Genius Detective อัจฉริยะนักสืบไขคดีปริศนา - บทที่ 1: คดีฆาตกรรมหวังเยว่เชอ
เขากำลังคุกเข่าอยู่ท่ามกลางกองเลือด พยายามอย่างบ้าคลั่งที่จะปลุกร่างไร้วิญญาณที่เริ่มแข็งทื่อขึ้นมา ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นกะทันหันก็ทำให้เขาต้องตื่นตัว
เขาหยิบปืนพกขึ้นมาจากแอ่งเลือดแล้วเล็งไปยังผู้ที่กำลังเดินเข้ามา พลางตะโกนอย่างคุ้มคลั่ง “ฉันจะฆ่าแก!”
ทว่า ไม่ว่าเขาจะเหนี่ยวไกสักกี่ครั้ง กระสุนก็ไม่ยอมทำงาน ร่างที่กำลังเดินเข้ามาส่งเสียงหัวเราะเยาะหยัน “ฮ่าๆ ช่างเป็นฉากที่ยอดเยี่ยมจริงๆ! สุดยอดนักสืบ ‘ซ่งหลาง’ ลงมือสังหารผู้บังคับบัญชาและคู่หูของตัวเองด้วยมือคู่เดิม! ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์วันพรุ่งนี้เลยละ!”
ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอกของซ่งหลาง พร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ เขาขว้างปืนทิ้งแล้วพุ่งเข้าใส่คนร้ายที่ต้อนเขาจนมุม แต่ยังไม่ทันที่ซ่งหลางจะเข้าถึงตัว อีกฝ่ายก็ชักท่อเหล็กจากด้านหลังฟาดเข้าที่ศีรษะของเขาอย่างแรง ซ่งหลางล้มลงกับพื้น เลือดสดๆ ไหลทะลักอาบขมับ
บุคคลปริศนาโยนท่อเหล็กทิ้งลงบนพื้น เสียงกระทบของมันดังสะท้อนบาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
“ฟังให้ดี ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป สุดยอดนักสืบซ่งหลางจะหายสาบสูญไปตลอดกาล ถ้าฉันได้กลิ่นหรือร่องรอยของแกอีกแม้แต่นิดเดียว ฉันจะตามล่าและพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่แกรักไปอีกครั้ง!” เงาร่างลึกลับหัวเราะลั่นก่อนจะอันตรธานหายไปในความมืด…
เฉินซื่อสะดุ้งตื่นจากความฝัน ในกระจกมองหลัง เขาเห็นใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของตัวเอง มันดูแปลกตาจนราวกับเป็นคนแปลกหน้า แม้ว่าเขาจะยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อลืมอดีตไปให้หมดสิ้น แต่ค่ำคืนที่เปื้อนเลือดและแปดเปื้อนนั้นกลับยังคงตามมาหลอกหลอนในความฝัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อทรมานเขา
เขาหยิบบุหรี่ออกจากกล่องเก็บของหน้ารถแล้วเขย่าดู แต่ก็พบว่ามันว่างเปล่า จึงโยนมันกลับไปด้วยความหงุดหงิด
บ้าเอ้ย เหงื่อท่วมอีกแล้ว ทั้งที่เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่ ‘เสือใบไม้ร่วง’ [5] นี่มันร้ายกาจจริงๆ ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนผ่านแบบนี้ ถ้าไม่ระวังตัวให้ดีคงได้เป็นหวัดแน่ๆ ยิ่งอาชีพคนขับรถอย่างพวกเรา ไม่มีอิสระหรือความหรูหราพอที่จะนอนป่วยอยู่บนเตียงได้ตั้งหลายวันหรอก
เขาเหลือบมองนาฬิกาและพบว่ามันตีสองแล้ว ได้เวลาขับรถกลับบ้านไปอาบน้ำอุ่นและนอนพักผ่อนเสียที
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากโทรศัพท์ของเฉินซื่อก็ดังขึ้น แจ้งเตือนว่ามีคำสั่งซื้อบริการใหม่เข้ามา โดยผู้โดยสารที่เรียกใช้อยู่ห่างออกไปเพียงหนึ่งกิโลเมตร
เมื่อมองดูจุดหมายปลายทางของผู้โดยสาร เขาก็พบว่าเป็นทางผ่านกลับบ้านของเขาพอดี ได้กลับบ้านด้วย แถมยังได้เงินไปซื้อเนื้อย่างเสียบไม้อีกต่างหาก มีอะไรต้องปฏิเสธล่ะ? เขาคลิกยืนยันรับออเดอร์ด้วยความชำนาญ ก่อนจะสตาร์ทรถออกไป
เงาร่างของหญิงสาวปรากฏขึ้นตรงหน้าแสงไฟหน้ารถ เฉินซื่อจึงเอามือสางผมที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงของตัวเองแบบลวกๆ
เรียวขาขาวเนียนละเอียดก้าวเข้ามาที่เบาะหลังอย่างสง่างามก่อนจะเปิดประตู เมื่อสาวงามก้มตัวเข้ามาในรถ สายตาของเฉินซื่อก็เหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง… อืม อย่างน้อยก็คัพ D แน่ๆ
“จะไปไหนครับคนสวย?”
“ไม่ต้องมาพูดจาไร้สาระ ในออเดอร์ก็บอกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไปโรงแรมเฟิงจือหลิน?!” สาวงามเอ่ยบ่นอย่างห้วนๆ
หลังจากรถออกตัว สาวงามก็หยิบบุหรี่ซองหนึ่งออกจากกระเป๋า เฉินซื่อใช้นิ้วสองนิ้วคีบส่งไปทางเธอพร้อมเอ่ยขอกันซึ่งๆ หน้า “ขอสักมวนสิครับ พอดีลืมซื้อบุหรี่ แล้วมันอยากจนทนไม่ไหวจริงๆ”
คำตอบเดียวที่เขาได้รับคือสายตาเหยียดหยามที่ส่งผ่านมา ก่อนที่เธอจะกรอกตาและเก็บซองบุหรี่กลับเข้ากระเป๋าไป
“ถามหน่อยสิครับ!” เฉินซื่อยังคงชวนคุยต่อแก้เก้อ “ไปโรงแรมคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ แฟนไม่มาส่งเหรอครับ? ไม่รับผิดชอบเอาซะเลย!”
“ฉันแค่ไปหาเพื่อน!”
“อ้อ คำตอบคลาสสิกเลยนะเนี่ย ดึกๆ แบบนี้ ถ้าไปเจอคนไม่ดีเข้ามันจะไม่ปลอดภัยนะ”
“คนไม่ดีงั้นเหรอ?” สาวงามเย้ยหยัน “คำว่า ‘คนเลว’ มันไม่ได้เขียนแปะไว้บนหน้าซะหน่อย!”
“ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ ผมไม่ได้โม้นะ แต่ถ้ามีฆาตกรขึ้นมาบนรถผมจริงๆ สิบรายผมคงมองออกสักเก้ารายว่าเนื้อแท้เขาเป็นยังไง”
“อ๋อเหรอ? งั้นไหนลองบอกหน่อยซิว่าฆาตกรหน้าตาเป็นยังไง?”
“อืม พวกฆาตกรเหรอ? โดยทั่วไปพวกนี้จะตาขวางๆ ลุกลี้ลุกลน มีท่าทางระแวดระวังภัยสูง แล้วก็อ่อนไหวกับหงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือมักจะเลี่ยงพูดถึงเรื่องของตัวเอง”
สาวงามพ่นลมหายใจ “พูดซะเหมือนตัวเองมีประสบการณ์ตรงอย่างนั้นแหละ”
เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มคุ้นเคยขึ้นมาบ้างแล้ว เฉินซื่อจึงแกล้งทำใจกล้าถามต่อ “งั้นเรามาแอด WeChat กันหน่อยไหมครับคนสวย?”
“ว่าไงนะ?”
“แค่อยากทำความรู้จักน่ะครับ ทำไมต้องทำท่าระแวงขนาดนั้นด้วย?”
“ขอโทษทีนะ ฉันไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรู้จักกับคนประเภทคุณ”
“โอเคๆ ถือว่าผมไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน” เฉินซื่อถอยทัพกลับอย่างมีชั้นเชิง
หลังจากความเงียบเข้าปกคลุม สาวงามก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า แอบมองเฉินซื่อผ่านกระจกมองหลังแวบหนึ่ง จากนั้นจึงพิมพ์ข้อความลงไป: “ที่รัก คนขับรถคนนี้พูดไม่หยุดเลย น่ารำคาญชะมัด!”
“เมื่อเช้าวันที่ 11 กันยายน บริเวณห่างจากสะพานบนถนนซีอันฝู่ประมาณ 100 เมตร พบศพหญิงสาวอยู่ริมแม่น้ำ ผู้ตายอายุประมาณ 25 ปี รูปร่างผอมเพรียว หน้าตาสะสวย เสื้อผ้าของผู้ตายมีร่องรอยฉีกขาดเสียหาย และมีรอยเชือกบาดที่ลำคอ รายงานผลชันสูตรเบื้องต้นจากนิติเวชระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการถูกรัดคอจากทางด้านหลัง และผู้ตายมีเพศสัมพันธ์ก่อนเสียชีวิต ต่อมาเราพบกระเป๋าถือของผู้ตายตกอยู่ห่างออกไปทางท้ายน้ำประมาณ 300 เมตร ภายในมีบัตรประจำตัวประชาชน โทรศัพท์มือถือ และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ จากการตรวจสอบยืนยันได้ว่าเงินสดจำนวน 1,000 หยวนที่ผู้ตายพกติดตัวไปได้หายไป โทรศัพท์มือถือเปิดไม่ติดเนื่องจากจมน้ำ แต่หลังจากกู้ข้อมูลได้สำเร็จ ก็พบข้อความสองข้อความสุดท้ายที่ผู้ตายส่งหาแฟนหนุ่ม ข้อความแรกระบุว่า ‘ที่รัก คนขับรถคนนี้พูดไม่หยุดเลย น่ารำคาญชะมัด!’ ส่วนข้อความที่สองระบุว่า ‘เพิ่งลงจากรถ และฉันรู้สึกเหมือนมีคนกำลังเดินตามหลังมา’ ทางตำรวจได้เข้าพบแฟนหนุ่มของผู้ตายแล้ว ซึ่งเขาได้รับการยืนยันว่าได้รับข้อความดังกล่าวจริง ขณะนี้เรากำลังประสานงานกับทางแพลตฟอร์ม หวังเยว่เชอ เพื่อตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของคนขับรถรายนี้”
หลังจากหลินชิวผู กัปตันทีมสืบสวนคดีอาชญากรรม อ่านรายละเอียดของคดีด้วยน้ำเสียงราบเรียบจบลง เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ก็เริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันทันที
“เป็นคดีฆาตกรรมโดยคนขับหวังเยว่เชออีกแล้วเหรอ?”
“เดี๋ยวนี้คุณภาพของคนขับหวังเยว่เชอมันแย่ขนาดนี้เลยเหรอ? ฉันว่าแพลตฟอร์มมืดๆ ที่ปล่อยให้คนขับพวกนี้ทำงานควรจะถูกสั่งแบนไปเลยดีกว่า”
“อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปสิ ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดเลยว่าฆาตกรคือคนขับรถ”
“แต่ถ้าดูจากเวลาการเสียชีวิต เหตุการณ์มันเกิดช่วงตีสาม แถมการจราจรแถวสะพานตอนนั้นก็เบาบางมาก โอกาสที่ฆาตกรจะเป็นคนขับรถจึงสูงมากเลยนะ!”
หลินชิวผูเคาะโต๊ะสองสามครั้ง ลูกน้องในห้องจึงเงียบเสียงลงทันที เขาเอ่ยต่อ “หวังเยว่เชอ, ข่มขืน, ฆาตกรรม และหญิงสาวหน้าตาดี… ไม่ถึงเดือนหลังจากคดีฆาตกรรมหวังเยว่เชอครั้งก่อน ฉันไม่คิดเลยว่าคำพวกนี้จะมาปรากฏในแฟ้มคดีอีกครั้ง ทันทีที่คดีนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มันจะสร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างมหาศาล ทางผู้ใหญ่จึงให้ความสำคัญและจับตามองคดีนี้เป็นพิเศษ พวกเขาออกคำสั่งให้เราปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด เรื่องแรงกดดันจากเบื้องบนและสื่อมวลชนฉันจะเป็นคนรับไว้เอง ส่วนพวกนายให้สืบสวนตามกระบวนการปกติ เพราะฉะนั้น วันหยุดทั้งหมดในช่วงสองวันนี้ให้ยกเลิก ใครที่ปกติเคยนอน 7 ชั่วโมง จากนี้ให้นอนแค่ 5 ชั่วโมงพอ เราต้องปิดจ๊อบให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมงนี้! ทุกคนมีความมั่นใจไหมว่าจะทำได้สำเร็จ?”
โดยปกติ คำพูดเหล่านี้จะดูเข้มงวดและกดดันมาก ทว่าเมื่อมันหลุดออกมาจากปากของหลินชิวผู มันกลับแฝงไปด้วยพลังที่สุขุมและน่าเกรงขาม เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงหลายคนที่จ้องมองกัปตันหลินผู้แสนสุขุมเท่ระเบิดคนนี้ ต่างพากันส่งสายตาเป็นประกายวิบวับ
ส่วนเจ้าหน้าที่ชายทำได้เพียงมองเพื่อนร่วมงานหญิงที่กำลังเคลิบเคลิ้มแล้วทอดถอนใจเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นไปก็มีแต่จะบั่นทอนจิตใจเปล่าๆ
“พวกเรามั่นใจครับ/ค่ะ!” สมาชิกในหน่วยตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
“ดี งั้นฉันจะมอบหมายงาน เสี่ยวฉี พาทีมไปตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุซ้ำอีกรอบ…”
เจ้าหน้าที่ทยอยเดินออกจากห้องประชุมไปทีละคน หลินชิวผูกำลังเก็บแฟ้มคดีอยู่ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมาจากด้านหลัง มือของเขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเก็บเอกสารต่อ โดยไม่ได้หันหน้ากลับไป เขาเอ่ยถาม “เธอยังไม่ไปอีกเหรอ?”
“ทำไมพี่ถึงชอบมอบหมายงานที่ไม่สำคัญอย่างการสืบหาความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้ตายให้ฉันตลอดเลยล่ะคะ?!” เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ไม่สำคัญงั้นเหรอ? สำหรับฉัน ไม่มีงานไหนที่ไม่สำคัญหรอก ทุกหน้าที่ล้วนเป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในการสืบสวนทั้งนั้น เธอแค่ทำตามคำสั่งก็พอ!”
“หึ พูดจาสละสลวยจังเลยนะ ก็เป็นแบบนี้ทุกทีนั่นแหละ งานที่เสี่ยงอันตรายหรืองานยากๆ ไม่เคยตกมาถึงมือฉันเลย ในสายตาของพี่ หลินชิวผู ฉันจะเป็นแค่เด็กผู้หญิงซื่อบื้อที่ไม่รู้จักโตไปตลอดชีวิตเลยใช่ไหม? ฉันฝึกฝนอยู่ที่โรงเรียนตำรวจตั้งสี่ปีเพื่อมาเป็นตำรวจที่มีฝีมือนะ ไม่ใช่เพื่อมาเดินเล่นหาประสบการณ์ชีวิต!”
ในที่สุดหลินชิวผู้ก็หันกลับมา สบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเธอ แววตาของเขาอ่อนแสงลง “น้องพี่ พี่…”
“กัปตันหลิน!” ตำรวจหญิงคนนั้นขึ้นเสียงดังขัดจังหวะ “เรียกขานกันสนิทสนมแบบนี้ในสถานีตำรวจ มันเหมาะสมแล้วเหรอคะ?”
เธอเดินไปที่ประตูและหยุดฝีเท้าลงครู่หนึ่ง “พี่ชาย… คดีนี้ฉันจะทำให้พี่ต้องยอมรับในความสามารถของฉันให้ได้!”
มองดูแผ่นหลังของเธอที่เดินจากไป ใบหน้าของหลินชิวผูก็เผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา
เชิงอรรถ:
-
[1] retraction of advancing troops: สำนวนเปรียบเปรย หมายถึง การถอยทัพ (เปลี่ยนเรื่องคุยหรือยอมรามือเมื่อเห็นท่าไม่ดี)
-
[2] หยวน (Yuan): สกุลเงินของประเทศจีน
-
[3] หวังเยว่เชอ (Wang Yueche / 网约车): บริการเรียกรถยนต์ส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน (เช่น Grab หรือ Uber แต่ในจีนที่ดังที่สุดคือ Didi)
-
[4] stars in their eyes: แววตาเป็นประกาย (แสดงถึงความชื่นชม หลงใหล หรือเทิดทูน)
-
[5] เสือใบไม้ร่วง (Autumn Tiger / 秋老虎): เป็นคำพังเพยจีน หมายถึง ช่วงอากาศร้อนจัดสั้นๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวกะทันหัน