานยู่เองก็ต้องอาบน้ำเช่นกัน”
”รับทราบข้าจะไปหามาให้เดี๋ยวนี้”หนึ่งในหัวหน้าถิ่นฐานพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปทางทะเลสาบ
ขณะเดียวกันเหยียนหยาก็หันมองกับหัวหน้าถิ่นฐานอีกคนด้วยท่าทางแปลกๆพวกเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
ฟางเจิ้งจือสับสนเล็กน้อยแต่เขาเหนื่อยเกินกว่าจะถามอะไร
อย่างไรก็ตามเขาเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงมีท่าทีแปลกๆไม่นานถังน้ำสองถังก็มาวางอยู่ตรงหน้าเขา
”ขอบคุณนายน้อยฟาง!”
”พวกเราขอฝากนายน้อยฟางอาบน้ำให้ฝ่าบาทด้วยในนามของประชากรดินแดนภูเขาทางใต้ พวกเราขอขอบคุณแทนทุกคน!”
”อืมโปรดมั่นใจนายน้อยฟาง พวกเราจะป้องกันด้านนอกและไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนการอาบน้ำของท่านได้!”
หัวหน้าถิ่นฐานพูดขึ้นหลังจากเห็นฟางเจิ้งจือจ้องที่ถังน้ำทั้งสอง
”…”ริมฝีปากของฟางเจิ้งจือกระตุกเล็กน้อยเขามองที่ถังน้ำทั้งสองก่อนจะหันมองหัวหน้าถิ่นฐานและพูดขึ้น “พวกเจ้าอยากให้ข้าอาบน้ำให้ฉานยู่?”
”ใช่แล้ว!”หัวหน้าถิ่นฐานพยักหน้า
”แต่ข้ายังเด็ก!”
”เด็ก?”หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามเข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร”นายน้อยฟาง อย่าบอกนะว่าท่านจะให้พวกเราทำ? พวกเราไม่สามารถทำเรื่องนั้นได้!”
”ข้าเป็นคนเดียวที่ทำได้?”
”แน่นอน”
”ฉานยู่จะฆ่าข้าไหมหลังจากที่นางตื่นขึ้นมา?”
”นายน้อยฟางโปรดมั่นใจฝ่าบาทจะไม่ทำร้ายท่านอย่างแน่นอน พวกเราจะอธิบายให้ฝ่าบาทฟังเอง”
”ใช่แล้ว”
”ท่านช่วยชีวิตของฝาบาทเอาไว้ผู้คนของดินแดนภูเขาทางใต้ล้วนเป็นหนี้ชีวิตท่าน!”หัวหน้าถิ่นฐานคุกเข่าลงหลังจากพูดจบ ”เอาล่ะดูเหมือนข้าต้องเสียสละทำเรื่องนี้สินะ”ฟางเจิ้งจือกระอักกระอวนเล็กน้อย แต่เขารู้ดีว่าเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
เสียสละ…
”ไร้ยางอาย!”หลังจากได้ยินฟางเจิ้งจือพูดเจ้าปีศาจก็อดกล่าวออกมาด้วยความดูถูกไม่ได้
”เจ้ากล้าว่านายน้อยฟางได้ยังไง?”
”เจ้ากล้าดียังไงนายน้อยฟางเสียสละตัวเองเพื่อฝ่าบาท เขาจะไร้ยางอายได้ยังไง?!”
หัวหน้าถิ่นฐานทั้งสามกลัวว่าฟางเจิ้งจือจะเข้าใจผิดดังนั้นหลังจากที่เจ้าปีศาจดูถูกเขา พวกเขาก็ยืนขึ้นในทันที
ตูม!โป้ก! ตึง! ในไม่ช้าก็มีรอยเลือดมากมายปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเจ้าปีศาจ
เจ้าปีศาจถูกหัวหน้าถิ่นฐานของดินแดนภูเขาทางใต้รุมกระทืบอีกครั้ง?นอกจากนี้เขายังไม่สามารถหลบเลี่ยงได้! ”ข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่นอน!”เจ้าปีศาจตะโกนด้วยความโกรธแค้น
อย่างไรก็ตามฟางเจิ้งจือไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นและนำถังน้ำสองใบเข้าไปในถ้ำ
เมื่อเข้าไปเขาก็หันมองฉานยู่ที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
เช่นนั้น…
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของเขา
”ข้าจะอาบก่อนหรืออาบให้เจ้าก่อน…หรือพวกเราจะอาบพร้อมกันดีล่ะ?”ฟางเจิ้งจือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
……………………………………..